สำนักกฎหมาย PJS.Lawfirm

สำนักกฎหมาย PJS.Lawfirm ทำคดี ปปช., คดีศาลปกครอง,คดีศาลทุจริ?

สถานการณ์   #มิจฉาชีพในประเทศไทย
25/10/2024

สถานการณ์ #มิจฉาชีพในประเทศไทย

ตำรวจ - กสทช. - กรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดปฏิบัติการ TAKE DOWN SCAMMER ทลายฐานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ ครั้งใหญ่ในประวัติศาส...
29/03/2024

ตำรวจ - กสทช. - กรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดปฏิบัติการ TAKE DOWN SCAMMER ทลายฐานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ ครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ ค้น 3 จุด นครศรีธรรมราช รวบ 63 ต่างชาติ - ไทย ซุกโรงแรม โกดังของมือ 2 ยึดซิมผีนับพัน กลลวงหลอกลงทุน หลอกรีวิว ส่งลิงก์ ดูดเงิน ประสานตำรวจจีน ญี่ปุ่น ขยายผล
จากนโยบายของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กวดขัน ปราบปรามอย่างเด็ดขาดกับอาชญากรรมออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งสร้างความเดือนร้อนให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ( รอง ผบ.ตร. ) รักษาราชการแทน ผบ.ตร. จึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยตำรวจในพื้นที่บูรณาการหาข่าว ปราบปรามขยายผลให้ถึงผู้บงการ ยึดทรัพย์ และนำตัวมาดำเนินคดีอย่างเคร่งครัด ซึ่งได้ปรากฏทางการสืบสวนพบว่า มีกลุ่มแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติมาตั้งฐานอยู่ทางภาคใต้ จึงได้สั่งการให้ พล.ต.ท.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผู้ช่วย ผบ.ตร. บูรณการกำลังเข้าปฏิบัติการ
วันนี้ ( 29 มีนาคม 2567 ) เวลา 16.30 น. ที่ สภ.ฉวาง จว.นครศรีธรรมราช พล.ต.ท.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผู้ช่วย ผบ.ตร. ดูแลงานด้านอาชญากรรมเทคโนโลยี ร่วมกับ พล.ต.อ.ณัฐธร เพราะสุนทร กรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช. ) ด้านกฎหมาย ในฐานะประธานอนุกรรมการบูรณาการบังคับใช้กฎหมายความผิดทางเทคโนโลยีฯ นายไตรรัตน์ วิริยะศิรติกุล รักษาการ เลขาธิการ กสทช. พ.ต.ต. ยุทธนา แพรดำ รักษาราชการแทน อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ แถลงผลการปฏิบัติการจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ขบวนการหลอกลวงประชาชนทางออนไลน์เครือข่ายใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยมี พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผู้บัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี( ผบช.สอท. ) , พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8, พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ สุดสงวน รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ผบก.สอท.5, พล.ต.ต.สมชาย ซื่อต่อตระกูล ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมแถลง
พล.ต.ท.ธัชชัยฯ เปิดเผยว่า จากการสืบสวนสอบสวนเชิงรุกของตำรวจ ร่วมกับ กสทช.และ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ พบความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนร้ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ผนวกกับการตรวจสอบแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ตำรวจ สอท. 5 จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติหมายค้นจากศาล เข้าตรวจค้น 3 จุด จุดแรกโรงแรมแห่งหนึ่งในตำบลจันดี อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรรมราช และอีก 2 จุด คือ บ้านพัก ใน อ.ฉวาง ขยายผลไปยัง โกดังจำหน่ายสินค้าญี่ปุ่นมือสอง ในพื้นที่ อ.นาบอน จ.นครศรีธธรมราช พบผู้ต้องหา และของกลางจำนวนมาก โดยพบความเชื่อมโยงกัน สถานที่ดังกล่าวถูกใช้เป็นฐานของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ ที่ทำเป็นขบวนการแบ่งหน้าที่กันทำอย่างชัดเจน โดยจับกุมผู้ร่วมขบวนการได้ 63 ราย สัญชาติไทย 12 ราย สัญชาติอื่น 51 ราย พร้อมของกลางประกอบด้วย
