รับว่าความทั่วราชอาณาจักร - Kitja Law Office

รับว่าความทั่วราชอาณาจักร - Kitja Law Office ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก รับว่าความทั่วราชอาณาจักร - Kitja Law Office, สำนักงานกฎหมายและทนายความ, Bangkok.

Kitja Law Office Tel : 09-4257-4789 ไลน์ไอดี : 0942574789 ยินดีให้คำปรึกษาคดีความ ไกล่เกลีย ฟ้องคดี สู้คดี รับงานอุทธรณ์ ฎีกา คดีแพ่ง คดีอาญา คดีปกครอง คดีแรงงาน อรรถคดี ว่าความทั่วราชอาณาจักร
--
นบ.ธรรมศาสตร์ ป.ตรี, นม.รามคำแหง ป.โท, เนติบัณฑิตไทย เคยศึกษาที่ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ปริญญาตรี)

เคยศึกษาที่ นิติศาสตรมหาบัณฑิต ม.รามคำแหง (ปริญญาโท)

เคยศึกษาที่ เนติบัณฑิตยสภา - Thai Ba

r Association under the Royal Patronage (จบ เนติบัณฑิตไทย)

ใบอนุญาตว่าความ ประสบการณ์ในการทำคดี (มากกว่า 10 ปี)

ทนายรับว่าความทั่วราชอาณาจักร เขียนคำฟ้อง เขียนคำให้การ รับเขียนอุทธรณ์ รับเขียนฎีกา ยินดีให้คำปรึกษาคดีความ...
ทนายรับว่าความกระบี่
ทนายรับว่าความกรุงเทพ
ทนายรับว่าความกาญจนบุรี
ทนายรับว่าความกาฬสินธุ์
ทนายรับว่าความกำแพงเพชร
ทนายรับว่าความขอนแก่น
ทนายรับว่าความจันทบุรี
ทนายรับว่าความฉะเชิงเทรา
ทนายรับว่าความชลบุรี
ทนายรับว่าความชัยนาท
ทนายรับว่าความชัยภูมิ
ทนายรับว่าความชุมพร
ทนายรับว่าความเชียงราย
ทนายรับว่าความเชียงใหม่
ทนายรับว่าความตรัง
ทนายรับว่าความตราด
ทนายรับว่าความตาก
ทนายรับว่าความนครนายก
ทนายรับว่าความนครปฐม
ทนายรับว่าความนครพนม
ทนายรับว่าความนครราชสีมา
ทนายรับว่าความนครศรีธรรมราช
ทนายรับว่าความนครสวรรค์
ทนายรับว่าความนนทบุรี
ทนายรับว่าความนราธิวาส
ทนายรับว่าความน่าน
ทนายรับว่าความบึงกาฬ
ทนายรับว่าความบุรีรัมย์
ทนายรับว่าความปทุมธานี
ทนายรับว่าความประจวบคีรีขันธ์
ทนายรับว่าความปราจีนบุรี
ทนายรับว่าความปัตตานี
ทนายรับว่าความพะเยา
ทนายรับว่าความพังงา
ทนายรับว่าความพัทลุง
ทนายรับว่าความพิจิตร
ทนายรับว่าความพิษณุโลก
ทนายรับว่าความเพชรบุรี
ทนายรับว่าความเพชรบูรณ์
ทนายรับว่าความแพร่
ทนายรับว่าความภูเก็ต
ทนายรับว่าความมหาสารคาม
ทนายรับว่าความมุกดาหาร
ทนายรับว่าความแม่ฮ่องสอน
ทนายรับว่าความไม่ระบุ
ทนายรับว่าความยโสธร
ทนายรับว่าความยะลา
ทนายรับว่าความร้อยเอ็ด
ทนายรับว่าความระนอง
ทนายรับว่าความระยอง
ทนายรับว่าความราชบุรี
ทนายรับว่าความลพบุรี
ทนายรับว่าความลำปาง
ทนายรับว่าความลำพูน
ทนายรับว่าความเลย
ทนายรับว่าความศรีสะเกษ
ทนายรับว่าความสกลนคร
ทนายรับว่าความสงขลา
ทนายรับว่าความสตูล
ทนายรับว่าความสมุทรปราการ
ทนายรับว่าความสมุทรสงคราม
ทนายรับว่าความสมุทรสาคร
ทนายรับว่าความสระแก้ว
ทนายรับว่าความสระบุรี
ทนายรับว่าความสิงห์บุรี
ทนายรับว่าความสุโขทัย
ทนายรับว่าความสุพรรณบุรี
ทนายรับว่าความสุราษฎร์ธานี
ทนายรับว่าความสุรินทร์
ทนายรับว่าความหนองคาย
ทนายรับว่าความหนองบัวลำภู
ทนายรับว่าความอยุธยา
ทนายรับว่าความอ่างทอง
ทนายรับว่าความอำนาจเจริญ
ทนายรับว่าความอุดรธานี
ทนายรับว่าความอุตรดิตถ์
ทนายรับว่าความอุทัยธานี
ทนายรับว่าความอุบลราชธานี

