สำนักงานทนายการแพทย์ -Thaimedlawyer

สำนักงานทนายการแพทย์ -Thaimedlawyer ให้การช่วยเหลือผู้ป่วยและบุคลากรท?
(1)

เป็นช่องทางที่จะให้ความช่วยเหลือกับผู้ป่วยและญาติที่ผลการดูแลรักษาจากสถานพยาบาลไม่เป็นไปตามที่คาดหวังดุจญาติและให้คำปรึกษาบุคคลากรทางการแพทย์ที่มีปัญหาทางข้อกฎหมายในการดูแลรักษาผู้ป่วยดุจเพื่อน

https://www.matichon.co.th/local/crime/news_3564150    ข่าวที่วงการแพทย์ต้องนำมาศึกษาในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาคือข่าวการแพ้...
21/09/2022

https://www.matichon.co.th/local/crime/news_3564150 ข่าวที่วงการแพทย์ต้องนำมาศึกษาในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาคือข่าวการแพ้ยาอย่างรุนแรงจนผู้ป่วยเสียชีวิต ทั้งที่ไม่เคยมีประวัติแพ้ยานี้มาก่อน คำพิพากษาศาลฎีกานี้จะเป็นแนวที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์จะยึดถือในการตัดสินคดีทางการแพทย์ต่อไป
การให้การรักษาที่ไม่จำเป็นเช่นฉีดยาdiclofenacในกรณีผู้ป่วยขอฉีดยาแล้วต่อมาแพ้ยา นอกจากนั้นอาจเทียบได้กับการตรวจพิเศษที่ไม่จำเป็นเช่นตรวจct scan แล้วผู้ป่วยแพ้สารทึบรังสี การผ่าตัดเสริมสวย เป็นต้นแพทย์ผู้ให้การรักษาต้องระมัดระวังมากเป็นพิเศษ
การให้การรักษาตามมาตรฐานทางการแพทย์ยังเป็นเกราะป้องกันการถูกฟ้องร้อง ในคดีนี้การสังเกตุอาการหลังฉีดยาไม่นานพอเพียงเป็นเหตุที่ศาลฎีกามีความเห็นว่าไม่เป็นไปตามมาตรฐานการรักษา
การบันทึกเวชระเบียนการรักษาถึงเหตุผลต่างๆในการรักษาหรือเมื่อจะเปลี่ยนการรักษาเป็นกุญแจสำคัญในเวชปฏิบัติในยุคนี้
รวมถึงการให้ความยินยอมของผู้ป่วยหลังได้รับข้อมูลinformed consentจากแพทย์ผู้รักษา

06/06/2022
https://ch3plus.com/news/social/morning/283974ผู้ป่วยเกิดแพ้ยาชา   หัวใจหายใจหยุดเต้น   ทำการกู้ชีพแต่ไม่สามารถช่วยชีวิต...
27/03/2022

https://ch3plus.com/news/social/morning/283974
ผู้ป่วยเกิดแพ้ยาชา หัวใจหายใจหยุดเต้น ทำการกู้ชีพแต่ไม่สามารถช่วยชีวิตได้ ศาลอุทธรณ์ตัดสินให้จำคุกโดยไม่รอลงโทษ
คดีนี้เป็นการรักษาที่ไม่จำเป็นในลักษณะเสริมสวย จากคำพิพากษาว่าหมอไม่ได้ซักประวัติให้ครบถ้วน เครื่องมือการกู้ชีพในสถานพยาบาลไม่พร้อม และสถานพยาบาลยังไม่ได้ขออนุญาตให้ถูกต้อง ขณะกู้ชีพไม่ได้มีการติดต่อหน่วยกู้ชีพฉุกเฉินของโรงพยาบาลใกล้เคียงมาช่วย
ดังนั้นการแพ้ยาชาเฉพาะที่ ที่แพทย์ทั่วไปใช้กันทั้งในโรงพยาบาลและคลินิกก็เป็นเหตุที่ทำให้แพทย์ติดคุกได้ ส่วนสำหรับประชาชนทั่วไปต้องรับรู้ว่าการผ่าตัดทุกอย่างมีความเสี่ยง