1. คอมพิวเตอร์ 223 เครื่อง
2. โทรศัพท์มือถือ และซิมการ์ดผี 1,300 รายการ
3. เราเตอร์กระจายสัญญาณ 12 เครื่อง
4 .สมุดบัญชีธนาคาร ( บัญชีม้า ) 80 เล่ม
.
ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวว่า ดำเนินคดีกลุ่มผู้ต้องหา ในความผิด ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ, พ.ร.บ.การทำงานของคนต่างด้าวฯ, พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี, พ.ร.บ.โทรคมนาคมฯ, พ.ร.บ.ศุลกากรฯ และ ประกาศ กสทช. เรื่อง การยืนยันตัวตนและข้อมูลเกี่ยวกับการใช้บริการฯ และจะมีการขยายผลการกระทำผิดไปถึงทุกคนที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งดำเนินการยึดทรัพย์อย่างเด็ดขาด
.
“แก๊งนี้ถือเป็นองค์กรอาชญากรรมขนาดใหญ่ โดยในครั้งนี้ทางทูตตำรวจจีน และญี่ปุ่น ได้เข้าร่วมตรวจสอบการกระทำผิดเพื่อนำไปสู่การขยายผลการกระทำผิดในประเทศจีนและญี่ปุ่นต่อไป ซึ่งการจับกุมในครั้งนี้เป็นการตอบสนองนโยบายของนายกรัฐมนตรี ซึ่ง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐฯ ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง” พล.ต.ท.ธัชชัยฯ กล่าว
ด้าน พล.ต.อ.ณัฐธรฯ กล่าวว่า จากการตรวจสอบการสื่อสารข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลที่บันทึกไว้ในระบบคอมพิวเตอร์ และซักถามกลุ่มผู้ต้องหาพบว่าแก๊งหลอกลวงทางออนไลน์แก๊งนี้มีพฤติการณ์ดังนี้
• หาเหยื่อผ่านทางช่องทางโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะแอปพลิเคชันเทเลแกรม
• ชักชวนเหยื่อให้ช่วยแนะนำรีวิวโรงแรม รีสอร์ท ที่พัก ต่าง ๆ โดยล่อลวงว่าจะได้รับรางวัลตอบแทนเป็นที่พัก หรือตั๋วเครื่องบินฟรี
• หลอกให้เหยื่อกรอกข้อมูลส่วนบุคคลต่าง ๆ
• เมื่อเหยื่อหลงกลจะส่งข้อความแนบลิงก์เพื่อยืนยันการรับรางวัล ทั้งที่ความจริงเป็นลิงก์อันตราย ติดตั้งแอปฯ ควบคุมโทรศัพท์มือถือจากระยะไกล ( รีโมท )
• จากนั้นคนร้ายจะใช้ข้อมูลส่วนตัวที่เหยื่อให้ไว้เข้าถึงบัญชีธนาคารผ่านโมบายแบงก์กิ้ง ดูดเงินออกจากบัญชีของเหยื่อ
นอกจากนี้ยังมีกลอุบายหลอกให้ลงทุนด้วยวิธีต่าง ๆ ด้วย
.
พล.ต.อ.ณัฐธรฯ กล่าวด้วยว่า ในการจับกุมครั้งนี้ ตำรวจ กสทช. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ทำการรื้อถอน และตรวจยึดอุปกรณ์ทางเทคโนโลยี, คอมพิวเตอร์, โทรศัพท์มือถือ, รวมทั้งซิมการ์ด ซึ่งเป็น ซิมผี ไม่ได้ลงทะเบียนหรือลงทะเบียนไม่ถูกต้องตามกฎหมายและประกาศ กสทช.กำหนด ไปตรวจสอบทางเทคนิคเพื่อขยายผลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป
.
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความมุ่งมั่นในการป้องกัน และปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบอย่างจริงจัง เด็ดขาด
.
ทั้งนี้ขอย้ำเตือนภัยแก่พี่น้องประชาชนขอให้ระมัดระวังไม่หลงเชื่อกลลวงของมิจฉาชีพออนไลน์ ที่ใช้อุบายต่าง ๆ ในการล่อลวง และหากตกเป็นเหยื่อสามารถแจ้งเหตุ อายัดเงินด่วน ได้ทางสายด่วน โทร.1441 ศูนย์ AOC โดยไม่มีช่องทางไลน์ หรือเพจเฟซบุ๊กใด ๆ และสามารถแจ้งความออนไลน์ได้ทางเว็บไซต์ www.thaipoliceonline.go.th ช่องทางเดียวเท่านั้น โดยไม่มีช่องทางไลน์ หรือเพจเฟซบุ๊ก