⚖️ตัวอย่างคำร้องเรียกค่าสินไหมทดแทน ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 (คดีหมิ่นประมาท)⚖️ ผู้เสียหายยื่นคำร้องเรียกค่าเสียหายตามประม...
19/08/2026

⚖️ตัวอย่างคำร้องเรียกค่าสินไหมทดแทน ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 (คดีหมิ่นประมาท)

⚖️ ผู้เสียหายยื่นคำร้องเรียกค่าเสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิ.อ.) มาตรา 44/1 แม้จะเรียกเงินเกิน 300,000 บาท ไม่ถือว่าเกินอำนาจศาลแขวง ศาลแขวงมีอำนาจพิจารณาคำร้องดังกล่าวได้ตามกฎหมาย
***********************
คำพิพากษาฎีกาที่ 8192/2560 🔥🔥
แม้พระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 25 (4) วรรคหนึ่ง กำหนดว่า ผู้พิพากษาคนเดียวมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีแพ่ง ซึ่งราคาทรัพย์สินที่พิพาทหรือจำนวนเงินที่ฟ้องไม่เกินสามแสนบาทก็ตาม แต่ ป.วิ.อ. มาตรา 40 บัญญัติว่า "การฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาจะฟ้องต่อศาลซึ่งพิจารณาคดีอาญาหรือต่อศาลที่มีอำนาจชำระคดีแพ่งก็ได้ การพิจารณาคดีแพ่งต้องเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง" การที่บทกฎหมายดังกล่าวบัญญัติเกี่ยวกับเรื่องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาโดยกำหนดให้รัฐ (พนักงานอัยการ) และผู้เสียหายสามารถฟ้องคดีส่วนแพ่งรวมไปกับคดีอาญาและให้ศาลที่พิจารณาคดีอาญาพิจารณาพิพากษาคดีแพ่งไปในคราวเดียวกัน โดยไม่ต้องไปฟ้องร้องกันใหม่ ก็เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมให้ได้รับการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนโดยสะดวกและรวดเร็ว ดังนั้น ถึงแม้ว่าในบางกรณีเขตอำนาจปกติของศาลที่พิจารณาคดีอาญาไม่อาจพิจารณาพิพากษาคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญานั้นได้ก็ตาม ต้องถือว่าเป็นกรณีที่กฎหมายประสงค์จะยกเว้นให้ทำได้ ดังเช่นพนักงานอัยการร้องขอให้เรียกทรัพย์สินหรือราคาแทนผู้เสียหายตาม ป.วิ.อ. มาตรา 43 หรือผู้เสียหายยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 กรณีจึงไม่จำต้องคำนึงว่าศาลที่พิจารณาคดีอาญาจะเป็นศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีแพ่งตาม ป.วิ.พ. มาตรา 2 (1) และพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 17 ประกอบมาตรา 25 (4) วรรคหนึ่งหรือไม่ และผู้เสียหายที่ยื่นฟ้องจะขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นจำนวนเงินมากน้อยเพียงใด ดังนี้ แม้โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนซึ่งจำนวนเงินที่ขอเกินอำนาจพิจารณาพิพากษาของผู้พิพากษาคนเดียวในศาลชั้นต้น ผู้พิพากษาคนเดียวในศาลชั้นต้นก็มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีในส่วนแพ่งได้
*****
ดาวโหลดคำร้องเรียกค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 ตามลิงค์ ฟรี
https://drive.google.com/drive/folders/122xqySrOiBHxhoRd-lmD6xHH5UsVau0b?usp=sharing

