Thames Legal - เทมส์ ลีกัล

Thames Legal - เทมส์ ลีกัล ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Thames Legal - เทมส์ ลีกัล, สำนักงานกฎหมายและทนายความ, Bangkok.

Thames Legal – A professional law firm offering legal consultation, litigation, visa services, and business registrations for both domestic and international matters.

⚖️ ได้รับ “หนังสือทวงถาม” แล้ว ควรทำอย่างไร?เมื่อได้รับหนังสือทวงถามหรือหนังสือบอกกล่าวจากคู่กรณี สิ่งที่ไม่ควรทำมีสองอย...
11/09/2026

⚖️ ได้รับ “หนังสือทวงถาม” แล้ว ควรทำอย่างไร?

เมื่อได้รับหนังสือทวงถามหรือหนังสือบอกกล่าวจากคู่กรณี สิ่งที่ไม่ควรทำมีสองอย่าง คือ “เพิกเฉย” และ “รีบตอบกลับโดยยังไม่ได้ตรวจสอบสถานะทางกฎหมายของตนเอง”

หนังสือทวงถามอาจมีรายละเอียดเกี่ยวกับการผิดสัญญา การเรียกชำระหนี้ การเรียกค่าเสียหาย การกำหนดระยะเวลาให้ปฏิบัติ หรือการแจ้งว่าจะดำเนินคดีหากไม่ดำเนินการภายในเวลาที่กำหนด

แต่การได้รับหนังสือดังกล่าว ไม่ได้หมายความว่าข้อเรียกร้องของอีกฝ่ายถูกต้องทั้งหมด หรือผู้รับต้องยอมรับและชำระตามจำนวนที่เรียกร้องทันที

สิ่งที่ควรดำเนินการคือ
1. ตรวจสอบข้อเรียกร้อง
พิจารณาว่าอีกฝ่ายเรียกร้องอะไร อาศัยสิทธิตามสัญญาหรือกฎหมายใด และจำนวนเงินที่เรียกร้องมีที่มาอย่างไร
2. ตรวจสอบเอกสารและหลักฐาน
เช่น สัญญา ใบแจ้งหนี้ หลักฐานการชำระเงิน อีเมล ข้อความสนทนา และเอกสารการส่งมอบงาน
3. ประเมินสถานะทางกฎหมาย
พิจารณาว่ามีการผิดสัญญาจริงหรือไม่ ฝ่ายใดเป็นผู้ผิดนัด มีข้อต่อสู้หรือข้อเรียกร้องกลับหรือไม่ รวมถึงมีประเด็นเรื่องอายุความหรือเงื่อนไขอื่นที่เกี่ยวข้องหรือไม่
4. วางแนวทางตอบกลับ
บางกรณีอาจเหมาะกับการปฏิเสธข้อเรียกร้อง บางกรณีควรชี้แจงข้อเท็จจริง หรือบางกรณีการเจรจาเพื่อหาข้อยุติอาจมีประสิทธิภาพมากกว่าการเข้าสู่กระบวนการศาล

💼 Thames Legal | Dispute Resolution
Thames Legal ให้บริการตรวจสอบหนังสือทวงถามและข้อพิพาท วิเคราะห์สัญญาและพยานหลักฐาน จัดทำหนังสือตอบกลับ เจรจาระงับข้อพิพาท ตลอดจนดำเนินคดีเมื่อจำเป็น
การตอบหนังสือทางกฎหมายไม่ใช่เพียงการ “ตอบว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย” แต่เป็นส่วนหนึ่งของการวางกลยุทธ์ทางกฎหมาย หากข้อพิพาทมีแนวโน้มพัฒนาไปสู่การดำเนินคดี

อ้างอิง: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยเฉพาะบทบัญญัติว่าด้วยการผิดนัด การชำระหนี้ ค่าเสียหาย และการเลิกสัญญา รวมถึงข้อกำหนดเฉพาะของสัญญาและกฎหมายที่เกี่ยวข้องในแต่ละกรณี

⚖️ Received a Legal Demand? What Should You Do Next?
Receiving a demand letter does not automatically mean that the claims against you are legally valid or that the amount demanded must immediately be paid.

