บริษัทสำนักกฎหมาย สุวิทย์ พิมพ์มีลาย จำกัด

บริษัทสำนักกฎหมาย สุวิทย์ พิมพ์มีลาย จำกัด รับปรึกษาปัญหากฎหมาย

18/05/2026
18/05/2026
18/05/2026
17/05/2026
17/05/2026

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 148/2538

​ ​ ​ ​ ​ ​ ​ ​ ​ คดีนี้คือเจ้าหน้าที่การรถไฟมีหน้าที่ปิดแผงกั้นถนนก่อนให้รถไฟผ่าน แต่กลับเปิดไฟสัญญาณและให้สัญญาณเขียวกับรถไฟ ทั้งที่ยังไม่ได้เอาแผงกั้นลงมาปิดถนนให้เรียบร้อย

​ ​ ​ ​ ​ ​ ​ ​ ​ พอไม่มีแผงกั้น รถโดยสารก็ขับข้ามทางรถไฟและชนกับขบวนรถไฟ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 18 คน และบาดเจ็บอีกหลายคน

​ ​ ​ ​ ​ ​ ​ ​ ​ ศาลมองว่า พยานหลายคนให้การตรงกันว่า ตอนเกิดเหตุไม่มีแผงกั้นถนนปิดอยู่จริง และพยานเหล่านี้ก็ไม่ได้มีเรื่องโกรธเคืองกับจำเลยมาก่อน จึงน่าเชื่อว่าเบิกความตามความจริง

​ ​ ​ ​ ​ ​ ​ ​ ​ แม้จำเลยจะอ้างว่าปิดแผงกั้นแล้ว แต่ศาลไม่เชื่อ เพราะหลักฐานและคำให้การหลายปากชี้ไปทางเดียวกันว่า แผงกั้นยังอยู่ในที่เก็บ ไม่ได้ถูกนำออกมาปิดถนน

​ ​ ​ ​ ​ ​ ​ ​ ​ สุดท้าย ศาลฎีกาจึงเห็นว่า จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ปิดกั้นถนน ทำหน้าที่โดยประมาท เพราะรู้ว่าต้องปิดแผงกั้นเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ แต่กลับทำไม่ครบขั้นตอน จนเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง มีคนเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

​ ​ ​ ​ ​ ​ ​ ​ ศาลพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ผิดฐานประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและบาดเจ็บ ลงโทษตามมาตรา 291 ซึ่งเป็นบทหนักที่สุด จำคุก 5 ปี ส่วนจำเลยที่ 2 คนขับรถไฟ ให้ยกฟ้องค่ะ

16/05/2026

[ เหตุรถไฟ “ชน” รถประจำทาง ]

สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ขอแสดงความเสียใจและส่งความห่วงใยอย่างยิ่ง ต่อผู้ได้รับบาดเจ็บและครอบครัวของผู้เสียชีวิต จากเหตุการณ์รถไฟชนรถโดยสารสาธารณะ บริเวณแยกมักกะสัน ซึ่งก่อให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
สภาทนายความขอขอบคุณและ ส่งกำลังใจไปยังเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ทั้งบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่กู้ภัย ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือผู้ประสบเหตุอย่างเต็มกำลัง
ทั้งนี้ สภาทนายความเห็นว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและสาเหตุของอุบัติเหตุอย่างละเอียด โปร่งใส พร้อมทั้งทบทวนมาตรการด้านความปลอดภัยในจุดเสี่ยง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันซ้ำอีกในอนาคต
หากญาติของผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือผู้เสียชีวิต ประสงค์จะขอรับความช่วยเหลือทางกฎหมาย สามารถติดต่อมายังสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อขอรับคำปรึกษา การสนับสนุนช่วยเหลือด้านคดี ตลอดจนการดำเนินการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน ค่าชดเชย และสิทธิตามกฎหมายที่พึงได้รับต่อไป
ดร.ธนพล คงเจี้ยง
นายกสภาทนายความ

16/05/2026

ด่วน! ขอรับบริจาค เลือดกรุ๊ป O ต่อชีวิตคุณตาวัย 81 ปี 🩸🙏

คุณพิรุณ จันทร์ทองสุข ป่วยมะเร็งปอด ต้องผ่าตัดด่วน แต่เลือดกรุ๊ป O ไม่พอ ทำให้ยังผ่าตัดไม่ได้
📍 บริจาคได้ที่: ตึกอุบัติเหตุ ชั้น 5 รพ.ศูนย์สกลนคร
👉 ระบุชื่อ: คุณพิรุณ จันทร์ทองสุข
📞 โทร: 082-8586777 (คุณทัศนีย์)