เรื่องเล่าเช้านี้

https://www.amarintv.com/news/detail/113816ข่าวเด็กเสียชีวิตจากโรคไส้ติ่งอักเสบแตก   ศัลยแพทย์จะได้รับการสอนว่าโรคไส้ติ่...
19/01/2022

https://www.amarintv.com/news/detail/113816
ข่าวเด็กเสียชีวิตจากโรคไส้ติ่งอักเสบแตก ศัลยแพทย์จะได้รับการสอนว่าโรคไส้ติ่งอักเสบในเด็กและผู้สูงอายุจะแตกได้ง่าย และเป็นโรคที่ต้องนึกถึงไว้เสมอเพื่อที่จะไม่ผิดพลาดในการวินิจฉัย
โรคไส้ติ่งอักเสบยังคงเป็นโรคที่ควรต้องได้รับการรักษาเป็นภาวะฉุกเฉินโดยการผ่าตัด
การวินิจฉัยโรคไส้ติ่งอักเสบเฉียบพลันตามแนวทางราชวิทยาลัยศัลยแพทย์แห่งประเทศไทยยังคงกำหนดให้ใช้การซักประวัติและการตรวจร่างกายเป็นสิ่งสำคัญในการให้วินิจฉัยโรคไส้ติ่งอักเสบ
ปัญหาที่เกิดขึ้นคือการตรวจพิเศษทางรังสีคอมพิวเตอร์ช่องท้องโดยเฉพาะการตรวจเพื่อวินิจฉัยโรคไส้ติ่งอักเสบด้วยคอมพิวเตอร์นั้นจำเป็นต้องทำทุกรายหรือไม่
ถ้าไม่ทำการตรวจคอมพิวเตอร์ช่องท้องในรายสงสัยโรคไส้ติ่งอักเสบแล้วผ่าตัดช่องท้องเข้าไป ปรากฎว่าคนไข้ไม่ได้มีโรคไส้ติ่งอักเสบเฉียบพลันจริงแต่เป็นโรคอื่น แพทย์ผู้ทำผ่าตัดจะมีความผิดที่จะถูกฟ้องร้องหรือไม่
เท่าที่แอดมินเคยได้ยินมาว่าศัลยแพทย์ถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเมื่อผ่าตัดไส้ติ่งออกโดยไม่ได้มีการตรวจคอมพิวเตอร์ช่องท้องก่อนผ่าตัดไส้ติ่ง แล้วพบว่าเมื่อผ่าตัดเข้าไปแล้วไม่ใช่โรคไส้ติ่งอักเสบเฉียบพลันจริง
ความเห็นของแอดมินในเรื่องนี้คือต้องพิจารณาตามวิสัยและพฤติการณ์ของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในกรณีที่โรงพยาบาลสามารถทำการตรวจคอมพิวเตอร์ช่องท้องได้ มีรังสีแพทย์พร้อมตรวจอ่านผล และผู้ป่วยไม่มีข้อห้ามในการตรวจคอมพิวเตอร์เช่นไม่แพ้สารทึบรังสี ไม่มีโรคไตทำงานผิดปกติ เป็นต้น ก็ควรได้รับการตรวจคอมพิวเตอร์ช่องท้องก่อนพิจารณาผ่าตัด
แต่หากไม่สามารถทำการตรวจคอมพิวเตอร์ช่องท้องได้ด้วยเหตุใด เช่นมีประวัติแพ้สารทึบรังสีระดับปานกลางหรือรุนแรงมาก่อน การตรวจติดตามอาการช่องท้องก็ยังเป็นวิธีการที่สามารถใช้ได้
ศัลยแพทย์ในอดีตจะได้รับการสอนว่าหากไม่แน่ใจว่าเป็นโรคไส้ติ่งอักเสบเฉียบพลันแต่มีอาการแสดงทางหน้าท้องยืนยันจุดกดเจ็บที่บ่งว่ามีการอักเสบในช่องท้องน้อยด้านขวาและสงสัยโรคไส้ติ่งอักเสบเฉียบพลัน ก็ควรผ่าตัดแบบโรคไส้ติ่งอักเสบเฉียบพลันไว้ก่อน เพราะแม้ในปัจจุบันมีการตรวจพิเศษเช่นการตรวจคอมพิวเตอร์ช่องท้องมาช่วย แต่การดูแลผู้ป่วยโดยยึดเอาผู้ป่วยเป็นหลักก็ยังคงมีความสำคัญ เช่นผู้ป่วยมีปวดท้องน้อยด้านขวา กดเจ็บแต่การตรวจคอมพิวเตอร์ช่องท้อง รังสีแพทย์แปลผลว่าไม่มีไส้ติ่งอักเสบเฉียบพลันก็ตาม ศัลยแพทย์ก็ควรสังเกตุอาการหน้าท้องต่อไปจนกว่าจะแน่ใจในวินิจฉัยโรคก่อนจำหน่ายให้ผู้ป่วยออกไปจากโรงพยาบาล
การให้ข้อมูลก่อนให้การผ่าตัดรักษาโรคไส้ติ่งอักเสบเฉียบพลัน ให้ผู้ป่วยเข้าใจถึงเหตุผลที่ไม่ได้ทำการตรวจคอมพิวเตอร์ช่องท้องก่อนผ่าตัดพร้อมลงนามรับทราบไว้ ซึ่งราชวิทยาลัยศัลยแพทย์แห่งประเทศไทยก็มิได้กำหนดให้การตรวจคอมพิวเตอร์ช่องท้องในโรคไส่ติ่งอักเสบเฉียบพลันเป็นข้อกำหนดที่ต้องทำเสมอ ดังนั้นหากมีการฟ้องร้องเกิดขึ้นศัลยแพทย์ย่อมยกข้อต่อสู้นี้ขึ้นได้
หลักกฎหมายทั่วไปที่ว่าความยินยอมไม่เป็นละเมิด ความยินยอมนี้เป็นความยินยอมให้แพทย์รักษาไปตามมาตรฐานการรักษาเมื่อราชวิทยาลัยศัลยแพทย์แห่งประเทศไทยยังมิได้มีการกำหนดว่าต้องมีการตรวจคอมพิวเตอร์ช่องท้องก่อนการให้วินิจฉัยโรคไส้ติ่งอักเสบเฉียบพลัน แต่เน้นการซักประวัติและการตรวจร่างกายเป็นเครื่องมือสำคัญในการวินิจฉัยโรคไส้ติ่งอักเสบเฉียบพลัน

