18/09/2026
"บุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้ว" ฟ้องขอให้การสมรสซ้อนของบิดาเป็นโมฆะได้หรือไม่ ⚖️
หลายท่านอาจเข้าใจว่า การจะฟ้องขอให้การสมรสเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1497 นั้น ต้องเป็นคู่สมรสหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องโดยตรงเท่านั้น แต่คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2984/2569 ได้วางหลักที่น่าสนใจเกี่ยวกับความหมายของ "ผู้มีส่วนได้เสีย" ไว้
คดีนี้ โจทก์เป็นบุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้ว ซึ่งตามมาตรา 1627 กฎหมายให้ถือว่าเป็นผู้สืบสันดานเช่นเดียวกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์จึงเป็นทายาทโดยธรรมของบิดา มีสิทธิรับมรดกตามมาตรา 1629 (1)
ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ก่อนที่บิดาโจทก์จะจดทะเบียนสมรสกับจำเลย บิดายังมิได้จดทะเบียนหย่ากับภริยาคนก่อน การสมรสกับจำเลยจึงเป็นการสมรสซ้อน ต้องห้ามตามมาตรา 1452 และตกเป็นโมฆะตามมาตรา 1495 อย่างไรก็ตาม กฎหมายกำหนดว่าการสมรสที่เป็นโมฆะจะมีผลก็ต่อเมื่อมีคำพิพากษาของศาลเท่านั้น ดังนั้น ตราบใดที่ยังไม่มีคำพิพากษา จำเลยจึงยังคงมีฐานะเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมาย และเป็นทายาทโดยธรรมของบิดาโจทก์ตามมาตรา 1629 วรรคสอง มีสิทธิได้รับส่วนแบ่งมรดกเสมือนทายาทชั้นบุตรตามมาตรา 1635 (1)
ศาลฎีกาเห็นว่า การที่จำเลยยังคงมีฐานะภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายเช่นนี้ ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อสัดส่วนมรดกที่โจทก์จะได้รับ โจทก์จึงมีสถานะเป็น "ผู้มีส่วนได้เสีย" ตามมาตรา 1497 และมีสิทธิฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าการสมรสระหว่างบิดากับจำเลยเป็นโมฆะได้ โดยไม่ถือว่าเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต เนื่องจากโจทก์มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสมรสซ้อนของบิดาแต่อย่างใด
คำพิพากษาฉบับนี้จึงเป็นบรรทัดฐานสำคัญที่ยืนยันว่า สิทธิของทายาทในการปกป้องส่วนแบ่งมรดกของตน สามารถขยายไปถึงการฟ้องขอให้การสมรสที่ฝ่าฝืนกฎหมายของผู้เป็นเจ้ามรดกเป็นโมฆะได้ แม้ตนจะมิใช่คู่สมรสโดยตรงก็ตาม
📌 อ้างอิง: ป.พ.พ. มาตรา 1452, 1495, 1497, 1499, 1627, 1629, 1635
#กฎหมายครอบครัว #มรดก #การสมรสซ้อน