นายลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ ทนายความ

  • Home
  • นายลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ ทนายความ

นายลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ ทนายความ ยินดีให้คำปรึกษากฎหมาย โทร. 0859604258

 #บริษัทประกันภัย,  #สัญญาประนีประนอมยอมความ,  #ค่าสินไหมทดแทน,คำพิพากษาศาลฎีกาคดีนี้วางหลักกฎหมายที่สำคัญเกี่ยวกับความส...
02/09/2026

#บริษัทประกันภัย, #สัญญาประนีประนอมยอมความ, #ค่าสินไหมทดแทน,

คำพิพากษาศาลฎีกาคดีนี้วางหลักกฎหมายที่สำคัญเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่าง **สัญญาประกันภัย** กับ **มูลหนี้ละเมิด** โดยยืนยันว่า แม้บริษัทผู้รับประกันภัยจะได้จ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นหรือทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับผู้ประสบภัยแล้ว ก็มีผลเพียงระงับข้อพิพาทในส่วนที่บริษัทผู้รับประกันภัยมีหน้าที่ต้องรับผิดตามกฎหมายและสัญญาประกันภัยเท่านั้น ไม่ทำให้มูลหนี้ละเมิดของผู้กระทำละเมิดระงับทั้งหมด และไม่ตัดสิทธิของผู้เสียหายในการเรียกค่าสินไหมทดแทนเพิ่มเติมจากผู้กระทำละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

ศาลฎีกาได้อธิบายเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 อย่างชัดเจนว่า กฎหมายมุ่งให้ผู้ประสบภัยได้รับการเยียวยาอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องรอพิสูจน์ความรับผิด พร้อมทั้งคงสิทธิของผู้เสียหายในการเรียกค่าเสียหายส่วนที่เหลือ และยังรักษาสิทธิไล่เบี้ยของบริษัทผู้รับประกันภัยไว้ตามกฎหมาย หากตีความให้การประนีประนอมยอมความของบริษัทผู้รับประกันภัยมีผลระงับมูลหนี้ละเมิดทั้งหมด ย่อมขัดต่อเจตนารมณ์ของกฎหมายและทำให้ระบบการคุ้มครองผู้ประสบภัยเสียไป

ในส่วนของคดีอาญา ศาลฎีกาเห็นพ้องกับศาลอุทธรณ์ภาค 3 ว่า จำเลยขับรถด้วยความประมาทอย่างร้ายแรง ก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงถึงขั้นมีผู้เสียชีวิตและมีผู้พิการตลอดชีวิต อีกทั้งภายหลังเกิดเหตุไม่ได้แสดงความพยายามเยียวยาผู้เสียหายอย่างเหมาะสม จึงไม่มีเหตุสมควรรอการลงโทษจำคุก อย่างไรก็ตาม ศาลฎีกาได้แก้ไขเฉพาะรายละเอียดเกี่ยวกับจำนวนค่าสินไหมทดแทนบางส่วนและวิธีการนำเงินที่จำเลยนำมาวางศาลไปหักชำระหนี้ให้ถูกต้องตามหลักกฎหมายแพ่ง

แนวคำพิพากษานี้จึงเป็นบรรทัดฐานสำคัญในการตีความว่า **สิทธิของผู้ประสบภัย ความรับผิดของผู้กระทำละเมิด และหน้าที่ของบริษัทผู้รับประกันภัย เป็นสิทธิและหน้าที่ที่เกิดจากฐานกฎหมายแตกต่างกัน แม้จะมีจุดกำเนิดจากอุบัติเหตุเดียวกันก็ตาม** การชำระเงินหรือการประนีประนอมยอมความในส่วนหนึ่ง จึงไม่อาจทำให้สิทธิหรือหน้าที่ในอีกส่วนหนึ่งระงับลงได้ เว้นแต่จะมีกฎหมายบัญญัติไว้โดยชัดแจ้งหรือผู้มีสิทธิโดยตรงได้ตกลงกันภายในขอบเขตอำนาจที่กฎหมายรับรองไว้.

