ปรึกษากฎหมาย กับทนายปิยะพงษ์

ปรึกษากฎหมาย กับทนายปิยะพงษ์ ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก ปรึกษากฎหมาย กับทนายปิยะพงษ์, สำนักงานกฎหมายและทนายความ, Roi Et.

คนเราควรจะให้ แต่ไม่ควรจะขออะไรจากผู้อื่นควรกินพอประมาณ ไม่ควรจะมากเกินไปถึงกับท้องกางควรช่วยเหลือคนอื่น ไม่ใช้เหยียบย่ำ...
07/08/2019

คนเราควรจะให้ แต่ไม่ควรจะขออะไรจากผู้อื่น
ควรกินพอประมาณ ไม่ควรจะมากเกินไปถึงกับท้องกางควรช่วยเหลือคนอื่น ไม่ใช้เหยียบย่ำ
ควรจะรับใช้ ไม่ควรคิดเป็นนายคน
#7สิงหา #วันรพี #ขอน้อมรำรึกวันพระบิดากฎหมายไทย

ฏีกาที่ 695/2562 ต่อสู้คดียาวนานถึงสี่ปี จนจำเลยต้องตกงาน เราถวิลหาความยุติธรรมด้วยขบวนการยุติธรรม
09/07/2019

ฏีกาที่ 695/2562 ต่อสู้คดียาวนานถึงสี่ปี จนจำเลยต้องตกงาน เราถวิลหาความยุติธรรมด้วยขบวนการยุติธรรม

19/10/2018

"...ยาดีมีรสขม แต่แก้โรคได้ คำซื่อไม่เพราะหู แต่มีคุณ..."

29/06/2018

กรณีความผิดเกี่ยวกับการนำบัตร เอ.ที.เอ็ม. ไปกดเงินที่เกิดขึ้นบ่อยและต้องฟังให้ชัดสิ้นสงสัยจึงจะลงโทษจำเลยได้ #ข้อสันนิษฐานย่อมเป็นคุณแก่ผู้ปฎิเสธ
ฎีกาที่ 6321/2540 โจทก์ไม่มีพยานรู้เห็นว่าจำเลยทำบัตร เอ.ที.เอ็ม.ไปกดถอนเงินจากบัญชีของ น. จะอาศัยเพียงว่าการที่จำเลยเป็นเจ้าของบัตร จึงสันนิษฐานว่าจำเลยทำบัตรไปกดถอนเงินไม่ได้ เพราะผู้ที่ได้บัตรนั้นไปและรู้รหัสก็สามารถนำบัตรไปกดถอนเงินได้ไม่จำเป็นจะต้องเป็นเจ้าของบัตร พยานโจทก์ยังมีข้อน่าสงสัยไม่ชัดแจ้งว่าจำเลยเป็นคนร้ายลักทรัพย์ แม้จะเป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่ห้ามฎีกา แต่ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยไม่ได้กระทำผิดก็มีอำนาจพิพากษายกฟ้องได้ตาม ป.วิ.อ.มาตรา 185

28/06/2018

"...ฟ้าทำผิดยังน่าอยู่ ตัวเองทำผิดสิไม่ควรอยู่..."

เปิดคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 คดีแพะ ถวิลหาความยุติธรรมด้วยกระบวนการยุติธรรม
08/10/2017

เปิดคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 คดีแพะ ถวิลหาความยุติธรรมด้วยกระบวนการยุติธรรม

16/12/2016

ตอนแรกก็รักกันดี อยู่มาวันหนึ่งเลิกรากัน เพราะเหตุปัจจัยหลายอย่าง จะเป็นความผิดฐานพรากผู้เยาว์หรือไม่ มาดูฏีกาที่ 6634/2546..ผู้เยาว์กับจำเลยรักใคร่กันโดยที่จำเลยยังไม่มีภริยามาก่อน จำเลยพาผู้เยาว์ไปอยู่กับจำเลยได้เสียกันเพื่อประสงค์จะอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา แต่มารดาจำเลยไม่ยอมรับผู้เยาว์เป็นสะใภ้ การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจาร...
(จุดยากอยู่ที่จะนำสืบอย่างไรให้ศาลเชื่อว่าเจตนาอยู่กินฉันสามีภริยา)