#แก๊งคอลเซ็นเตอร์
#สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

🚨เตือนสายพลังใบ ขาย “น้ำกระท่อม” ผิดกฎหมาย‼️  ต้องถูกดำเนินคดี มีอัตราโทษจำคุก 6 เดือน - 2 ปี ปรับ 5,000 - 20,000 บาทด้ว...
12/03/2024

🚨เตือนสายพลังใบ

ขาย “น้ำกระท่อม” ผิดกฎหมาย‼️ ต้องถูกดำเนินคดี

มีอัตราโทษจำคุก 6 เดือน - 2 ปี ปรับ 5,000 - 20,000 บาท

ด้วยความปรารถนาดีจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

#น้ำกระท่อม
#สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

📣 #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  เตือนงดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องในวันมาฆบูชา ประจำปี 2567 ทุกช่องทาง “ผบ.ตร.” กำชับดู...
23/02/2024

📣 #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตือนงดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องในวันมาฆบูชา ประจำปี 2567 ทุกช่องทาง “ผบ.ตร.” กำชับดูแลความปลอดภัย พร้อมอำนวยความสะดวกการจราจรสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนา และสถานที่ท่องเที่ยว 🚨
พ.ต.อ.หญิง ฉันฉาย รัตนพานิช รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2567 เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา คือวันมาฆบูชา และมีวันหยุดชดเชยรวม 3 วันนั้น พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่อาจเดินทางไปทำบุญตามภูมิลำเนาหรือสถานที่ต่างๆ รวมทั้งข้อกฎหมายที่มีความผิดในการจำหน่ายสุราในวันสำคัญทางพุทธศาสนา จึงสั่งการให้หน่วยต่างๆ ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินพี่น้องประชาชน และอำนวยคามสะดวกการจราจร รวมทั้งประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ไปยังพี่น้องประชาชน
สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนไปยังผู้ประกอบการร้านค้า และพี่น้องประชาชน ให้งดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด ทั้งชนิดขายส่งและขายปลีกทั่วราชอาณาจักร ตลอด 24 ชั่วโมง คือหลังเวลา 24.00 น. ของคืนวันที่ 23 ก.พ.67 ไปจนถึงเวลา 24.00 น. ของคืนวันที่ 24 ก.พ.67 ยกเว้นเฉพาะร้านค้าปลอดอากรภายในอาคารท่าอากาศยานนานาชาติ
หากฝ่าฝืนมีความผิดตาม มาตรา 39 แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมทั้งห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทางช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือช่องทางออนไลน์ต่างๆ ด้วย หากฝ่าฝืนมีความผิดตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วยวิธีการหรือในลักษณะการขายทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2563 มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือ ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
พร้อมมอบหมายให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล , ตำรวจภูธรภาค 1-9 และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง จัดสายตรวจออกตรวจตราในพื้นที่รับผิดชอบ โดยเน้นการตรวจตราสถานบริการ สถานบันเทิง ร้านข้าวต้มโต้รุ่ง คาราโอเกะ ร้านอาหารตามสั่งริมทาง สถานีขนส่งโดยสารสาธารณะ สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง วัด สวนสาธารณะ อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันปราบปรามการกระทำผิด และดูแลความปลอดภัยพี่น้องประชาชน
ส่วนด้านการอำนวยความสะดวกการจราจร ให้จัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกการจราจรในจุดที่มีการจราจรหนาแน่นให้เกิดความสะดวกรวดเร็วและปลอดภัย จัดระเบียบการจัดรถ โดยเฉพาะในจุดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ วัดและสถานที่สำคัญทางศาสนา และจัดการจราจรในพื้นที่รอยต่อ ประสานการปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิด ตลอดจนให้เตรียมอุปกรณ์ในการปฏิบัติหน้าที่ อุปกรณ์การเคลื่อนย้ายยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุกีดขวางในเส้นทางการจราจร
นอกจากนี้ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติสั่งการเน้นย้ำไปยังทุกหน่วยทั่วประเทศ ในการดูแลความปลอดภัยพี่น้องประชาชนทุกมิติ พร้อมขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนช่วยกันสอดส่องดูแล เป็นหูเป็นตา หากพบเห็นการกระทำผิด หรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งเบาะแสและข้อมูลข่าวสารมายังโทรศัพท์ สายด่วน 191 และ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง

#มาฆบูชา
#สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

รับงานใหญ่  ของคนใหญ่  ใจต้องนิ่ง
17/02/2024

รับงานใหญ่ ของคนใหญ่ ใจต้องนิ่ง

 #รวบคาบ้าน เจ้าหน้าที่ธนาคารฝ่ายสินเชื่อ ขายข้อมูลลูกค้า กว่า5พันรายชื่อตำรวจไซเบอร์ นำกำลังบุกจับคาบ้าน เจ้าหน้าที่ธนา...
16/02/2024

#รวบคาบ้าน เจ้าหน้าที่ธนาคารฝ่ายสินเชื่อ
ขายข้อมูลลูกค้า กว่า5พันรายชื่อ
ตำรวจไซเบอร์ นำกำลังบุกจับคาบ้าน เจ้าหน้าที่ธนาคารฝ่ายสินเชื่อ ขายข้อมูลลูกค้า กว่า 5,000 รายชื่อ รายได้เดือนละหลายหมื่นบาท ทำมาแล้วกว่า 2 ปี

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 15 ก.พ.2567 ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เมืองทอง นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วย ดร.ศิวรักษ์ ศิวโมกษธรรม เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และ พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. แถลงจับกุมตัว นายสุวรรณ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 506/2567 ลงวันที่ 6 ก.พ.2567 ที่บริเวณหน้าบ้านหลังหนึ่ง หมู่บ้านพระปิ่น 3 ม.17 ต.บางแม่นาง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี

โดยผู้ต้องหาเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายสินเชื่อสถาบันการเงินแห่งหนึ่ง ลักลอบนำข้อมูลลูกค้าของสถาบันการเงินมาดัดแปลง แก้ไข และนำไปจำหน่ายต่อให้กลุ่มที่สนใจ อาทิ ตัวแทนสินเชื่อ ตัวแทนประกัน ซึ่งบางกรณีตกไปอยู่ในมือของกลุ่มมิจฉาชีพแก๊งคอลเซ็นเตอร์

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อหา ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเคอร์ อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนขยายผลผู้ที่กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่น ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับลักลอบนำข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าไปขายให้กับกลุ่มมิจฉาชีพ ซึ่งข้อมูลของลูกค้า แลกเปลี่ยนข้อมูลลูกค้า

