Trust Me, I'm a "Lawyer" เชื่อฉัน ฉัน " ทนายความ "

Trust Me, I'm a "Lawyer" เชื่อฉัน ฉัน " ทนายความ " สร้างเพจเพื่อจะตอบปัญหากฎหมาย ให้ความรู้แบบไม่โดนว่าเข้าข้างฝ่ายใด

23/08/2021

ลูกหนี้ฟังทางนี้ ‼️

10 วันสุดท้ายของงานมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้เช่าซื้อรถยนต์เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน
👉🏻 เข้าสู่มหกรรมไกล่เกลี่ย
https://mediation.coj.go.th

(รายละเอียดเพิ่มเติม https://www.bot.or.th/Thai/PressandSpeeches/Press/2021/Pages/n6264.aspx และ https://youtu.be/uVBKphqcsO4)

24/05/2020

การบอกปลดหนี้ให้ทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ แม้จะไม่มี
หลักฐานเป็นหนังสือโดยตรง และไม่มีลายมือชื่อของเจ้าหนี้ด้วย ก็ถือเป็นการปลดหนี้ตามที่
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บัญญัติไว้แล้ว ตามคําพิพากษาฎีกาที่ 6757/2560

http://www.ago.go.th/articles_61/anuchart_260461.pdf

03/03/2020

นิติกรรมการกู้ยืมเงินที่ลูกหนี้มอบบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (บัตร ATM) ให้เจ้าหนี้ไว้
เพื่อนําออกใช้และใช้เบิกถอนเงินสดชําระหนี้กู้ยืมนั้น จะถือว่าเป็นความผิดตาม
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๙/๕, ๒๖๙/๖, ๒๖๙/๗ หรือไม่
คําชี้ขาดความเห็นแย้งที่ ๙๔/๒๕๖๑
ป.อ. ความผิดเกี่ยวกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (มาตรา ๒๖๙/๕, ๒๖๙/๖, ๒๖๙/๗)
ป.พ.พ. โมฆะกรรม, การชําระหนี้, ห้ามคิดดอกเบี้ยเกินอัตรา (มาตรา ๑๗๓, ๓๒๑, ๖๕๔)
พ.ร.บ. ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. ๒๕๖๐ (มาตรา ๔)
ความผิดฐานมีไว้เพื่อนําออกใช้และใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการ
ที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน โดยเป็นการกระทําเกี่ยวกับบัตร
อิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิใช้เพื่อประโยชน์ในการชําระค่าสินค้า ค่าบริการ
หรือหนี้อย่างอื่นแทนการชําระด้วยเงินสด หรือใช้เบิกถอนเงินสด ตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา ๒๖๙/๕, ๒๖๙/๖, ๒๖๙/๗ นั้น ต้องเป็นการมีบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นไว้เพื่อนําออกใช้
โดยมิชอบด้วยกฎหมาย หรือไม่มีสิทธิอันจะอ้างกฎหมายได้
คดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความว่า ผู้ต้องหาประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับ
โดยไม่ได้รับอนุญาต และเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกําหนดไว้ โดยการประกอบธุรกิจ
ดังกล่าวผู้ต้องหาได้รับมอบสมุดบัญชีเงินฝากพร้อมบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (บัตร ATM) ของลูกหนี้
เพื่อนําบัตรอิเล็กทรอนิกส์ออกใช้และใช้เบิกถอนเงินสดเพื่อหักชําระหนี้เงินกู้ด้วยความสมัครใจ
และยินยอมของลูกหนี้ แม้นิติกรรมการกู้ยืมจะคิดดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกําหนดไว้
อันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๔
ประกอบประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๕๔ ก็ตาม แต่เฉพาะนิติกรรมการกู้ยืม
ส่วนที่เป็นดอกเบี้ยเท่านั้นที่ตกเป็นโมฆะ ส่วนเงินต้นซึ่งเป็นหนี้ประธานยังคงสมบูรณ์อยู่
สามารถบังคับได้ตามกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๓ (ตามนัย
คําพิพากษาศาลฎีกาที่ ๔๓๗๒/๒๕๔๕)
และการที่ผู้ต้องหาในฐานะเจ้าหนี้ได้นําบัตร
อิเล็กทรอนิกส์ (บัตร ATM) ที่ลูกหนี้มอบสิทธิในการถอนเงินออกใช้เบิกถอนเงินสดออกจาก
บัญชีของผู้กู้เพื่อหักชําระหนี้เมื่อหนี้ถึงกําหนดชําระแล้ว จึงถือว่าเป็นการชําระหนี้อย่างอื่นซึ่ง
ผู้ต้องหาในฐานะเจ้าหนี้ได้ยอมรับแล้ว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๒๑
(ตามนัยคําพิพากษาศาลฎีกาที่ ๔๖๔๓/๒๕๓๙) ดังนั้น ผู้ต้องหาจึงมีสิทธิมีไว้เพื่อนําออกใช้
และใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ (บัตร ATM) ที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิใช้เพื่อได้ใช้ประโยชน์
ในการชําระค่าสินค้า ค่าบริการ หรือหนี้อื่นแทนการชําระหนี้ด้วยเงินสด หรือใช้เบิกถอนเงินสด
การกระทําของผู้ต้องหาจึงไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๙/๕,
๒๖๙/๖, ๒๖๙/๗