ขอเป็นข้าพระบาททุกขาติไป
13/10/2016

ขอเป็นข้าพระบาททุกขาติไป

15/09/2016

#เมื่อเจ้ามรดกยกที่ดินให้ทายาทก่อนที่เจ้ามรดกจะตายและทายาทครอบครองทำประโยชน์แล้ว #และรับโอนมรดกคนเดียวไม่แบ่งทายาทอื่นก็ไม่มีผิดฐานยักยอกทรัพย์มรดก
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6671/2551
นายคำมี พันธ์วิไล กับพวก
โจทก์
นางทองคำ พันธ์วิไล
จำเลย

ป.อ. มาตรา 352
ป.พ.พ. มาตรา 1750

เมื่อ ส. ถึงแก่ความตาย ทายาทของ ส. ตกลงเกี่ยวกับทรัพย์สินของ ส. ว่า บุคคลใดได้รับยกให้ที่ดินแปลงใดก่อน ส. ถึงแก่ความตาย และทำประโยชน์ในที่ดินแปลงนั้นก็ให้ตกเป็นของบุคคลนั้น จำเลยได้เข้าครอบครองที่ดินพิพาทตั้งแต่ ส. ถึงแก่ความตายแต่ผู้เดียว กรณีจึงต้องด้วย ป.พ.พ. มาตรา 1750 วรรคหนึ่ง โจทก์ทั้งสามจะเรียกร้องเอาส่วนแบ่งให้ผิดไปจากที่ได้แบ่งปันกันไปแล้วอีกไม่ได้ แม้ภายหลังจำเลยไปยื่นขอจัดการมรดกก็ไม่ทำให้ที่ดินพิพาทกลับกลายเป็นทรัพย์มรดกที่ยังไม่ได้แบ่งปันกันระหว่างทายาท เพราะจำเลยประสงค์ที่จะเปลี่ยนแปลงหลักฐานทางทะเบียนให้ได้สิทธิโดยสมบูรณ์ในที่ดินพิพาทเท่านั้น มิใช่เพื่อประโยชน์แก่โจทก์ทั้งสามซึ่งสิ้นสิทธิในที่ดินพิพาทแล้ว การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานยักยอก

15/09/2016

#ข้อสังเกตุ ฎีกานี้หากข้อเท็จจริงเปลี่ยนไปเป็นว่าผู้ถูกกล่าวหามิได้ถ่ายรูปในบริเวณศาลเพื่อนำมาประกอบข้อความ จะไม่มีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล คงมีแต่ความผิดฐานอื่น

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 635/2559
ผู้อำนวยการ สำนักอำนวยการประจำศาล

จังหวัดนครศรีธรรมราช
ผู้กล่าวหา
นายปิยศักดิ์หรืออูฐหรือส.จ.อู๊ด เพชรสุวรรณพร
ผู้ถูกกล่าวหา

ป.วิ.พ. มาตรา 31(1), 32(2)

