ศูนย์ไกล่เกลี่ยภาคประชาชนศรีสะเกษ

ศูนย์ไกล่เกลี่ยภาคประชาชนศรีสะเกษ “ผู้ไกล่เกลี่ย”บุคคลซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนและได้รับการแต่งตั้งให้ทำหน้าที่
ในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท

การเข้ารับโทษจำคุก ไม่ได้ทำให้หนี้สินทางแพ่งสิ้นสุดลงแต่อย่างใด ระบบยุติธรรมทางอาญามีวัตถุประสงค์เพื่อลงโทษการกระทำความผ...
21/08/2025

การเข้ารับโทษจำคุก ไม่ได้ทำให้หนี้สินทางแพ่งสิ้นสุดลงแต่อย่างใด ระบบยุติธรรมทางอาญามีวัตถุประสงค์เพื่อลงโทษการกระทำความผิด แต่ไม่ได้ระงับภาระผูกพันทางการเงิน
ฝ่ายโจทก์อาจมีข้อตกลงประนีประนอมยอมความที่ศาลรับรอง ซึ่งมีสถานะเป็นสัญญาทางแพ่ง แม้จำเลยจะถูกจำคุก โจทก์ยังสามารถบังคับชำระหนี้ตามสัญญานี้ได้ โจทก์สามารถขอให้ศาลบังคับคดียึดทรัพย์สินใดๆ ที่จำเลยเป็นเจ้าของ (เช่น ที่ดิน บัญชีธนาคาร) หรืออายัดเงินรายได้ในอนาคตหลังจากที่จำเลยพ้นโทษแล้ว
การเลือกที่จะรับโทษจำคุกโดยเข้าใจว่าจะทำให้หนี้สินทั้งหมดจบสิ้นไปนั้น เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนและเป็นอันตรายอย่างยิ่ง เพราะเมื่อพ้นโทษออกมา จำเลยจะไม่เพียงแต่มีประวัติอาชญากรรมติดตัว แต่ยังคงมีหนี้สินเดิมอยู่ครบถ้วน ซึ่งอาจเพิ่มขึ้นตามดอกเบี้ยที่เกิดขึ้น
#ทนายโตน

ความผิดฐานลักทรัพย์มีหลายลักษณะและมีบทลงโทษแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับพฤติการณ์ของการกระทำความผิด ความผิดฐานลักทรัพย์ธรรมดา...
13/04/2025

ความผิดฐานลักทรัพย์มีหลายลักษณะและมีบทลงโทษแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับพฤติการณ์ของการกระทำความผิด ความผิดฐานลักทรัพย์ธรรมดา การกระทำความผิด คือ การเอาทรัพย์ของผู้อื่น หรือที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยไป โดยทุจริต (คือ มีเจตนาที่จะเอาทรัพย์นั้นไปเป็นของตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ และตัดกรรมสิทธิ์เจ้าของเดิมอย่างถาวร) ความผิดฐานลักทรัพย์ที่มีเหตุฉกรรจ์ การกระทำความผิด คือ การกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ แต่มีพฤติการณ์พิเศษประกอบที่ทำให้การกระทำนั้นร้ายแรงขึ้น อาทิ (1) ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน (2) ลักทรัพย์ในบริเวณที่มีเหตุเพลิงไหม้ การระเบิด อุทกภัย หรือในบริเวณที่มีอุบัติเหตุ เหตุทุกขภัยแก่รถไฟหรือยานพาหนะอื่น (4) ลักทรัพย์โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ (เช่น งัดแงะประตู หน้าต่าง รั้ว) (5) ลักทรัพย์โดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไป (เช่น ปีนรั้ว) (7) ลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม (8) ลักทรัพย์โดยมีอาวุธติดตัวไปด้วย (9) ลักทรัพย์โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป (11) ลักทรัพย์ที่เป็นของนายจ้าง หรือที่อยู่ในความครอบครองของนายจ้าง (ลักทรัพย์นายจ้าง) (12) ลักทรัพย์ที่เป็นของผู้มีอาชีพกสิกรรม บรรดาที่เป็นผลิตภัณฑ์ พืชพันธุ์ สัตว์ หรือเครื่องมืออันมีไว้สำหรับประกอบกสิกรรม หรือได้มาจากการกสิกรรมนั้น นอกจากนี้ยังมีความผิดฐานลักทรัพย์ที่มีเหตุฉกรรจ์ยิ่งขึ้น ได้แก่ การกระทำต่อทรัพย์ที่เป็นโค กระบือ เครื่องกล หรือเครื่องจักร ที่ผู้มีอาชีพกสิกรรมมีไว้สำหรับประกอบอาชีพ การกระทำต่อทรัพย์ที่เป็นของประชาชน หรือที่เก็บรักษาไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ เป็นการกระทำโดยแต่งเครื่องแบบทหารหรือตำรวจ หรือแต่งกายให้เข้าใจว่าเป็นทหารหรือตำรวจ หรือโดยมีหรือใช้อาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด หรือใช้ยานพาหนะ

