Prom Legal Solution

Prom Legal Solution สำนักงานกฎหมายและที่ปรึกษาภาษีครบวงจร บริการด้านกฎหมายธุรกิจ ภาษี M&A ทรัพย์สินทางปัญญา และคดีความ พร้อมทีมทนายความและที่ปรึกษาภาษีที่เข้าใจธุรกิจของคุณ

25/09/2026

เพิ่งได้รับ Certificate of Appreciation จาก World Bank Group สำหรับการมีส่วนร่วมใน Business Ready (B-READY) 2026 ครับ

ขำดี สมัยเป็น Junior เคยช่วย Partner ตอบคำถามให้ World Bank

รอบนี้ได้มีชื่อเป็น Expert Contributor ของตัวเองแล้ว 😁

ลูกจ้างหรือรับจ้างอิสระ? เส้นแบ่งที่ตัดสินว่าคุณได้รับความคุ้มครองแรงงานหรือไม่ทำงานให้บริษัทเดิมมาหลายปี เข้างานเป็นเวล...
25/09/2026

ลูกจ้างหรือรับจ้างอิสระ? เส้นแบ่งที่ตัดสินว่าคุณได้รับความคุ้มครองแรงงานหรือไม่
ทำงานให้บริษัทเดิมมาหลายปี เข้างานเป็นเวลา มีหัวหน้าสั่งงาน แต่พอถึงวันที่ถูกให้ออก กลับถูกบอกว่า "คุณเป็นฟรีแลนซ์นะ ไม่ใช่พนักงาน เลยไม่มีค่าชดเชย" หลายคนถึงกับงง เพราะรู้สึกว่าตัวเองทำงานเหมือนลูกจ้างทุกอย่าง
คำถามนี้สำคัญมาก เพราะเส้นแบ่งระหว่าง "ลูกจ้าง" กับ "ผู้รับจ้างอิสระ" คือเส้นเดียวกับที่ตัดสินว่าคุณจะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายแรงงานหรือไม่ เปรียบง่าย ๆ ชื่อที่เขียนบนสัญญาเป็นแค่ "ป้ายหน้าร้าน" แต่สิ่งที่กฎหมายดูจริง ๆ คือ "ของที่ขายอยู่ข้างใน" วันนี้ Prom Legal Solution ขอพาไปดูเส้นแบ่งนี้ให้ชัดค่ะ

อ่านต่อได้ที่คอมเมนต์ด้านล่าง 👇
หมายเหตุ: ภาพประกอบบทความนี้สร้างขึ้นด้วย AI เพื่อใช้ประกอบเนื้อหาเท่านั้น (Illustrative image generated by AI)
#ลูกจ้าง #รับจ้างอิสระ #ฟรีแลนซ์ #สัญญาจ้าง #กฎหมายแรงงาน #สิทธิลูกจ้าง

