ให้คำปรึกษาคดีปกครองและคดีอาญาทุจริต

ให้คำปรึกษาคดีปกครองและคดีอาญาทุจริต ให้คำปรึกษาและดำเนินคดีปกครอง คดีอาญาทุจริต ทั่วราชอาณาจักร

18/08/2026

ซีรีส์ “รู้กฎหมายปกครอง เข้าใจสิทธิของคุณ” ตอนที่ 27

ก่อนออกคำสั่ง ต้องเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกระทบสิทธิชี้แจงหรือไม่?

โดยหลัก หากคำสั่งทางปกครองอาจกระทบสิทธิของบุคคล เจ้าหน้าที่ควรเปิดโอกาสให้บุคคลนั้นได้ทราบข้อเท็จจริงและโต้แย้งแสดงพยานหลักฐานก่อน

ตัวอย่างเช่น

- จะสั่งลงโทษทางวินัย
- จะเพิกถอนใบอนุญาต
- จะเรียกให้ชดใช้เงิน
- จะออกคำสั่งที่กระทบสิทธิหรือประโยชน์ของบุคคลโดยตรง

เหตุผลก็เพราะ ก่อนรัฐจะใช้อำนาจกระทบสิทธิของใคร ควรเปิดโอกาสให้เขาได้ “พูดในส่วนของตนเอง” เสียก่อน

แต่ต้องเข้าใจด้วยว่า ไม่ใช่ทุกกรณีที่ไม่เปิดโอกาสชี้แจงแล้วคำสั่งจะเสียทันที เพราะกฎหมายมีข้อยกเว้นบางกรณี เช่น เรื่องเร่งด่วน หรือกรณีที่การเปิดโอกาสดังกล่าวไม่อาจทำได้ตามลักษณะของเรื่อง

สิ่งที่ต้องตรวจสอบคือ

- ผู้ถูกกระทบสิทธิได้รับแจ้งข้อเท็จจริงครบหรือไม่
- มีเวลาเพียงพอให้ชี้แจงหรือไม่
- ได้ยื่นพยานหลักฐานแล้ว แต่หน่วยงานนำไปพิจารณาจริงหรือไม่
- ขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดไว้ถูกปฏิบัติครบหรือไม่

สรุป

สิทธิในการชี้แจงไม่ใช่เพียงพิธีการ แต่เป็นส่วนหนึ่งของความเป็นธรรมในการใช้อำนาจรัฐ เพราะบางครั้ง หากเปิดโอกาสให้ชี้แจงตั้งแต่ต้น คำสั่งที่ผิดพลาดอาจไม่เกิดขึ้นเลย

📌 ตอนต่อไป: หน่วยงานเปิดโอกาสให้ชี้แจงแล้ว แต่ไม่ยอมพิจารณาคำชี้แจงหรือพยานหลักฐานของเรา แบบนี้ถือว่าถูกต้องหรือไม่

17/08/2026

ซีรีส์ “รู้กฎหมายปกครอง เข้าใจสิทธิของคุณ” ตอนที่ 26

ถ้าคำสั่งออกโดย “ผู้ไม่มีอำนาจ” คำสั่งนั้นใช้ได้หรือไม่?

เรื่องอำนาจของผู้ลงนาม เป็นจุดสำคัญมากในคดีปกครอง เพราะต่อให้เนื้อหาคำสั่งดูมีเหตุผลเพียงใด แต่ถ้าคนออกคำสั่ง ไม่มีอำนาจตามกฎหมาย ก็อาจกลายเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายได้

ต้องตรวจสอบว่า

- กฎหมายให้อำนาจใครเป็นผู้ออกคำสั่ง
- ผู้ลงนามดำรงตำแหน่งนั้นจริงหรือไม่
- มีคำสั่งมอบอำนาจหรือมอบหมายไว้ถูกต้องหรือไม่
- การมอบอำนาจนั้นทำได้ตามกฎหมายหรือไม่
- ผู้รับมอบอำนาจใช้อำนาจเกินขอบเขตที่ได้รับหรือไม่

บางกรณี เจ้าหน้าที่มีตำแหน่งอยู่จริง แต่ ไม่ได้มีอำนาจออกคำสั่งประเภทนั้น หรือมีอำนาจเพียงบางส่วน การลงชื่อในคำสั่งจึงอาจไม่ชอบด้วยกฎหมายได้