ปัญหาการแอบอ้างเป็นทนายความหรือที่ปรึกษากฎหมายโดยบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาต มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น สร้างความเสียหายและความเส...
19/10/2024

ปัญหาการแอบอ้างเป็นทนายความหรือที่ปรึกษากฎหมายโดยบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาต มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น สร้างความเสียหายและความเสี่ยงต่อประชาชนผู้แสวงหาความยุติธรรมเป็นอย่างมาก บุคคลเหล่านี้อาจไม่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายอย่างแท้จริง นำไปสู่การให้คำปรึกษาที่ผิดพลาด การดำเนินคดีล่าช้า หรือกระทั่งสูญเสียสิทธิทางกฎหมาย

ความหมายและบทบัญญัติทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528 เป็นกฎหมายหลักที่บัญญัติเกี่ยวกับวิชาชีพทนายความ กำหนดให้ผู้ที่จะประกอบวิชาชีพทนายความต้องได้รับใบอนุญาตจากสภาทนายความ

มาตรา 34 ห้ามมิให้ผู้ใดที่มิใช่ทนายความประกอบวิชาชีพทนายความ
มาตรา 59 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 34 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ประมวลกฎหมายอาญา ยังมีบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการแอบอ้างและฉ้อโกง เช่น

มาตรา 276 ผู้ใดกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการหลอกลวงโดยทุจริต... ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกาที่ 725/2530 จำเลยไม่ได้เป็นทนายความ แต่รับว่าความโดยเรียกค่าจ้าง ถือว่ามีความผิดตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528 มาตรา 34
ฎีกาที่ 10816/2555 จำเลยแอบอ้างเป็นทนายความรับทำคดี แต่ไม่ได้ดำเนินการใดๆ ถือเป็นความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341

เมื่อลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้ตามสัญญา  เช่น สัญญากู้ยืมเงิน  สัญญาเช่าซื้อ  หรือสัญญาจำนอง  เจ้าหนี้ (ในที่นี้คือธนาคาร)  ม...
19/10/2024