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายค้นพบคอมพิวเตอร์พกพาและโทรศัพท์มือถือ ที่เก็บไฟล์ภาพข้อมูลของลูกค้าและประชาชนที่ซื้อขายข้อมูลมาจากบุคคลอื่น และข้อมูลลูกค้าที่ผู้ต้องหาถือเก็บไว้ และเป็นเจ้าหน้าที่สถาบันการเงินแห่งหนึ่งโดยทำหน้าที่หัวหน้าฝ่ายสินเชื่อในการประสานงานกับลูกค้า จึงมีการเก็บข้อมูลลูกค้าไว้ส่วนหนึ่งโดยทำการจดบันทึกและจัดทำเป็นไฟล์เอกสารแล้วจึงนำไปจำหน่ายต่อให้กับกลุ่มนายหน้าประกัน นายหน้าสินเชื่อของสถาบันธนาคารการเงินอื่น โดยไม่ถูกขั้นตอนของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยจะทยอยนำรายชื่อลูกค้า ครั้งละ 3,000-5,000 รายชื่อ ที่เป็นกลุ่มลูกค้าเครดิตดี ไปจำหน่ายต่อในราคารายชื่อละ 1 บาท ทำให้มีรายได้เพิ่มเติมในแต่ละเดือนหลักหลาย 10,000 บาท โดยกระทำการในลักษณะเช่นนี้มาแล้วกว่า 1-2 ปี เพื่อใช้ข้อมูลชื่อลูกค้าในการทำงานฝ่ายสินเชื่อมากขึ้น

การหลอกลวงของมิจฉาชีพในปัจจุบันมีการปรับเปลี่ยนวิธีการโดยจะใช้วิธีซื้อข้อมูลเหยื่อจากกลุ่มตลาดมืดที่เป็นข้อมูลพรีเมียม กล่าวคือเป็นข้อมูลเหยื่อที่มีเครดิตชั้นดี ซึ่งทำให้กลุ่มมิจฉาชีพสามารถตีสนิทเหยื่อได้ง่ายกว่า เนื่องจากมีข้อมูลจำเพาะเจาะจงทำให้เหยื่อหลงเชื่อว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หรือเจ้าหน้าที่ภาคเอกชนต่าง ๆ ติดต่อมาจริง ทำให้เกิดความสูญเสียเป็นจำนวนมาก ก็เพราะมีแหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคลที่รั่วไหลมาจากสถานบันการเงิน สถาบันสินเชื่อต่าง ๆ จึงต้องเร่งปราบปรามผู้กระทำผิดในลักษณะนี้ตามนโยบายของรัฐบาล ติดตามจับกุมกลุ่มผู้กระทำผิดในคดีนี้ให้จงได้ กระทั่งสืบสวนขยายผลจับกุมผู้กระทำผิดในการซื้อขายข้อมูลประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง และได้ประสานข้อมูลการสืบสวนร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) โดยตรวจสอบขยายผลเพื่อดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ให้ครบถ้วนทั้งตัวผู้กระทำผิดและมีมาตรการทางปกครองต่อหน่วยหรือสถาบันที่แหล่งข้อมูลมีการรั่วไหลเพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน/

เตือนภัย  มิจฉาชีพ    ให้คุณแอดไลน์เหตุผล : ตรวจสอบตัวตนในไลน์ยาก/ตำรวจ ส่งหนังสือไปสอบถามขอข้อมูลจากไลน์ ส่วนมาก  ไม่ได...
16/02/2024

เตือนภัย มิจฉาชีพ ให้คุณแอดไลน์
เหตุผล : ตรวจสอบตัวตนในไลน์ยาก/ตำรวจ ส่งหนังสือไปสอบถามขอข้อมูลจากไลน์ ส่วนมาก ไม่ได้รับความร่วมมือ

ภาษีที่ดิน 2657 ไม่มีแล้วลดหย่อน…เก็บเต็มแล้ว 100% ปีนี้ !!สามารถเช็กอัตราภาษีที่ต้องชำระและรายละเอียดอื่นๆ เพิ่มเติมได้...
14/02/2024

