ทนาย ไกรณัฏฐญาณ Attorney TKs.

ทนาย ไกรณัฏฐญาณ Attorney TKs. ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก ทนาย ไกรณัฏฐญาณ Attorney TKs., สำนักงานกฎหมายและทนายความ, Bangkok.

🍂 เรียน Online ✌🏻❣️✌🏻
28/09/2026

🍂 เรียน Online ✌🏻❣️✌🏻

28/09/2026

ปกป้อง ศรีสนิท ชวนทำความเข้าใจผลของกฎหมายสร้างเสริมสังคมสันติสุขผ่าน 'สี่กรอบของกฎหมายอาญา' และตั้งข้อสังเกตว่าคณะกรรมการที่กฎหมายฉบับนี้ตั้งขึ้นนั้นจำเป็นจริงหรือไม่
อ่านได้ที่: https://www.the101.world/act-on-promoting-a-peaceful-society/
“พระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุขมีผลใช้บังคับแล้วเมื่อ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2569 นับตั้งแต่วันดังกล่าว ผู้ได้รับประโยชน์จากกฎหมายสร้างเสริมสังคมสันติสุขจะได้รับประโยชน์ทันที คือการกระทำนั้นจะไม่เป็นความผิดอาญาอีก หากคดีใดยังไม่ได้ฟ้องศาล พนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการจะต้องยุติคดีทันที หากคดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาในศาล ศาลก็จะต้องจำหน่ายคดีทันทีเช่นกัน”
“หากผู้กระทำความผิดที่ได้รับโทษอยู่ตามคำพิพากษา และความผิดที่รับโทษอยู่นั้นเป็นความผิดที่ได้รับการนิรโทษกรรมแล้ว กรมราชทัณฑ์ก็ต้องปล่อยตัวผู้นั้นทันที โดยไม่ต้องรอคำวินิจฉัยใดอีก”
“พระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 ได้ตั้ง ‘คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข’ ขึ้น หน้าที่ประการแรกของคณะกรรมการดังกล่าว คือ วินิจฉัยชี้ขาดการได้รับการนิรโทษกรรมและการพ้นจากความรับผิดทั้งปวงตามกฎหมายดังกล่าว
“คณะกรรมการดังกล่าวดูเหมือนจะเป็นคณะกรรมการที่ไม่จำเป็น เพราะหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมที่เป็นผู้รับผิดชอบคดีนั้นอยู่สามารถดำเนินการนิรโทษกรรมได้ทันที โดยไม่ต้องรอการตัดสินใจของคณะกรรมการดังกล่าว”
“การกำหนดหน้าที่วินิจฉัยชี้ขาดการได้รับการนิรโทษกรรม อาจทำให้ผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมเกิดความสงสัยว่า เมื่อกฎหมายนิรโทษกรรมมีผลใช้บังคับแล้ว ยังต้องส่งเรื่องทุกเรื่องให้คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ‘อนุมัติ’ ‘รับรอง’ หรือ ‘รับทราบ’ ในการยุติคดีทุกคดีก่อนหรือไม่ หรือยุติคดีไปได้เลยโดยไม่ต้องหารือได้หรือไม่”

🍂 จันทร์ - อังคาร เรียน Online ✌🏻❣️✌🏻
27/09/2026

🍂 จันทร์ - อังคาร เรียน Online ✌🏻❣️✌🏻

27/09/2026

"Professor Shuqin Cui demonstrates a deep familiarity with the history of Western ecocriticism, Chinese ecocinematic theories, and recent scholarship such as material ecocriticism. These theories are thoughtfully woven into her arguments. This diverse selection ensures that scholars and students familiar with Chinese ecofilms will either discover new valuable films or gain fresh interpretations of those already widely discussed. This study is very accessible to both general readers and college-level students. A distinct contribution is that this could be used as a practical textbook for teaching Chinese ecocinema—this book answers the question: 'To what extent can our research and teaching in the humanities help to provide our students with the means to better understand the alarming changes in the world around us?' This is a very impressive book, and I highly recommend it." —Chia-ju Chang, Brooklyn College https://www.cambriapress.com/EcologicalEnvironmentalTurns