03/03/2020
ส่วนการที่ศาลฎีกาพิพากษาว่าพฤติการณ์ของผู้เสียหายเป็นการสมัครใจทะเลาะวิวาทกับ จําเลยจึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย ไม่มีส...
28/10/2019

ส่วนการที่ศาลฎีกาพิพากษาว่าพฤติการณ์ของผู้เสียหายเป็นการสมัครใจทะเลาะวิวาทกับ จําเลยจึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย ไม่มีสิทธิยื่นคําร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒ (๔) และมาตรา ๓๐ และไม่มีสิทธิยื่นคําร้องขอให้บังคับจําเลย ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๔๔/๑ ก็เป็นกรณีที่ศาล ได้พิพากษาในส่วนการกระทําความผิดของจําเลยในคดีอาญาหาได้เกี่ยวกับการวางเงิน เพื่อบรรเทาผลร้ายและชดใช้ค่าเสียหายของจําเลยให้แก่ผู้เสียหายอันเป็นเรื่องค่าสินไหมทดแทน ความรับผิดในทางละเมิดไม่ ผู้เสียหายจึงมีสิทธิรับเงินจํานวน ๒๐๐,๐๐๐ บาท ที่จําเลยนํามาวาง ต่อศาลชั้นต้นได้

คำถาม จำเลยวางเงินเพื่อบรรเทาผลร้ายแก่ผู้เสียหาย ต่อมาศาลฎีกาพิพากษาว่าไม่ใช่ผู้เสียหาย ผู้เสียหายมีอำ...

29/08/2019

แก๊งลิขสิทธิ์ตบทรัพย์..?

เมื่อเร็วๆนี้ผมต้องไปจัดการกับพวกแก๊งลิขสิทธิ์ตบทรัพย์ ที่ออกอาละวาดหนักทำมาหากินเป็นล่ำเป็นสัน เป็นผีสิงสถิตอยู่ที่โรงพักใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในการหารับประทาน เข้าหลักทฤษฎีผลประโยชน์ร่วมแบ่งปันซึ้งเป็นการใช้สิทธิ์โดยไม่สุจริต

พวกเขาเริ่มด้วยการจัดตั้งบริษัท และขอซื้อลิขสิทธิ์จากเจ้าของลิขสิทธิ์ จากนั้นหาตัวแทน หรือพนักงานบริษัทตัวเอง ผู้รับอำนาจช่วง ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ (จ่ายกัน50:50) แก๊งพวกนี้มันออกเดินสายหาเหยื่อทีละจังหวัดย้ายไปเรื่อย

แก๊งค์พวกนี้จะมีชายประมาณ 3-5คน หน้าตาและพฤติกรรม บ่งบอกได้ถึงความเป็นโจรชัดเจน บอกว่าเราละเมิดลิขสิทธิ์ อ้างว่าต้องขึ้นโรงพัก ขึ้นศาล เสียค่าปรับต่างๆนาๆ ผู้ประกอบการบางรายตกใจเลยเข้าทางของพวกมัน โดนข่มขู่เพื่อให้จ่ายเงินประมาณ 30,000,-50,000 เป็นแสนก็มี บางรายกลัวมากก็โดนมากกว่านี้ มันจะรวบรัดให้เซ็นเอกสารยอมรับข้อกล่าวหา แล้วเสนอให้จ่ายที่นี่เพื่อให้เรื่องจบ ก็โดนตบทรัพย์เป็นที่เรียบร้อยโรงเรียนจีน คนส่วนใหญ่ 90% ยอมจ่ายเงินให้กับพวกมันเพราะความไม่รู้และกลัวถูกจับปรับเป็นแสน