25/09/2026

พรุ่งนี้บ่ายผมไปบรรยายออนไลน์ให้คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยาครับ มาร่วมฟังกันได้ครับ
หัวข้อที่คณะตั้งมาคือ การใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อสนับสนุนการค้นคว้าข้อมูลและการทำเอกสารกฎหมายอย่างมีจริยธรรม คนที่ลงทะเบียนส่วนใหญ่เป็นอาจารย์ นิสิตนิติศาสตร์ทั้งจากพะเยาและสถาบันอื่น และนักกฎหมายที่ทำงานอยู่แล้ว ทางคณะเปิดให้คนนอกเข้าร่วมได้ด้วยโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ผมเลยขอเอามาบอกต่อตรงนี้
งานนี้จัดเต็มวัน ช่วงเช้าเป็นคุณหัตถพงษ์ หิรัญรัตน์ จากศูนย์พัฒนากฎหมาย ETDA พูดเรื่องจริยธรรมการใช้ AI กับสถานะและทิศทางกฎหมาย AI ของไทย ช่วงบ่ายเป็นส่วนของผม ว่าด้วยการหยิบเครื่องมือมาใช้กับงานค้นคว้าและเอกสารกฎหมายจริง
คลาสนี้อาจไม่เหมาะกับคนที่ใช้ AI ทำงานกฎหมายทุกวันอยู่แล้ว เนื้อหาตั้งต้นจากศูนย์ตามที่ผู้ลงทะเบียนขอ
ขอบคุณคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยาที่ให้เกียรติเชิญมาครับ และขอบคุณทีมผู้ประสานงานที่ส่งข้อมูลผู้ลงทะเบียนมาให้ละเอียดจนออกแบบคลาสได้ตรงกับคนในห้อง
วันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2569 ภาคเช้าเริ่ม 9.00 น. ภาคบ่ายเริ่ม 13.00 น. ออนไลน์ผ่าน Zoom ไม่มีค่าใช้จ่าย
ผู้ที่เข้าร่วมครบทั้งภาคเช้าและภาคบ่ายจะได้รับเกียรติบัตรจากคณะ

ไปแจ้งความไว้ แต่ไม่ได้ระบุฐานความผิด แบบนี้ถือว่าร้องทุกข์แล้วหรือยังคนที่ถูกโกงแล้วไปแจ้งความ มักกังวลว่าตอนแจ้งไม่ได้...
24/09/2026

ไปแจ้งความไว้ แต่ไม่ได้ระบุฐานความผิด แบบนี้ถือว่าร้องทุกข์แล้วหรือยัง
คนที่ถูกโกงแล้วไปแจ้งความ มักกังวลว่าตอนแจ้งไม่ได้ระบุว่าอีกฝ่ายผิดฐานอะไร กลัวว่าจะไม่นับเป็นการร้องทุกข์ จนคดีขาดอายุความ วันนี้พามาดูคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 266/2569 ที่คลายข้อสงสัยนี้ และยังเข้ากับกระแสแชร์ออนไลน์ที่กำลังระบาด
คดีนี้จำเลยเป็นท้าวแชร์ เปิดเล่นแชร์ออนไลน์ผ่านกลุ่มเฟซบุ๊กแบบปิด มีสมาชิกราว 120 คน โจทก์เข้าร่วมเล่นถึง 40 วง ลงเงินรวมกว่า 1.5 ล้านบาท ต่อมาท้าวแชร์ประกาศล้มวง โดยที่โจทก์ยังไม่ได้รับเงินคืน และทวงถามแล้วก็ไม่ยอมชำระ