The first step should be to review the allegations, relevant contractual provisions, supporting evidence, deadlines, and your own legal position before responding.

Depending on the circumstances, an appropriate response may involve disputing the claim, providing a formal clarification, asserting a counterclaim or defence, negotiating a settlement, or preparing for potential litigation.

Particular care should be taken before making written admissions or agreeing to payment terms, as communications made during a dispute may become relevant if the matter subsequently proceeds to court.

💼 Thames Legal | Dispute Resolution
Our dispute resolution services include legal notice review, preparation of formal responses, contract and evidence assessment, negotiation, settlement strategy and litigation support.

A legal response should not merely answer the allegations it should form part of a considered dispute strategy.

Reference: Civil and Commercial Code of Thailand, including the provisions relating to default, performance of obligations, damages and termination, together with the applicable contractual terms and other relevant laws.

⚖️ อีกฝ่ายผิดสัญญาก่อน เราหยุดทำตามสัญญาได้ทันทีหรือไม่?เมื่อคู่สัญญาอีกฝ่ายไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง หลายคนอาจคิดว่า“เขาผิดส...
27/08/2026

⚖️ อีกฝ่ายผิดสัญญาก่อน เราหยุดทำตามสัญญาได้ทันทีหรือไม่?

เมื่อคู่สัญญาอีกฝ่ายไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง หลายคนอาจคิดว่า

“เขาผิดสัญญาก่อน เราก็ไม่จำเป็นต้องทำตามสัญญาต่อ”

แต่ในทางกฎหมาย คำตอบคือ “ไม่เสมอไป”

การที่คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งผิดสัญญา ไม่ได้ทำให้หน้าที่ของอีกฝ่ายสิ้นสุดลงโดยอัตโนมัติทุกกรณี แต่ต้องพิจารณาว่าแต่ละฝ่ายมีหน้าที่อะไรตามสัญญา การผิดสัญญาที่เกิดขึ้นมีลักษณะอย่างไร และสัญญาหรือกฎหมายให้สิทธิแก่อีกฝ่ายไว้อย่างไร

ในสัญญาต่างตอบแทน หากหน้าที่ของคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายถึงกำหนดชำระพร้อมกัน ฝ่ายหนึ่งอาจมีสิทธิปฏิเสธการชำระหนี้ของตนจนกว่าอีกฝ่ายจะชำระหรือเสนอที่จะชำระหนี้ตอบแทนตามหลักกฎหมาย

แต่หากต้องการ เลิกสัญญา ในบางกรณี กฎหมายอาจกำหนดให้ต้องบอกกล่าวและกำหนดระยะเวลาอันสมควรให้อีกฝ่ายปฏิบัติให้ถูกต้องเสียก่อน หากพ้นกำหนดแล้วยังไม่ปฏิบัติ จึงอาจเกิดสิทธิเลิกสัญญา

ดังนั้น ก่อนตัดสินใจหยุดงาน หยุดส่งสินค้า หยุดชำระเงิน หรือยุติการปฏิบัติตามสัญญา ควรตรวจสอบก่อนว่า มีสิทธิตามสัญญาหรือตามกฎหมายรองรับหรือไม่

เพราะหากหยุดปฏิบัติหน้าที่โดยไม่มีสิทธิ การกระทำนั้นอาจทำให้ฝ่ายที่เดิมเป็นผู้เสียหาย กลายเป็นฝ่ายผิดสัญญาอีกฝ่ายหนึ่งได้

💼 In Practice

เมื่อพบการผิดสัญญา ควรดำเนินการอย่างเป็นระบบ ได้แก่ ตรวจสอบข้อสัญญา เก็บหลักฐาน แจ้งการผิดสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร และพิจารณาว่าควรให้โอกาสแก้ไขการผิดสัญญาก่อนใช้สิทธิระงับการปฏิบัติหรือเลิกสัญญาหรือไม่

“อีกฝ่ายผิดก่อน” ไม่ใช่เหตุให้สามารถหยุดปฏิบัติตามสัญญาได้โดยอัตโนมัติ

อ้างอิง: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 369, มาตรา 387–389 และบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับสัญญาต่างตอบแทนและการเลิกสัญญา

_________________________________________________________________________

⚖️ If the Other Party Breaches First, Can You Immediately Stop Performing?