หากรายใดหัวแข็งจะพาไปโรงพัก ตำรวจคนใดที่มีผลประโยชน์ร่วมกับตัวแทนลิขสิทธิ์ จะฟิตขึ้นมารีบทำคดีทันที โดยร้อยเวรจะแจ้งว่าเขาดำเนินคดีคุณ และจะเกลี้ยกล่อมให้คุณจ่าย หากคุณไม่จ่ายก็จะโดนตำรวจขู่มากมาย เช่น ประกันเป็นแสน หรือหากขึ้นศาลจะโดนปรับเป็น แสนๆ มันโม้ ตำรวจหรือ มาเฟีย กันแน่..!

- ถ้าตัวแทนมันโง่มากไม่รู้กฎหมายยังดื้อแจ้งความ คุณก็อย่าไปจ่ายนะครับ คดีล่อซื้อแบบนี้ศาลยกฟ้องครับ คุณชนะแน่นอน - ส่วนใหญ่พวกนี้ไม่โง่มันแจ้งความแต่มันไม่ฟ้องศาลหรอกครับมันเสียเวลา ถ้าไม่จ่ายมันก็กลับไปเฉยๆ เดี๋ยวมันก็มาถอนแจ้งความ หรือต่อให้ฟ้องศาลไปแล้ว พวกตัวแทนพวกนี้มันไม่มาขึ้นศาลหรอกครับมันกลัวความผิดที่มันทำ คุณก็ชนะอยู่ดี

หากมันแจ้งความให้คุณบอกร้อยเวรไปเลยว่าคุณมามอบตัวขอต่อสู้คดีและจะให้การในชั้นศาล และคุณก็กลับบ้านได้ไม่ต้องประกันตัว เพราะคุณมามอบตัว ตำรวจเขาไม่อยากทำสำนวนส่งฟ้องศาลหลอกครับเพราะเขาก็ขี้เกียจและรู้ว่าศาลจะยกฟ้องอยู่ดี เพราะขาดเจตนาและเป็นการใช้สิทธิ์โดยไม่สุจริต การล้อซื้อเป็นผู้ก่อให้เกิดการกระทำความผิดขึ้น โจทก์ย่อมไม่อยู่ในฐานะผู้เสียหายที่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ได้ คุณชนะแน่นอน แต่ถ้าผิดจริงคุณก็ไปสารภาพในชั้นศาลผ่อนหนักจะได้เป็นเบา

หากเป็นเจ้าของสิทธิ์จริงต้องมาแจ้งความร้องทุกข์ก่อน โดยจะต้องมีการพิสูจน์หลักฐานว่าผู้มาร้องเรียนนั้นเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์จริง จากนั้นจึงจะมีการขอเจ้าหน้าที่เข้าไปจับกุมสินค้าละเมิดลิขสิทธ์ เพราะหากเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบลิขสิทธิ์เองโดยที่ยังไม่มีผู้มาร้องทุกข์ จะถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยพลการ ซึ่งผิดโทษทางวินัย ถ้าเป็นตัวแทนลิขสิทธิ์ของแท้ จะไม่ไถเงินคุณหลอกครับ ของแท้จะมากับตำรวจกองปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ แต่จะจับแต่ร้านใหญ่ๆที่ละเมิดลิขสิทธิ์คราวละมากๆครับ

สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องรู้และต้องขอดู
-ขอดูหมายศาลในการขอค้น ใครคือเจ้าทุกข์
-ขอดูเอกสารการแต่งตั้ง มอบอำนาจ(ตัวจริง)จาก บ.เจ้าของลิขสิทธิ์
-ขอดูบัตรประจำตัวของพวกมัน (ขอถ่ายรูปเอาไว้ทั้งหมด)
-ห้ามไปกับมันเด็ดขาดถ้าไปจบ
-ให้มีคนมารับรู้มากๆ ให้โทรหาทนาย
-ขอให้ไปจ่ายค่าปรับในศาล
-หากพวกมันมาตบทรัพย์ ถ้าเห็นว่ายากมันก็ไปหารายต่อไป

