19/02/2019
การแต่งงานอยู่กินด้วยกันฉันสามีภรรยาไม่มีผลทำให้ชายหญิงเป็นสามีภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายชายหญิงจะเป็นสามีภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายต้องมีการจดทะเบียนสมรสกันเท่านั้น แต่การจดทะเบียนสมรสต้องแสดงเจตนายินยอมเป็นสามีภริยากันต่อหน้านายทะเบียน เพื่อเป็น
หลักประกันเบื้องต้นว่าการสมรสเกิดจากความสมัครใจของทั้งสองฝ่ายโดยปราศจากการถูกขู่เข็ญบังคับหรือใช้กลฉ้อฉล
ชายหญิงมิได้สมัครใจเป็นสามีภริยากัน แต่กลับไปแสดงเจตนายินยอมต่อนายทะเบียน ผลในทางกฎหมายจะเป็นอย่างไร...
นาง ป. และ เรือเอก ช. ซึ่งรับราชการทหาร ได้พากันไปจดทะเบียนสมรสโดยนาง ป. รู้ว่าเรือเอก ช. ป่วยเป็นโรคมะเร็งระยะสุดท้าย ไม่อาจมีชีวิตยืนยาว หลังจากจดทะเบียนสมรสแล้ว นาง ป. ไม่ได้อยู่กินกับเรือเอก ช. แต่เป็นภาระของญาติพี่น้องของเรือเอก ช.ที่ต้องพาเรือเอก ช. ไปโรงพยาบาลและกลับมาพักรักษาตัวอยู่ที่บ้าน นาง ป. ไม่เคยไปเยี่ยมเรือเอก ช. ทั้งที่โรงพยาบาลและที่บ้านของเรือเอก ช. จนกระทั่งเรือเอก ช. เสียชีวิต
หลังจากนั้นนาง ป. ไปขอรับเงินบำเหน็จตกทอดจากทางราชการ กองทัพเรือซึ่งเป็นต้นสังกัดของเรือเอก ช.จึงเบิกจ่ายเงินบำเหน็จตกทอดให้นาง ป. รับไป ต่อมาบุตรของเรือเอก ช. ซึ่งเกิดจากภริยาคนก่อน ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าการสมรสระหว่างเรือเอก ช. กับ นาง ป. เป็นโมฆะ
ศาลฎีกาตัดสินว่า....การสมรสจะทำได้ต่อเมื่อชายและหญิงยินยอมเป็นสามีภริยากัน โดยทั้งสองคนตกลงจะเป็นบุคคลในครอบครัวเดียวกัน ต้องอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยาทั้งในทางธรรมชาติและกฎหมาย ได้ดูแลความทุกข์สุข เจ็บป่วยซึ่งกันและกันต้องช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูกันตามความสามารถและฐานะของตน การที่จำเลย (นาง ป.) จดทะเบียนสมรสกับ ช. (เรือเอก ช.) แต่ไม่ได้พักอาศัยอยู่ด้วยกัน เมื่อ ช. ป่วย โจทก์(บุตรซึ่งเกิดจากภริยาคนก่อน) เป็นผู้พา ช. ไปโรงพยาบาลและเสียค่ารักษาพยาบาลให้ และยังให้ ช. ไปพักอาศัยอยู่ด้วย ส่วนจำเลยยังคงพักอาศัยอยู่กับน้องสาวและไม่เคยออกค่ารักษาพยาบาลทั้งไม่เคยมาเยี่ยมเยียน ช. เลย เห็นได้ชัดว่าจำเลยกับ ช. มิได้อยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยาแต่อย่างใด จำเลยเองก็ยังรับว่าไม่อยากไปจดทะเบียนสมรส แต่ ช. เป็นผู้พาไปโดยบอกว่าถ้าไม่จดทะเบียนสมรสแล้วจะไม่มีผู้ใดมีสิทธิรับเงินบำเหน็จตกทอด ซึ่งก็ปรากฏว่าเมื่อ ช. ถึงแก่กรรมจำเลยเป็นผู้ได้รับเงินบำเหน็จตกทอดมาจริง แสดงว่าจำเลยจดทะเบียนสมรสกับ ช. โดยมิได้มีเจตนาที่จะเป็นสามีภริยากันมาแต่แรก หากแต่เป็นการกระทำเพื่อให้มีสิทธิรับเงินบำเหน็จตกทอดเท่านั้น การสมรสของจำเลยจึงฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1458 ตกเป็นโมฆะตามมาตรา 1495 (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1067/2545)
ทนายตู่