24/09/2026
24/09/2026

ว่าด้วยเรื่องภาษาและการทูต

ปกติแล้ว เวลาทูตไปออกประจำการยังต่างแดน เรื่องการเข้าใจภาษาและวัฒนธรรมของประเทศนั้นๆ เป็นเรื่องเบสิคมาตรฐานที่ยืนพื้น

การเข้าใจภาษา วัฒนธรรม รวมถึงความเป็นมา และประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐผู้รับและรัฐผู้ส่ง ช่วยให้ทูตทำหน้าที่ในการรักษาผลประโยชน์ของรัฐของตนในต่างแดน อีกทั้งยังช่วย maintain ความสัมพันธ์ ในกรณี turn against each other (ขอใช่ไทยคำอังกฤษคำ เพราะสื่อความหมายได้ดีกว่า)

สำหรับประเทศไทย ประเทศขนาดกลาง (Middle country) ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ทั้งยังสามารถรักษาประคับประคองความสัมพันธ์อันดีกับทั้งเพื่อนบ้านและรัฐอื่นๆได้ ทั้งยังมีภาษาเป็นของตนเอง คือ ภาษาไทย

แต่เมื่อมองไปยัง นานารัฐเพื่อนบ้าน ที่มีประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและภาษาเป็นของตนเองจนกลายเป็นภูมิภาคที่มีความหลากหลายสูงนั้น การจะติดต่อสัมพันธ์กัน ใช้ภาษาอังกฤษ ย่อมสะดวกกว่า และเป็นการสื่อสารให้รัฐอื่นทั่วโลกที่ภาษาอังกฤษเข้าถึงได้ทราบด้วยเช่นกัน

ชาติอาเซียน ใช้ภาษาอังกฤษติดต่อสื่อสาร เพราะหากจะใช้ล่ามแปลภาษาของกันและกัน ย่อมส่งผลให้เกิดความยุ่งยาก และและเสียเวลาโดยใช่เหตุ

อีกทั้ง ภาษาอังกฤษยังสามารถเป็น protection barrier หรือ เครื่องกีดกันที่ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดความไม่สบายใจจากการรู้จักกันมากเกินไป

ใครที่เรียนประวัติศาสตร์มา จะรู้ว่าโลกเต็มไปด้วยความขัดแย้งและการเผชิญหน้ากัน โดยเฉพาะรัฐที่อยู่ติดกัน

ตรงนี้ขอใช้ภาษาอังกฤษอธิบาย
Beling bilingual or trilingual might be considered advantageous at first glance. However, knowing too many languages, especially geographically close, possibly create diplomatic discomfort.

" Do they imply something which I don't know?"

" Does he try to say something else? "

(Back to Thai language) หรือ ในเอเชีย ลองจินตนาการคนที่พูดได้ทั้ง จีน ญี่ปุ่น และเกาหลี ได้ในระดับดีมาก คิดว่าคนจีน ญี่ปุ่นและเกาหลีที่เป็นเจ้าหน้าที่ทางการทูต จะคิดเช่นไร? (ภาษาญี่ปุ่นคือ 彼、スパイかもしれないし……そうじゃないかもしれない)

ดังนั้น English as a first language ของเพจมีขอบเขตและจุดประสงค์ชัดเจนคือ เพื่อส่งเสริมให้ฝึกภาษาแบบเข้มข้นมาก ให้สามารถเข้าใจ และสื่อสารกับต่างชาติได้ โดยยังคงรักษาผลประโยชน์ของชาติและความสัมพันธ์อันดีได้ด้วยในเวลาเดียวกัน

#ติวสอบนักการทูต
#งานสถานทูต

24/09/2026

🔥 วาทะเดือดบนเวที UNGA: เมื่อคำพูดและการแสดงเขย่าการทูตโลก 🌍 เวทีที่ผู้นำพูดกับคนทั้งโลก

สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ หรือ UNGA เป็นพื้นที่ที่ผู้นำประกาศจุดยืนต่อประชาคมโลก แต่ผู้ฟังไม่ได้มีเพียงนักการทูตในห้องประชุม ยังรวมถึงประชาชนในประเทศ พันธมิตร คู่แข่ง และสื่อมวลชนทั่วโลก สุนทรพจน์หนึ่งครั้งจึงทำหน้าที่หลายอย่างพร้อมกัน ทั้งเสนอทางออก ส่งคำเตือน เรียกร้องความเห็นใจ และสร้างภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำ เวทีทางการทูตจึงกลายเป็นพื้นที่ของถ้อยคำร้อนแรงและภาพเหตุการณ์ที่ผู้คนอาจจดจำได้นานกว่าข้อเสนอเชิงนโยบาย

🎭 ความดุเดือดอาจเป็นส่วนหนึ่งของบทที่เตรียมไว้

ท่าทางที่ดูเหมือนหลุดจากพิธีการไม่ได้หมายความว่าผู้พูดสูญเสียการควบคุมเสมอไป การหยุดพูด การชูสิ่งของ หรือการใช้คำเปรียบเทียบสะเทือนอารมณ์ อาจเป็นกลยุทธ์เรียกความสนใจที่เตรียมมาแล้ว ในเชิงวิเคราะห์ สิ่งที่ควรถามจึงมีมากกว่าว่าผู้นำคนใดพูดแรงที่สุด แต่ควรถามว่าเขาต้องการให้ใครได้ยิน ต้องการให้คนเหล่านั้นรู้สึกอย่างไร และคาดหวังให้เกิดการตัดสินใจอะไรหลังจากนั้น

👞 ครุชชอฟ: เมื่อเรื่องเล่าทรงพลังกว่ารายละเอียดที่แน่นอน

เหตุการณ์รองเท้าของนิกิตา ครุชชอฟในปี 1960 เป็นตัวอย่างของภาพจำที่กลายเป็นตำนาน อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้มีคำบอกเล่าขัดแย้งกัน และเกี่ยวข้องกับโต๊ะของคณะผู้แทนระหว่างการประชุม ไม่ใช่แท่นกล่าวสุนทรพจน์ตามภาพจำที่แพร่หลาย บริบทคือการประท้วงคำกล่าวของผู้แทนฟิลิปปินส์ที่วิจารณ์การครอบงำยุโรปตะวันออกของสหภาพโซเวียต จึงควรใช้ถ้อยคำว่า “มีรายงานว่า” แทนการยืนยันรายละเอียดทุกส่วน กรณีนี้สะท้อนว่า เมื่อเรื่องเล่าสอดคล้องกับภาพลักษณ์ของผู้นำ เรื่องนั้นอาจถูกเล่าซ้ำจนกลบความไม่แน่นอนของหลักฐานไปได้ รายละเอียดและข้อถกเถียงเกี่ยวกับเหตุการณ์

🕊️ อาราฟัต: สัญลักษณ์ที่ทำให้โลกต้องมองเห็นทางเลือก

สุนทรพจน์ของยัสเซอร์ อาราฟัตในปี 1974 ใช้ภาพกิ่งมะกอกกับอาวุธของนักต่อสู้เพื่อเสรีภาพ วางความหวังในการเจรจาไว้เคียงข้างความขัดแย้งที่ยังดำเนินอยู่ พลังของถ้อยคำอยู่ที่การทำให้ประเด็นปาเลสไตน์ปรากฏผ่านสัญลักษณ์ที่เข้าใจได้ทันที ในเชิงวาทศิลป์ นี่เป็นการเรียกร้องให้ประชาคมโลกตระหนักว่าการตอบสนองของตนมีความหมายต่ออนาคตของสันติภาพด้วย อย่างไรก็ตาม การยอมรับความสามารถในการสื่อสารของผู้พูดต้องแยกจากการเห็นชอบกับทุกจุดยืนและการกระทำของเขา บันทึกสุนทรพจน์โดยสหประชาชาติ