Not always.

A breach by one party does not automatically release the other party from all remaining contractual obligations.

The legal position depends on the nature of the parties’ respective obligations, the type and seriousness of the breach, the contractual terms, and the remedies available under Thai law.

In a reciprocal contract, where both obligations are due for performance, a party may in certain circumstances refuse to perform until the other party performs or tenders performance of its corresponding obligation.

Termination is a separate issue. Depending on the circumstances, Thai law may require the non-defaulting party to give notice and allow a reasonable period for the defaulting party to perform before exercising a right of termination.

Wrongfully suspending payment, delivery, services, or other contractual performance may therefore expose the non-defaulting party to a breach of contract claim of its own.

💼 In Practice

Before suspending performance, review the contract, document the breach, determine whether notice or an opportunity to remedy is required, and confirm that there is a contractual or legal basis for the intended action.

“They breached first” does not automatically mean “you can stop performing.”

Reference: Civil and Commercial Code of Thailand, Sections 369, 387–389 and related provisions on reciprocal contracts and termination.

⚖️ เซ็นสัญญาแล้ว เปลี่ยนใจ “ยกเลิก” ได้ไหม?หลายคนเข้าใจว่า หากเซ็นสัญญาไปแล้วแต่ยังไม่ได้เริ่มงาน ยังไม่ได้รับสินค้า หรื...
25/08/2026

⚖️ เซ็นสัญญาแล้ว เปลี่ยนใจ “ยกเลิก” ได้ไหม?

หลายคนเข้าใจว่า หากเซ็นสัญญาไปแล้วแต่ยังไม่ได้เริ่มงาน ยังไม่ได้รับสินค้า หรือยังไม่ได้ใช้บริการ ก็สามารถแจ้งยกเลิกได้ทันที

แต่ในทางกฎหมาย การเปลี่ยนใจเพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้คู่สัญญามีสิทธิเลิกสัญญาโดยอัตโนมัติ

เมื่อสัญญาเกิดขึ้นโดยสมบูรณ์และมีผลผูกพันแล้ว คู่สัญญามีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามข้อตกลง เว้นแต่จะมีเหตุให้เลิกสัญญาได้ตามสัญญาหรือตามกฎหมาย

ตัวอย่างเช่น สัญญากำหนดสิทธิในการเลิกไว้โดยเฉพาะ คู่สัญญาตกลงเลิกสัญญาร่วมกัน หรืออีกฝ่ายไม่ปฏิบัติตามหน้าที่จนเกิดสิทธิเลิกสัญญาตามกฎหมาย

ในบางกรณี ก่อนใช้สิทธิเลิกสัญญา ฝ่ายที่ประสงค์จะเลิกอาจต้องกำหนดระยะเวลาอันสมควรให้อีกฝ่ายปฏิบัติการชำระหนี้เสียก่อน และหากอีกฝ่ายยังไม่ปฏิบัติ จึงจะสามารถใช้สิทธิเลิกสัญญาได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะของสัญญาและเหตุแห่งการผิดสัญญา

ที่สำคัญ การเลิกสัญญาโดยไม่มีสิทธิ อาจกลายเป็นการผิดสัญญาเสียเอง และอาจนำไปสู่การเรียกร้องค่าเสียหายจากอีกฝ่ายได้

💼 In Practice

ก่อนแจ้ง “ยกเลิกสัญญา” ควรตรวจสอบอย่างน้อย 3 เรื่อง ได้แก่ สิทธิในการเลิกสัญญา ขั้นตอนและระยะเวลาในการแจ้ง และผลทางการเงินหลังเลิกสัญญา เช่น เงินมัดจำ เบี้ยปรับ หรือค่าเสียหาย

เพราะคำว่า “ยกเลิก” เพียงคำเดียว อาจสร้างผลทางกฎหมายมากกว่าที่คิด

อ้างอิง: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 386–394 และบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการเลิกสัญญา

_______________________________________________________________________

⚖️ Can You Cancel a Contract Simply Because You Changed Your Mind?