ทีของเราเอาคืนบ้าง. มีความผิดได้หลายข้อหา
เช่น 1. ฐานบุกรุก มาตรา 362 และ 364 2. ฐานแจ้งความเท็จ มาตรา 137 ,มาตรา 172 ,มาตรา 174 3. ฐานเบิกความเท็จ มาตรา 177 4. ฐานฉ้อโกง มาตรา 341 5. ฐานกรรโชกทรัพย์ มาตรา 337 ถ้าตำรวจบกพร่องละเลยไม่ตรวจสอบแล้วรับแจ้งความ ถ้าปรากฏภายหลังว่าการแจ้งความไม่ถูกต้อง ไม่มีสิทธิ ไม่มีอำนาจจริง ตำรวจจะมีความผิดทั้งทางวินัยและอาญาฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามมาตรา 157

ท้ายนี้หวังว่าคงไม่ตกเป็นเหยื่อของแก๊งลิขสิทธิ์ตบทรัพย์กันนะครับ

ข้อกฎหมาย ที่ควรต้องรู้เกี่ยวกับการล่อซื้อ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 66 บัญญัติว่า ความผิดตามพ.ร.บ.ลิขสิทธิ์เป็นความผิดอันยอมความได้ ผลทางกฎหมายคือ เจ้าของลิขสิทธิ์จะต้องร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน นับแต่รู้ตัวผู้กระทำละเมิดและรู้ถึงการละเมิด มิฉะนั้นจะขาดอายุความร้องทุกข์ และการแจ้งความร้องทุกข์จะต้องกระทำโดยผู้เสียหาย หรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้เสียหาย โดยผู้เสียหายจะต้องเป็น "ผู้เสียหายโดยนิตินัย" แต่หากผู้เสียหายเป็นผู้มีส่วนร่วม หรือก่อให้เกิดการกระทำความผิดขึ้น ก็ไม่อยู่ในฐานะเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยที่มีอำนาจฟ้องคดีได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา คำพิพากษาฎีกาที่ 4301/2543 การที่จำเลยกระทำความผิดโดยทำซ้ำบันทึกโปรแกรมคอมพิวเตอร์อันมีลิขสิทธิ์ของโจทก์ลงในแผ่นบันทึกข้อมูลถาวรของเครื่องคอมพิวเตอร์ให้แก่ส. ตามที่ส.ได้ ล่อซื้อ นั้น เกิดขึ้นเนื่องจากการล่อซื้อของส. ซึ่งได้รับการจ้างให้ล่อซื้อจากโจทก์ เท่ากับโจทก์เป็นผู้ก่อให้เกิดการกระทำความผิดขึ้น โจทก์ย่อมไม่อยู่ในฐานะผู้เสียหายที่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ได้ เพราะฉะนั้น การล่อซื้อและการส่งหน้าม้ามาลงเพลงในคอมพิวเตอร์/การล่อเล่นในกรณีเกมส์เพลย์ จึงเป็นกรณีที่เจ้าของลิขสิทธิ์เป็นผู้ก่อให้เกิดความเสียหายขึ้น ตามนัยแห่งคำพิพากษาฎีกานี้ จึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย ไม่มีอำนาจฟ้อง

ร้านอาหารคำพิพากษาที่ 10579/2551
โจทก์บรรยายฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 31 ซึ่งบัญญัติว่า "ผู้ใดรู้อยู่แล้วหรือมีเหตุอันควรรู้ว่างานใดได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น กระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่งานนั้นเพื่อหากำไร ให้ถือว่าผู้นั้นกระทำการละเมิดลิขสิทธิ์..." ความผิดตามบทบัญญัติดังกล่าวจึงต้องเป็นการกระทำแก่งานที่ได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น "เพื่อหากำไร" เท่านั้น แต่ตามที่โจทก์บรรยายฟ้องปรากฏแต่เพียงว่า จำเลยเปิดแผ่นเอ็มพีสามและซีดีเพลงให้ลูกค้าในร้านอาหารได้ร้องและฟังเพลงของผู้เสียหาย 1 แผ่น "เพื่อประโยชน์ในทางการค้า" ขายอาหารและเครื่องดื่มของจำเลยแต่ไม่ปรากฏในคำฟ้องว่าจำเลยกระทำเพื่อหากำไรโดยตรงจากการที่ให้ลูกค้าได้ร้องและฟังเพลงโดยเรียกเก็บค่าตอบแทนจากลูกค้าในการเปิดเพลงดังกล่าวหรือเรียกเก็บรวมไปกับค่าอาหารและเครื่องดื่มแต่อย่างใด การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 31 แม้จำเลยให้การรับสารภาพก็ไม่อาจลงโทษจำเลยได้ ตาม พ.ร.บ.จั้ดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 185