ภาษีที่ดิน 2657 ไม่มีแล้วลดหย่อน…เก็บเต็มแล้ว 100% ปีนี้ !!
สามารถเช็กอัตราภาษีที่ต้องชำระและรายละเอียดอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่
https://thelist.group/realist/blog/ร่างภาษีที่ดิน
“ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง” เป็นกฎหมายที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 13 มี.ค. 2562 และมีการเริ่มเก็บภาษีไปตั้งแต่ 1 ม.ค. 2563 แต่เนื่องด้วยสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ทางรัฐบาลมีการปรับลดอัตราภาษี มาตั้งแต่ปี 2563 - 2566 ซึ่งมีการลดอัตราภาษีให้ถึง 90% (ในปี 2563 - 2565) นั่นหมายถึงให้เราจ่ายเพียงแค่ 10% และลด 15% ในปี 2566 ที่ผ่านมา
ในในปี 2567 นี้ รัฐบาลมีแนวทางการเก็บภาษีในอัตราที่จัดเก็บปัจจุบัน โดยจะจัดเก็บเต็ม 100% ไม่มีลดหย่อนให้ เหมือนกับปี 2565 ส่วนไทมน์ไลน์การดำเนินการจ่ายภาษี จะมีดังนี้
- เมษายน 67 - อปท. แจ้งการประเมินภาษีให้ผู้เสียภาษีรับทราบ

- มิถุนายน 67 - ผู้เสียภาษีดำเนินการชำระภาษีตามแบบแจ้งประเมิน
ทั้งนี้หากราคาภาษีเกิน 3,000 บาท สามารถขอผ่อนจ่ายได้ 3 งวด (เริ่มงวดที่ 1 เดือน มิ.ย. และสิ้นสุดงวดที่ 3 ก.ค.)

โดยช่องทางการชำระ มีหลายช่องทางดังนี้
- ชำระที่ อปท. หรือ สำนักงานเขตนั้นๆ
- หากเป็นในต่างจังหวัดสามารถชำระได้ที่ อปท ไม่ว่าจะ อบต., เทศบาล และ อบจ.
- หากเป็นพื้นที่กรุงเทพฯ สามารถไปจ่ายได้ที่สำนักงานเขตที่ดินครับ
- สามารถชำระผ่านธนาคาร ก็ได้เช่นกัน
- ผ่านตู้ ATM และเคาน์เตอร์ ของธนาคารกรุงไทยทุกสาขา
- ชำระผ่านบาร์โค้ด หรือ QR Code, Internet Banking, Mobile Banking เข้าบัญชีของ อปท. นั้น
- ผ่านบัตรเครดิต ของทุกธนาคาร รวมไปถึงบัตรกรุงไทยวีซ่าเดบิต
- ผ่านไปรษณีย์ลงทะเบียน เช่น ธนาณัติ ตั๋วแลกเงิน เช็ค
และภายในเดือนกรกฎาคม อปท. จะส่งจดหมายแจ้งเตือนภาษีค้างชำระ ให้กับคนที่ยังไม่ได้ชำระภาษี ซึ่งการจ่ายภาษีที่ดินเกินกำหนดเวลา จะต้องเสียภาษีค้างชำระ รวมทั้งเบี้ยปรับและเงินเพิ่มดังนี้
เบี้ยปรับ
- คิดเบี้ยปรับ 10% ของภาษีที่ค้างชำระ : หากชำระภาษีก่อนทาง อปท. ออกหนังสือแจ้งเตือน
- คิดเบี้ยปรับ 20% ของภาษีที่ค้างชำระ : หากชำระภายในวันที่หนังสือแจ้งเตือนกำหนด
- คิดเบี้ยปรับ 40% ของภาษีที่ค้างชำระ : มาชำระภายหลังกำหนดในหนังสือแจ้งเตือน
ทั้งนี้จะถ้าหากไม่ได้ชำระภาษีในเวลาที่กำหนด จะต้องเสียเงินเพิ่มอีก 1% ต่อเดือนของจำนวนภาษีค้างชำระ โดยนับจากวันที่พ้นกำหนดเวลาชำระภาษี จนถึงวันที่มีการชำระภาษี แต่ต้องไม่เกินกว่าจำนวนภาษที่จ่าย
เรียกว่ามีช่องทางการชำระ ก็มีหลากหลายช่องทางให้เลือกกันเลย ที่สำคัญอย่าลืมเช็คความถูกต้องของแบบแจ้งการประเมินภาษี และดูกำหนดจ่ายภาษีที่ดินก่อนจ่ายจริงกันด้วยนะครับ
#ภาษี #ภาษีที่ดิน #ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง #อสังหาริมทรัพย์ #ที่ดิน