แต่ก็ต้องระวังว่า ไม่ใช่ความผิดพลาดทุกอย่างเกี่ยวกับผู้ลงนาม จะทำให้คำสั่งเสียไปทั้งหมดทันที ต้องดูระดับความบกพร่องและกฎหมายที่ใช้บังคับในเรื่องนั้นด้วย

สรุป

เวลาตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของคำสั่ง อย่าดูแค่ “สั่งว่าอะไร” แต่ต้องดูด้วยว่า “ใครเป็นคนสั่ง และเขามีอำนาจจริงหรือไม่”

บางคดี จุดชี้ขาดไม่ได้อยู่ที่ข้อเท็จจริงในเนื้อหา แต่อยู่ที่คำถามง่าย ๆ ว่า
คนที่ลงชื่อ มีอำนาจลงชื่อหรือเปล่า

📌 ตอนต่อไป: คำสั่งทางปกครองที่ออกโดยไม่เปิดโอกาสให้ผู้ถูกกระทบสิทธิชี้แจงก่อน จะไม่ชอบด้วยกฎหมายทุกกรณีหรือไม่

16/08/2026

ซีรีส์ “รู้กฎหมายปกครอง เข้าใจสิทธิของคุณ” ตอนที่ 25

อุทธรณ์แล้วถูก “ยืนยันคำสั่งเดิม” ต้องฟ้องคำสั่งไหน?

เมื่อผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์แล้วมีคำวินิจฉัย ยืนยันคำสั่งเดิม หลายคนสงสัยว่า เวลาฟ้องศาลปกครอง ต้องฟ้องคำสั่งเดิม หรือฟ้องคำวินิจฉัยอุทธรณ์

คำตอบคือ ต้องดูว่า คำสั่งใดเป็นเหตุที่ทำให้สิทธิของเราถูกกระทบ และคำวินิจฉัยอุทธรณ์มีผลอย่างไรต่อคำสั่งเดิม

ในทางปฏิบัติ หากคำวินิจฉัยอุทธรณ์ยังคงผลของคำสั่งเดิมไว้ ผู้ฟ้องมักต้องโต้แย้ง ทั้งเหตุแห่งคำสั่งเดิม และความชอบด้วยกฎหมายของคำวินิจฉัยอุทธรณ์ เพื่อให้ศาลเห็นภาพทั้งกระบวนการ

ประเด็นที่ต้องดู เช่น

- คำสั่งเดิมอาศัยข้อเท็จจริงถูกต้องหรือไม่
- ขั้นตอนการออกคำสั่งชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
- ผู้พิจารณาอุทธรณ์ได้ตรวจสอบข้อโต้แย้งครบหรือไม่
- เหตุผลที่ยืนยันคำสั่งเดิมมีน้ำหนักเพียงพอหรือไม่
- มีการนำพยานหลักฐานใหม่มาพิจารณาหรือถูกละเลยหรือไม่

สิ่งสำคัญคือ อย่าดูเฉพาะหนังสืออุทธรณ์ฉบับสุดท้าย เพราะต้นเหตุของปัญหามักอยู่ในคำสั่งเดิม ขณะที่ความบกพร่องอีกชั้นหนึ่งอาจเกิดขึ้นในขั้นพิจารณาอุทธรณ์

สรุป

เมื่ออุทธรณ์ไม่สำเร็จ การฟ้องศาลปกครองไม่ใช่แค่บอกว่า “ไม่เห็นด้วยกับผลอุทธรณ์” แต่ต้องชี้ให้ชัดว่า ตั้งแต่คำสั่งเดิมจนถึงคำวินิจฉัยอุทธรณ์ มีจุดใดไม่ชอบด้วยกฎหมาย

📌 ตอนต่อไป: ถ้าคำสั่งทางปกครองออกโดย “ผู้ไม่มีอำนาจ” คำสั่งนั้นจะเสียไปทั้งฉบับเลยหรือไม่