Meesukdee

Cr.รูปภาพ

17/08/2019

พนักงานสอบสวนที่รับตัวผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมมาในข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษ พ่วงด้วยข้อหามีและ จำหน่ายยาเสพติดให้โทษด้วยซึ่งผู้ต้องหานั้นเข้าหลักเกณฑ์ควรได้รับการบำบัดฟื้นฟูรักษาอาการติดยาเสพติด ซึ่งพ.ร.บ.ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดมีบทบัญญัติกำหนดให้พนักงานสอบสวนจะต้องไปยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ส่งตัวผู้ต้องหานั้นไปควบคุมเพื่อตรวจพิสูจน์การเสพหรือการติดยาเสพติดภายใน 48 ชั่วโมงสำหรับผู้ต้องหาที่เป็นผู้ใหญ่และภายใน 24 ชั่วโมงสำหรับผู้ต้องหาที่เป็นเยาวชน หากพนักงานสอบสวนยื่นคำร้องเกินกว่าระยะเวลาดังกล่าว และไม่เข้าข้อยกเว้นของกฎหมายที่จะยื่นช้าได้ ศาลจึงชอบที่จะสั่งยกคำร้องในเรื่องที่เกี่ยวกับการฟื้นฟูนี้ได้
พนักงานสอบสวนจึงนำตัวผู้ต้องหากลับไปทำการสอบสวนในความผิดฐานเสพฐานมีและฐานจำหน่ายยาเสพติดให้โทษต่อไปตามปกติแล้วส่งสำนวนให้พนักงานอัยการโจทก์มาฟ้องจำเลยต่อศาลในความผิดทั้งสามฐานดังกล่าว

มีปัญหาว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยข้อหาใดบ้างหรือไม่ เพราะเหตุใด

ศาลฎีกาได้วินิจฉัยไว้ในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5747 / 2561 ว่า
เจตนารมณ์ของการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดฐานเสพยาเสพติดในชั้นที่ถูกกล่าวหาตามมาตรา 19 วรรคหนึ่งเพื่อเยียวยาแก้ไขเสียก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในชั้นศาล และเป็นบทบังคับให้พนักงานสอบสวนนำตัวผู้ต้องหาซึ่งเป็นบุคคลเข้าหลักเกณฑ์ตามมาตราดังกล่าวไปศาลภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด แต่การที่พนักงานสอบสวนมิได้นำตัวจำเลยไปศาลภายในระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนด ตามหลักเกณฑ์ตามพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดพ.ศ. 2545 เพื่อให้ศาลพิจารณามีคำสั่งให้ส่งตัวจำเลยไปตรวจพิสูจน์การเสพหรือการติดยาเสพติดเพื่อให้จำเลยได้รับประโยชน์ในการที่จะได้รับการพิจารณาเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดอันจะมีผลให้พ้นจากความผิดที่ถูกกล่าวหาตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติดังกล่าว การที่พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนโดยมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ในมาตรา 19 จึงเป็นการสอบสวนโดยไม่ชอบ เท่ากับว่าไม่มีการสอบสวนคดีนี้มาก่อน และเมื่อพนักงานสอบสวนได้กล่าวหาว่าจำเลยมีความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีน มีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน หากจำเลยได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดจนครบถ้วนตามที่กำหนดในแผนและผลการฟื้นฟูเป็นที่พอใจแก่คณะอนุกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ก็จะพ้นจากความผิดทุกข้อที่ถูกกล่าวหาตามมาตรา 19 ในทางกลับกันการที่พนักงานสอบสวนไม่ปฏิบัติตามตัวบทกฏหมายย่อมส่งผลให้พนักงานอัยการโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องทุกข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 120