สามารถอ่านคำพิพากษาฎีกาฉบับเต็มได้ที่

https://www.peesirilaw.com/%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2/insurance-settlement-tort-compensation-7754-2568.html

 #สัญญาประนีประนอมยอมความมีผลระงับมูลหนี้ละเมิดหรือไม่การรับเงินจากบริษัทประกันภัยเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่ทำให้สิทธิเรีย...
02/09/2026

#สัญญาประนีประนอมยอมความมีผลระงับมูลหนี้ละเมิดหรือไม่
การรับเงินจากบริษัทประกันภัยเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่ทำให้สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายตามกฎหมายสิ้นสุดลง

คดีนี้ศาลฎีกาวินิจฉัยถึงผลของสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างผู้ประสบภัยกับบริษัทประกันภัย
ศาลเห็นว่าบริษัทประกันภัยปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายและสัญญาประกันภัย มิใช่ในฐานะผู้กระทำละเมิด
การชำระเงินจึงมีผลเฉพาะในขอบเขตที่บริษัทประกันภัยรับผิด

ในคดีนี้ ข้อตกลงครอบคลุมเฉพาะค่าปลงศพเท่านั้น
ไม่ได้รวมถึงค่าขาดไร้อุปการะที่ศาลกำหนดให้ผู้กระทำละเมิดต้องรับผิด
ผู้เสียหายจึงยังมีสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนในส่วนที่เหลือได้

ศาลยังอธิบายว่า การได้รับค่าเสียหายเบื้องต้นไม่ตัดสิทธิในการเรียกค่าเสียหายเพิ่มเติม
การตีความเป็นอย่างอื่นจะขัดต่อวัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ
อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อสิทธิไล่เบี้ยของบริษัทประกันภัยตามกฎหมาย
แนวคำพิพากษานี้จึงยืนยันว่า สิทธิของผู้ประสบภัยกับหน้าที่ของบริษัทประกันภัยเป็นคนละฐานกฎหมายกับความรับผิดของผู้กระทำละเมิด

การประนีประนอมยอมความในส่วนหนึ่งจึงไม่ทำให้หนี้ละเมิดทั้งหมดระงับลง

หากต้องการเข้าใจหลักกฎหมายเกี่ยวกับค่าสินไหมทดแทน การประนีประนอมยอมความ และสิทธิของผู้ประสบภัยจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ติดตามบทความวิเคราะห์คำพิพากษาศาลฎีกาเพื่อศึกษาหลักกฎหมายที่นำไปใช้ได้จริงในแต่ละคดี

https://www.peesirilaw.com/%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2/insurance-settlement-tort-compensation-7754-2568.html

 #สิทธิผู้เช่าซื้อเมื่อผู้ขายถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดผู้เช่าซื้อชำระค่าเช่าซื้อครบแล้ว ลูกหนี้เหลือหน้าที่โอนกรรมสิทธิ์ แ...
02/09/2026

#สิทธิผู้เช่าซื้อเมื่อผู้ขายถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด

ผู้เช่าซื้อชำระค่าเช่าซื้อครบแล้ว ลูกหนี้เหลือหน้าที่โอนกรรมสิทธิ์ และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่อาจอ้างมาตรา 122 เพื่อปฏิเสธสิทธิของผู้เช่าซื้อในกรณีดังกล่าว

ชำระค่าเช่าซื้อที่ดินครบแล้ว แม้ผู้ให้เช่าซื้อถูกพิทักษ์ทรัพย์ สิทธิที่จะได้รับโอนกรรมสิทธิ์ตามสัญญายังเป็นประเด็นสำคัญที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่อาจปฏิเสธได้โดยไม่มีเหตุทางกฎหมาย

ผู้เช่าซื้อที่ดินได้ชำระค่าเช่าซื้อครบถ้วนตามสัญญาแล้วก่อนศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของผู้ให้เช่าซื้อเด็ดขาด
เมื่อชำระครบแล้ว ผู้ให้เช่าซื้อไม่มีสิทธิเรียกร้องสิ่งใดจากผู้เช่าซื้ออีก
ผู้ให้เช่าซื้อเหลือเพียงหน้าที่ต้องโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินตามสัญญา
ผู้เช่าซื้อจึงเป็นฝ่ายมีสิทธิที่จะได้รับการโอนกรรมสิทธิ์
กรณีนี้ไม่ใช่สิทธิตามสัญญาที่ลูกหนี้จะเป็นฝ่ายได้รับประโยชน์เข้ากองทรัพย์สิน
เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงไม่อาจนำพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 122 มาใช้เพื่อปฏิเสธสิทธิตามสัญญาของผู้เช่าซื้อในกรณีนี้
ศาลฎีกาจึงเห็นว่าคำสั่งที่ปฏิเสธไม่ยอมรับสิทธิตามสัญญาเช่าซื้อของผู้ร้องที่ชำระครบแล้วเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ

