25/02/2024
ข้อเท็จจริงคล้ายกันแทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ผลของคดีกลับต่างกัน
คดีหนึ่งศาลพิพากษายกฟ้องในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง ส่วนอีกคดีหนึ่งศาลมีคำสั่งประทับรับฟ้อง
ผมเชื่อว่าศาลมีหลักการในการรับฟังพยานหลักฐาน และข้อเท็จจริงเหมือนกัน แต่ผลคดีที่ต่างเกิดจากการนำเสนอพยานและข้อเท็จจริงต่อศาลที่ต่างกัน
คดีนี้นักแสดงที่มีชื่อเสียงคนหนึ่ง ไลฟ์สดขายทองคำแต่ต่อมาไม่มีการส่งมอบให้ มีผู้เสียหายเป็นจำนวนมาก ดังที่ปรากฎเป็นข่าวในปีที่ผ่านมา
หลายคนร้องทุกข์ต่อ สอท.แต่คดีล่าช้า จึงเลือกวิธีการฟ้องตรงต่อศาล
เมื่อฟ้องตรงแล้ว หลายคดีศาลมีคำสั่งประทับรับฟ้อง แต่หลายคดีศาลกลับพิพากษายกฟ้องตั้งแต่ชั้นไต่สวนมูลฟ้อง ทั้งที่เป็นลักษณะคดีคล้ายกัน
คดีประเภทนี้ต้องใช้ความระมัดระวังเพราะจำเลยสามารถบิดให้เป็นคดีแพ่งได้ เพราะมีการส่งมอบทองกันจริงหลายครั้งตามคำโฆษณา
โดยมีข้อควรระมัดระวงเป็นพิเศษ จะต้องสืบให้เห็นว่าจำเลยมีเจตนาทุจริตมาตั้งแต่แรก ที่จะไม่ทำตามคำที่โฆษณาไว้ ดังนี้
- ต้องสืบให้เห็นว่าจำเลยแสดงข้อความเท็จอย่างไร
- ต้องนำสืบประเด็นว่าการส่งมอบทองคำเป็นเพียงกลอุบายอย่างหนึ่ง เพื่อจูงใจโจทก์ให้ลงทุนเป็นจำนวนที่มากขึ้น
- ต้องสืบถึงราคาซื้อขายที่มีพิรุธ เช่น กำหนดราคาที่ต่ำกว่าราคาท้องตลาดมาก ซึ่งผิดปกติจากการทำการค้าทั่วไป
- หากมีผู้เสียหายเป็นจำนวนมาก จะต้องนำสืบว่าจำเลยยังคงค้าง ไม่ส่งมอบทองที่โฆษณาเป็นจำนวนเท่าไหร่ ซึ่งหากต้องปฏิบัติตามคำโฆษณาจะต้องใช้เงินเป็นจำนวนมาก ซึ่งจำเลยไม่อาจกระทำได้
คดีนี้เป็นคดีแรกๆที่เป็นข่าว เมื่อผู้เสียหายมาปรึกษาจึงให้รีบฟ้องคดีอาญา เพราะฟ้องในระยะแรก จำเลยยังพอมีกำลังชำระคืน หากฟ้องภายหลังอาจจะไม่ได้อะไร
ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องศาลมีคำสั่งประทับรับฟ้อง และจำเลยขอไกล่เกลี่ย ชำระเงินค่าเสียหายและถอนฟ้องกันในที่สุดเป็นไปตามที่ไฉไลสีเขียวครับ
แต่ในระยะหลังนี้เห็นคดีลักษณะเดียวกัน ศาลพิพากษายกฟ้องหลายคดี จึงขอให้ผู้เสียหายส่งเอกสารมาดู เป็นไปตามคำพิพากษาในไฮไลสีแดงครับ