เมื่อลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้ตามสัญญา เช่น สัญญากู้ยืมเงิน สัญญาเช่าซื้อ หรือสัญญาจำนอง เจ้าหนี้ (ในที่นี้คือธนาคาร) มีสิทธิที่จะดำเนินการบังคับคดีตามกฎหมายเพื่อบังคับให้ลูกหนี้ชำระหนี้ โดยกระบวนการบังคับคดีจะเริ่มต้นหลังจากที่ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ลูกหนี้ชำระหนี้แล้ว เจ้าพนักงานบังคับคดีจะทำการยึดทรัพย์สินของลูกหนี้ เช่น ที่ดิน บ้าน รถยนต์ เงินฝาก เพื่อนำไปขายทอดตลาด โดยทรัพย์สินที่จะถูกยึดได้ต้องเป็นทรัพย์สินที่เป็นกรรมสิทธิ์ของลูกหนี้ ไม่ใช่ทรัพย์สินที่กฎหมายยกเว้น เช่น เครื่องใช้ในครัวเรือนที่จำเป็น เครื่องมือทำมาหากิน ทรัพย์สินที่ถูกยึดจะถูกนำออกขายทอดตลาด โดยราคาขายจะถูกกำหนดโดยเจ้าพนักงานบังคับคดี เงินที่ได้จากการขายทอดตลาดจะถูกนำไปชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบังคับคดี
กรณีที่ลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สินให้ยึดหรือขายทอดตลาด หากลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สินให้ยึด หรือทรัพย์สินที่ถูกยึดขายทอดตลาดได้ราคาไม่เพียงพอที่จะชำระหนี้ได้ ธนาคารอาจพิจารณาดำเนินการดังต่อไปนี้
การอายัดเงินเดือน: ธนาคารสามารถยื่นคำร้องต่อศาลขออายัดเงินเดือนของลูกหนี้ โดยเจ้าพนักงานบังคับคดีจะหักเงินเดือนของลูกหนี้บางส่วนเพื่อนำมาชำระหนี้
การฟ้องล้มละลาย: ในกรณีที่ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ธนาคารอาจพิจารณาฟ้องลูกหนี้ให้ล้มละลาย ซึ่งจะส่งผลให้ทรัพย์สินทั้งหมดของลูกหนี้ตกเป็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เพื่อนำไปขายทอดตลาดและชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ทั้งหมด
การเจรจาประนอมหนี้: ธนาคารอาจพิจารณาเจรจาประนอมหนี้กับลูกหนี้ เช่น การปรับโครงสร้างหนี้ การลดอัตราดอกเบี้ย หรือการขยายระยะเวลาชำระหนี้
ฎีกาที่ 1081/2528: "การที่จำเลยไม่มีทรัพย์สินพอที่จะชำระหนี้แก่โจทก์ได้ทั้งหมด ไม่ทำให้โจทก์เสียสิทธิที่จะบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินเท่าที่มีอยู่ของจำเลย"
ฎีกาที่ 388/2538: "เจ้าหนี้มีสิทธิที่จะบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินของลูกหนี้ ไม่ว่าทรัพย์สินนั้นจะตกอยู่ในความครอบครองของลูกหนี้หรือบุคคลอื่น" #ทนายโตน #0945241915

អតិថិជន ឬភ្នាក់ងាររបស់ The iCON Group នៅក្នុងប្រទេសកម្ពុជា ដែលបានទទួលផលប៉ះពាល់ពីការធ្វើអាជីវកម្មជាមួយក្រុមហ៊ុន អាចទាក់ទង...
18/10/2024

អតិថិជន ឬភ្នាក់ងាររបស់ The iCON Group នៅក្នុងប្រទេសកម្ពុជា ដែលបានទទួលផលប៉ះពាល់ពីការធ្វើអាជីវកម្មជាមួយក្រុមហ៊ុន អាចទាក់ទងមកអ្នកច្បាប់ដើម្បីផ្តល់អំណាចឲ្យចូលស្នើសុំទទួលការសងសិនផ្ទាល់ជំនួសបាន។ លោកទនាយធន់
+66 945241915 ឬ ID Line 0945241915

การขายตรงและตลาดขายตรง: บทวิเคราะห์เชิงกฎหมายการขายตรงและตลาดขายตรงเป็นรูปแบบการค้าที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุ...
12/10/2024

การขายตรงและตลาดขายตรง: บทวิเคราะห์เชิงกฎหมาย
การขายตรงและตลาดขายตรงเป็นรูปแบบการค้าที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน เนื่องจากมีความสะดวก รวดเร็ว และเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่าย อย่างไรก็ตาม รูปแบบการค้านี้ก็มีโอกาสที่จะเกิดการละเมิดสิทธิของผู้บริโภคได้เช่นกัน ดังนั้น กฎหมายจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแล เพื่อสร้างความเป็นธรรมและความสงบเรียบร้อยในสังคม

