25/03/2022
#ความผิดตามฟ้องรวมการกระทำหลายอย่าง
🔴 ความผิดฐานพยายามฆ่าโดยใช้อาวุธปืนยิงตาม ป.อ.มาตรา 288,80 รวมความผิดฐานยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมืองตาม ป.อ.มาตรา 376 ศาลจึงมีอำนาจลงโทษจำเลยได้ตาม ป.วิ.อ.มาตรา 192 วรรคท้าย
▪️ ฎ.2892/2562 : การที่จำเลยที่ 1 ยิงปืนเพื่อข่มขู่ผู้เสียหายเป็นกากรยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมนุมชนอันเป็นส่วนหนึ่งของความผิดฐานใช้อาวุธปืนยิงพยายามฆ่าผู้เสียหายอยู่ในตัว จึงเป็นการกระทำความผิดที่รวมการกระทำหลายอย่าง และแต่ละอย่างเป็นความผิดได้อยู่ในตัวเอง ซึ่งศาลจะลงโทษอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่พิจารณาได้ความก็ได้ตาม ป.วิ.อ.มาตรา 192 วรรคท้าย
🔵 ความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาตาม ป.อ.มาตรา 288,289 รวมความผิดฐานทำร้ายร่างกายตาม ป.อ.มาตรา 295 ,290 ด้วย เมื่อทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยมีเจตนาทำร้ายผู้อื่นเท่านั้น ศาลจึงลงโทษจำเลยในความผิดฐานทำร้ายร่างกายได้ตาม ป.วิ.อ.มาตรา 192 วรรคท้าย
▪️ ฎ.325/2562 : โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 3 และที่ 4 ในความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นตาม ป.อ.มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 แต่ความผิดดังกล่าวรวมความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นตาม ป.อ.มาตรา 295 อยู่ด้วย ศาลฎีกามีอำนาจลงโทษจำเลยที่ 3 และที่ 4 ตามที่พิจารณาได้ความได้ตาม ป.วิ.อ.มาตรา 192 วรรคท้าย ประกอบมาตรา 215 และมาตรา 225 ท้าย
🟡 โจทก์ฟ้องข้อหาพยายามฆ่าตาม ป.อ.มาตรา 288,80 ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส ตาม ป.อ.มาตรา 297 เมื่อโจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอันตรายสาหัส ศาลจะลงโทษตาม ป.อ.มาตรา 297 ไม่ได้ คงลงโทษได้ตาม ป.อ.มาตรา 295 เท่านั้น
▪️ ฎ.5514/2551 : โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ.มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 โดยมิได้บรรยายฟ้องว่าผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัสอย่างไร ศาลจึงไม่อาจพิพากษาลงโทษจำเลยตาม ป.อ.มาตรา 297(8) ได้ เพราะจะเป็นการพิพากษาเกินกว่าที่กล่าวในฟ้องต้องห้ามตาม ป.วิ.อ.มาตรา 192 วรรคหนึ่ง แต่เมื่อความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นตาม ป.อ.มาตรา 288,80 รวมความผิดฐานทำร้ายร่างกายตาม ป.อ.มาตรา 295 อยู่ด้วย ศาลจึงลงโทษจำเลยตาม ป.อ.มาตรา 295 ได้ตาม ป.วิ.อ.มาตรา 192 วรรคท้าย
🟣 โจทก์บรรยายฟ้องในข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นด้วยว่าผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัสอย่างไร ศาลย่อมลงโทษจำเลยตาม ป.อ.มาตรา 297 ได้ รายงานการชันสูตรบาดแผลท้ายฟ้องซึ่งระบุว่าผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัสซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของฟ้อง เท่ากับโจทก์ได้บรรยายฟ้องข้อเท็จจริงว่าผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัสอย่างไรมาด้วย เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยทำร้ายผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสตาม ป.อ.มาตรา 297 ศาลจึงลงโทษจำเลยตามข้อเท็จจริงที่ได้ความได้ตาม ป.วิ.อ.มาตรา 192 วรรคท้าย
▪️ ฎ.13366/2557 : ผู้เสียหายที่ 1 ได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลฉีกขาดที่ข้อมือขวาจนกระดูกมือขวาหักแบบเปิด ถือได้ว่าผู้เสียหายที่ 1 ได้รับอันตรายสาหัสแล้ว จำเลยจึงมีความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้เสียหายที่ 1 เป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส และกรณีนี้โจทก์ฟ้องข้อหาพยายามฆ่าโดยบรรยายฟ้องไว้ด้วยว่าผู้เสียหายที่ 1 ได้รับอันตรายสาหัสอย่างไร ศาลฎีกาจึงลงโทษจำเลยตาม ป.อ.มาตรา 297(8) ตามข้อเท็จจริงที่พิจารณาได้ความได้ตาม ป.วิ.อ.มาตรา 192 วรรคท้าย ประกอบมาตรา 215 และมาตรา 225
🟠 ความผิดต่อเสรีภาพตาม ป.อ.มาตรา 309 เป็นส่วนหนึ่งของความผิดฐานชิงทรัพย์ตาม ป.อ.มาตรา 339 ด้วย ศาลย่อมมีอำนาจลงโทษจำเลยตามที่พิจารณาได้ความได้ตาม ป.วิ.อ.มาตรา 192 วรรคท้าย
▪️ ฎ.1082/2534 : การที่จำเลยที่ 1 พูดลักษณะขู่เข็ญผู้เสียหายว่า ถ้าไม่ให้เสื้อแก่จำเลยที่ 2 จะเจ็บตัวจนผู้เสียหายยอมให้เสื้อไปนั้น เป็นการข่มขืนใจให้ผู้เสียหายต้องจำยอมให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อร่างกาย อันเป็นความผิดต่อเสรีภาพตาม ป.อ.มาตรา 309 วรรคแรก ซึ่งความผิดดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความผิดฐานชิงทรัพย์ที่โจทก์ฟ้อง ศาลลงโทษจำเลยได้ตาม ป.วิ.อ.มาตรา 192 วรรคท้าย
🌟 >>> https://www.facebook.com/104254361987112/posts/159301063149108/
#กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา #ความผิดตามฟ้องรวมการกระทำหลายอย่าง #สอบผู้ช่วยผู้พิพากษา #สอบอัยการผู้ช่วย #เนติบัณฑิต ์อาธอน