ข้อความที่ผู้ถูกกล่าวหาลงแสดงในเฟซบุ๊กมีข้อความที่ไม่เป็นความจริงกล่าวหาว่าศาลดำเนินคดีไม่เป็นธรรม และไปถ่ายรูปในบริเวณศาลนำมาลงประกอบข้อความเท็จของตนในเฟซบุ๊กว่าศาลเรียกเงิน และมีข้อความลงข่มขู่ศาลว่าจะยิงทำร้าย ขอให้ผู้พิพากษาระวังตัว อันเป็นข้อความที่ประสงค์จะให้มีอิทธิพลเหนือความรู้สึกของประชาชนหรือเหนือศาล และเป็นการรายงานกระบวนพิจารณาแห่งคดีอย่างไม่ถูกต้องและเป็นเท็จ แม้ผู้ถูกกล่าวหาลงข้อความในเฟซบุ๊กโดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่บ้านของผู้ถูกกล่าวหา แต่เมื่อข้อความส่วนหนึ่งเกิดจากการถ่ายรูปบุคคลในบริเวณศาล เพื่อนำไปประกอบข้อความเท็จที่ตนใช้แสดงต่อสาธารณชน ย่อมถือได้ว่าเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล มีความผิดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 31 (1) นอกจากนี้ การที่ผู้ถูกกล่าวหาแสดงข้อความเท็จ บิดเบือนข้อเท็จจริงที่ปรากฏในศาล แสดงความเท็จว่าตนถูกศาลกลั่นแกล้งเป็นความผิดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 32 (2) ด้วย อันเป็นการกระทำต่างกรรม ต่างเจตนา และต่างบทกฎหมาย ชอบที่จะลงโทษฐานละเมิดอำนาจศาลแก่ผู้ถูกกล่าวหาได้ทั้งสองกรรม.

________________________________


( นพพร โพธิรังสิยากร - สรศักดิ์ วาจาสิทธิศิลป์ - ปกรณ์ วงศาโรจน์ )

ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช - นายพิษณุ ทิพย์รอด
ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายประเสริฐ เลิศพูนวศิน