โจทก์จึงไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ โดยในรายงานประจำวันมีการเล่าเรื่องการเล่นแชร์ ความเสียหาย และระบุว่า "มอบคดีให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย" แต่ไม่ได้เขียนว่าจำเลยผิดฐานใด จึงมีปัญหาว่าการแจ้งความเช่นนี้เป็นคำร้องทุกข์ตามกฎหมายหรือไม่
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การร้องทุกข์นั้นกฎหมายไม่ได้กำหนดรูปแบบตายตัว เพียงแต่ต้องได้ความว่าเป็นการแสดงเจตนาแจ้งให้ดำเนินคดีอาญา เมื่อรายงานประจำวันแสดงว่าโจทก์ยืนยันว่าได้รับความเสียหาย มีการกล่าวถึงตัวผู้กระทำ ลักษณะพฤติการณ์ และจำนวนความเสียหาย พร้อมระบุให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดี ย่อมแสดงว่าโจทก์ประสงค์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยให้รับโทษ จึงเป็นคำร้องทุกข์ตามกฎหมายแล้ว
ที่สำคัญ ศาลชี้ว่า ผู้ร้องทุกข์ไม่จำเป็นต้องระบุฐานความผิดมาด้วย เพราะการกระทำจะเป็นความผิดฐานใดเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจจะวินิจฉัยเอง เมื่อโจทก์ร้องทุกข์ภายใน 3 เดือนนับแต่รู้เรื่องและรู้ตัวผู้กระทำผิด คดีจึงไม่ขาดอายุความ และโจทก์มีอำนาจฟ้อง
บทเรียนสำคัญจากเรื่องนี้ก็คือ การจะเป็นคำร้องทุกข์ ไม่ได้ดูที่ชื่อเอกสารหรือการเขียนระบุฐานความผิด แต่ดูที่เนื้อหาและเจตนาของผู้เสียหายว่าต้องการให้เจ้าพนักงานดำเนินคดีอาญาแก่ผู้กระทำผิดหรือไม่ ดังนั้นการที่ไม่ได้เขียนว่าเป็นความผิดฐานฉ้อโกงหรือฐานใดโดยเฉพาะ ไม่ได้ทำให้การร้องทุกข์เสียไป
แต่ก็ไม่ได้แปลว่าการลงบันทึกประจำวันทุกกรณีจะเป็นคำร้องทุกข์เสมอไป เพราะบางครั้งการลงบันทึกไว้เป็นเพียงการลงหลักฐานไว้เฉย ๆ โดยไม่ได้ประสงค์ให้ดำเนินคดี จึงต้องดูข้อความและเจตนาเป็นรายกรณี เพื่อความปลอดภัย ผู้เสียหายควรแจ้งให้ชัดว่าประสงค์จะ "ดำเนินคดี" ไม่ใช่แค่ "ลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน"
ทั้งนี้ คดีนี้ศาลฎีกายังไม่ได้ชี้ขาดว่าจำเลยผิดฐานฉ้อโกงหรือไม่ แต่ให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาประเด็นที่ยังไม่ได้วินิจฉัยต่อไป
ถูกโกงจากการเล่นแชร์ ถูกเบี้ยวหนี้ หรือไม่แน่ใจว่าการแจ้งความของตนเป็นคำร้องทุกข์ที่ถูกต้องและยังไม่ขาดอายุความหรือไม่ ปรึกษาทีมทนายของ Prom Legal Solution ได้เลยค่ะ
#คำร้องทุกข์ #แจ้งความ #แชร์ออนไลน์ #ท้าวแชร์ #อายุความ #ฉ้อโกง #ฎีกา266_2569 #ทนายความ