อ่านฎีกาฉบับเต็มได้ที่

https://www.peesirilaw.com/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2/%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B9%8C%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%97%E0%B8%99.html

 #มติที่ประชุมบริษัทแม้ผิดระเบียบ หากปล่อยเวลาเกินหนึ่งเดือน สิทธิขอให้ศาลเพิกถอนอาจหมดลงทันทีศาลฎีกาวางหลักเกี่ยวกับการ...
01/09/2026

#มติที่ประชุมบริษัทแม้ผิดระเบียบ หากปล่อยเวลาเกินหนึ่งเดือน สิทธิขอให้ศาลเพิกถอนอาจหมดลงทันที

ศาลฎีกาวางหลักเกี่ยวกับการเพิกถอนมติที่ประชุมใหญ่ของบริษัทจำกัดไว้อย่างสำคัญ
กรรมการหรือผู้ถือหุ้นคนหนึ่งคนใดมีสิทธิร้องขอให้ศาลเพิกถอนมติที่ประชุมใหญ่อันผิดระเบียบได้
แต่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1195 กำหนดให้ต้องร้องภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันลงมติ
กำหนดหนึ่งเดือนนี้เป็นบทบังคับพิเศษ ไม่ใช่อายุความของสิทธิเรียกร้อง
เมื่อพ้นกำหนดแล้ว ผู้มีสิทธิย่อมไม่อาจกลับมาร้องขอให้ศาลเพิกถอนมติดังกล่าวในภายหลัง
ที่สำคัญ ปัญหานี้เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลจึงสามารถยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง

ผู้ถือหุ้นหรือกรรมการที่เห็นว่าการประชุมหรือมติของบริษัทดำเนินการผิดระเบียบ จึงควรตรวจสอบวันลงมติและกำหนดเวลาตามกฎหมายโดยเร็ว เพราะการปล่อยให้พ้นหนึ่งเดือนอาจทำให้หมดสิทธิขอเพิกถอนมติ แม้มีข้ออ้างว่ามตินั้นดำเนินการไม่ถูกต้องก็ตาม
https://www.peesirilaw.com/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%94%E0%B8%B5/%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B9%88%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9C%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%9A.html

 #ความรับผิดจากการครอบครองโดยไม่มีสิทธิเมื่อครบกำหนดเช่าแล้ว จำเลยยังคงครอบครองทรัพย์โดยไม่มีสิทธิ เป็นการละเมิดต่อโจทก์...
01/09/2026

#ความรับผิดจากการครอบครองโดยไม่มีสิทธิ
เมื่อครบกำหนดเช่าแล้ว จำเลยยังคงครอบครองทรัพย์โดยไม่มีสิทธิ เป็นการละเมิดต่อโจทก์ โจทก์มีสิทธิฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายได้ ศาลกำหนดค่าเสียหายโดยพิจารณาความเหมาะสมตามสภาพเศรษฐกิจ ราคาทรัพย์ และประโยชน์ที่จำเลยได้รับ

สรุปข้อคิดทางกฎหมาย
คำพิพากษานี้ตอกย้ำว่า การพยายามจัดโครงสร้างสัญญาเพื่อหลีกเลี่ยงข้อห้ามของกฎหมาย แม้จะทำในรูปคำมั่นหรือข้อตกลงล่วงหน้า ก็ไม่อาจมีผลใช้บังคับได้ หากวัตถุประสงค์ขัดต่อกฎหมายอย่างชัดแจ้ง คู่สัญญาควรทำสัญญาเช่าโดยเคารพเจตนารมณ์ของกฎหมาย มิฉะนั้นย่อมเสี่ยงต่อการสูญเสียสิทธิและเกิดความรับผิดในภายหลัง

อ่านฎีกาฉบับเต็มได้ที่
https://www.peesirilaw.com/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1/land-lease-over-30-years-section-540-sc-4655-2566.html

 #ผู้บริโภคเรียกเงินคืนจากผู้ประกอบธุรกิจผู้บริโภคอาจเสียเงินจำนวนมากจากเงื่อนไขที่ผู้ประกอบธุรกิจกำหนดไว้ฝ่ายเดียว แม้ค...
31/08/2026

#ผู้บริโภคเรียกเงินคืนจากผู้ประกอบธุรกิจ

ผู้บริโภคอาจเสียเงินจำนวนมากจากเงื่อนไขที่ผู้ประกอบธุรกิจกำหนดไว้ฝ่ายเดียว แม้ค่าใช้จ่ายตามเงื่อนไขนั้นจะไม่มีหลักฐานแสดงจำนวนที่เกิดขึ้นจริง