Not necessarily.

Once a contract has been validly formed and becomes binding, a party generally cannot terminate it merely because they no longer wish to proceed.

A right to terminate may arise where the contract expressly provides such a right, both parties mutually agree to terminate, a breach gives rise to a statutory right of termination, or the law otherwise permits it.

Depending on the circumstances, a party may also be required to give the defaulting party a reasonable period to perform before exercising the right to terminate.

Importantly, attempting to terminate a contract without a contractual or legal basis may itself constitute a breach and potentially expose the terminating party to a claim for damages.

💼 In Practice

Before terminating a contract, review the right to terminate, notice requirements, and financial consequences, including deposits, contractual penalties and potential damages.

Reference: Civil and Commercial Code of Thailand, Sections 386–394 and related provisions on termination of contracts.

⚖️ “ค่าปรับตามสัญญา” กับ “ค่าเสียหาย” ต่างกันอย่างไร?เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งผิดสัญญา เรามักได้ยินทั้งคำว่า “ค่าปรับ” และ ...
18/08/2026

⚖️ “ค่าปรับตามสัญญา” กับ “ค่าเสียหาย” ต่างกันอย่างไร?

เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งผิดสัญญา เรามักได้ยินทั้งคำว่า “ค่าปรับ” และ “ค่าเสียหาย” แต่ในทางกฎหมาย ทั้งสองอย่างไม่ได้มีความหมายหรือผลเหมือนกัน

ค่าปรับที่กำหนดไว้ในสัญญา ในทางกฎหมายอาจมีลักษณะเป็น “เบี้ยปรับ” ซึ่งคู่สัญญาตกลงกันไว้ล่วงหน้าว่า หากฝ่ายหนึ่งไม่ชำระหนี้หรือไม่ปฏิบัติตามสัญญา จะต้องชำระเงินจำนวนหนึ่งเป็นเบี้ยปรับ

อย่างไรก็ตาม แม้ในสัญญาจะระบุจำนวนไว้แล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเรียกได้เต็มจำนวนเสมอไป เพราะหากเบี้ยปรับนั้น **สูงเกินส่วน ศาลมีอำนาจลดลงเป็นจำนวนพอสมควรได้** โดยพิจารณาถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย

ส่วน “ค่าเสียหาย” เป็นการเรียกร้องเพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการไม่ชำระหนี้หรือการผิดสัญญา โดยผู้เรียกร้องต้องพิจารณาและพิสูจน์ความเสียหาย ตลอดจนความสัมพันธ์ระหว่างการผิดสัญญากับความเสียหายที่เกิดขึ้นตามหลักกฎหมาย

นอกจากนี้ การมีข้อกำหนดเรื่องเบี้ยปรับไม่ได้หมายความว่าเจ้าหนี้จะสามารถเรียก “เบี้ยปรับ + ค่าเสียหายทั้งหมด” เพิ่มเติมได้โดยอัตโนมัติ เพราะสิทธิในการเรียกร้องเพิ่มเติมขึ้นอยู่กับลักษณะของเบี้ยปรับ ข้อกำหนดในสัญญา และบทบัญญัติของกฎหมายที่ใช้บังคับ

💼 In Practice

การร่างข้อกำหนดเรื่องเบี้ยปรับไม่ควรระบุเพียงว่า “ผิดสัญญาปรับ X บาท” แต่ควรกำหนดให้ชัดว่า การกระทำใดถือเป็นการผิดสัญญา เบี้ยปรับเกิดขึ้นเมื่อใด คำนวณอย่างไร และคู่สัญญายังมีสิทธิเรียกค่าเสียหายส่วนอื่นเพิ่มเติมหรือไม่

เพราะข้อความเพียงไม่กี่บรรทัด อาจมีผลโดยตรงต่อจำนวนเงินที่สามารถเรียกร้องได้เมื่อเกิดข้อพิพาทจริง

อ้างอิง: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 379–385 และมาตรา 215, 222

________________________________________________________________________

⚖️ Contractual Penalties vs. Damages: What Is the Difference?