ดาวน์โหลดตัวอย่างคำฟ้องแพ่ง คดีเรื่องเลิกห้างหุ้นส่วนสามัญ ชำระบัญชี และเรียกเงินคืนตัวอย่าง หนังสือบอกกล่าวงเลิกหุ้นส่ว...
18/08/2026

ดาวน์โหลดตัวอย่างคำฟ้องแพ่ง คดีเรื่องเลิกห้างหุ้นส่วนสามัญ ชำระบัญชี และเรียกเงินคืน
ตัวอย่าง หนังสือบอกกล่าวงเลิกหุ้นส่วนสามัญ ชำระบัญชี และเรียกเงินคืน แบ่งกำไร
*******
ดาวน์โหลดคำฟ้องเลิกหุ้นส่วนสามัญ ชำระบัญชี และเรียกเงินคืน ตามลิงค์ฟรี
https://drive.google.com/drive/folders/1joi_VUhCXlnXI4uYLjQMNfuspAYbpohd?usp=sharing

💰 กรณีไม่เป็นสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนแต่เป็นสัญญาต่างตอบแทนอย่างหนึ่ง ข้อตกลงทำกิจการร่วมกันแม้ไม่ต้องด้วยหลักเกณฑ์ ตามม...
17/08/2026

💰 กรณีไม่เป็นสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนแต่เป็นสัญญาต่างตอบแทนอย่างหนึ่ง ข้อตกลงทำกิจการร่วมกันแม้ไม่ต้องด้วยหลักเกณฑ์ ตามมาตรา 1012 ไม่ใช่สัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนสามัญ #ก็บังคับกันได้ในฐานะที่เป็นสัญญาต่างตอบแทนอย่างหนึ่ง (ฎีกาที่ 15821/2557)

🌀ดาวโหลดคำร้อง บิดาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย (ไม่ได้จดทะเบียนสมรส) ขอยื่นคำร้องต่อศาลรับรองบุตร ฟรี🔥🔥🔥https://drive.google.com...
16/08/2026

🌀ดาวโหลดคำร้อง บิดาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย (ไม่ได้จดทะเบียนสมรส) ขอยื่นคำร้องต่อศาลรับรองบุตร ฟรี🔥🔥🔥
https://drive.google.com/drive/folders/106VcyV2mIqyPr0EvGYOTheUStadR1HFr?usp=sharing
-----------แนวทาง ขั้นตอน วิธีการ ตามกฎหมาย-----------
โดยบิดาจะต้องยื่นคำร้องต่อ ศาลเยาวชนและครอบครัว.... ที่บุตรมีภูมิลำเนาอยู่ มีรายละเอียดเอกสารและขั้นตอนดังนี้
๑. เอกสารที่ต้องใช้ยื่นต่อศาล (เตรียมต้นฉบับพร้อมสำเนา ๒ ชุด)
- สูติบัตร (ใบเกิด) ของบุตร
- บัตรประจำตัวประชาชน ของบิดา และมารดา (ถ้ามี)
- ทะเบียนบ้าน ของบิดา, มารดา และบุตร
- หลักฐานแสดงความสัมพันธ์และการอุปการะเลี้ยงดู (ถ้ามี) เช่น รูปถ่ายครอบครัว, สลิปโอนเงินค่านม ค่าเทอม ค่ายา หรือประกันชีวิตที่ระบุชื่อลูก
- ใบมรณบัตรของมารดา (กรณีมารดาเสียชีวิต)
- หลักฐานการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล ของบิดา มารดา หรือบุตร (ถ้ามี)