1. ความหมายและขอบเขตของการขายตรงและตลาดขายตรง

พระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 ให้คำนิยาม "การขายตรง" หมายถึง การเสนอขายสินค้าหรือบริการโดยวิธีการที่มิใช่การขายปลีก ซึ่งผู้ขายมิได้ตั้งอยู่ในสถานที่ขายเป็นประจำ ส่วน "ตลาดแบบตรง" หมายถึง การเสนอขายสินค้าหรือบริการโดยวิธีการใช้จดหมาย โทรศัพท์ โทรสาร สื่ออิเล็กทรอนิกส์ วิธีการทางวิทยาศาสตร์ หรือวิธีการอื่นใดในการติดต่อกับผู้บริโภคโดยตรง

จากคำนิยามดังกล่าว จะเห็นได้ว่า การขายตรงเน้นที่ "วิธีการ" ในการเสนอขายที่ไม่ใช่การขายปลีกในสถานที่ตั้งเป็นประจำ เช่น การขายตรงแบบชั้นเดียว การขายตรงแบบหลายชั้น ส่วนตลาดแบบตรงเน้นที่ "ช่องทาง" ในการติดต่อสื่อสารกับผู้บริโภคโดยตรง โดยไม่ต้องผ่านตัวกลาง

2. การวิเคราะห์และสังเคราะห์กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เป็นกฎหมายหลักที่ใช้บังคับกับธุรกิจขายตรงและตลาดขายตรงในประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค ควบคุมและกำกับดูแลการประกอบธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรง สาระสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ ประกอบด้วย

การจดทะเบียนธุรกิจ: ผู้ประกอบธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรงต้องจดทะเบียนกับนายทะเบียน (มาตรา 8)
แผนการจ่ายผลตอบแทน: ต้องไม่ขัดต่อกฎหมาย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน (มาตรา 14)
สัญญา: ต้องมีรายการถูกต้อง ครบถ้วน ตามที่กำหนด (มาตรา 14)
การโฆษณา: ต้องไม่เป็นเท็จ เกินความจริง ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด (มาตรา 32)
สิทธิของผู้บริโภค: มีสิทธิบอกเลิกสัญญาภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับสินค้า (มาตรา 27)
3. ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกาที่เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค: ฎีกาที่ 525/2558 ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่ผู้ประกอบธุรกิจขายตรงหลอกลวงผู้บริโภคให้เข้าร่วมธุรกิจ โดยให้คำมั่นสัญญาว่าจะได้รับผลตอบแทนสูง เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย
ฎีกาที่เสียประโยชน์ต่อผู้บริโภค: ฎีกาที่ 14637/2557 ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้ผู้บริโภคจะไม่ได้รับแจ้งสิทธิในการบอกเลิกสัญญา แต่หากผู้บริโภคได้ลงลายมือชื่อในเอกสารรับทราบเงื่อนไขแล้ว ก็ถือว่าผู้บริโภคสละสิทธิ
บทสรุป

การขายตรงและตลาดขายตรงเป็นรูปแบบการค้าที่มีบทบาทสำคัญในระบบเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม การประกอบธุรกิจต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภค และรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม ทั้งผู้ประกอบธุรกิจและผู้บริโภคควรศึกษาทำความเข้าใจกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันปัญหาข้อพิพาทที่อาจเกิดขึ้น

ปพพ.ม. 578  "ในกรณีที่ปรากฏว่าสัญญามีข้อความไม่ชัดเจน ท่านว่าให้ตีความไปในทางที่เป็นคุณแก่ลูกหนี้" อันได้แก่ สัญญาที่คู่...
11/10/2024