พ่อแม่ร้องสื่อเผยน้ำตาคลอลูกปวดท้องทรมานจนเสียชีวิต หมออ้างติดเชื้อแต่ไม่ทราบสาเหตุ ส่งศพพิสูจน์รพ.ตำร...

01/02/2021

สำนักงานทนายการแพทย์มีคนไข้ที่ปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาการจัดฟันให้สวยงามหลายรายที่ปรึกษาเข้ามาเป็นระยะๆ ทางสำนักงานทนายการแพทย์จึงขอนำเสนอข้อเสนอแนะที่ควรนำไปสู่การปฏิบัติของทั้งทันตแพทย์ผู้รักษาและคนที่กำลังจะไปจัดฟันในมุมมองของแอดมินดังนี้

เมื่อคนที่จะไปจัดฟันไปตกลงกับทันตแพทย์ที่รับจัดฟันนั้นก็จะเกิดนิติสัมพันธ์ในลักษณะสัญญาจ้างทำของตามประมวลแพ่งพาณิชย์ โดยทันตแพทย์เป็นผู้รับจ้างและคนที่จะไปจัดฟันเป็นผู้ว่าจ้างเช่นเดียวกับคนที่จะไปเสริมจมูกหรือดึงหน้าเช่นกัน ดังนั้นการนำเอากฎหมายเรื่องนิติกรรมกับจ้างทำของมาใช้ในการพิจารณา