10/06/2019

ทรัพย์ของกลางในคดีอาญา กรณีพนักงานอัยการไม่ได้ขอให้ริบ ให้จัดการตาม ป.วิ อาญา มาตรา 85 ดังนี้ถ้าผู้ต้องหาหรือผู้เป็นเจ้าของทรัพย์ของ มาขอคืนของกลาง พงส. จะยังไม่คืนให้ โดยอ้างว่าคดียังไม่ถึงที่สุดได้หรือไม่
การที่อัยการไม่ขอให้ศาลริบของกลาง และมีหนังสือแจ้งให้ พงส.คืนของกลางนั้น พนักงานสอบสวนจะต้องคืนของกลาง เพราะไม่มีทางที่ศาลจะพิพากษาให้ริบของกลาง เพราะเกินคำขอ (ศาลจะไม่พิพากษาเกินคำขอ) และไม่มีความจำเป็นจะต้องรอให้คดีถึงที่สุด เพราะถึงที่สุดแล้วศาลก็ไม่ริบของกลาง

เว้นแต่ อัยการสั่งว่าพนักงานอัยการไม่ขอริบ เก็บไว้เป็นพยานหลักฐาน ให้จัดการตาม ป.วิ อาญา มาตรา 85 เมื่อคดีถึงที่สุด

23/05/2019

อีก 90 วัน นับจาก 22 พ.ค.62 มีผล 19 ก.ย.62
ถ้าเขาไม่ฆ่ากันตายก่อนนะ
12. พรบ.ส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. ๒๕๖๒
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2562/A/067/T_0171.PDF?fbclid=IwAR2Tcf9QHDOi4ShSWX-D0iKvXY3USka4sPWklqwWX7dqPweKNo8zL6uzzNg

ปรับปรุงมาตรการคุ้มครองสวัสดิภาพบุคคลในครอบครัวให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้นซึ่งจะเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีแก่บุคคลในครอบครัว และก าหนดมาตรการในการส่งเสริม พัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว เพื่อให้การป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
มาตรา ๒๙ ศูนย์ส่งเสริมและคุ้มครองครอบครัวที่ยื่นค าร้องเพื่อให้ศาลมีค าสั่งคุ้มครองสวัสดิภาพอาจเสนอมาตรการคุ้มครองสวัสดิภาพ เพื่อแก้ไขปัญหาการกระท าความรุนแรงในครอบครัว หรือเพื่อป้องกันการกระท าความรุนแรงในครอบครัวซ้ าอีก ประกอบการพิจารณาของศาลด้วยก็ได้
มาตรการคุ้มครองสวัสดิภาพอาจเป็นการด าเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
(๑) ให้ผู้กระท าความรุนแรงในครอบครัวไปพบพนักงานเจ้าหน้าที่ตามก าหนดระยะเวลา
(๒) ห้ามผู้กระท าความรุนแรงในครอบครัวก่อเหตุหรือยั่วยุด้วยประการใด ๆ ไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อม อันจะก่อให้เกิดความรุนแรงในครอบครัว
(๓) ห้ามผู้กระท าความรุนแรงในครอบครัวเสพสุราหรือสิ่งเสพติดใด ๆ ตามก าหนดระยะเวลา
(๔) ห้ามผู้กระท าความรุนแรงในครอบครัวเข้าใกล้หรือเข้าไปในที่อยู่อาศัยของผู้ถูกกระท าด้วยความรุนแรงในครอบครัว หรือให้ออกไปจากที่อยู่อาศัยของผู้ถูกกระท าด้วยความรุนแรงในครอบครัว
(๕) ห้ามผู้กระท าความรุนแรงในครอบครัวก่อให้เกิดความเดือดร้อนร าคาญแก่ผู้ถูกกระท าด้วยความรุนแรงในครอบครัว ทั้งนี้ รวมถึงการคุกคาม ติดตาม การสะกดรอย การถ่ายภาพ การโทรศัพท์การส่งข้อความก่อความร าคาญด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือด้วยวิธีการอื่นใดอันก่อให้เกิดความเดือดร้อนร าคาญ ไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อม
(๖) ให้ผู้กระท าความรุนแรงในครอบครัวเข้ารับค าปรึกษาแนะน าทางจิตวิทยาสังคม หรือการแก้ไขบ าบัดฟื้นฟู ณ สถานพยาบาลหรือสถานที่ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
(๗) ให้ผู้กระท าความรุนแรงในครอบครัวเข้ารับการแก้ไขบ าบัดฟื้นฟูอาการติดสุรา การพนันสิ่งเสพติดใด ๆ หรือพฤติกรรมอื่นใด ซึ่งเป็นต้นเหตุของการกระท าความรุนแรง ณ สถานพยาบาลหรือสถานบ าบัด
(๘) ให้ผู้กระท าความรุนแรงในครอบครัวท าทัณฑ์บน เมื่อมีเหตุอันควรเชื่อว่าอาจจะไปก่อให้เกิดความเดือดร้อนร าคาญตาม (๕) หรือก่อเหตุร้ายให้เกิดภยันตรายแก่ผู้ถูกกระท าด้วยความรุนแรงหรือบุคคลในครอบครัวขึ้นอีก โดยให้ผู้นั้นท าทัณฑ์บนไว้เป็นจ านวนเงินตามแต่ศาลจะเห็นสมควร ว่าจะ
ไม่ก่อเหตุร้ายขึ้นอีกตลอดระยะเวลาที่ก าหนด โดยจะให้วางประกันด้วยหรือไม่ก็ได้