15/08/2026

รีส์ “รู้กฎหมายปกครอง เข้าใจสิทธิของคุณ” ตอนที่ 24
ระหว่างอุทธรณ์ คำสั่งเดิมยังมีผลบังคับอยู่หรือไม่?
คำตอบคือ โดยหลัก ยังมีผลอยู่
หลายคนเข้าใจว่า พอยื่นอุทธรณ์คำสั่งทางปกครองแล้ว คำสั่งเดิมจะหยุดใช้ทันที แต่ความจริงไม่ใช่แบบนั้น
ตัวอย่างเช่น
ถูกสั่งให้ชดใช้เงิน
ถูกเพิกถอนใบอนุญาต
ถูกลงโทษทางวินัย
ถูกสั่งรื้อถอน
แม้จะยื่นอุทธรณ์แล้ว คำสั่งเดิมก็ยังอาจมีผลบังคับต่อไป จนกว่าจะมีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับ เพิกถอน เปลี่ยนแปลง หรือมีคำวินิจฉัยเป็นอย่างอื่นตามกฎหมาย
ตรงนี้สำคัญมาก เพราะบางคนยื่นอุทธรณ์แล้วคิดว่า “เรื่องหยุดแล้ว” จึงไม่ทำอะไรต่อ สุดท้ายกลับได้รับผลกระทบจากคำสั่งเดิมเต็ม ๆ
ดังนั้น ถ้าคำสั่งนั้นจะก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรง ควรตรวจสอบทันทีว่า สามารถขอทุเลาการบังคับคำสั่งในชั้นอุทธรณ์ หรือขอต่อศาลปกครองได้หรือไม่
สรุป
การอุทธรณ์ คือ การขอให้มีการทบทวนคำสั่ง
แต่ไม่ได้แปลว่า คำสั่งเดิมหยุดบังคับโดยอัตโนมัติ
สองเรื่องนี้ต้องแยกให้ออก เพราะบางคดี การรู้ตรงนี้เร็วหรือช้า อาจต่างกันถึงขั้นรักษาสิทธิไว้ได้หรือเสียสิทธิไปเลย
📌 ตอนต่อไป: ถ้าผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์ “ยืนยันคำสั่งเดิม” ผู้เสียหายต้องฟ้องใคร และจะโต้แย้งคำสั่งฉบับไหน

13/08/2026

ซีรีส์ “รู้กฎหมายปกครอง เข้าใจสิทธิของคุณ” ตอนที่ 23

ยื่นอุทธรณ์แล้ว หน่วยงานไม่วินิจฉัยเสียที ต้องรอหรือฟ้องศาลได้เลย?

หลายคนติดอยู่ตรงนี้ เพราะคิดว่า เมื่อยื่นอุทธรณ์แล้ว ต้องรอผลให้ถึงที่สุดก่อนเสมอ จึงจะฟ้องศาลปกครองได้

ความจริงคือ ต้องดูว่ากฎหมายกำหนดระยะเวลาให้หน่วยงานพิจารณาอุทธรณ์ไว้เท่าใด หากพ้นกำหนดแล้วหน่วยงานยังไม่วินิจฉัย ผู้ยื่นอุทธรณ์อาจมีสิทธินำคดีไปฟ้องศาลปกครองได้ โดยไม่จำเป็นต้องรอไปเรื่อย ๆ ทั้งนี้ต้องพิจารณากฎหมายเฉพาะของเรื่องนั้นประกอบด้วย

สิ่งที่ต้องระวังคือ เมื่อพ้นกำหนดเวลาที่ฝ่ายปกครองต้องวินิจฉัยแล้ว กำหนดเวลาฟ้องคดีอาจเริ่มเดิน การรอหนังสือตอบโดยไม่ตรวจสอบระยะเวลา อาจทำให้เสียสิทธิได้

ดังนั้น หลังยื่นอุทธรณ์ควรเก็บหลักฐานวันที่ยื่นอุทธรณ์ หนังสือรับเรื่อง และหนังสือแจ้งขยายเวลาพิจารณาไว้ให้ครบ เพราะเอกสารเหล่านี้อาจเป็นตัวกำหนดว่า วันสุดท้ายที่สามารถฟ้องศาลได้คือวันใด

สรุป

ยื่นอุทธรณ์แล้ว หน่วยงานจะนิ่งไว้ไม่มีกำหนดไม่ได้ และผู้ได้รับความเดือดร้อนก็ไม่ควรรอโดยไม่รู้เส้นตายของตนเอง