ช่วยแชร์ต่อเท่ากับช่วยต่อลมหายใจครับ

15/05/2026

สาวขอนแก่นร้องสื่อ! ถูกทนายหลอกวิ่งเต้นคดี สูญเงินกว่า 3 ล้านบาท อ้างรู้จักบิ๊กศาล-ราชทัณฑ์ ช่วยผู้ต้องขังออกจากคุกได้
(13 พ.ค. 69) น.ส.ทราย อายุ 24 ปี ชาว อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น นำเอกสารหลักฐานการสนทนาร่วมระหว่างครอบครัว กับ ทนายติ๊ก ตามการว่าจ้างให้ช่วยเหลือและดำเนินการทางคดีให้กับครอบครัวที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ จ.ชัยภูมิ โดยทนายความได้เรียกค่าใช้จ่ายในการยื่นขอประกันตัวและดำเนินการฎีกาคดีรวม 250,000 บาทและการวิ่งเต้นให้ได้รับการประกันตัวและปล่อยตัว โดยอ้างว่ารู้จักกับประธานศาลฎีกาของไทย,ผู้บริหารระดับสูงของกรมราชทัณฑ์ เ้จ้าของสำนวนและองค์คณะในคดีดังกล่าวทั้งหมด โดยจะต้องเสียค่าใช้จ่าย 2 ล้านบาทและหากต้องการให้ลบประวัติคดีทั้งหมดจะต้องเพิ่มเงินอีก 1 ล้านบาท ก่้อนจะมีการนัดหมายเข้าพบทั้งผู้เสียหายและผู้ทีถูกคุมขังที่เรือนจำจนเกิดความไว้วางใจและโอนเงินดังกล่าว สุดท้ายไม่สามารถดำเนินการได้เรื่องเงียบหายไปและติดต่่อไม่ได่
น.ส.ทราย กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวได้มีการแจ้งความเอาผิดทนายติ๊กแล้ว ในข้อหา พรบ.คอมพิวเตอร์,และฉ้อโกง ที่ สภ.สีชมพู จ.ขอนแก่น โดยพนักงานสอบสวนจะดำเนินการเรียกสอบปากคำในสัปดาห์หน้าตามเอกสารหลักฐานทั้งหมดที่นำมาร้องเรียนต่อสื่อมวลชนคือข้อความสนทนาผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์,เอกสารการโอนเงินรวมกว่า 3 ล้านบาท และเอกสารที่ทนายติ๊กนำมามอบให้คือเอกสารคำร้องการขอประกันตัวครอบครัวในชั้นฎีกา และเอกสารหลักฐานจากประธานศาลฎีกา ที่ลงนามและประทับตราแบบทางการ โดยเฉพาะเอกสารที่ระบุว่ามีการให้พิจารณาปล่อยตัวครอบครัว ทีระบุถึงเลขคดี และชื่อของผู้ต้องหาอย่างถูกต้อง โดยเอกสารนำเรียนถึง King of Thailand และประธานศาลฎีกา และส่วนงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
“พี่ชายและพี่สาวถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ จ.ชัยถูมิ ซึ่งครอบครัวอยู่ในขั้นตอนของการต่อสู้ทางคดีตามทั้งชั้นต้นและอุทธรณ์ จนขณะนี้อยู่ในชั้นศาลอุทธรณ์ จนกระทั่งเมื่อปลายปี 2568 ได้เข้าเยี่ยม ก็ได้รับคำแนะนำว่าให้ใช้บริการทนายติ๊ก เพราะหลายคนบอกว่าเชี่ยวชาญเรื่องศาลฎีกา, องค์คณะผู้พิพากษาและผู้ที่รับผิดชอบในเรื่องของการประกันตัว และพิจารณาคดีในชั้นนี้ จึงนัดหมายพบกัน ด้วยการที่อยากให้ครอบครัวพ้นผิดและทนายความพูดจาทางการ มีหลักฐาน มีเอกสารหลักฐานต่างๆชัดเจน จึงตกลงยินยอมให้ทำคดีให้ ซึ่งทนายติ๊กเรียกค่าใช้จ่ายในชั้นฎีกาทั้งสิ้น 250,000 บาท ผ่านไป 2-3 วันทนายติ๊กโทรศัพท์มาบอกว่า สามารถวิ่งเต้นคดีได้ เพราะรู้จักกับประธานศาลฎีกา และระดับสูงที่รับผิดชอบกับเรื่องนี้ แต่ต้องทำเงียบๆบอกใครไม่ได้ ซึ่งจะต้องมีค่าใช้จ่ายประมาณ 2 ล้านบาท ซึ่งก็เอะใจแต่ทนายก็โทรมาตื้อ ไลน์มาหา ทั้งยังคงส่งเอกสารหลักฐานและข้อความทางด้านกฎหมายและเอกสารทางการต่างๆมาให้ ประกอบกับครอบครัวที่อยู่ในเรือนจำต่างร้อนใจและเริ่มมีความหวังที่จะได้รับการประกันตัว จึงตัดสินใจหลงเชื่อและเริ่มโอนเงินจำนวน 2 ล้านบาทให้ในเดือน ม.ค.รวมทัง้สิ้น 16 ครั้ง”