คดีนี้เริ่มจากผู้บริโภคทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดราคา 1,549,000 บาท
ผู้บริโภควางเงินจอง 30,000 บาท และภายหลังชำระราคาอีก 357,250 บาท
ต่อมาคู่สัญญาตกลงยกเลิกสัญญาจะซื้อจะขาย และกำหนดให้ย้ายเงิน 235,840 บาท ไปยังห้องชุดอีกโครงการหนึ่ง
ผู้ประกอบธุรกิจกำหนดให้หักค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานจำนวน 151,410 บาท
จำนวนดังกล่าวสูงเกือบกึ่งหนึ่งของเงินทั้งหมดที่ผู้บริโภคชำระให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจ
แต่ผู้ประกอบธุรกิจไม่ได้นำสืบว่าการย้ายเงินต้องดำเนินงานอย่างไรและมีค่าใช้จ่ายจริงเท่าใด
โครงการที่รับย้ายเงินยังเป็นโครงการในเครือเดียวกับโครงการของผู้ประกอบธุรกิจ
หากผู้บริโภคต้องการย้ายเงินเพื่อมิให้เงินสำหรับห้องชุดเดิมสูญเปล่า ก็ต้องยอมเสียค่าดำเนินงานตามจำนวนที่ถูกกำหนดไว้
ไม่ว่าค่าใช้จ่ายนั้นจะเกิดขึ้นจริงหรือมีจำนวนต่ำกว่า 151,410 บาท ผู้บริโภคก็ยังต้องเสียเงินเต็มจำนวนตามข้อตกลง
ประกอบกับผู้ประกอบธุรกิจเป็นฝ่ายผิดสัญญาเพราะดำเนินการก่อสร้างไม่แล้วเสร็จภายในกำหนด
ศาลฎีกาจึงวินิจฉัยว่าข้อตกลงนี้ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจได้เปรียบผู้บริโภคเกินสมควร
ข้อตกลงดังกล่าวเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และมีผลใช้บังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี
เมื่อไม่มีพยานหลักฐานแสดงการงานและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง ผู้ประกอบธุรกิจจึงไม่มีสิทธิหักเงินจำนวน 151,410 บาท
และต้องคืนเงินดังกล่าวแก่ผู้บริโภคพร้อมดอกเบี้ยตามที่ศาลกำหนด

ก่อนยอมรับเงื่อนไขยกเลิกสัญญา คืนเงิน หรือหักค่าดำเนินงาน ควรพิจารณาทั้งจำนวนเงิน ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง และความเป็นธรรมของข้อสัญญา เพราะข้อตกลงที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจได้เปรียบผู้บริโภคเกินสมควร อาจมีผลใช้บังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี

https://www.peesirilaw.com/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1/unfair-contract-condo-refund-7630-2568.html

 #ปลอมหนังสือรับรองขององค์การบริหารส่วนตำบลปลอมหนังสือรับรองของ อบต. เพื่อนำไปใช้กู้เงิน อาจนำไปสู่ความผิดทั้งฐานปลอมเอก...
31/08/2026

#ปลอมหนังสือรับรองขององค์การบริหารส่วนตำบล

ปลอมหนังสือรับรองของ อบต. เพื่อนำไปใช้กู้เงิน อาจนำไปสู่ความผิดทั้งฐานปลอมเอกสารราชการ ใช้เอกสารราชการปลอม และฉ้อโกง

หนังสือรับรองการมีและทำประโยชน์ในที่ดินขององค์การบริหารส่วนตำบลอาจมีฐานะเป็นเอกสารราชการ
เพราะการออกหนังสือต้องมีการสำรวจการใช้ประโยชน์ในที่ดินและมีผู้ปกครองท้องที่ยืนยัน
คดีนี้ผู้กู้ปลอมหนังสือรับรองว่าตนมีที่ดินประมาณ 80 ไร่
จากนั้นนำเอกสารดังกล่าวไปแสดงประกอบการขอกู้เงินจำนวน 200000 บาท
ทั้งที่ความจริงไม่ได้เป็นเจ้าของที่ดินตามหนังสือรับรอง
เมื่อผู้ให้กู้หลงเชื่อและให้กู้เงิน การกระทำจึงเป็นความผิดฐานปลอมเอกสารราชการ ใช้เอกสารราชการปลอม และฉ้อโกง
ศาลฎีกาพิพากษาจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 1 ปี

การใช้เอกสารราชการปลอมเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในการกู้เงินอาจมีผลทางอาญาหลายฐาน การเข้าใจสถานะของเอกสารและผลของการนำเอกสารปลอมไปใช้จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

อ่านฎีกาฉบับเต็มได้ที่

https://www.peesirilaw.com/%E0%B9%82%E0%B8%97%E0%B8%A9%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%8D%E0%B8%B2/%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%A1.html

 #หลักเกณฑ์การยื่นฎีกาในคดีอาญาหลายคดีแพ้ตั้งแต่ยังไม่ถึงการพิจารณา เพราะฎีกาไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายศาลฎีกาวินิจฉ...
31/08/2026

#หลักเกณฑ์การยื่นฎีกาในคดีอาญา

หลายคดีแพ้ตั้งแต่ยังไม่ถึงการพิจารณา เพราะฎีกาไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การยื่นฎีกาจะต้องโต้แย้งคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ให้ชัดเจน

หากเพียงคัดลอกคำเบิกความของพยานมาเสนอซ้ำและขอให้ศาลวินิจฉัยข้อเท็จจริงใหม่
โดยไม่แสดงว่าศาลอุทธรณ์วินิจฉัยพยานหลักฐานคลาดเคลื่อนหรือไม่ชอบด้วยเหตุผลในส่วนใด
ย่อมเป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 216 วรรคหนึ่ง
แม้ศาลชั้นต้นจะรับฎีกาไว้แล้ว ศาลฎีกาก็ยังมีอำนาจไม่รับวินิจฉัยได้

อ่านฎีกาฉบับเต็มได้ที่

https://www.peesirilaw.com/%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%8E%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%B2/criminal-appeal-not-clear-supreme-court-1729-2569.html

 #การยึดเครื่องจักรไว้ในสถานที่ของบุคคลอื่น เจ้าของสถานที่มีสิทธิเรียกค่ารักษาทรัพย์จากเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาได้หรือไม่ทรั...
31/08/2026

#การยึดเครื่องจักรไว้ในสถานที่ของบุคคลอื่น เจ้าของสถานที่มีสิทธิเรียกค่ารักษาทรัพย์จากเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาได้หรือไม่

ทรัพย์ที่ถูกยึดแม้อยู่ในสถานที่ของบุคคลอื่นก็อาจทำให้เจ้าของสถานที่มีสิทธิได้รับค่ารักษาทรัพย์ตามกฎหมาย

เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดเครื่องจักรของลูกหนี้และเก็บไว้ ณ สถานที่ยึด
เดิมได้มอบให้โจทก์หรือผู้แทนโจทก์เป็นผู้เก็บรักษาทรัพย์
ต่อมาผู้ดูแลเดิมไม่สามารถรักษาทรัพย์ต่อไปได้
แต่เครื่องจักรยังคงอยู่ภายในอาคารของผู้ร้อง
ศาลฎีกาถือว่าเป็นการฝากทรัพย์ไว้ ณ สถานที่ของผู้ร้องโดยปริยาย
เมื่อการรักษาทรัพย์สมประโยชน์แก่ทั้งโจทก์และเจ้าพนักงานบังคับคดี
จึงมีเหตุสมควรกำหนดค่ารักษาทรัพย์ให้แก่ผู้ร้อง

คดีบังคับคดีไม่ได้มีเพียงเรื่องการยึดและขายทอดตลาดเท่านั้น
รายละเอียดเรื่องผู้รักษาทรัพย์และสถานที่เก็บรักษาทรัพย์อาจก่อให้เกิดภาระค่าใช้จ่ายที่ต้องรับผิดตามกฎหมาย
ศึกษาหลักการยึดทรัพย์และค่ารักษาทรัพย์ให้ชัดก่อนดำเนินการบังคับคดี

https://www.peesirilaw.com/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2/seized-machinery-storage-fee-7717-2568.html

 #ใช้ปืนของผู้อื่นโดยไม่มีใบอนุญาตมีความผิดหรือไม่หยิบปืนของคนอื่นมาใช้เพียงชั่วครู่ก็อาจกลายเป็นความผิดฐานมีอาวุธปืนไว้...
29/08/2026

#ใช้ปืนของผู้อื่นโดยไม่มีใบอนุญาตมีความผิดหรือไม่
หยิบปืนของคนอื่นมาใช้เพียงชั่วครู่ก็อาจกลายเป็นความผิดฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองได้ทันที