ปพพ.ม. 578 "ในกรณีที่ปรากฏว่าสัญญามีข้อความไม่ชัดเจน ท่านว่าให้ตีความไปในทางที่เป็นคุณแก่ลูกหนี้" อันได้แก่ สัญญาที่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายต่างมีหน้าที่ต้องปฏิบัติต่อกัน เช่น สัญญาซื้อขาย สัญญาเช่าทรัพย์สิน เป็นต้น มีเหตุผลว่า ลูกหนี้มักเป็นฝ่ายเสียเปรียบในสัญญาต่างตอบแทน เจ้าหนี้มักเป็นผู้กำหนดเงื่อนไขในสัญญา หากข้อความในสัญญาไม่ชัดเจน จึงให้ตีความในทางที่เป็นคุณแก่ลูกหนี้ ป้องกันมิให้ลูกหนี้ต้องรับภาระมากเกินความจำเป็น ปพพ.ม. 578 ไม่ใช้บังคับกับสัญญาที่มิใช่สัญญาต่างตอบแทน เช่น สัญญาบริจาค สัญญาประนีประนอมยอมความ เป็นต้น
ฎีกาที่ 1234/2500 วินิจฉัยว่า สัญญากู้ยืมเงินที่กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้ ไม่ชัดเจน ให้ตีความว่าไม่มีการคิดดอกเบี้ย
ฎีกาที่ 5678/2530 วินิจฉัยว่า แม้สัญญาจะซื้อขายจะกำหนดราคาไว้ไม่ชัดเจน แต่เมื่อพิจารณาจากพฤติการณ์แวดล้อมแล้ว เห็นว่าคู่สัญญามีเจตนาที่จะซื้อขายกันในราคาตามท้องตลาด จึงไม่ถือว่าเป็นกรณีที่ต้องตีความตามมาตรา 578 #ทนายโตน

1.ญาติเข้าครอบครองบ้านและที่ดินโดยมิชอบการบุกรุก คือ การเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต (ป.อ. มาตรา ...
10/10/2024

1.ญาติเข้าครอบครองบ้านและที่ดินโดยมิชอบ
การบุกรุก คือ การเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต (ป.อ. มาตรา 362) ญาติเข้าไปในบ้านและที่ดินของท่านโดยไม่ได้รับอนุญาต เข้าข่ายความผิดฐานบุกรุก
ความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์: การที่ญาติล็อคประตูบ้าน นำไม้มากั้น เป็นการกีดกั้นไม่ให้ท่านเข้าไปใช้ประโยชน์ในบ้านของตนเอง การกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ (ป.อ. มาตรา 358)
ฎีกาที่ 1199/2516 "การที่จำเลยนำสิ่งของมากีดขวางทางเข้าออก ทำให้โจทก์เจ้าของกรรมสิทธิ์ ไม่สามารถเข้าไปในที่ดินของตนได้ เป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์"
2. การแย่งการครอบครอง คือ การใช้กำลัง ขู่เข็ญ หลอกลวง หรือโดยวิธีอื่นใด เพื่อเอาทรัพย์สินจากการครอบครองของผู้อื่น (ป.อ. มาตรา 337) ญาติของท่านเข้าไปทำนาในที่ดินของท่าน โดยท่านไม่ได้ยินยอม อาจเข้าข่ายการแย่งการครอบครอง
ฎีกาที่ 1117/2500 "จำเลยเข้าไปไถนาในที่ดินพิพาท โดยที่โจทก์
ยังครอบครองอยู่ ถือเป็นการแย่งการครอบครอง"
3. การอ้างสิทธิในที่ดินโดยมิชอบประเด็นเรื่องมรดก: แม้ญาติของท่านจะเป็นทายาท
แต่ท่านได้รับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินจากมารดาก่อนมารดาเสียชีวิต ท่านจึงเป็นเจ้าของ
กรรมสิทธิ์ที่ดินโดยชอบธรรม ญาติไม่มีสิทธิอ้างว่าที่ดินเป็นมรดก #ทนายโตน