พระมรณภาพโดยไม่ได้ทำพินัยกรรม เงินที่ท่านมีตกเป็นของใคร ลูกหลานรับมรดกได้ไหมหลายคนเข้าใจว่า เมื่อคนในครอบครัวเสียชีวิต ท...
23/09/2026

พระมรณภาพโดยไม่ได้ทำพินัยกรรม เงินที่ท่านมีตกเป็นของใคร ลูกหลานรับมรดกได้ไหม
หลายคนเข้าใจว่า เมื่อคนในครอบครัวเสียชีวิต ทรัพย์สินย่อมตกทอดเป็นมรดกแก่ทายาทโดยธรรมเสมอ แต่กรณีที่ผู้เสียชีวิตเป็นพระภิกษุ กฎหมายกลับวางหลักไว้ต่างออกไป วันนี้พามาดูคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1807/2536
คดีนี้เจ้ามรดกเป็นพระภิกษุ ได้มรณภาพลงโดยไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ จึงมีปัญหาว่าเงินของท่านจะตกเป็นของใคร ระหว่างวัดที่ท่านจำพรรษาอยู่ กับบุตรที่อ้างว่าเป็นทายาทโดยธรรม
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เงินของเจ้ามรดกที่ได้มาในระหว่างที่อยู่ในสมณเพศ เมื่อท่านมรณภาพโดยไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ ย่อมตกเป็นสมบัติของวัดที่เป็นภูมิลำเนาของเจ้ามรดก ตามหลักกฎหมายที่ใช้บังคับกับทรัพย์สินของพระภิกษุ
ที่น่าสนใจคือ แม้ผู้ร้องจะเป็นบุตรนอกกฎหมายที่เจ้ามรดกได้รับรองแล้ว และมีฐานะเป็นทายาทโดยธรรมก็ตาม ศาลก็เห็นว่า เมื่อเงินก้อนนี้ตกเป็นของวัดตามกฎหมายแล้ว บุตรจึงไม่มีสิทธิในเงินจำนวนดังกล่าว
เมื่อไม่มีสิทธิในเงินก้อนนี้ ก็ถือว่าไม่ใช่ทายาทสำหรับเงินจำนวนนี้ และไม่ใช่ผู้มีส่วนได้เสียที่จะมาร้องขอให้ศาลตั้งตนเป็นผู้จัดการมรดกในส่วนของเงินดังกล่าวได้
บทเรียนสำคัญจากเรื่องนี้ก็คือ ทรัพย์สินที่พระภิกษุได้มาระหว่างอยู่ในสมณเพศ หากท่านมรณภาพโดยไม่ได้ทำพินัยกรรม ทรัพย์นั้นจะตกเป็นของวัดที่เป็นภูมิลำเนาของท่าน ไม่ตกทอดไปยังทายาทโดยธรรมเหมือนทรัพย์มรดกของบุคคลทั่วไป
ทางที่จะให้ทรัพย์ตกทอดแก่ญาติหรือบุคคลอื่นได้ คือพระภิกษุต้องทำพินัยกรรมไว้ให้ชัดเจนตั้งแต่ยังมีชีวิต หรือจำหน่ายจ่ายโอนทรัพย์นั้นเสียก่อนมรณภาพ มิฉะนั้นทรัพย์ที่ได้มาระหว่างเป็นพระย่อมตกเป็นของวัดตามกฎหมาย
มีข้อสงสัยเรื่องมรดกของพระภิกษุ การทำพินัยกรรม หรือสิทธิของทายาทและผู้มีส่วนได้เสียในการร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก ปรึกษาทีมทนายของ Prom Legal Solution ได้เลยค่ะ
#มรดกพระภิกษุ #ทรัพย์สินของพระ #มรดกตกเป็นของวัด #พินัยกรรม #ทายาทโดยธรรม #ผู้จัดการมรดก #ฎีกา1807_2536 #ทนายความ

รู้สึกว่าตัวเองเป็นฝ่ายเสียหาย เลยโพสต์ประจานอีกฝ่ายบนเฟซบุ๊ก แบบนี้ทำได้ไหมช่วงนี้มีดราม่าการโพสต์กล่าวหากันบนโซเชียลให...
22/09/2026