คดีปกครองหลายคดีไม่ได้เสียเพราะเนื้อหาคดีไม่ดี แต่เสียเพราะ รอนานเกินกว่าที่กฎหมายให้รอ

📌 ตอนต่อไป: ระหว่างอุทธรณ์คำสั่ง คำสั่งเดิมยังมีผลบังคับอยู่หรือไม่

12/08/2026

ซีรีส์ “รู้กฎหมายปกครอง เข้าใจสิทธิของคุณ” ตอนที่ 22
ยื่นหนังสือร้องเรียนแล้ว กำหนดเวลาฟ้องคดีปกครองหยุดนับหรือไม่?
โดยหลัก ไม่หยุดนับเพียงเพราะเราไปยื่นหนังสือร้องเรียนหรือขอความเป็นธรรม
เรื่องนี้เป็นจุดที่ผู้เสียหายพลาดกันไม่น้อย เพราะคิดว่า เมื่อยื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้บังคับบัญชา รัฐมนตรี หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว ก็สามารถรอคำตอบไปก่อนได้
แต่หากกฎหมายกำหนดเวลาฟ้องคดีไว้ การร้องเรียนทั่วไปไม่ได้ทำให้กำหนดเวลาฟ้องหยุดหรือเริ่มนับใหม่โดยอัตโนมัติ
ต้องแยกให้ออกระหว่าง
การอุทธรณ์ตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด ซึ่งอาจมีผลต่อการนับกำหนดเวลาฟ้อง
การร้องเรียนหรือขอความเป็นธรรมทั่วไป ซึ่งโดยหลักไม่ได้ยืดเวลาฟ้องออกไป
ตัวอย่างเช่น ได้รับคำสั่งที่กระทบสิทธิแล้วแทนที่จะดำเนินการตามช่องทางอุทธรณ์หรือฟ้องคดี กลับทำหนังสือร้องเรียนไปหลายหน่วยงานและรอคำตอบเป็นเดือน ๆ เมื่อกลับมาจะฟ้องศาล อาจพบว่า พ้นกำหนดเวลาฟ้องไปแล้ว
สรุป
อย่าเข้าใจว่า “ยื่นเรื่องไว้แล้ว อายุความหยุด” เพราะอาจไม่ใช่เช่นนั้น เมื่อได้รับคำสั่งหรือถูกกระทบสิทธิ ควรตรวจสอบทันทีว่า ต้องอุทธรณ์หรือไม่ และกำหนดเวลาฟ้องเริ่มนับตั้งแต่เมื่อใด
การร้องเรียนอาจช่วยแก้ปัญหาได้ แต่ อย่าให้การรอคำตอบจากหนังสือร้องเรียน กลายเป็นเหตุให้เสียสิทธิในการฟ้องคดี
📌 ตอนต่อไป: หน่วยงานไม่ตอบอุทธรณ์เสียที ต้องรอคำวินิจฉัยก่อนหรือสามารถฟ้องศาลปกครองได้เลย