Although both may arise from a breach of contract, contractual penalties and damages are legally distinct concepts under Thai law.

A contractual penalty is an amount agreed in advance to apply when a specified contractual obligation is breached. Importantly, the amount stated in the contract is not necessarily recoverable in full. If the penalty is disproportionately high, a Thai court may reduce it to a reasonable amount.

Damages, by contrast, are intended to compensate a party for loss resulting from a breach. The claimant must generally establish the relevant loss and its connection to the breach.

Whether a party may claim damages in addition to a contractual penalty depends on the nature of the clause, the contractual terms and the applicable provisions of Thai law.

💼 In Practice

Penalty clauses should clearly identify the relevant breach, the amount or calculation method, and whether additional damages may be pursued. Careful drafting can materially affect the remedies available when a dispute occurs.

Reference: Civil and Commercial Code of Thailand, Sections 379–385, 215 and 222.

⚖️ "มัดจำ" กับ "เงินล่วงหน้า" เหมือนกันหรือไม่?หลายคนใช้คำว่า "มัดจำ" และ "เงินล่วงหน้า" แทนกันในการซื้อขายสินค้า การจ้า...
06/08/2026

⚖️ "มัดจำ" กับ "เงินล่วงหน้า" เหมือนกันหรือไม่?

หลายคนใช้คำว่า "มัดจำ" และ "เงินล่วงหน้า" แทนกันในการซื้อขายสินค้า การจ้างงาน หรือการซื้ออสังหาริมทรัพย์ แต่ในทางกฎหมาย ทั้งสองคำมีความหมายและผลทางกฎหมายที่แตกต่างกัน

เงินมัดจำ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา และในบางกรณี หากฝ่ายที่วางมัดจำผิดสัญญา อาจถูกริบเงินมัดจำ หรือหากฝ่ายที่รับมัดจำเป็นฝ่ายผิดสัญญา อาจต้องคืนเงินมัดจำเป็นสองเท่า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและเงื่อนไขของสัญญา

ในทางกลับกัน เงินล่วงหน้า เป็นเพียงการชำระเงินบางส่วนก่อนครบกำหนด โดยหลักแล้วไม่ได้มีผลเป็นหลักประกัน เว้นแต่คู่สัญญาจะตกลงไว้เป็นอย่างอื่น

💼 In Practice
ทุกครั้งที่มีการชำระเงินก่อนส่งมอบสินค้า บริการ หรือทรัพย์สิน ควรระบุในสัญญาให้ชัดเจนว่าเงินดังกล่าวเป็น "มัดจำ" หรือ "เงินล่วงหน้า" รวมถึงกำหนดเงื่อนไขการคืนเงินและผลของการผิดสัญญาไว้โดยละเอียด เพื่อลดข้อพิพาทในอนาคต

อ้างอิง:ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 377–378

______________________________________________________________________________

Is a Deposit the Same as an Advance Payment?

No.

Although the terms are often used interchangeably in everyday transactions, they have different legal meanings under Thai law.
A deposit is generally intended to secure the performance of a contract.

Depending on the circumstances, it may be forfeited by the paying party or
returned in double by the receiving party if the contract is breached.

An advance payment, on the other hand, is simply an early payment of part of the agreed price and does not ordinarily have the same legal effect as a deposit unless the parties expressly agree otherwise.

💼 In Practice
When drafting a contract, clearly identify whether the payment is intended to be a deposit or an advance payment, and specify the consequences if the contract is not performed.