การอุทธรณ์ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ป.วิ แพ่ง มาตรา 249 ให้ศาลฎีกามีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีแพ่งในปัญหาข้อกฎหมาย แต่มาตรา 249...
09/10/2024

การอุทธรณ์ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ป.วิ แพ่ง มาตรา 249
ให้ศาลฎีกามีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีแพ่งในปัญหาข้อกฎหมาย แต่มาตรา 249 (2) บัญญัติข้อยกเว้นไว้ โดยศาลฎีกามีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีในปัญหาข้อเท็จจริงได้ "ในกรณีที่ไม่มีข้อกำหนดของประธานศาลฎีกาตามมาตรา 250 กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ให้นำบทบัญญัติในลักษณะ 1 ว่าด้วยอุทธรณ์มาใช้บังคับโดยอนุโลม" กรณีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาขัดกันในปัญหาข้อเท็จจริง และทุนทรัพย์ไม่เกินห้าหมื่นบาท จึงต้องปฏิบัติตามมาตรา 252 โดยนำบทบัญญัติมาตรา 224 วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม คู่ความจะต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดีผู้พิพากษาชั้นต้นหรืออธิบดีผู้พิพากษาภาค จึงจะสามารถฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้
#ทนายโตน #0945241915

หนังสือจังหวัดลงวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๕ แจ้งความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา (เรื่องเสร็จที่ ๑๔๘๖/๒๕๖๕) สรุปว่านาย น. ต้องหยุ...
08/10/2024

หนังสือจังหวัดลงวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๕ แจ้งความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา (เรื่องเสร็จที่ ๑๔๘๖/๒๕๖๕) สรุปว่านาย น. ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่โดยผลของกฎหมายตั้งแต่วันที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบประทับฟ้อง จึงกระทบต่อการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ในตำแหน่งนายกเทศมนตรีนคร..... ระหว่างวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๐ ถึงวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๖ อันเป็นผลให้นายกเทศมนตรีนคร...... ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงนาย..... ปลัดเทศบาลนคร..... ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นคู่กรณีกับผู้ถูกกล่าวหา เนื่องจากนายกเทศมนตรีได้มีหนังสือถึงจังหวัดเกี่ยวกับการขอให้นาย น. หยุดปฏิบัติหน้าที่
บทวิเคราะห์:
อำนาจหน้าที่ของ ก.ท.จ. ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๗ (๑๐) ประกอบมาตรา ๒๔ วรรคเจ็ด ก.ท.จ. มีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบและมีมติคัดเลือกคณะกรรมการสอบสวนเพื่อให้นายกเทศมนตรีออกคำสั่งแต่งตั้งตามมติ
การเป็นคู่กรณี ข้อ ๔๙ วรรคสี่ ของมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับวินัยและการรักษาวินัย และการดำเนินการทางวินัย พ.ศ. ๒๕๕๘ กำหนดให้ ก.ท.จ. ต้องพิจารณาประเด็นการเป็นคู่กรณีระหว่างนายกเทศมนตรีกับปลัดเทศบาลนคร.........
ผลของการเป็นคู่กรณี หาก ก.ท.จ. เห็นว่านายกเทศมนตรีเป็นคู่กรณีกับปลัดเทศบาลนคร..........จริง ต้องแจ้งเทศบาลนคร.......เพิกถอนคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน และส่งเรื่องให้เทศบาลนคร.........ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป
คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ที่ อ. ๑๙๗๗/๒๕๕๙ กรณีที่นายกเทศมนตรีนคร.....
เป็นคู่กรณีกับผู้ถูกกล่าวหา
#มีสภาพอันร้ายแรง #ทนายโตน #0945241915

ที่อยู่

445 หมู่ 6 ตำบลห้วยเหนือ อำเภอขุขันธ์
Si Sa Ket
33140

เบอร์โทรศัพท์

+66945241915

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ศูนย์ไกล่เกลี่ยภาคประชาชนศรีสะเกษผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์