๒. ขั้นตอนการดำเนินงานในชั้นศาล
- ยื่นคำร้องต่อศาล : บิดาสามารถให้ทนายความจัดทำคำร้องยื่นต่อ ศาลเยาวชนและครอบครัว หรือเข้าไปติดต่อที่ส่วนบริการประชาชนของศาลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยแนะนำการเขียนคำร้องได้
- รายงานตัวต่อสถานพินิจฯ : หลังจากศาลรับคำร้องแล้ว ภายใน ๑๕ วัน บิดาต้องนำมารดาและบุตรไปให้ถ้อยคำต่อ สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพฤติกรรม ข้อเท็จจริง และทำรายงานความเห็นเสนอต่อศาล
- การไต่สวนคำร้อง : ในวันนัดไต่สวน บิดา มารดา และบุตร ต้องเดินทางมาศาลพร้อมกันเพื่อเบิกความต่อหน้าศาล
- ขอหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด: เมื่อศาลมีคำสั่งอนุญาตแล้ว ต้องรอให้พ้นกำหนด ๑ เดือน จึงจะสามารถขอคัดถ่าย "คำสั่งศาล" และ "หนังสือรับรองคดีถึงที่สุด" จากศาลได้
- จดทะเบียนที่อำเภอ/เขต: บิดานำคำสั่งศาลและหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด ไปยื่นต่อนายทะเบียน ณ สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอ เพื่อออกใบทะเบียนรับรองบุตร (คร.๑๑) เป็นอันเสร็จสมบูรณ์

๓. ระยะเวลาและค่าใช้จ่ายโดยประมาณ
- ระยะเวลาดำเนินการ: ประมาณ ๒ - ๔ เดือน (กรณีไม่มีผู้คัดค้าน)
- ค่าธรรมเนียมศาลเบื้องต้น: ค่าขึ้นศาล ๒๐๐ บาท และค่าประกาศโฆษณาทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือหนังสือพิมพ์ประมาณ ๕๐๐ บาท (ไม่รวมค่าจ้างทนายความ)

