26/08/2026
📍วันนี้ที่ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสุพรรณบุรี
ศาลนัดไต่สวนคดีร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้ป่วยเป็นคนไร้ความสามารถและตั้งผู้อนุบาล
คดีนี้ ลูกความของสำนักงานซึ่งเป็นพี่น้องของผู้ป่วยมาปรึกษาทนาย เพราะที่ผ่านมาเห็นว่าผู้ป่วยไม่ได้รับการดูแลและช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่ายจากสามีและบุตรเท่าที่ควร ลูกความจึงต้องการให้ผู้ที่มีหน้าที่ตามกฎหมายเข้ามาร่วมรับผิดชอบดูแลผู้ป่วย
สำนักงานจึงให้คำแนะนำว่า หากศาลมีคำสั่งให้ผู้ป่วยเป็นคนไร้ความสามารถและแต่งตั้งพี่น้องเป็นผู้อนุบาลแล้ว ผู้อนุบาลก็จะสามารถดำเนินการในเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับสิทธิและประโยชน์ของผู้ป่วย รวมถึงการดำเนินการเรียกร้องค่าอุปการะเลี้ยงดูจากผู้ที่มีหน้าที่ตามกฎหมายต่อไปได้
แต่เมื่อเข้าสู่คดีจริง สามีและบุตรของผู้ป่วยได้เข้ามายื่นคำคัดค้านและขอเป็นผู้อนุบาลเอง
วันนี้ศาลจึงทำหน้าที่เป็นคนกลางในการ ไกล่เกลี่ย โดยฝ่ายลูกความของเราได้แสดงเจตนาทั้งในส่วนของตนเองและสิ่งที่ต้องการให้เกิดประโยชน์กับผู้ป่วยอย่างชัดเจน คือ ต้องการให้ผู้ป่วยยังคงอยู่ในการดูแลของฝ่ายเรา ขณะเดียวกันก็ต้องการให้สามีและบุตรเข้ามาทำหน้าที่ช่วยเหลือเรื่องค่าอุปการะเลี้ยงดูตามหน้าที่ของตน
ท้ายที่สุด ทั้งสองฝ่ายสามารถตกลงกันได้ แม้จำนวนค่าเลี้ยงดูที่ตกลงกันจะไม่ได้เต็มจำนวนตามที่ลูกความต้องการตั้งแต่แรก แต่สิ่งสำคัญคือ ลูกความรู้สึกว่า ผู้ป่วยยังคงได้รับการดูแลจากฝ่ายของตน และในขณะเดียวกันสามีและบุตรก็ได้เข้ามามีส่วนร่วมรับผิดชอบตามหน้าที่ของตนมากขึ้น
เมื่อคดีจบลงในแบบที่ลูกความพอใจ...ลูกความเลยพาทนายไปกินข้าวต่อ น่าจะเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่มีโอกาสอิ่มฟรีอยู่เสมอ 😂
แต่จริง ๆ แล้ว สิ่งที่ทำให้ทนายมีความสุขที่สุดไม่ใช่ข้าวมื้อนั้น
คือการได้เห็นว่า ลูกความแฮปปี้ และรู้สึกว่าปัญหาที่พยายามแก้มานานได้มีทางออกที่ตัวเองยอมรับได้
💡ข้อคิดจากคดีนี้
คดีครอบครัวหลายครั้งไม่ได้มีคำตอบเพียงว่า “ใครชนะหรือใครแพ้” เพราะสุดท้ายแล้วสิ่งสำคัญกว่าคือ การหาทางออกที่คุ้มครองประโยชน์ของบุคคลในครอบครัว โดยเฉพาะผู้ที่ไม่สามารถดูแลหรือจัดการเรื่องต่าง ๆ ด้วยตนเองได้
และบางครั้ง การไกล่เกลี่ยที่ดี อาจทำให้ทุกฝ่ายได้ทำหน้าที่ของตัวเอง โดยไม่จำเป็นต้องต่อสู้กันจนถึงที่สุด
#คดีครอบครัว #ผู้อนุบาล