แต่ในการรักษาดูแลผู้ป่วยก็จะมีเรื่องของสิทธิผู้ป่วยเพิ่มเติมเข้ามาด้วย ปกติทันตแพทย์ผู้ให้การรักษาก็จะต้องให้ข้อมูลให้คนที่จะไปจัดฟันเข้าใจขั้นตอนการทำงาน ระยะเวลาในการจัดฟัน ความเสี่ยงที่มีโอกาสจะเกิดขึ้น ค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการจัดฟัน เมื่อทันตแพทย์อธิบายแล้วก็ควรมีการลงนามรับทราบไว้เป็นหลักฐาน

คำถามคือ คนอื่นที่ไม่ใช่ทันตแพทย์ที่จะให้การรักษาจัดฟันเองจะเป็นผู้ให้ข้อมูลเหล่านี้ได้หรือไม่เช่นทันตแพทย์คนอื่นหรือประชาสัมพันธ์ของคลินิก
คำตอบ คือทำได้แต่สุดท้ายคนรับผิดชอบต้องเป็นทันตแพทย์ผู้ให้การรักษา เช่นเมื่อคนไข้แจ้งว่า ข้อมูลได้จากทันตแพทย์หรือเจ้าหน้าที่ของคลินิกคนอื่นๆเท่านั้นก่อนลงนามในใบยินยอม แต่ไม่เหมือนกับที่ทันตแพทย์ผู้ให้การรักษาบอกหลังเกิดปัญหาแล้ว อย่างนี้การลงนามไปแล้วของคนไข้จะเป็นโมฆะตามมาตรา๑๕๖(ปพพ)การแสดงเจตนาโดยสำคัญผิดในสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งนิติกรรม เป็นโมฆะ ต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิม ค่าผ่าตัดรักษาที่ผู้ป่วยจ่ายไปแล้ว ทันตแพทย์ต้องคืน

แต่การรักษาที่ทันตแพทย์กระทำไปแล้ว ทันตแพทย์ไม่อาจทำให้เหมือนเดิมได้ ทันตแพทย์ต้องชดใช้ค่าเสียหาย ดังนั้นการสื่อสารข้อมูลโดยทันตแพทย์ผู้ให้การรักษาเองกับผู้ป่วยที่จะไปจัดฟันให้เกิดความเข้าใจจึงมีความสำคัญมากในนิติกรรมที่เกิดขึ้น

คำถามต่อมาคือทันตแพทย์จัดฟันไปแล้วไม่สำเร็จเสียที จัดมาตั้งนานแต่ก็ไม่สำเร็จ จะทำอย่างไร

คำตอบคือ ตามที่ก่อนที่ผู้ป่วยจะตกลงจัดฟันกับทันตแพทย์คนใดก็ต้องมีการชี้แจงระยะเวลาการรักษาไว้แล้ว ตอนนี้หากได้จัดฟันกันไปแล้วไม่เป็นไปตามระยะเวลาที่ตกลงกันไว้ ก็ต้องนำเรื่องสัญญาจ้างทำของมาพิจารณาตามมาตรา๕๙๖(ปพพ) ถ้าทันตแพทย์ส่งมอบงานที่ทำไม่ทันเวลาที่ได้กำหนดไว้ หรือหากไม่ได้กำหนดเวลาไว้ในสัญญา แต่เมื่อเลยเวลาที่เหมาะควรแล้ว คนไข้ที่มาจัดฟันก็ควรจ่ายเงินค่าจ้างให้น้อยลงหรือถ้าในสัญญาเน้นเรื่องเวลา ผู้ป่วยก็สามารถบอกเลิกสัญญาได้เพื่อไปทำการรักษากับทันตแพทย์ท่านอื่นต่อไป