รู้สึกว่าตัวเองเป็นฝ่ายเสียหาย เลยโพสต์ประจานอีกฝ่ายบนเฟซบุ๊ก แบบนี้ทำได้ไหม
ช่วงนี้มีดราม่าการโพสต์กล่าวหากันบนโซเชียลให้เห็นบ่อย หลายคนเชื่อว่าถ้าตัวเองเป็นฝ่ายถูกกระทำ ก็ย่อมมีสิทธิโพสต์เล่าเรื่องหรือประจานอีกฝ่ายได้ วันนี้พามาดูคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7256/2567 ที่วางหลักเรื่องนี้ไว้ชัด
คดีนี้จำเลยโพสต์ข้อความพร้อมภาพถ่ายของโจทก์ลงในเฟซบุ๊ก ในลักษณะที่ทำให้คนที่รู้จักโจทก์เข้าใจว่าโจทก์เป็นคนโกง เป็นหนี้แล้วไม่ยอมชำระ และเป็นคนหลอกลวง
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อความและภาพที่ระบุชื่อโจทก์เช่นนี้ เป็นการใส่ความโจทก์ต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้โจทก์เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง จึงเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท
จำเลยต่อสู้ว่าเป็นการติชมด้วยความเป็นธรรม และเป็นเรื่องจริงที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน แต่ศาลไม่เห็นด้วย โดยชี้ว่า หากจำเลยเห็นว่าโจทก์ตั้งใจไม่ชำระหนี้ จำเลยก็ควรใช้สิทธิดำเนินคดีตามกฎหมายเพื่อบังคับให้ชำระหนี้ ไม่ใช่ใช้วิธีโพสต์ข้อความหมิ่นประมาทและรูปภาพของโจทก์บนเฟซบุ๊กที่บุคคลทั่วไปเข้าถึงได้ การกระทำจึงไม่เข้าข้อยกเว้นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329
ที่สำคัญ ศาลย้ำว่าการโพสต์บนเฟซบุ๊กซึ่งไม่ใช่กลุ่มปิด บุคคลทั่วไปจากทุกมุมโลกเข้าถึงได้ ย่อมสร้างความเสียหายแก่ผู้ถูกพาดพิงเป็นวงกว้างและรวดเร็ว จึงเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตามมาตรา 328 ซึ่งมีโทษหนักกว่าหมิ่นประมาทธรรมดา
สุดท้ายศาลฎีกาพิพากษาว่าจำเลยมีความผิด ลงโทษจำคุก 3 เดือน และปรับ 1,000 บาท โดยให้รอการลงโทษจำคุกไว้ 2 ปี พร้อมคุมประพฤติและให้ทำงานบริการสังคม เนื่องจากไม่เคยต้องโทษมาก่อน
บทเรียนสำคัญจากเรื่องนี้ก็คือ แม้เราจะรู้สึกว่าตนเป็นฝ่ายเสียหายจริง ๆ เช่น ถูกโกงหรือถูกเบี้ยวหนี้ ก็ไม่ได้แปลว่าจะมีสิทธิโพสต์ประจานอีกฝ่ายบนโซเชียลได้ เพราะการระบุชื่อหรือลงรูปพร้อมข้อความที่ทำให้เขาเสียชื่อเสียง อาจกลายเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาเสียเอง
ทางที่ถูกต้องคือ ใช้ช่องทางกฎหมาย เช่น ทวงถามอย่างเป็นทางการ ไกล่เกลี่ย หรือฟ้องร้องดำเนินคดี มากกว่าการนำเรื่องไปเผยแพร่ประจานในที่สาธารณะ ซึ่งนอกจากจะไม่ช่วยแก้ปัญหาแล้ว ยังอาจทำให้ตัวเองตกเป็นจำเลยอีกด้วย
มีปัญหาถูกโกง ถูกเบี้ยวหนี้ หรือกำลังจะโพสต์อะไรที่ไม่แน่ใจว่าเข้าข่ายหมิ่นประมาทหรือไม่ ปรึกษาทีมทนายของ Prom Legal Solution ได้เลยค่ะ
#หมิ่นประมาท #หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา #ประจานออนไลน์ #โพสต์เฟซบุ๊ก #มาตรา328 #มาตรา329 #ฎีกา7256_2567 #ทนายความ

21/09/2026
คนอื่นเอาชื่อเราไปค้ำ/เป็นหนี้ ทั้งที่ไม่รู้เรื่อง ต้องสู้อย่างไร?จู่ ๆ ก็มีหนังสือทวงหนี้ส่งมาที่บ้าน หรือได้หมายศาลว่า...
18/09/2026