11/08/2026

ซีรีส์ "รู้กฎหมายปกครอง เข้าใจสิทธิของคุณ" ตอนที่ 21
ก่อนฟ้องคดีปกครอง ต้องตรวจสอบ 5 เรื่องนี้ก่อน
มีข้อเท็จจริงและหลักฐานดี ไม่ได้แปลว่าศาลจะรับคดีไว้พิจารณาเสมอไป เพราะก่อนที่ศาลจะวินิจฉัยว่าใครผิดใครถูก ยังมีเงื่อนไขในการฟ้องคดีที่ต้องผ่านเสียก่อน
ก่อนยื่นฟ้อง ควรตรวจสอบอย่างน้อย 5 เรื่อง
1. ฟ้องถูกศาลหรือไม่
ต้องพิจารณาว่าข้อพิพาทนั้นอยู่ในอำนาจศาลปกครองจริงหรือไม่ ไม่ใช่ดูเพียงว่าคู่กรณีเป็นหน่วยงานของรัฐ
2. เรามีสิทธิฟ้องหรือไม่
ผู้ฟ้องต้องเป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย หรืออาจได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายจากเรื่องที่นำมาฟ้อง และคำขอต้องเป็นเรื่องที่ศาลมีอำนาจกำหนดคำบังคับให้ได้
3. ต้องอุทธรณ์หรือดำเนินการก่อนฟ้องหรือไม่
บางเรื่องกฎหมายกำหนดขั้นตอนแก้ไขความเดือดร้อนไว้โดยเฉพาะ หากยังดำเนินการไม่ครบ อาจยังนำคดีมาฟ้องไม่ได้
4. คดียังอยู่ในกำหนดเวลาฟ้องหรือไม่
ต้องตรวจสอบให้ชัดว่าเริ่มนับกำหนดเวลาฟ้องตั้งแต่วันใด เพราะการเจรจา ร้องเรียน หรือทำหนังสือไปหาหน่วยงาน ไม่ได้ทำให้ระยะเวลาฟ้องหยุดลงในทุกกรณี
5. จะขอให้ศาลสั่งอะไร
ต้องกำหนดคำขอให้ตรงกับประเภทคดี เช่น ขอเพิกถอนคำสั่ง ขอให้หน่วยงานปฏิบัติหน้าที่ หรือขอให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เพราะศาลจะกำหนดคำบังคับได้ภายในขอบเขตอำนาจตามกฎหมาย
สรุป
ก่อนถามว่า “คดีนี้จะชนะไหม” ควรถามก่อนว่า “คดีนี้ฟ้องได้หรือยัง ฟ้องทันหรือไม่ และขอให้ศาลทำอะไรได้บ้าง” เพราะหากเงื่อนไขการฟ้องไม่ครบ ศาลอาจยังไม่ถึงขั้นวินิจฉัยเนื้อหาของคดีเลย
📌 ตอนต่อไป: ยื่นหนังสือร้องเรียนหรือขอความเป็นธรรมต่อหน่วยงานไว้แล้ว จะทำให้อายุความหรือกำหนดเวลาฟ้องคดีปกครองหยุดนับหรือไม่

07/08/2026

ซีรีส์ "รู้กฎหมายปกครอง เข้าใจสิทธิของคุณ" ตอนที่ 20
ฟ้องคดีปกครอง จำเป็นต้องมีทนายความหรือไม่?
คำถามนี้มีผู้ถามบ่อยมาก คำตอบคือ กฎหมายไม่ได้บังคับว่าต้องมีทนายความ
ประชาชนสามารถยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครองด้วยตนเองได้ หากเห็นว่าหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการไม่ชอบด้วยกฎหมาย และตนเป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย
อย่างไรก็ตาม การฟ้องคดีปกครองไม่ใช่เพียงการเล่าเรื่องให้ศาลฟัง แต่ผู้ฟ้องต้องสามารถแสดงให้เห็นว่า
ศาลปกครองมีอำนาจพิจารณาคดี
ผู้ฟ้องเป็นผู้มีสิทธิฟ้อง
คดียังไม่พ้นกำหนดเวลาฟ้อง
การกระทำของหน่วยงานรัฐไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างไร
มีพยานหลักฐานใดสนับสนุนข้ออ้างของตน
นอกจากนี้ ในบางคดีอาจมีประเด็นทางกฎหมายที่ซับซ้อน เช่น การตีความกฎหมาย การโต้แย้งการใช้ดุลพินิจของฝ่ายปกครอง หรือการเรียกค่าสินไหมทดแทน ซึ่งต้องอาศัยการวางแนวทางคดีและการอ้างอิงบทกฎหมายหรือแนวคำพิพากษาอย่างเหมาะสม
สรุป
กฎหมายเปิดโอกาสให้ประชาชนฟ้องคดีปกครองด้วยตนเองได้ แต่หากคดีมีข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่ซับซ้อน การปรึกษาหรือให้ทนายความช่วยดำเนินคดีตั้งแต่ต้น อาจช่วยลดความผิดพลาดและเพิ่มโอกาสในการคุ้มครองสิทธิของตนได้
📌 ตอนต่อไป: ก่อนฟ้องคดีปกครอง มี 5 เรื่องที่ต้องตรวจสอบให้ครบ หากพลาดเพียงข้อเดียว อาจทำให้เสียสิทธิในการดำเนินคดีได้

