08/27/2026
ด่วน: สหรัฐฯ สั่งเลื่อนสัมภาษณ์ "วีซ่าถาวร" (Immigrant Visa) ทั่วโลกเป็นการชั่วคราว
ช่วงวันที่ 24–26 สิงหาคม 2026 ผู้สมัครวีซ่าถาวรที่สถานทูต/สถานกงสุลสหรัฐฯ หลายแห่งทั่วโลก ได้รับอีเมลแจ้งยกเลิกหรือเลื่อนนัดสัมภาษณ์ โดยยังไม่ได้รับวันนัดใหม่
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ยืนยันกับสำนักข่าวหลายแห่ง (Reuters, Financial Times, The Washington Post, Fox News, The Hill) ว่าได้เริ่มโครงการอบรมเจ้าหน้าที่กงสุลทั่วโลกตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม และจะปรับตารางนัดหมายบริการวีซ่าเพื่อรองรับการอบรม หัวข้ออบรมคือการประเมิน "public charge" (การมีแนวโน้มจะเป็นภาระสาธารณะ) ตามมาตรา 212(a)(4) ของกฎหมายคนเข้าเมืองสหรัฐฯ
***
สิ่งที่ยืนยันได้แล้ว
• กระทบ วีซ่าถาวรที่ดำเนินการผ่านสถานกงสุลนอกสหรัฐฯ ทั้งประเภทครอบครัวและประเภททำงาน
• ใช้กับ ทุกสัญชาติ ไม่ใช่เฉพาะบางประเทศ — รวมถึงผู้สมัครชาวไทยที่กรุงเทพฯ และเชียงใหม่
• ไม่กระทบการยื่นปรับสถานะ (Adjustment of Status / I-485) ที่ USCIS พิจารณาภายในสหรัฐฯ
• ขั้นตอนอื่นของกระบวนการวีซ่าถาวรยังเดินอยู่ เช่น การพิจารณาคำร้อง I-130/I-140 ที่ USCIS และการรวบรวมเอกสารที่ NVC
สิ่งที่ยัง "ไม่ยืนยัน" — อย่าเพิ่งเชื่อข่าวลือ
• วีซ่าชั่วคราว (B-1/B-2, F-1, J-1, H-1B, O-1) — บางสำนักข่าวพาดหัวว่า "ยกเลิกวีซ่าทุกประเภททั่วโลก" แต่รายงานที่น่าเชื่อถือที่สุดยังชี้ว่าผลกระทบที่ยืนยันได้อยู่ที่ วีซ่าถาวรเป็นหลัก ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่ามีการยกเลิกนัดวีซ่าชั่วคราวทั่วโลก
• วีซ่าคู่หมั้น K-1 — ในทางเทคนิคเป็นวีซ่าชั่วคราว แต่ดำเนินการโดยแผนกวีซ่าถาวร (ที่กรุงเทพฯ อยู่ใต้ "Bangkok IV and K Visas") มีรายงานจากทนายความบางรายว่ามีการยกเลิกนัด K-1 ด้วย แต่กระทรวงฯ ยังไม่ออกแนวทางชัดเจน ผู้ที่มีนัด K-1 ควรตรวจสอบกับสถานทูตโดยตรง
• วันกลับมาเปิดนัดตามปกติ — ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ มีเพียงแหล่งข่าวที่ไม่เป็นทางการระบุว่าอาจเป็นช่วงต้นเดือนกันยายน ให้ถือเป็นข้อมูลที่ยังไม่ยืนยัน
***
ทำไมถึงเกิดขึ้นตอนนี้
เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2026 ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลาง Jeannette Vargas (ศาลแขวงภาคใต้ของนิวยอร์ก) มีคำพิพากษาในคดี CLINIC v. Rubio เพิกถอนนโยบายระงับการออกวีซ่าถาวรแก่คนชาติ 75 ประเทศ (นโยบายที่เริ่มใช้เมื่อมกราคม 2026) โดยวินิจฉัยว่าเกินขอบเขตอำนาจของรัฐมนตรีต่างประเทศ และขัดกฎหมายที่ห้ามเลือกปฏิบัติเรื่องสัญชาติในการออกวีซ่าถาวร
ศาลไม่ได้ยกเลิกหลัก public charge... หลักนี้ยังใช้ได้ เพียงแต่ต้องพิจารณา เป็นรายบุคคล ไม่ใช่เหมารวมตามสัญชาติ
คำสั่งเลื่อนสัมภาษณ์ทั่วโลกครั้งนี้ตามมาเพียงไม่กี่วันหลังคำพิพากษา
สำคัญมากสำหรับคนไทย: ประเทศไทยอยู่ในรายชื่อ 75 ประเทศนั้นด้วย
หมายความว่าคนไทยที่ยื่นขอวีซ่าถาวรผ่านสถานทูตสหรัฐฯ ถูกระงับการออกวีซ่ามาตั้งแต่ 21 มกราคม 2026 และคำพิพากษาเมื่อ 21 สิงหาคม 2026 คือ ข่าวดีโดยตรงกับคนไทย... ศาลเพิกถอนนโยบายดังกล่าว และ ยกเลิกผลของการปฏิเสธวีซ่าที่อาศัยเหตุนโยบาย 75 ประเทศเพียงอย่างเดียว ทำให้เคสเหล่านั้นกลับไปให้เจ้าหน้าที่กงสุลพิจารณาใหม่ตามหลักเกณฑ์ปกติ
แต่ข้อควรระวัง:
• ไม่ได้แปลว่าทุกเคสจะได้รับอนุมัติ — ผู้สมัครยังต้องผ่านคุณสมบัติทุกข้ออยู่ดี รวมถึงหลัก public charge ซึ่งยังใช้ได้ เพียงต้องพิจารณา เป็นรายบุคคล ไม่ใช่เหมารวมตามสัญชาติ
• การปฏิเสธด้วยเหตุอื่นที่แยกต่างหาก ยังคงมีผล
• คำสั่งห้ามเดินทาง (travel ban) ฉบับอื่น ๆ เป็นคนละเรื่องและไม่ได้ถูกเพิกถอนในคดีนี้
• รัฐบาลอาจอุทธรณ์ได้ และแต่ละสถานทูตอาจกลับมาเดินเรื่องไม่พร้อมกัน