😈 ชาเวซ: เมื่อความขัดแย้งถูกเล่าผ่านภาพของความดีและความชั่ว

ในปี 2006 อูโก ชาเวซเปรียบจอร์จ ดับเบิลยู. บุชกับปีศาจ และกล่าวถึงกลิ่นกำมะถันที่ยังหลงเหลืออยู่บริเวณแท่นพูด พร้อมแสดงท่าทางทางศาสนา ถ้อยคำเช่นนี้ทำให้การวิจารณ์นโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ กลายเป็นภาพที่จดจำและเผยแพร่ต่อได้ง่าย ในเชิงวิเคราะห์ วิธีนี้อาจช่วยรวมพลังผู้ที่ไม่พอใจมหาอำนาจอยู่แล้ว แต่ก็มีต้นทุน เพราะเมื่อคู่ขัดแย้งถูกทำให้เป็นตัวแทนของความชั่ว การประนีประนอมกับฝ่ายนั้นอาจอธิบายต่อผู้สนับสนุนของตนเองได้ยากขึ้น รายละเอียดสุนทรพจน์ปี 2006

🚀 ทรัมป์ปี 2017: คำขู่ที่ส่งสัญญาณหลายทิศทาง

ในการกล่าวต่อ UNGA ครั้งแรกเมื่อปี 2017 โดนัลด์ ทรัมป์เรียกคิม จองอึนว่า “Rocket Man” และกล่าวถึงการทำลายเกาหลีเหนืออย่างสิ้นเชิง โดยมีเงื่อนไขว่าหากสหรัฐฯ ถูกบังคับให้ป้องกันตนเองหรือพันธมิตร เงื่อนไขนี้เป็นสาระสำคัญที่ไม่ควรถูกตัดออกจากการเล่าเหตุการณ์ ในเชิงวิเคราะห์ คำขู่อาจมุ่งแสดงความพร้อมตอบโต้และสร้างความมั่นใจให้พันธมิตร แต่ผู้ถูกขู่อาจตีความว่าเป็นเหตุผลให้ตนต้องเพิ่มการป้องกันประเทศ ถ้อยคำที่ฝ่ายหนึ่งมองว่าใช้ยับยั้งสงครามจึงอาจเพิ่มความหวาดระแวงของอีกฝ่ายได้ รายงานจาก TIME

📜 กัดดาฟี: เมื่อรูปแบบการนำเสนอบดบังข้อถกเถียง

การกล่าวของมูอัมมาร์ กัดดาฟีในปี 2009 ถูกจดจำจากการโจมตีโครงสร้างอำนาจของสหประชาชาติและการแสดงออกต่อเอกสารกฎบัตร ประเด็นที่ควรวิเคราะห์คือ ความไม่พอใจต่อความไม่เท่าเทียมในระบบระหว่างประเทศอาจมีสาระที่ควรพิจารณา แต่รูปแบบการนำเสนอสามารถเปลี่ยนทิศทางความสนใจของผู้ฟังได้ หากผู้ชมจดจำเพียงความดุเดือดหรือความยืดยาว ข้อเสนอว่าควรเปลี่ยนระบบอย่างไรอาจถูกบดบัง ผู้พูดจึงอาจทำให้โลกหันมามองได้สำเร็จ แต่ยังต้องทำให้ประเทศอื่นพร้อมเข้าร่วมผลักดันข้อเสนอด้วย บันทึกการกล่าวของลิเบียในการประชุมปี 2009

⏳ คาสโตร: การครองเวลาพูดกับการครองใจผู้ฟัง

ฟิเดล คาสโตรกล่าวต่อสมัชชาใหญ่ในปี 1960 เป็นเวลา 269 นาที หรือ 4 ชั่วโมง 29 นาที ซึ่งเป็นสถิติที่ได้รับการบันทึกและกล่าวถึงอย่างต่อเนื่อง การพูดยาวเช่นนี้อาจอ่านได้ว่าเป็นการยืนยันว่าประเทศของตนมีเรื่องราวและข้อกล่าวหาต่อระเบียบโลกที่ต้องได้รับฟัง แต่ระยะเวลาไม่ได้รับประกันพลังโน้มน้าว ผู้พูดอาจครองแท่นได้ยาวนาน ขณะที่ความสนใจของผู้ฟังค่อย ๆ ลดลง การมีพื้นที่พูดกับการทำให้ผู้อื่นรับฟังและยอมรับเหตุผลจึงเป็นคนละความสำเร็จ ข้อมูลสถิติสุนทรพจน์จาก AP