แล้วอย่างนี้ทันตแพทย์ผู้ให้การรักษาจะบอกเลิกสัญญากับผู้ป่วยเองเลยได้หรือไม่

คำตอบคือ ตามที่กล่าวมาแล้วว่านิติกรรมนี้เข้าได้กับสัญญาจ้างทำของหมายถึงสัญญาซึ่งทันตแพทย์ที่เรียกว่าผู้รับจ้างตกลงรับจะทำการจัดฟันจนสำเร็จให้แก่คนไข้ที่มาซึ่งเรียกว่าผู้ว่าจ้าง และคนไข้ตกลงจ่ายเงินเพื่อผลสำเร็จแห่งงานจัดฟันนั้น ดังนั้นสัญญาฯนี้จะเน้นที่ผลสำเร็จของงาน ดังนั้นหากทันตแพทย์บอกเลิกสัญญาก่อนจัดฟันสำเร็จก็ต้องถือว่าทันตแพทย์เป็นฝ่ายผิดสัญญา

https://mgronline.com/local/detail/9630000104829ข่าวเด็กมีอาการท้องเดินและถ่ายเป็นเลือด   เสียชีวิตหลังได้รับยาฉีด๑นาที ...
15/10/2020

https://mgronline.com/local/detail/9630000104829

ข่าวเด็กมีอาการท้องเดินและถ่ายเป็นเลือด เสียชีวิตหลังได้รับยาฉีด๑นาที ทางเพจก็ต้องแสดงความเสียใจด้วยกับทางครอบครัวของเด็กด้วย

ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตคงต้องรอผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ เพราะคงมีได้หลายสาเหตุ แต่พยาบาลที่ฉีดยาคงต้องมีความเครียดไปตลอด จนกว่าผลการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์จะออกมา

พระนครศรีอยุธยา - โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา ออกมาแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์เด็ก 1 เดือนเสียชีวิต พร้อมตั้ง....

ข่าวมารดาคลอดบุตรแล้ว ลูกเสียชีวิต   มีการไปแจ้งความกับทางตำรวจเพื่อดำเนินคดีนั้น    ก่อนอื่นต้องแสดงความเสียใจกับทางครอ...
13/10/2020

ข่าวมารดาคลอดบุตรแล้ว ลูกเสียชีวิต มีการไปแจ้งความกับทางตำรวจเพื่อดำเนินคดีนั้น

ก่อนอื่นต้องแสดงความเสียใจกับทางครอบครัว เด็กที่เสียชีวิตตามข่าว แต่แอดมินก็ขออนุญาตให้ความเห็นในทางกฎหมายในมุมมองของแอดมินว่า

กรณีการเสียชีวิตของเด็กนั้นสาเหตุที่แท้จริงยังไม่ได้มีการพิสูจน์ทราบว่าเกิดจากเหตุอะไร แต่สูติแพทย์คนนี้ก็เสียหายไปแล้วทางสังคม

อย่างในรายที่หนึ่งที่ศพเด็กหายไปแล้ว อันนี้สาเหตุการตายคงยังไม่ทราบ

รายที่สอง ได้เผาศพไปแล้วแต่ตามข่าวว่าเป็นการคลอดก่อนกำหนด

ส่วนรายที่สามที่ว่าเด็กคลอดออกมาปกติ คะแนนapgar score ถึง 9 เด็กกินนมแม่ได้ดี หากข้อเท็จจริงเป็นไปตามข่าวนี้ แอดมินประเมินว่าสูติแพทย์ที่ทำคลอดได้ทำคลอดเป็นไปตามมาตรฐานแล้ว ส่วนการเสียชีวิตหลังแยกเด็กไปราวสองชั่วโมงนั้นสาเหตุคงต้องรอจากการตรวจนิติวิทยาศาสตร์

แต่การที่ยังไม่รู้สาเหตุการตายที่ชัดเจนแล้วไปแจ้งความเอาผิดกับสูติแพทย์ที่ทำคลอดนั้น ผู้แจ้งความต้องระวังความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา๑๗๒ความว่าผู้ใดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่พนักงานสอบสวนซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นเสียหายต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน๒ปี

