21/10/2025
คดีฉ้อโกง
"ยกฟ้องคดีฉ้อโกง เพราะเป็นเรื่องผิดสัญญาไม่ใช่การหลอกลวง"
เกี่ยวกับความผิดฐานฉ้อโกงนั้นผู้กระทำต้องมีการ 'หลอกลวง' ผู้เสียหายด้วยการแสดง 'ข้อความอันเป็นเท็จ' และการหลอกลวงนั้นทำให้ ผู้กระทำได้ทรัพย์สินไปจากผู้เสียหายโดยมีเจตนาทุจริต ซึ่งข้อความใดจะถือว่าเป็น 'ข้อความเท็จ' นั้นกรณีต้องเป็นการยืนยันข้อเท็จจริงหรือยืนยันเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วในอดีตหรือเกิดขึ้นแล้วในปัจจุบัน โดยข้อเท็จจริงหรือเหตุการณ์ที่ว่านั้นผู้กระทำได้ 'บิดเบือน' ทำให้ผู้เสียหาย 'เข้าใจผิดไปจากความจริง' จนหลงเชื่อและส่งมอบทรัพย์สินให้
ในทางกลับกัน หากเป็นการกล่าวถึงข้อเท็จจริงหรือเหตุการณ์ในอนาคตโดยสภาพย่อมเป็นการไม่แน่ว่าสิ่งที่กล่าวนั้นจะเกิดขึ้นจริงได้หรือไม่ จึงไม่อาจถือได้ว่าข้อความที่กล่าวถึงข้อเท็จจริงหรือเหตุการณ์ในอนาคตนั้นเป็น 'ความเท็จ' เป็นแต่เพียงการให้ 'คำรับรอง' หรือ 'คำมั่นสัญญา' เท่านั้น ซึ่งการกระทำผิดคำรับรองหรือคำมั่นสัญญา เป็นเรื่องการผิดสัญญาในทางแพ่งไม่ใช่ความผิดฐานฉ้อโกง เนื่องจากไม่มี 'ความเท็จ' เข้ามาเกี่ยวข้องนั่นเอง
มีคดีฉ้อโกงเรื่องหนึ่ง จำเลยถูกฟ้องว่าชักชวนผู้เสียหายให้เข้าร่วมลงทุนในบริษัทของจำเลย โดยให้ผู้เสียหายเข้าซื้อหุ้นในบริษัทของจำเลยจำนวน 3,000 หุ้น คิดเป็นเงินจำนวน 300,000 บาท โดยผู้เสียหายได้ชำระเงินให้กับจำเลยไปแล้ว โดยจำเลยสัญญาว่าเมื่อชำระเงินแล้วจะโอนหุ้นในบริษัทของจำเลยให้แก่ผู้เสียหาย ต่อมาภายหลังจำเลยได้มาขอเงินจากผู้เสียหายอีก 58,000 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการโอนหุ้น รวมเป็นเงินที่ผู้เสียหายจ่ายเงินให้กับจำเลยไปจำนวน 358,000 บาท ศาลวินิจฉัยว่า การที่จำเลยชักชวนผู้เสียหายให้ซื้อหุ้นในบริษัทของจำเลยเป็นเพียง 'คำรับรองที่จำเลยจะปฏิบัติในอนาคต' ขณะให้คำรับรองดังกล่าวยังไม่ถึงกำหนดเวลาที่จำเลยจะปฏิบัติตามคำรับรองจึง 'ไม่ใช่ความเท็จ' นอกจากนั้น ตามบัญชีผู้ถือหุ้นก็ปรากฏว่า 'จำเลยมีหุ้นอยู่ในบริษัทดังกล่าวที่เสนอขายผู้เสียหายจริง' จำนวน 9,940 หุ้น กรณีไม่ใช่เป็นเรื่องการหลอกลวงผู้เสียหาย การที่จำเลยไม่โอนหุ้นให้แก่ผู้เสียหายจึงเป็นเรื่องของการผิดสัญญาในทางแพ่งเท่านั้น ไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง! (ฎ.2067/2548)
กล่าวโดยสรุป การกระทำที่จะเป็นความผิดฐานฉ้อโกงได้หรือไม่นั้น กฎหมายดูจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 'ก่อน' ที่ผู้เสียหายจะโอนเงินว่ามีส่วนใดส่วนหนึ่งเป็น 'ความเท็จ' หรือไม่ ผู้เสียหายถูกทำให้ 'เข้าใจผิด' ไปความไปจากความจริงหรือไม่ ถ้าความเท็จหรือการทำให้ถูกเข้าใจผิดไปจากความจริงนั้น เป็นเหตุให้ผู้เสียหายหลงเชื่อและส่งมอบทรัพย์สินไปผู้กระทำย่อมมีความผิดฐานฉ้อโกง แต่หากเหตุการณ์ก่อนที่ ผู้เสียหายจะส่งมอบทรัพย์ไปนั้นเป็น 'ความจริง' ทั้งหมด และผู้เสียหายก็ส่งมอบเงินหรือทรัพย์สินไป ให้ด้วยความ 'สมัครใจ' แม้ภายหลังจะมีความเสียหายเกิดขึ้นเพราะผู้เสียหายไม่ได้รับเงินคืน หรือไม่ได้รับผลประโยชน์ตอบแทนก็ตามการกระทำนั้นก็ไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง!
#เหลี่ยมยกฟ้อง
#สู้คดีอาญา
#สู้คดีฉ้อโกง