Reference: Civil and Commercial Code of Thailand, Sections 377–378

⚖️ ตกลงกันผ่าน LINE มีผลผูกพันตามกฎหมายหรือไม่?ในปัจจุบัน การเจรจาธุรกิจ การซื้อขายสินค้า หรือการว่าจ้างบริการจำนวนมากเก...
04/08/2026

⚖️ ตกลงกันผ่าน LINE มีผลผูกพันตามกฎหมายหรือไม่?

ในปัจจุบัน การเจรจาธุรกิจ การซื้อขายสินค้า หรือการว่าจ้างบริการจำนวนมากเกิดขึ้นผ่านแอปพลิเคชัน เช่น LINE หรือ WhatsApp โดยไม่มีการลงนามในสัญญา
หลายคนจึงสงสัยว่า ข้อความในแชทเพียงอย่างเดียว มีผลตามกฎหมายหรือไม่?

คำตอบคือ "มีผลผูกพันได้"

ภายใต้กฎหมายไทย สัญญาไม่ได้จำเป็นต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษรเสมอไป เว้นแต่กฎหมายกำหนดไว้เป็นการเฉพาะ หากคู่กรณีมีการเสนอและตอบรับตรงกัน มีเจตนาที่จะผูกพันตามข้อตกลง และมีสาระสำคัญของสัญญาครบถ้วน ข้อตกลงที่เกิดขึ้นผ่าน LINE ก็อาจมีผลผูกพันตามกฎหมายได้

อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่มีข้อพิพาท ศาลจะพิจารณาข้อความทั้งหมดและพฤติการณ์แวดล้อม ไม่ใช่เพียงข้อความบางช่วงที่ถูกตัดมา

💼 In Practice
หากตกลงงานผ่าน LINE ควรสรุปสาระสำคัญให้ครบถ้วน เช่น ขอบเขตงาน ราคา กำหนดเวลา และเงื่อนไขการชำระเงิน หากเป็นธุรกรรมที่มีมูลค่าสูงหรือมีความซับซ้อน ควรจัดทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรเพิ่มเติมเพื่อความชัดเจนและลดความเสี่ยงในอนาคต

อ้างอิง:
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 149 และบทบัญญัติว่าด้วยนิติกรรมและสัญญา
พระราชบัญญัติธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544

___________________________________________________________________________

⚖️ Is an Agreement Made Through LINE Legally Binding?

Yes, it can be.

Under Thai law, a contract does not necessarily have to be in writing unless a specific law requires it. Agreements made through messaging platforms such as LINE may be legally enforceable where there is a clear offer, acceptance, an intention to create legal relations, and sufficiently certain terms.

In the event of a dispute, the court will assess the entire conversation and surrounding circumstances, rather than relying on isolated messages.

💼 In Practice
When negotiating through messaging applications, clearly record the key commercial terms, including the scope of work, price, payment terms, and timeline. For significant or high-value transactions, a formal written agreement remains the most effective way to minimise legal risk.

Reference:
Civil and Commercial Code of Thailand (General Principles of Juristic Acts and Contracts)
Electronic Transactions Act B.E. 2544 (2001)

⚖️ แคปหน้าจอแชท ใช้เป็นหลักฐานในศาลได้ไหม?คำตอบคือ "ใช้ได้" แต่ไม่ได้หมายความว่าแคปหน้าจอทุกภาพจะมีน้ำหนักเท่ากันในคดีแพ...
23/07/2026

⚖️ แคปหน้าจอแชท ใช้เป็นหลักฐานในศาลได้ไหม?

คำตอบคือ "ใช้ได้" แต่ไม่ได้หมายความว่าแคปหน้าจอทุกภาพจะมีน้ำหนักเท่ากัน
ในคดีแพ่งและคดีอาญา ศาลสามารถรับฟังข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เป็นพยานหลักฐานได้ หากพิสูจน์ได้ว่าข้อความดังกล่าวเป็นของจริง มีความเกี่ยวข้องกับคดี และไม่ได้ถูกแก้ไขหรือดัดแปลง

ดังนั้น หากมีข้อพิพาท ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขาย การกู้ยืมเงิน หรือการตกลงทำธุรกิจผ่านแชท ควรเก็บบทสนทนาให้ครบถ้วน พร้อมหลักฐานประกอบ เช่น สลิปโอนเงิน อีเมล หรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือของพยานหลักฐาน

💼 In Practice
หากคาดว่าอาจเกิดข้อพิพาทในอนาคต อย่าเก็บเฉพาะภาพหน้าจอเพียงบางส่วน แต่ควรเก็บบทสนทนาทั้งหมด รวมถึงข้อมูลวันที่ เวลา และชื่อบัญชีผู้ใช้งาน เพื่อให้สามารถตรวจสอบความต่อเนื่องของข้อความได้

อ้างอิง:
พระราชบัญญัติธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (หลักการรับฟังพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์)
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (กรณีที่เกี่ยวข้อง)

________________________________________________________________________

⚖️ Can Chat Screenshots Be Used as Evidence in Court?
Yes.

Under Thai law, electronic communications may be admitted as evidence, provided that their authenticity, integrity, and relevance can be established. The court may also consider whether the messages have been altered and whether there is supporting evidence confirming the facts.

For this reason, parties should preserve complete conversations together with supporting documents such as bank transfer records, emails, or other relevant evidence.

💼 In Practice
Do not rely on a single screenshot. Preserving the full conversation and supporting evidence will generally strengthen the evidential value of your case.

Reference:
Electronic Transactions Act B.E. 2544 (2001)
Civil Procedure Code (electronic evidence)
Criminal Procedure Code (where applicable)

⚖️ เซ็นสัญญาโดยไม่ได้อ่าน ยังมีผลตามกฎหมายหรือไม่?หลายคนเคยพูดว่า"เซ็นไปก่อน เดี๋ยวค่อยอ่าน"แต่ในทางกฎหมาย การลงลายมือชื...
21/07/2026

⚖️ เซ็นสัญญาโดยไม่ได้อ่าน ยังมีผลตามกฎหมายหรือไม่?

หลายคนเคยพูดว่า
"เซ็นไปก่อน เดี๋ยวค่อยอ่าน"
แต่ในทางกฎหมาย การลงลายมือชื่อในสัญญาโดยทั่วไป ถือเป็นการแสดงเจตนาว่ายอมรับเงื่อนไขที่ระบุไว้ในสัญญา ดังนั้น แม้ภายหลังจะอ้างว่าไม่ได้อ่านรายละเอียด ก็ไม่ได้ทำให้สัญญาไม่มีผลผูกพันโดยอัตโนมัติ

อย่างไรก็ตาม หากการลงนามเกิดจากการถูกหลอกลวง ถูกข่มขู่ หรือมีเหตุอื่นที่ทำให้สัญญาเป็นโมฆะหรือโมฆียะตามกฎหมาย ผู้ลงนามอาจมีสิทธิใช้เหตุเหล่านั้นต่อสู้คดีได้ ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี

💼 In Practice
ก่อนลงลายมือชื่อในเอกสารใด ๆ ควรอ่านเงื่อนไขให้ครบ โดยเฉพาะเรื่องหน้าที่ ความรับผิด การชำระเงิน การยกเลิกสัญญา และการจำกัดความรับผิด หากไม่แน่ใจ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนลงนาม

อ้างอิง: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 149 และบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการแสดงเจตนา รวมถึงหลักกฎหมายว่าด้วยนิติกรรมและสัญญา

_____________________________________________________________________

⚖️ Is a Contract Still Binding If You Didn't Read It?
In general, yes.

By signing a contract, you are normally considered to have accepted its terms and conditions. Claiming that you did not read the document will not automatically release you from your contractual obligations.

However, there are exceptions. If the contract was signed as a result of fraud, duress, or other legal defects affecting consent, the contract may be challenged under Thai law, depending on the circumstances.

💼 In Practice
Never sign a contract without understanding its key terms. Taking a few extra minutes to review the document—or seeking legal advice beforehand—can prevent significant legal and financial risks.

Reference: Civil and Commercial Code of Thailand – General Principles on Juristic Acts and Contracts.