คนอื่นเอาชื่อเราไปค้ำ/เป็นหนี้ ทั้งที่ไม่รู้เรื่อง ต้องสู้อย่างไร?
จู่ ๆ ก็มีหนังสือทวงหนี้ส่งมาที่บ้าน หรือได้หมายศาลว่าเราเป็น "ผู้ค้ำประกัน" เงินกู้ก้อนโต ทั้งที่ไม่เคยเซ็นเอกสารอะไรเลย ความรู้สึกตอนนั้นเหมือนถูกสวมรอย ตกใจ งง และไม่รู้จะเริ่มต้นสู้จากตรงไหน
ข่าวดีคือ กฎหมายไม่ได้ปล่อยให้คุณต้องรับผิดในสิ่งที่ไม่ได้ทำค่ะ เปรียบง่าย ๆ ลายมือชื่อปลอมก็เหมือนกุญแจดอกที่ไขบ้านคุณไม่ได้ ต่อให้ดูคล้ายแค่ไหน ก็ไม่ใช่ของจริงและไม่มีผลผูกพันคุณ วันนี้ Prom Legal Solution ขอพาไปดูว่าถ้าถูกปลอมลายมือชื่อไปค้ำหรือก่อหนี้ ต้องตั้งหลักและสู้อย่างไร
อ่านต่อได้ที่คอมเมนต์ด้านล่าง 👇
หมายเหตุ: ภาพประกอบบทความนี้สร้างขึ้นด้วย AI เพื่อใช้ประกอบเนื้อหาเท่านั้น (Illustrative image generated by AI)
#ปลอมลายมือชื่อ #ปลอมเอกสาร #ค้ำประกัน #ถูกสวมรอย #หนี้ไม่ได้ก่อ #กฎหมายธุรกิจ

รีวิวสินค้าตามจริงว่าไม่ดี ร้านขู่ฟ้องหมิ่นประมาท เราผิดจริงไหมยุคที่ทุกคนช้อปออนไลน์และรีวิวกันเป็นเรื่องปกติ หลายคนที่...
17/09/2026

รีวิวสินค้าตามจริงว่าไม่ดี ร้านขู่ฟ้องหมิ่นประมาท เราผิดจริงไหม
ยุคที่ทุกคนช้อปออนไลน์และรีวิวกันเป็นเรื่องปกติ หลายคนที่เขียนรีวิวตามประสบการณ์จริงกลับถูกร้านค้าขู่ฟ้องหมิ่นประมาทจนไม่กล้าพูดความจริง วันนี้พามาดูหลักกฎหมายเรื่องนี้ ซึ่งศาลได้วางแนวไว้ชัดเจนตามประมวลกฎหมายอาญา
ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่า หมิ่นประมาทตามมาตรา 326 คือการใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง แต่กฎหมายก็มีข้อยกเว้นสำคัญที่คุ้มครองคนที่แสดงความเห็นโดยสุจริต
มาตรา 329 กำหนดว่า ผู้ที่แสดงความคิดเห็นหรือข้อความโดยสุจริต เพื่อความชอบธรรม ป้องกันตน หรือป้องกันส่วนได้เสียของตนตามคลองธรรม หรือเป็นการติชมด้วยความเป็นธรรมในเรื่องที่ประชาชนสนใจ ย่อมไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท
ดังนั้น การที่ผู้บริโภคเล่าประสบการณ์การซื้อของตามจริง เช่น บอกว่าสินค้าไม่ตรงปก กล่องบุบ ห่อกันกระแทกไม่ดี บริการช้า หรือให้ดาวน้อยตามที่ได้รับจริง หากทำโดยสุจริตและติชมด้วยความเป็นธรรม ย่อมได้รับความคุ้มครอง ไม่เข้าองค์ประกอบความผิดฐานหมิ่นประมาท เพราะเป็นการให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่ผู้บริโภคคนอื่น
นอกจากนี้ มาตรา 330 ยังเปิดช่องว่า แม้ข้อความจะเข้าข่ายหมิ่นประมาท แต่ถ้าผู้ถูกกล่าวหาพิสูจน์ได้ว่าข้อความนั้นเป็นความจริง ก็ไม่ต้องรับโทษ เว้นแต่จะเป็นเรื่องส่วนตัวที่การพิสูจน์ไม่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน
แต่ก็ต้องระวังเส้นแบ่ง เพราะการรีวิวที่ได้รับความคุ้มครองต้องเป็นการติชมตามข้อเท็จจริงโดยสุจริต ไม่ใช่การกล่าวเกินเลยความจริง ใส่ร้ายด้วยข้อมูลเท็จ ใช้ถ้อยคำหยาบคายด่าทอ หรือมีเจตนากลั่นแกล้งให้ร้านเสียหายเกินกว่าความเป็นจริง หากข้ามเส้นนี้ก็อาจกลายเป็นความผิดได้
บทเรียนจากเรื่องนี้ก็คือ ผู้บริโภคมีสิทธิรีวิวและติชมสินค้าหรือบริการตามความจริงได้ การถูกร้านค้าขู่ฟ้องไม่ได้แปลว่าเราผิดเสมอไป ตราบใดที่เป็นการเล่าประสบการณ์จริงด้วยความสุจริตและเป็นธรรม ในทางกลับกัน ผู้เขียนรีวิวก็ควรยึดข้อเท็จจริง หลีกเลี่ยงการใส่ความเท็จหรือใช้คำด่าทอ เพื่อไม่ให้ตัวเองต้องกลายเป็นฝ่ายผิด
ถูกขู่ฟ้องหรือถูกฟ้องหมิ่นประมาทจากการรีวิว หรือเป็นร้านค้าที่ถูกรีวิวด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จ ปรึกษาทีมทนายของ Prom Legal Solution ได้เลยค่ะ
#รีวิวสินค้า #หมิ่นประมาท #ติชมโดยสุจริต #มาตรา329 #มาตรา330 #สิทธิผู้บริโภค #ช้อปออนไลน์ #ทนายความ