******************
๑. คำถามสำหรับ "บิดา" (ผู้ร้อง)
คำถามส่วนนี้จะเน้นเรื่องประวัติความสัมพันธ์ การดูแลส่งเสียเลี้ยงดู และเหตุผลที่ต้องมาพึ่งบารมีศาล
• ข้อมูลส่วนตัวและความสัมพันธ์:
o ท่านชื่ออะไร มีความสัมพันธ์อย่างไรกับเด็กชาย/เด็กหญิง (ชื่อบุตร) ?
o ท่านและมารดาของเด็กได้อยู่กินฉันสามีภริยากันตั้งแต่เมื่อใด ได้จดทะเบียนสมรสกันหรือไม่ ?
o ในระหว่างอยู่กินด้วยกัน ได้มีบุตรด้วยกันกี่คน คือใคร เกิดเมื่อวันที่เท่าใด ? (ยื่นสูติบัตรแสดงต่อศาล)
• พฤติการณ์และการรับรู้ของสังคม:
o หลังเด็กเกิดมา ท่านได้แจ้งเกิดโดยระบุชื่อท่านเป็นบิดาในสูติบัตรหรือไม่ ?
o ท่านได้พักอาศัยอยู่ร่วมบ้านเดียวกับมารดาและบุตรหรือไม่ หรือแยกกันอยู่เพราะเหตุใด ?
o บุคคลทั่วไป เพื่อนบ้าน หรือญาติพี่น้อง รับรู้หรือไม่ว่าท่านเป็นบิดาของเด็กคนนี้ ?
• การอุปการะเลี้ยงดู:
o ที่ผ่านมาท่านได้ให้การอุปการะเลี้ยงดู ส่งเสียค่าใช้จ่าย ค่านม ค่ารักษาพยาบาล หรือค่าเทอมของบุตรอย่างไร ? (ยื่นหลักฐาน เช่น สลิปโอนเงิน หรือรูปถ่ายครอบครัว)
• เหตุผลที่ต้องมาศาล:
o เหตุใดท่านจึงไม่ไปจดทะเบียนรับรองบุตรที่สำนักงานเขตหรืออำเภอตั้งแต่แรก ? (คำตอบปกติคือ: เพราะบุตรยังเป็นผู้เยาว์ ไร้เดียงสา อายุยังน้อยเกินกว่าจะให้ความยินยอมต่อนายทะเบียนได้ตามกฎหมาย)
o การมาขอจดทะเบียนรับรองบุตรในวันนี้ เป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของเด็กในเรื่องสิทธิ หน้าที่ และการศึกษาใช่หรือไม่ ?
o ท่านเคยต้องคำพิพากษาให้จำคุก หรือมีพฤติกรรมเสื่อมเสียที่จะกระทบต่อการเป็นบิดาหรือไม่ ?
________________________________________
๒. คำถามสำหรับ "มารดา" (กรณีมาให้ความยินยอม)
ศาลจะถามเพื่อยืนยันว่าผู้ร้องคือพ่อของลูกจริง ๆ และไม่ได้มีการคัดค้านใด ๆ
• ท่านชื่ออะไร มีความสัมพันธ์อย่างไรกับเด็กคนนี้ ?
• ท่านเคยจดทะเบียนสมรสกับผู้ร้อง หรือเคยจดทะเบียนสมรสกับชายอื่นในระหว่างตั้งครรภ์เด็กคนนี้หรือไม่ ?
• ผู้ร้องในคดีนี้ เป็นบิดาผู้ให้กำเนิดที่แท้จริงของเด็กใช่หรือไม่ ?
• ที่ผ่านมาผู้ร้องได้ทำหน้าที่บิดา อุปการะเลี้ยงดู และส่งเสียเงินทองให้แก่ท่านและบุตรมาโดยตลอดใช่หรือไม่ ?
• ท่านยินยอมและเห็นชอบให้ผู้ร้องจดทะเบียนรับรองเด็กคนนี้เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ?
• การที่ท่านมาให้ความยินยอมในวันนี้ เกิดจากการบังคับ ขู่เข็ญ หรือมีผลประโยชน์แอบแฝงใด ๆ หรือไม่ ?
________________________________________
๓. คำถามสำหรับ "เด็ก/ผู้เยาว์" (กรณีเด็กโตพอที่จะพูดรู้เรื่อง เช่น ๗-๑๐ ขวบขึ้นไป)
ศาลมักจะถามอย่างเป็นกันเอง ไม่เป็นทางการ เพื่อไม่ให้เด็กเกร็ง และดูความผูกพัน
• หนูชื่ออะไร ตอนนี้เรียนอยู่ชั้นไหน โรงเรียนอะไร ?
• หนูรู้จักคุณลุง/คุณน้าคนนี้ไหม (ชี้ไปที่บิดา) และหนูเรียกเขาว่าอะไร ?
• ปกติคุณพ่อมารับส่งที่โรงเรียนไหม อยู่บ้านด้วยกันไหม คุณพ่อเคยซื้อของเล่นหรือพาไปเที่ยวที่ไหนบ้าง ?
• หนูอยากให้คุณพ่อคนนี้เป็นพ่อที่ถูกต้องตามกฎหมายของหนูไหม ?
________________________________________
💡 เกร็ดแนะนำเพิ่มเติมในวันไต่สวน
1. การตอบคำถาม: ให้ตอบตามความเป็นจริงอย่างเป็นธรรมชาติ สั้น กระชับ และตรงประเด็น (ตอบว่า "ใช่ครับ", "จริงครับ", "ถูกต้องครับ")
2. รายงานสถานพินิจฯ: ศาลจะใช้รายงานตรวจสอบความประพฤติจากสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนประกอบด้วย หากรายงานเขียนออกมาดี คำถามในศาลจะสั้นลงมากและผ่านได้ง่ายขึ้นครับ

⚖️ การอุทธรณ์คดีอาญาในปัญหาข้อเท็จจริง (ฎีกาที่ 3231/2536)
16/08/2026

⚖️ การอุทธรณ์คดีอาญาในปัญหาข้อเท็จจริง (ฎีกาที่ 3231/2536)

🗣️ตัวอย่างคำฟ้องหย่า ค่าเลี้ยงดูบุตร ฟรี 💲💲************************ปพพ มาตรา ๑๕๑๖๕  #เหตุฟ้องหย่า มีดังต่อไปนี้         ...
13/08/2026