  65 ปี เกียรติขจร : รวมบทความวิชาการ เนื่องในโอกาส 65 ปี อาจารย์เกียรติขจร วัจนะสวัสดิ์ดาวน์โหลดได้ที่ http://bit.ly/2w...
23/05/2019

65 ปี เกียรติขจร : รวมบทความวิชาการ เนื่องในโอกาส 65 ปี อาจารย์เกียรติขจร วัจนะสวัสดิ์
ดาวน์โหลดได้ที่ http://bit.ly/2wdPwn7

------- บทความ
ปัญหาของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 81
ทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ

โครงสร้างความรับผิดทางอาญาของไทย: พิจารณาจากประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 62
สุรศักดิ์ ลิขสิทธิ์วัฒนกุล

การอ้างความไม่รู้อายุของผู้เสียหายเพื่อให้พ้นจากความผิด
อรรถพล ใหญ่สว่าง

การสำคัญผิดในกฎหมายอาญาฝรั่งเศส
ปกป้อง ศรีสนิท

ความผิดอาญาเกี่ยวกับล้มละลาย
เอื้อน ขุนแก้ว

การพิจารณาเจตนาย่อมเล็งเห็นผลโดยคำนึงถึงข้อเท็จจริงเชิงศีลธรรม (Moral Standpoint) ของตัวจำเลย
ประธาน จุฬาโรจน์มนตรี

ความยินยอมในกฎหมายอาญา: ข้อพิจารณาในส่วนของการกระทำที่ไม่ขัดต่อความสำนึกในศีลธรรมอันดี
สุรสิทธิ์ แสงวิโรจนพัฒน์

ลักทรัพย์โดยใช้อุบาย
สมชาย พงษ์พัฒนาศิลป์

การรับฟังพยานหลักฐานที่ได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย กรณีเปรียบเทียบสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ
อำนาจ เนตยสุภา

ความผิดซึ่งหน้าตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
ธีรนิติ์ เทพสุเมธานนท์

ผลกระทบที่ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยหลักประกันทางธุรกิจ พ.ศ. ... มีต่อสถานะทางกฎหมายของการนำบัญชีเงินฝากธนาคารมาใช้เป็นหลักประกันหนี้ต่อธนาคาร
พรชัย วิวัฒน์ภัทรกุล

กฎหมาย Foreign Account Tax Compliance Act ของประเทศสหรัฐอเมริกากับการเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ของสถาบันการเงิน
ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์

ความท้าทายในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในอาเซียน
เสรี นนทสูติ

มาตรการคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำชี้ขาดในอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ
พิศุทธ์ อรรถกมล

ความสัมพันธ์ของกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา และแนวคิดเศรษฐศาสตร์การเมือง
ภูมินทร์ บุตรอินทร์

สิทธิในความเป็นส่วนตัว (Right of Privacy) เรื่องใกล้ตัวที่ยังขาดการวิพากษ์จากสังคม
นัฐวิชญ์ ชอบอิสระ

ที่อยู่

Ubon Ratchathani
34000

เบอร์โทรศัพท์

0891833391

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Trust Me, I'm a "Lawyer" เชื่อฉัน ฉัน " ทนายความ "ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์