23/08/2026
จีนยังกังวลเรื่อง ครูระดับมหาวิทยาลัยที่เก่งที่จะมาปั้นคนเก่งๆ
เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม
หยวน ซินอี้ (Yuan Xinyi) นักคณิตศาสตร์
ศาสตราจารย์จากศูนย์วิจัยคณิตศาสตร์ระหว่างประเทศปักกิ่ง มหาวิทยาลัยปักกิ่ง
ได้รับรางวัล Future Science Prize
สาขาคณิตศาสตร์และวิทยาการคอมพิวเตอร์ ประจำปี 2026
จากผลงานด้าน Arithmetic Geometry (เรขาคณิตเชิงอรัญคณิต)
ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสาขาคณิตศาสตร์ระดับสูงของโลกในปัจจุบัน
รางวัล Future Science Prize ถูกเรียกว่า
"โนเบลแห่งจีน"
และมีมูลค่ารางวัล 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อสาขา
หยวน ซินอี้ ไม่ได้เติบโตจากครอบครัวนักวิทยาศาสตร์
เขาเป็นเด็กจากเมืองหม่าเฉิง มณฑลหูเป่ย
และได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยปักกิ่งจากการคว้าเหรียญทองโอลิมปิกคณิตศาสตร์
ต่อมาเรียนปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย สหรัฐอเมริกา
ก่อนจะตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งในอเมริกาและกลับมาทำงานที่จีนในปี 2020
เหตุผลที่เขากลับจีน
เขาบอกตรงๆ ว่า
จีนให้ความสำคัญกับงานวิจัยมากขึ้นเรื่อยๆ
สภาพแวดล้อมทางวิชาการดีขึ้น
การสนับสนุนด้านวิทยาศาสตร์เพิ่มขึ้น
ในขณะที่สหรัฐฯ หลังวิกฤตการเงินปี 2008
กลับมีความขัดแย้งทางการเมืองมากขึ้น
และสภาพแวดล้อมทางวิชาการไม่ได้ดีเหมือนเดิม
อีกเหตุผลหนึ่งคือ
พ่อแม่ของเขาเข้ารับการผ่าตัดทั้งคู่ในปี 2017
เขาจึงอยากกลับมาอยู่ใกล้ครอบครัว
สิ่งที่น่าสนใจ
คือสิ่งที่เขาพูดถึง "อนาคตของคณิตศาสตร์จีน"
ช่วงหลายปีที่ผ่านมา
จีนกวาดรางวัลด้านคณิตศาสตร์ระดับโลกต่อเนื่อง
จนมีคนต่างชาติพูดในงานประชุมนักคณิตศาสตร์นานาชาติว่า
"China is taking over math"
หรือ
"จีนกำลังก้าวขึ้นมาครองวงการคณิตศาสตร์"
แต่หยวน ซินอี้ บอกว่า
เขาคิดว่ายังไม่ถึงขั้นนั้น
เพียงแต่จีนกำลังเข้าสู่ช่วงที่เห็นผลลัพธ์
จากการลงทุนด้านการศึกษาที่สะสมมานานกว่า 20 ปี
แล้วอะไรคือปัญหาที่จีนกำลังเจอ?
คำตอบคือ
"นักศึกษาปริญญาเอก"
เขาบอกว่า
วันนี้จีนมีนักศึกษาปริญญาตรีเก่งๆเยอะ
แต่การผลิตนักวิจัยระดับสูงยังเป็นคอขวด
เพราะอาจารย์ที่อยู่แนวหน้าของงานวิจัยมีไม่พอ
นักศึกษา ป.เอก มีจำนวนมาก
แต่อาจารย์ที่ปรึกษาที่เชี่ยวชาญโดยเฉพาะยังมีจำกัดมาก
สุดท้ายอาจารย์หนึ่งคนต้องดูแลนักศึกษาจำนวนมาก
จนไม่มีเวลาพัฒนาศักยภาพของแต่ละคนได้เต็มที่
จีนเริ่มเจอปัญหาแบบเดียวกับประเทศที่พัฒนาแล้ว
ไม่ใช่ขาดคนเรียน
แต่ขาด "ครูปั้นคนระดับโลก"
เขายังพูดถึงอีกเรื่อง
คือวัฒนธรรมการแข่งขันในวงการวิชาการจีน
อาจารย์รุ่นใหม่จีน
ต้องแข่งขันแทบทุกเรื่อง
ต้องตีพิมพ์งาน
ต้องขอทุน
ต้องเลื่อนตำแหน่ง
ต้องสร้างผลงานให้มากกว่าคนรุ่นเดียวกัน
จนบางครั้งระบบเริ่มให้ความสำคัญกับ
"ตัวเลขที่วัดได้"
มากกว่าระบบความคิดสร้างสรรค์จริงๆ
นี่ไม่ใช่ปัญหาเฉพาะวงการคณิตศาสตร์
แต่มันสะท้อนสิ่งที่เกิดขึ้นในหลายอุตสาหกรรมของจีน
จีนใช้เวลาหลายสิบปี
แก้ปัญหาเรื่องปริมาณ
จนวันนี้เริ่มเข้าสู่โจทย์ใหม่
คือ
จะเปลี่ยนจาก "มีคนเก่งจำนวนมาก"
ให้กลายเป็น
"มีคนที่สร้างคนเก่งรุ่นต่อไปได้มากพอ" อย่างไร
เรามักพูดกันเรื่องเด็กเก่ง
เด็กโอลิมปิก
เด็กสอบติดมหาวิทยาลัยดัง
แต่ลืมพูดถึงคนที่อยู่เบื้องหลัง
ครู
อาจารย์
นักวิจัย
หรือคนที่ใช้เวลาหลายปีในการปั้นคนรุ่นต่อไป
และนี่อาจเป็นเหตุผลที่หลายประเทศสร้างคนเก่งได้เป็นพันเป็นหมื่นคน
แต่มีไม่กี่ประเทศที่สร้าง "ระบบผลิตคนเก่ง" ได้อย่างต่อเนื่อง
และเรื่องนี้ก็ยังเป็นปัญหาของจีนอยู่
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดในบทสัมภาษณ์นี้
ไม่ใช่เรื่องคณิตศาสตร์
ไม่ใช่เรื่องรางวัล
และไม่ใช่เรื่อง AI
แต่เป็นประโยคที่สะท้อนวิธีคิดของจีนในวันนี้ได้ดี
ประเทศที่กำลังเติบโตจริงๆ
ไม่ได้ถามเพียงว่าเรามีคนเก่งกี่คน
แต่เริ่มถามว่า
"เรามีคนที่สามารถสร้างคนเก่งรุ่นต่อไปได้มากพอหรือยัง"
เพราะความสำเร็จหนึ่งรุ่น
สร้างได้ด้วยคนเก่งไม่กี่คน
แต่ความสำเร็จต่อเนื่องหลายสิบปี
ต้องอาศัยระบบที่ผลิตคนเก่งได้ไม่รู้จบ
ข้อมูลจาก Tencent News และ Future Science Prize
#บุญไชน่าเล่าเรื่องจีน #เล่าเรื่องจีน #การศึกษา #วิทยาศาสตร์จีน #ข่าวจีน