⚠️ ทรัมป์ปี 2026: เมื่อทางเลือกถูกนำเสนอผ่านภาษาของการทำลายล้าง

สำหรับข้อความเกี่ยวกับอิหร่านในปี 2026 รายงานของ The Guardian วันที่ 22 กันยายนระบุว่าทรัมป์กล่าวถึงทางเลือกระหว่างการทำข้อตกลงที่เปิดให้อิหร่านฟื้นฟูประเทศ กับการทำลายสาธารณรัฐอิสลามอย่างรวดเร็ว ในเชิงวิเคราะห์ การจัดวางทางเลือกอย่างสุดขั้วอาจมุ่งเพิ่มแรงกดดันในการต่อรอง แต่ก็อาจทำให้อีกฝ่ายมองว่าความอยู่รอดของตนกำลังถูกคุกคาม จนพื้นที่สำหรับการยอมถอยหรือประนีประนอมแคบลง รายงานของ The Guardian

📣 เสียงปรบมือในประเทศอาจมาพร้อมความกังวลในต่างประเทศ

ผู้นำคนเดียวกันสามารถถูกมองว่าเด็ดขาดโดยผู้สนับสนุนในประเทศ และถูกมองว่าคาดเดายากโดยพันธมิตรต่างประเทศ คำพูดที่สร้างความสะใจให้ผู้ชมกลุ่มหนึ่งอาจทำให้ผู้ฟังอีกกลุ่มเริ่มเตรียมรับความขัดแย้ง นี่คือความยากของการพูดบนเวทีโลก เพราะผู้พูดไม่สามารถควบคุมได้ว่าผู้ฟังแต่ละกลุ่มจะเลือกจำประโยคใด เมื่อถ้อยคำถูกตัดเป็นคลิปสั้น เงื่อนไขและคำอธิบายก็อาจหายไป เหลือเพียงประโยคที่รุนแรงที่สุดเป็นตัวแทนของสุนทรพจน์ทั้งหมด

🤝 สุนทรพจน์ที่น่าจดจำต้องถูกประเมินต่อจากพาดหัวข่าว

หากประเมินด้านการใช้สัญลักษณ์ สุนทรพจน์กิ่งมะกอกของอาราฟัตเป็นกรณีที่โดดเด่น เพราะทำให้ทางเลือกระหว่างการเจรจากับความขัดแย้งปรากฏเป็นภาพที่เข้าใจง่าย แต่ความสำเร็จทางการทูตควรวัดจากผลที่ตามมาด้วย ถ้อยคำนั้นสร้างพันธมิตรหรือไม่ เปิดช่องให้เจรจาหรือไม่ และทำให้คู่ขัดแย้งเห็นทางออกที่ยอมรับได้หรือไม่ ผู้นำสามารถทำให้ทั้งโลกจำประโยคหนึ่งได้ภายในไม่กี่วินาที ส่วนการทำให้โลกปลอดภัยขึ้นต้องอาศัยการกระทำที่ต่อเนื่องหลังจากเดินลงจากแท่นพูด

📍 สมาคมวิชาชีพนักแปลและล่ามแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAProTI)
📍33 อาคารบ้านราชครู ห้อง 402 ซอยพหลโยธิน 5 แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400
📞 +66 2 114 3128
📧 [email protected]
🌐 www.seaproti.org