น.ส.ทราย กล่าวต่อว่า ทยอยโอนเงิน 2 ล้านบาทให้กับทนายติ๊ก ตลอดทั้งเดือน ม.ค. 2569 เพราะครอบครัวก้ต้องทำมาหากินและวิ่งหยิบยืมเงินหรือการหาหลักทรัพย์ต่างๆ เพราะหวังจะได้รับอิสรภาพและการประกันตัวตามสิทธิ์ของกฎหมาย ได้เงินมาเท่าใดก็โอนเงินให้ทนายความหมด ซึ่งทนายติ๊กแจ้งถึงความคืบหน้าทางคดีตลอด จนกระทั่งต้นเดือน ก.พ.ทนายติ๊กบอกว่าสามารถที่จะลบคดีและออกหมายขาวให้กับครอบครัวได้เพราะชั้นฎีกาทำอะไรก็ได้แต่ระดับสูงขอเพิ่มอีก 1 ล้านบาท จึงเริ่มสังหรณ์ใจเพราะคดีไม่มีความคืบหน้าและไม่มีหมายศาลใดๆ จึงโต้แย้งไป จากนั้นทนายติ๊กก็ส่งเอกสารที่เป็นคำสั่งของศาลฎีกา และเอกสารหลักฐานที่กล้าวถึงข้อกฎหมายระหว่างประเทศ และข้อกฎหมายต่างๆที่เกี่ยวข้องและมีการลงประทับตราชั้นเจนและมีกำหนดปล่อยตัวในเดือน ก.พ. และที่สำคัญคือเอกสารที่ส่งมาให้นั้นเรียนถึง “King of Thailand” จึงมีความเชื่อถืออย่างมาก
“จึงตัดสินใจโอนเงินให้อีก 5 แสนบาท จนกระทั่งกลางเดือน ก.พ. เรื่องก็เงียบ ติดต่อไม่ได้ อ้างว่าติดคดีความต่างจังหวัด จึงได้รบกวนพี่ๆทนายที่รู้จักกันตรวจสอบดูว่าคดีของครอบครัวมีการพิจารณาอย่างไรตามเอกสารที่ทนายติ๊กส่งให้ก็ทราบว่าศาลท่านยกคำร้องไม่อนุญาตให้ประกันตัว จึงขอเงินคืนทั้งหมดทนายติ๊กก็รับสายบ้างไม่รับสายบ้าง ติดว่าความต่างจังหวัดบ้าง และอ้างว่าจะคืนให้แต่เงินนั้นระดับสูง นำไปเล่นหุ้น หรือใช้จ่ายต่างๆไปแล้ว จึงได้ปรึกษาทนายความชุดใหม่ เพื่อเอาผิดกับทนายติ๊กจนทราบว่าเอกสารดังกล่าวไม่มีจริง จึงแจ้งความเอาผิดทางกฎหมายและร้องเรียนต่อสื่อมวลชนในครั้งนี้”
น.ส.ทราย กล่าวต่ออีกว่า การตัดสินใจดำเนินคดีทนายความรายดังกล่าวแม้จะกลัว แต่ก็ต้องสู้เพื่อครอบครัวเพราะเราดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายทุกอย่างจนถึงชั้นฎีกา เมื่อมีทนายความที่มีความน่าเชื่อถือ ทั้งยังคงวางตัวและอ้างด้วยเอกสารหลักฐานต่างๆอย่างครบถ้วน ครอบครัวจึงมีความหวังอย่างมากและไม่นึกว่าจะโดนหลอก จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นจึง ล่าสุดทนายติ๊กประสานงานมาว่าจะคืนเงินในวันที่ 22 พ.ค.แต่ก็ไม่เชื่อแล้วเพราะถูกเลื่อนมาตลอด ทางคดีก็ไม่มีการพูดถึงใดๆ จึงหวังพึ่งกระบวนการยุติธรรมได้เข้ามาดำเนินการเอาผิดคนที่หลอกลวง จากการกระทำดังกล่าว รวมทั้งอยากให้สภาทนายความ ได้ตรวจสอบพฤติกรรมและจริยธรรมของทนายรายนี้ด้วย และที่สำคัญได้รับข้อมูลว่าทนายรายนี้ได้กระทำการในลักษณะเช่นนี้ในหลายพื้นที่ จึงอยากให้เป็นอุทธาหรณ์และเตือนภัยให้กับผู้ที่กำลังหลงเชื่อและผู้ที่รุ้จักได้ระมัดระวังตัวเพิ่มมากขึ้น
#ข่าวเวิร์คพอยท์23 #ข่าวเวิร์คพอยท์23ออนไลน์

12/05/2026

ทางบริษัท/สำนักงาน พร้อมให้บริการทุกท่านครับ 🙏😊 #ทนายความ #ทนายสกลนคร #ทำคดีทั่วประเทศไทย #ปรึกษาเบื้องต้นฟรีinbox ✍️⚖️👨‍⚖️😊😊😊 สุวิทย์ พิมพ์มีลาย

ที่อยู่

1604/177-178 สุขเกษม
Sakhon Nakhon
47000

เบอร์โทรศัพท์

081-8736419

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ บริษัทสำนักกฎหมาย สุวิทย์ พิมพ์มีลาย จำกัดผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง บริษัทสำนักกฎหมาย สุวิทย์ พิมพ์มีลาย จำกัด:

แชร์