ขอขอบคุณ ศูนย์นิติศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (Thammasat Law Center) ที่ให้เกียรติเข้าเยี่ยมชมบริษัทและร่...
20/07/2026

ขอขอบคุณ ศูนย์นิติศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (Thammasat Law Center) ที่ให้เกียรติเข้าเยี่ยมชมบริษัทและร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองด้านการพัฒนาศักยภาพของนักศึกษากฎหมาย

Thames Legal มีความยินดีที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาและเตรียมความพร้อมให้แก่นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ ผ่านประสบการณ์การทำงานจริง

เราเชื่อว่าการฝึกงานไม่ได้มอบเพียงประสบการณ์ แต่ยังเป็นโอกาสในการเรียนรู้ พัฒนาทักษะ และสร้างความมั่นใจที่จะก้าวสู่การเป็นนักกฎหมายมืออาชีพในอนาคต

We sincerely thank Thammasat Law Center, Faculty of Law, Thammasat University, for honouring us with a visit to our firm and for the valuable exchange of ideas on developing the next generation of legal professionals.

Thames Legal is proud to support the development of future legal professionals through meaningful hands-on experience.

We believe an internship is more than just work experience, it is an opportunity to learn, grow, and build the confidence needed to become outstanding legal professionals.

⚖️ ลูกหนี้ไม่รับโทรศัพท์ เจ้าหนี้ทำอะไรได้บ้าง?การที่ลูกหนี้ไม่รับสาย ไม่ตอบข้อความ หรือหลีกเลี่ยงการติดต่อ ไม่ได้ทำให้ห...
17/07/2026

⚖️ ลูกหนี้ไม่รับโทรศัพท์ เจ้าหนี้ทำอะไรได้บ้าง?

การที่ลูกหนี้ไม่รับสาย ไม่ตอบข้อความ หรือหลีกเลี่ยงการติดต่อ ไม่ได้ทำให้หนี้ระงับหรือหมดไป เจ้าหนี้ยังคงมีสิทธิเรียกร้องให้ชำระหนี้ตามกฎหมาย
โดยเจ้าหนี้สามารถดำเนินการได้ เช่น
- ส่งหนังสือทวงถามอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
- เจรจาเพื่อหาข้อยุติหรือทำสัญญาประนีประนอม
- ฟ้องร้องต่อศาลเพื่อเรียกชำระหนี้
- ดำเนินการบังคับคดี หากศาลมีคำพิพากษาให้ชำระหนี้แล้ว

อย่างไรก็ตาม การทวงถามหนี้ต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย ผู้ทวงหนี้ไม่ควรใช้วิธีข่มขู่ คุกคาม เปิดเผยข้อมูลของลูกหนี้ต่อบุคคลอื่น หรือใช้วิธีการที่อาจละเมิดสิทธิของลูกหนี้ เพราะอาจก่อให้เกิดความรับผิดตามกฎหมายได้

💼 In Practice
หากลูกหนี้หลีกเลี่ยงการติดต่อ การดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายตั้งแต่ต้น มักมีประสิทธิภาพและปลอดภัยกว่าการพยายามติดตามหนี้ด้วยวิธีที่ไม่เหมาะสม

อ้างอิง: พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

__________________________________________________________________________

⚖️ What Can a Creditor Do If the Debtor Refuses to Answer?

A debtor's refusal to answer phone calls or messages does not eliminate the debt.
Under Thai law, creditors may pursue lawful recovery measures, including sending a demand letter, negotiating a settlement, filing a lawsuit, and enforcing a court judgment where applicable.

However, debt collection must always comply with the law. Harassment, intimidation, public shaming, or other unlawful collection practices may expose the creditor to legal liability.

💼 In Practice
If a debtor avoids communication, it is generally more effective to follow the proper legal process rather than resorting to aggressive collection tactics.

Reference: Debt Collection Act B.E. 2558 (2015) and the Civil and Commercial Code of Thailand.

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Thames Legal - เทมส์ ลีกัลผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Thames Legal - เทมส์ ลีกัล:

ทางลัด

แชร์