ไทยยกเลิก "ฟรีวีซ่า 60 วัน" ผู้ประกอบการและชาวต่างชาติต้องรู้อะไรบ้าง?ข่าวนี้กระทบคนจำนวนมาก ทั้งนักท่องเที่ยว นักธุรกิจ...
17/09/2026

ไทยยกเลิก "ฟรีวีซ่า 60 วัน" ผู้ประกอบการและชาวต่างชาติต้องรู้อะไรบ้าง?
ข่าวนี้กระทบคนจำนวนมาก ทั้งนักท่องเที่ยว นักธุรกิจ และผู้ประกอบการที่มีคู่ค้าหรือพนักงานต่างชาติ เพราะสิทธิเข้าประเทศไทยแบบ "ฟรีวีซ่า 60 วัน" ที่เคยใช้กันสบาย ๆ กำลังจะเปลี่ยนไป
เปรียบง่าย ๆ เหมือน "พรมต้อนรับ" หน้าประตูประเทศที่เคยปูยาวถึง 60 วัน กำลังถูกหดให้สั้นลง หลายประเทศยังเข้าได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า แต่เวลาพำนักจะน้อยลง วันนี้ Prom Legal Solution ขอสรุปการเปลี่ยนแปลงและสิ่งที่ควรระวังให้ฟังค่ะ
อ่านต่อได้ที่คอมเมนต์ด้านล่าง 👇
หมายเหตุ: ภาพประกอบบทความนี้สร้างขึ้นด้วย AI เพื่อใช้ประกอบเนื้อหาเท่านั้น (Illustrative image generated by AI)
#ฟรีวีซ่า #วีซ่าไทย #ชาวต่างชาติ #กฎหมายคนเข้าเมือง #ที่ปรึกษากฎหมายธุรกิจ

ที่อยู่

554/134 (27A01), 27th Floor, SKYY9 Centre, 554 Asok-Din Daeng Road, Din Daeng, Din Daeng
Bangkok
10400

เวลาทำการ

จันทร์ 10:00 - 18:00
อังคาร 10:00 - 18:00
พุธ 10:00 - 18:00
พฤหัสบดี 10:00 - 18:00
ศุกร์ 10:00 - 18:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Prom Legal Solutionผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์