ซึ่งเป็นกรณีที่สูติแพทย์สามารถฟ้องกลับได้หากคดีอาญายกฟ้อง

3 ครอบครัว ร้องสื่อ รพ.ทำคลอดลูกดับไร้สาเหตุ ไม่มีแม้แต่คำชี้แจง รอง ผอ.รพ. เผยอยู่ระหว่างการหาสาเหตุ

12/10/2020

วันนี้ได้รับเอกสารแนะนำตัวกลุ่มแพทย์เพื่อการเลือกตั้งกรรมการแพทยสภา ได้อ่านนโยบายหาเสียงที่มีหลายข้อแต่ที่เกี่ยวกับคดีทางการแพทย์ก็มี๒ข้อ

ข้อแรก แพทย์จะรับผิดทางอาญาจากการประกอบวิชาชีพเฉพาะกรณีเจตนาหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง

ข้อสอง ตั้งที่ปรึกษากฎหมายทางการแพทย์
แอดมินเห็นว่าเป็นนโยบายที่ดึงดูดใจแพทย์ที่ได้รับเอกสารนี้เป็นอย่างมาก สำหรับข้อสองนั้นกลุ่มแพทย์นี้คงทำได้เพราะมีแพทย์ที่เป็นนักกฎหมายหลายคนในทีมนี้

ส่วนข้อแรกนั้นนโยบายนี้คุ้นๆมาหลายปี เป็นความหวังที่แพทย์ส่วนใหญ่รอคอยและอยากทราบความก้าวหน้าของแนวทางปฏิบัติที่จะนำไปสู่ความสำเร็จของนโยบายนี้และอุปสรรคพร้อมวิธีแก้ไข จากในอดีตที่ผ่านมาตามที่มีนโยบายนี้มาแล้ว

แอดมินได้มีโอกาสพบผู้สมัครอาจารย์แพทย์ท่านหนึ่งในทีมนี้เมื่อครั้งไปเป็นทนายความในคดีที่มีการฟ้องร้องแพทย์ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี อาจารย์ท่านได้เล่าว่าปัจจุบันเวลาฟ้องแพทย์เป็นคดี ผู้ป่วยมักฟ้องแพทย์เป็นคดีอาญาร่วมกับฟ้องแพ่งเป็นคดีผู้บริโภค

ดังนั้นหากนโยบายที่ว่าแพทย์ต้องไม่ติดคุกจากการดูแลรักษา (ยกเว้นเจตนาหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง) สามารถมีกฎหมายรองรับได้จริง ก็จะเป็นสิ่งที่ดีมากกับการทำงานของแพทย์

ปัจจุบันแพทย์ในภาคเอกชนมักทำประกันวิชาชีพที่มีวงเงินมากพอเพียงหากเกิดปัญหาถูกฟ้องร้องในทางแพ่งจากการทำงาน ส่วนภาคราชการก็มีกฎหมายพรบ. ความรับผิดในทางละเมิดของเจ้าพนักงานมาช่วยเมื่ออาจถูกฟ้องร้องในทางแพ่ง

การฟ้องแพทย์เป็นคดีอาญานั้นการที่ผู้ป่วยไปแจ้งความพนักงานสอบสวนเพื่อให้ดำเนินคดีจนถึงที่สุดนั้น เนื่องจากมีข้อตกลงระหว่างแพทยสภากับสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ทางพนักงานสอบสวนต้องส่งเรื่องมาที่แพทยสภาก่อนเพื่อให้แพทยสภาได้พิจารณาว่าแพทย์ได้กระทำการดูแลรักษาไม่เป็นไปตามมาตรฐานการรักษาหรือไม่ก่อนที่จะชี้มูลความผิดก่อนส่งเรื่องไปยังอัยการ