ที่มา : สำนักงานตำรวจแห่งชาติตร. เตือน จำนำรถติดไฟแนนซ์ ผิดกฎหมาย! คนรับจำนำ หรือซื้อรถหลุดจำนำ เสี่ยงผิด “รับของโจร”เมื...
01/02/2024

ที่มา : สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ตร. เตือน จำนำรถติดไฟแนนซ์ ผิดกฎหมาย!
คนรับจำนำ หรือซื้อรถหลุดจำนำ เสี่ยงผิด “รับของโจร”

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่อาจได้รับความเสียหายจากอาชญากรรมรูปแบบต่าง ๆ โดยปัจจุบันได้มีพี่น้องประชาชนที่ประสบปัญหาภาระหนี้สิน เนื่องมีความจำเป็นต้องใช้เงิน หรือต้องรีบหาเงินมาชำระให้กับเจ้าหนี้ ได้นำรถยนต์ที่อยู่ระหว่างการผ่อนชำระกับสถาบันทางการเงิน หรือที่เรียกว่า “รถติดไฟแนนซ์” ไปจำนำไว้กับผู้ที่ประกาศรับจำนำรถ ทั้งที่ยังมีภาระหนี้สินกับไฟแนนซ์อยู่
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอเตือนพี่น้องประชาชนว่า รถที่ติดไฟแนนซ์หรืออยู่ระหว่างผ่อนชำระกับสถาบันทางการเงิน ผู้ถือกรรมสิทธิ์หรือเจ้าของรถตัวจริงของรถคันดังกล่าว คือสถาบันทางการเงิน ส่วนผู้เช่าซื้อเป็นเพียงผู้ครอบครองเท่านั้น ไม่ได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยสมบูรณ์
ดังนั้น การที่ผู้เช่าซื้อนำรถติดไฟแนนซ์ไปจำนำ แล้วผู้เช่าซื้อไม่ผ่อนชำระหรือไม่นำเงินมาปิดยอดไฟแนนซ์ที่เหลืออยู่ จะเข้าข่ายเป็นการ “ครอบครอบทรัพย์ซึ่งเป็นของผู้อื่นหรือซึ่งผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย เบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือบุคคลที่สามโดยทุจริต” ซึ่งเป็นความผิดฐาน “ยักยอก” ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ส่วนผู้รับจำนำหรือผู้รับซื้อรถคันดังกล่าว หากรู้หรือควรจะรู้ได้ว่ารถยนต์คันดังกล่าวเป็นรถติดไฟแนนซ์ การรับจำนำหรือรับซื้อรถคันดังกล่าวไว้ อาจเข้าข่ายเป็นการ “ซื้อ หรือรับจำนำ ซึ่งทรัพย์อันได้มาจากการกระทำความผิดฐานยักยอก” ซึ่งเป็นความผิดฐาน “รับของโจร” ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ส่วนการสังเกตว่า รถยนต์คันดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ใด ให้ตรวจสอบจาก “ใบคู่มือจดทะเบียน” ซึ่งจะระบุ รายละเอียดทะเบียนรถ ผู้ถือกรรมสิทธิ์ และผู้ครอบครองรถ ถ้าหากตรวจสอบแล้วพบว่าชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ เป็นชื่อของสถาบันทางการเงิน ให้ระมัดระวังในการรับจำนำ หรือรับซื้อรถคันดังกล่าว เพราะอาจตกเป็นผู้กระทำความผิดฐาน “รับของโจร” ได้

#จำนำรถ #รถติดไฟแนนซ์
#สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

03/01/2024
เจอคนกินเหล้า ขับรถมาชน  ต้องทำอย่างไร    #เมาแล้วขับ
30/12/2023

เจอคนกินเหล้า ขับรถมาชน ต้องทำอย่างไร
#เมาแล้วขับ

ที่อยู่

888/4 หมู่ที่ 1 ต. แสนสุข อ. วารินชำราบ
Ubon Ratchathani
34190

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สำนักกฎหมาย PJS.Lawfirmผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง สำนักกฎหมาย PJS.Lawfirm:

แชร์

ประเภท