ศาลฎีกาวางหลักว่าการครอบครองปืนไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของปืน
ผู้กระทำไม่จำเป็นต้องมีเจตนาเอาปืนนั้นเป็นของตน
เพียงหยิบปืนมาใช้และยึดถือเพื่อตนโดยมีเจตนาใช้ประโยชน์จากปืนก็อาจถือว่าครอบครองแล้ว
แม้เจ้าของปืนที่มีใบอนุญาตถูกต้องจะอยู่ในที่เกิดเหตุด้วยก็ไม่ทำให้ผู้หยิบปืนมาใช้พ้นความรับผิด
ส่วนการพาอาวุธปืนต้องพิจารณาความรู้และเจตนาในแต่ละช่วงของเหตุการณ์
การไม่รู้ว่ามีปืนอยู่ในรถแตกต่างจากการไปหยิบปืนออกจากรถแล้วนำเข้าไปในบ้านผู้อื่นอย่างชัดเจน
คดีอาวุธปืนจึงต้องพิจารณาทั้งการยึดถือ การควบคุม การเคลื่อนย้าย และเจตนาของผู้กระทำ

บทสรุป
คดีนี้แสดงให้เห็นหลักกฎหมายสำคัญเกี่ยวกับความผิดฐานมีและพาอาวุธปืนว่า การพิจารณาความรับผิดไม่ได้ขึ้นอยู่เพียงว่าอาวุธปืนเป็นของบุคคลใด หรือผู้กระทำถืออาวุธปืนนานเพียงใด แต่ต้องพิจารณาการยึดถือ การควบคุม การนำไปใช้ประโยชน์ และเจตนาของผู้กระทำในแต่ละช่วงเวลาเป็นสำคัญ

กรณีการมีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่วินิจฉัยว่า เมื่อบุคคลหยิบอาวุธปืนของผู้อื่นมาเพื่อใช้งานและยึดถือเพื่อตน โดยมีเจตนาจะใช้ประโยชน์จากอาวุธปืนนั้น แม้จะเป็นการยึดถือเพียงชั่วขณะเดียว ก็ถือว่าเป็นการมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของอาวุธปืน ไม่จำเป็นต้องมีเจตนาเอาอาวุธปืนเป็นของตน และแม้เจ้าของอาวุธปืนซึ่งมีใบอนุญาตโดยถูกต้องจะอยู่ร่วมในสถานที่เกิดเหตุ ก็ไม่ทำให้ผู้ที่นำอาวุธปืนมาใช้โดยไม่มีใบอนุญาตพ้นจากความรับผิด

ส่วนความผิดฐานพาอาวุธปืน ต้องพิจารณาความรู้และเจตนาของผู้กระทำประกอบกับการครอบครอง ควบคุม และเคลื่อนย้ายอาวุธปืนในแต่ละช่วงของเหตุการณ์ การที่บุคคลเป็นผู้ขับรถซึ่งมีอาวุธปืนของผู้โดยสารอยู่ภายในรถ โดยไม่ปรากฏว่าผู้ขับทราบว่ามีอาวุธปืนอยู่ ยังไม่เพียงพอที่จะถือว่าผู้ขับเป็นผู้พาอาวุธปืน แต่เมื่อบุคคลนั้นทราบถึงการมีอยู่ของอาวุธปืน แล้วนำอาวุธปืนออกจากรถและเคลื่อนย้ายไปยังสถานที่อื่นด้วยตนเอง ย่อมต้องพิจารณาความรับผิดฐานพาอาวุธปืนจากการกระทำในช่วงนั้นต่างหาก

อ่านฎีกาฉบับเต็มได้ที่

https://www.peesirilaw.com/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B8%E0%B8%98%E0%B8%9B%E0%B8%B7%E0%B8%99/temporary-firearm-possession-7724-2568.html

Address

34/159 หมู่ 8

11120

Opening Hours

Monday 08:00 - 18:00
Tuesday 08:00 - 18:00
Wednesday 08:00 - 18:00
Thursday 08:00 - 18:00
Friday 08:00 - 18:00
Saturday 08:00 - 18:00
Sunday 08:00 - 18:00

Telephone

+66859604258

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when นายลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ ทนายความ posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Contact The Practice

Send a message to นายลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ ทนายความ:

Shortcuts

  • Want your practice to be the top-listed Law Practice?

Share