24/09/2026

“BTR ไม่ใช่เพียงรายงานที่ประเทศไทยจัดส่งต่อ UNFCCC แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการติดตามความก้าวหน้า ยกระดับนโยบาย สร้างความน่าเชื่อถือ และขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำและเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์อย่างเป็นรูปธรรม”
การจัดทำรายงานความโปร่งใสรายสองปี (BTR) มีความสำคัญอย่างไรต่อประเทศ📝
การจัดทำ รายงานความโปร่งใสรายสองปี (Biennial Transparency Report: BTR) มีความสำคัญต่อประเทศไทย เนื่องจากเป็นกลไกหลักภายใต้ กรอบความโปร่งใสที่เสริมความเข้มแข็ง (Enhanced Transparency Framework: ETF) ของความตกลงปารีส ซึ่งช่วยแสดงให้ประชาคมโลกเห็นถึงการดำเนินงานและความก้าวหน้าด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศอย่างโปร่งใส
สาระสำคัญมีดังนี้

1. แสดงสถานการณ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ
BTR นำเสนอข้อมูลบัญชีก๊าซเรือนกระจกแห่งชาติ ทั้งการปล่อยจากแหล่งกำเนิดและการดูดกลับโดยแหล่งกักเก็บ ทำให้ทราบแนวโน้มและสาขาที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง
2. ติดตามความก้าวหน้าตามเป้าหมาย NDC
ช่วยประเมินว่าประเทศไทยดำเนินมาตรการลดก๊าซเรือนกระจกได้มากน้อยเพียงใด และมีแนวโน้มบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ใน NDC หรือไม่
3. สนับสนุนการกำหนดนโยบายบนฐานข้อมูล
ข้อมูลจาก BTR ช่วยให้รัฐบาลระบุช่องว่าง ปัญหา และมาตรการที่ควรเร่งดำเนินการ รวมทั้งใช้วางแผนจัดสรรงบประมาณและยกระดับนโยบายด้านภูมิอากาศให้เหมาะสม
4. สร้างความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของประเทศ
การรายงานข้อมูลที่ถูกต้อง สอดคล้อง และตรวจสอบย้อนกลับได้ ช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาคมระหว่างประเทศ นักลงทุน และภาคีความร่วมมือ
5. สะท้อนผลกระทบและความก้าวหน้าด้านการปรับตัว
BTR นำเสนอผลกระทบ ความเสี่ยง ความเปราะบาง ตลอดจนแผนและการดำเนินงานด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศ
6. แสดงการสนับสนุนที่ได้รับและความต้องการของประเทศ
ครอบคลุมข้อมูลด้านเงินทุน เทคโนโลยี และการเสริมสร้างขีดความสามารถ ทำให้สามารถระบุความต้องการและช่องว่างเพื่อขอรับการสนับสนุนระหว่างประเทศได้อย่างชัดเจน
7. เชื่อมโยงกับการประเมินความก้าวหน้าระดับโลก
ข้อมูลใน BTR เป็นส่วนหนึ่งของการประเมินความก้าวหน้าร่วมกันของประชาคมโลกต่อเป้าหมายของความตกลงปารีส และสนับสนุนการยกระดับเป้าหมายของประเทศในรอบถัดไป
8. พัฒนาระบบข้อมูลและศักยภาพของหน่วยงานภายในประเทศ
กระบวนการจัดทำ BTR ช่วยยกระดับระบบ MRV การประกันและควบคุมคุณภาพข้อมูล รวมถึงส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม
"ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน "
#กรมลดโลกร้อน
#กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

24/09/2026

อยากเป็น “นักการทูต” ต้องเรียนอะไร? สอบยังไง? 🌏🇹🇭
อ่านบทความที่ คอมเมนต์
ถ้าน้องฝันอยากเป็นนักการทูต อย่าเริ่มจากถามว่า
“ต้องเรียนคณะอะไร?”
ให้เริ่มจากพัฒนาสิ่งที่ใช้จริงก่อนเลยครับ
ภาษา + การเขียน + ข่าวโลก + การคิดวิเคราะห์
#นักการทูต #แนะแนวอาชีพ

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ทนาย ไกรณัฏฐญาณ Attorney TKs.ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์