06/08/2026

ซีรีส์ "รู้กฎหมายปกครอง เข้าใจสิทธิของคุณ" ตอนที่ 19
"ทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครอง" คืออะไร? ทำไมจึงสำคัญกว่าที่หลายคนคิด
หลายคนเข้าใจว่า เมื่อฟ้องคดีต่อศาลปกครองแล้ว คำสั่งทางปกครองจะหยุดมีผลทันที ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง
หลักกฎหมายคือ การยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครอง ไม่เป็นเหตุให้การบังคับตามคำสั่งทางปกครองหยุดลง เว้นแต่ศาลจะมีคำสั่ง "ทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครอง"
ตัวอย่างเช่น
ถูกคำสั่งให้ออกจากราชการ
ถูกเพิกถอนใบอนุญาต
ถูกสั่งรื้อถอนอาคาร
ถูกสั่งเรียกเงินคืน
แม้จะยื่นฟ้องศาลแล้ว คำสั่งเหล่านี้ก็ยังมีผลใช้บังคับอยู่ หากไม่มีคำสั่งทุเลาจากศาล
การที่ศาลจะมีคำสั่งทุเลาการบังคับนั้น ไม่ใช่มีให้ทุกคดี ผู้ขอต้องแสดงให้ศาลเห็นว่า หากปล่อยให้คำสั่งมีผลบังคับต่อไป จะเกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง และการทุเลาจะไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประโยชน์สาธารณะหรือเป็นอุปสรรคต่อการบริหารราชการอย่างร้ายแรง
ดังนั้น หากคดีมีความจำเป็นเร่งด่วน การยื่นคำขอทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครอง อาจมีความสำคัญไม่แพ้การยื่นฟ้องคดีเอง
สรุป
หลายคดีแพ้ตั้งแต่ยังไม่ถึงวันพิพากษา เพราะผู้ฟ้องเข้าใจผิดว่า "ฟ้องแล้วคำสั่งหยุดทันที" ทั้งที่ความจริง คำสั่งยังคงมีผลบังคับ เว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งทุเลาไว้ก่อน การรู้จักใช้มาตรการนี้ให้ถูกเวลา จึงเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินคดีปกครอง
📌 ตอนต่อไป: คดีปกครองจำเป็นต้องมีทนายความหรือไม่? ประชาชนฟ้องคดีด้วยตนเองได้หรือไม่

05/08/2026

รีส์ "รู้กฎหมายปกครอง เข้าใจสิทธิของคุณ" ตอนที่ 18
ศาลปกครองพิพากษาแล้ว แต่หน่วยงานของรัฐไม่ปฏิบัติตาม จะทำอย่างไร?
หลายคนเข้าใจว่า เมื่อศาลปกครองมีคำพิพากษาแล้ว เรื่องก็จบทันที แต่ในทางปฏิบัติ คำพิพากษาจะเกิดผลจริงได้ ก็ต่อเมื่อหน่วยงานของรัฐปฏิบัติตามคำพิพากษา
หากศาลมีคำพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่ง หรือให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง หน่วยงานนั้นมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามคำพิพากษาภายในกรอบที่กฎหมายกำหนด
แต่หากหน่วยงานของรัฐเพิกเฉยหรือไม่ยอมปฏิบัติตาม ผู้ชนะคดีไม่จำเป็นต้องยอมรับสภาพดังกล่าว เพราะสามารถใช้กระบวนการ บังคับคดีปกครอง เพื่อให้คำพิพากษาได้รับการปฏิบัติได้
ศาลปกครองมีอำนาจกำกับดูแลการบังคับตามคำพิพากษา และอาจมีคำสั่งให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาล ทั้งนี้ วิธีการบังคับคดีปกครองมีลักษณะแตกต่างจากการบังคับคดีแพ่ง จึงต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด
สรุป
การชนะคดีไม่ใช่จุดสิ้นสุดของกระบวนการ หากหน่วยงานของรัฐยังไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา ผู้ชนะคดียังมีสิทธิดำเนินการตามกฎหมายเพื่อให้คำพิพากษาเกิดผลในทางปฏิบัติได้
📌 ตอนต่อไป: ศาลปกครองมีคำสั่ง "ทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครอง" คืออะไร? ขอได้เมื่อใด? เหตุใดจึงมีความสำคัญในคดีปกครอง

ที่อยู่

240 หมู่ 2 ตำบลห้วยเหนือ อำเภอขุขันธ์
Si Sa Ket
33140

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ให้คำปรึกษาคดีปกครองและคดีอาญาทุจริตผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์

ประเภท