ดังนั้นทนายความก็สามารถยื่นฟ้องแพทย์เองได้ต่อศาลโดยตรงเพื่อให้ศาลไต่สวนมูลฟ้องและพิจารณาว่าจะรับคดีหรือไม่ หากศาลชี้ว่าคดีมีมูล ก็จะรับฟ้องไว้ แพทย์ก็จะตกเป็นจำเลย ต้องทำประวัติพร้อมพิมพ์ลายมือ พร้อมขอประกันตัว ซึ่งตรงนี้แพทย์จะเสียความรู้สึกมาก ทางศาลเองท่านก็เข้าใจมักจะช่วยไม่ต้องให้แพทย์เข้าไปรอประกันตัวที่ใต้ถุนศาล

ตอนนี้การที่แพทย์ต้องไม่ติดคุกจากการดูแลรักษานั้น ต้องมีกฎหมายรองรับซึ่งต้องผ่านสภาผู้แทนราษฎร ตรงนี้แอดมินว่าคงมีแรงต้านในเรื่องนี้มากเหมือนกันเพราะอาชีพอื่นก็อาจเห็นว่าเป็นสองมาตรฐาน เช่นเคยมีวิศวกรให้ความเห็นว่าหากเขาคุมการก่อสร้างตึกควบคุมงาน แล้วตึกเกิดพัง ทางวิศวกรเองก็มีความผิดทั้งทางอาญาและแพ่งแต่ในมุมของแพทย์นั้นการประกอบวิชาชีพเวชกรรม แพทย์ไม่สามารถเลือกคนไข้ในการรักษาได้ บริบทก็คงต่างกับงานวิศวกรที่สามารถเลือกวัสดุในการก่อสร้างได้

มีคำพิพากษาศาลฎีกาที่๓๕๒๘/๒๕๔๗ โจทก์ฟ้องจำเลยที่เป็นนิติบุคคลและแพทย์โรงพยาบาลเอกชน ซึ่งได้มีนักกฎหมายประเมินจากคำพิพากษาฎีกานี้ว่าการจะถือว่าเป็นความผิดทางอาญา จะต้องถือเอาว่าแพทย์ได้ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงเป็นเกณฑ์

ความตามคำพิพากษาฎีกาว่า”ข้อเท็จจริงที่ปรากฏจากคำบรรยายฟ้องเกี่ยวกับการกระทำของจำเลยที่๒และที่๓เช่นนี้จึงเป็นการแสดงซึ่งสภาพแห่งข้อหาตามคำฟ้องกล่าวอ้างว่า จำเลยที่๒และที่๓ปฏิบัติงานบกพร่องทำให้โจทก์ที่๑และที่๓เสียหายซึ่งเป็นการกระทำละเมิดในทางแพ่งตามป.พ.พมาตรา๔๒๐เท่านั้นมิใช่ข้อเท็จจริงถึงขั้นว่าเป็นการกระทำโดยประมาทที่จะมีมูลความผิดทางอาญา”

ดังนั้นหากตีความตามนักกฎหมายข้างต้น นโยบายของกลุ่มแพทย์ที่หาเสียงก็จะเป็นไปตามคำพิพากษาฎีกานี้อยู่แล้วซึ่งหากให้ดีควรมีกฎหมายรองรับเลยเป็นกรณีพิเศษเลย เพราะคำพิพากษาฎีกาที่จะนำมาใช้ได้ในการอ้างอิงก็ต้องดูว่าข้อเท็จจริงตรงกับในคดีของเราหรือไม่และขึ้นกับความเห็นศาลเจ้าของสำนวนที่เป็นผู้ตัดสินคดีด้วย
รวมไปถึงการฟ้องร้องคดีทางการแพทย์เป็นคดีผู้บริโภค ท่านผู้อ่านเห็นว่าสมควรหรือไม่อย่างไรครับ

ที่อยู่

Sattahip
20180

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สำนักงานทนายการแพทย์ -Thaimedlawyerผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง สำนักงานทนายการแพทย์ -Thaimedlawyer:

แชร์