หมายเหตุ

11/09/2016

...ปัญหาของบุตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เมื่อบิดามีสิทธิได้รับเงินในกรณีบำเหน็จชราภาพ หรือกรณีเสียชีวิต จากประกันสังคม ต้องเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของบิดาประกันสังคสถึงจะจ่ายให้ได้ แม้บิดาเสียชีวิตแล้วบุตรสามารถร้องขอให้ศาลสั่งว่าเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของบิดาผู้ตายได้...ปรึกษาทนายได้ครับ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8504/2544
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55, 188
การฟ้องคดีขอให้รับเด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1555 หากบิดามีชีวิตอยู่ต้องดำเนินคดีอย่างคดีมีข้อพิพาทคือฟ้องบิดาโดยทำเป็นคำฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 แต่ถ้าบิดาถึงแก่ความตายไปแล้วต้องดำเนินคดีอย่างคดีไม่มีข้อพิพาทคือเริ่มคดีโดยยื่นคำร้องขอต่อศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 188(1) ดังนั้น เมื่อผู้ตายซึ่งเป็นบิดาได้ถึงแก่ความตายไปแล้ว โจทก์จึงต้องดำเนินคดีอย่างคดีไม่มีข้อพิพาท ส่วนบทบัญญัติมาตรา 1558 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เป็นเรื่องเกี่ยวกับสิทธิที่จะได้รับมรดกในฐานะทายาทโดยธรรมซึ่งเป็นผลตามมาจากการที่ร้องขอให้ศาลพิพากษาเป็นบุตร มิใช่บทบัญญัติที่ให้อำนาจโจทก์ฟ้องจำเลยในฐานะทายาทผู้ตายเพื่อให้ศาลพิพากษาว่าโจทก์เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นบุตรของนายอนุวัติ สินธุบุญ กับนางคำเปาสุขใจ ซึ่งมิได้จดทะเบียนสมรสกัน นายอนุวัติรับราชการครู เป็นสมาชิกช.พ.ค. ครุสภา เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2541 นายอนุวัติถึงแก่ความตายระหว่างมีชีวิตนายอนุวัติได้รับรองต่อบุคคลทั่วไปว่าโจทก์เป็นบุตรนายอนุวัติได้เลิกร้างกับมารดาโจทก์แล้วสมรสกับจำเลย หลังจากนายอนุวัติถึงแก่ความตาย สำนักงาน ช.พ.ค. สอบสวนแล้วได้พิจารณาว่าโจทก์เป็นทายาทนายอนุวัติ จึงได้จ่ายเงินสงเคราะห์ครอบครัวในส่วนของโจทก์จำนวน 28,561.58 บาท ให้แก่โจทก์แล้ว แต่โจทก์มีข้อขัดข้องในการรับเงินบำเหน็จตกทอดของทายาทนายอนุวัติที่ทางราชการได้กันไว้เป็นส่วนของโจทก์จำนวน 110,000 บาท ซึ่งมีระเบียบของกรมบัญชีกลางว่าต้องมีคำพิพากษาว่าโจทก์เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของนายอนุวัติแล้วโจทก์จึงจะได้รับเงินจำนวนดังกล่าว ขอให้ศาลพิพากษาว่าโจทก์เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของนายอนุวัติ สินธุบุญ
จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ต่อจำเลย โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ประการแรกว่า โจทก์ฟ้องจำเลยในฐานะทายาทของนายอนุวัติ สินธุบุญ ผู้ตาย ให้ศาลพิพากษาว่าโจทก์เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของนายอนุวัติได้หรือไม่ เห็นว่า การฟ้องคดีขอให้รับเด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา 1555 หากบิดามีชีวิตอยู่ต้องดำเนินคดีอย่างคดีมีข้อพิพาทคือฟ้องบิดาโดยเสนอข้อหาทำเป็นคำฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 แต่ถ้าบิดาถึงแก่ความตายไปแล้วต้องดำเนินคดีอย่างคดีไม่มีข้อพิพาทคือให้เริ่มคดีโดยยื่นคำร้องขอต่อศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 188(1) เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าผู้ตายซึ่งโจทก์อ้างว่าเป็นบิดาได้ถึงแก่ความตายไปแล้ว โจทก์จึงต้องดำเนินคดีอย่างคดีไม่มีข้อพิพาทคือเริ่มคดีโดยยื่นคำร้องขอ มิใช่เสนอคำฟ้องอย่างคดีมีข้อพิพาท ส่วนกรณีที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1558 บัญญัติว่า "การฟ้องคดีขอให้รับเด็กเป็นบุตรของผู้ตายที่ได้ฟ้องภายในอายุความมรดก ถ้าศาลได้พิพากษาว่าเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย เด็กนั้นมีสิทธิรับมรดกในฐานะทายาทโดยธรรม" บทบัญญัติดังกล่าวเป็นเรื่องเกี่ยวกับสิทธิที่จะได้รับมรดกในฐานะทายาทโดยธรรม ซึ่งเป็นผลตามมาจากการที่ร้องขอให้ศาลพิพากษาเป็นบุตร หาใช่บทบัญญัติที่ให้อำนาจโจทก์ฟ้องจำเลยในฐานะทายาทผู้ตายเพื่อให้ศาลพิพากษาว่าโจทก์เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายไม่ ดังนั้นปัญหาที่ว่าตามคำให้การของจำเลยได้แสดงการโต้แย้งสิทธิว่าโจทก์มิใช่เป็นผู้สืบสันดานของนายอนุวัติและนายอนุวัติไม่เคยอุปการะเลี้ยงดูตามที่โจทก์กล่าวอ้าง ย่อมเป็นที่ชัดแจ้งว่าจำเลยมีการกระทำการอันเป็นการโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิของโจทก์นั้น จึงไม่จำต้องวินิจฉัยเพราะโจทก์มิได้ดำเนินการให้ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งดังที่กล่าวมาแล้ว ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาเห็นด้วยในผลฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"
พิพากษายืน แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่ดำเนินคดีอย่างคดีไม่มีข้อพิพาท
(สมชัย เกษชุมพล-ชวลิต ศรีสง่า-สุวัตร์ สุขเกษม)

ที่อยู่

Roi Et
45000

เบอร์โทรศัพท์

0890585901

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ปรึกษากฎหมาย กับทนายปิยะพงษ์ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์