🗣️ตัวอย่างคำฟ้องหย่า ค่าเลี้ยงดูบุตร ฟรี 💲💲
************************
ปพพ มาตรา ๑๕๑๖๕ #เหตุฟ้องหย่า มีดังต่อไปนี้
(๑) คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องผู้อื่นฉันคู่สมรส เป็นชู้หรือมีชู้ ร่วมประเวณีกับผู้อื่นเป็นอาจิณ หรือกระทำกับผู้อื่นหรือยอมรับการกระทำของผู้อื่นเพื่อสนองความใคร่ของตนหรือผู้อื่นเป็นอาจิณ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
(๒) คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งประพฤติชั่ว ไม่ว่าความประพฤติชั่วนั้นจะเป็นความผิดอาญาหรือไม่ ถ้าเป็นเหตุให้อีกฝ่ายหนึ่ง
(ก) ได้รับความอับอายขายหน้าอย่างร้ายแรง
(ข) ได้รับความดูถูกเกลียดชังเพราะเหตุที่คงเป็นคู่สมรสของฝ่ายที่ประพฤติชั่วอยู่ต่อไป หรือ
(ค) ได้รับความเสียหายหรือเดือดร้อนเกินควร ในเมื่อเอาสภาพ ฐานะและความเป็นอยู่ร่วมกันฉันคู่สมรสมาคำนึงประกอบ
อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
(๓) คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำร้าย หรือทรมานร่างกายหรือจิตใจ หรือหมิ่นประมาทหรือเหยียดหยามอีกฝ่ายหนึ่งหรือบุพการีของอีกฝ่ายหนึ่ง ทั้งนี้ ถ้าเป็นการร้ายแรง อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
(๔) คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจงใจละทิ้งร้างอีกฝ่ายหนึ่งไปเกินหนึ่งปี อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
(๔/๑) คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก และได้ถูกจำคุกเกินหนึ่งปีในความผิดที่อีกฝ่ายหนึ่งมิได้มีส่วนก่อให้เกิดการกระทำความผิดหรือยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดนั้นด้วย และการเป็นคู่สมรสกันต่อไปจะเป็นเหตุให้อีกฝ่ายหนึ่งได้รับความเสียหายหรือเดือดร้อนเกินควร อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
(๔/๒) คู่สมรสสมัครใจแยกกันอยู่เพราะเหตุที่ไม่อาจอยู่ร่วมกันฉันคู่สมรสได้โดยปกติสุขตลอดมาเกินสามปี หรือแยกกันอยู่ตามคำสั่งของศาลเป็นเวลาเกินสามปี ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
(๕) คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถูกศาลสั่งให้เป็นคนสาบสูญ หรือไปจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่เป็นเวลาเกินสามปีโดยไม่มีใครทราบแน่ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
(๖) คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ให้ความช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูอีกฝ่ายหนึ่งตามสมควร หรือทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการที่เป็นคู่สมรสอย่างร้ายแรง ทั้งนี้ ถ้าการกระทำนั้นถึงขนาดที่อีกฝ่ายหนึ่งเดือดร้อนเกินควรในเมื่อเอาสภาพ ฐานะและความเป็นอยู่ร่วมกันฉันคู่สมรสมาคำนึงประกอบ อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
(๗) คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งวิกลจริตตลอดมาเกินสามปี และความวิกลจริตนั้นมีลักษณะยากจะหายได้ กับทั้งความวิกลจริตถึงขนาดที่จะทนอยู่ร่วมกันฉันคู่สมรสต่อไปไม่ได้ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
(๘) คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดทัณฑ์บนที่ทำให้ไว้เป็นหนังสือในเรื่องความประพฤติ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
(๙) คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นโรคติดต่ออย่างร้ายแรงอันอาจเป็นภัยแก่อีกฝ่ายหนึ่งและโรคมีลักษณะเรื้อรังไม่มีทางที่จะหายได้ อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
(๑๐) คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีสภาพแห่งกายทำให้ไม่อาจร่วมประเวณี หรือไม่อาจกระทำการหรือยอมรับการกระทำเพื่อสนองความใคร่ของอีกฝ่ายได้ตลอดกาล อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้

************************
ดาวน์โหลดคำฟ้องหย่า ค่าเลี้ยงดูบุตรฟรี ตามลิงค์

https://drive.google.com/drive/folders/1o29w8q19SiWo8iaSfQBwC-_RXhXadMc1?usp=sharing

ที่อยู่

Bangkok
10400

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ รับว่าความทั่วราชอาณาจักร - Kitja Law Officeผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์