12 เมษาทนายความ

12 เมษาทนายความ #ให้คำปรึกษาปัญหากฎหมายฟรี
สำนักงานกฎหมาย ให้บริการทางด้านกฎหมายต่างๆ และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร

03/07/2023
10/01/2023

ฟ้องเรียกเงินคืนตามบันทึกข้อตกลงเกี่ยวกับการรับบัตรเครดิต อายุความ 10 ปี
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3798/2563 (หน้า 71 เล่ม 12) โจทก์ใช้สิทธิเรียกเงินคืนจากจำเลยโดยอาศัยสิทธิเรียกร้องที่เกิดจากบันทึกข้อตกลงเกี่ยวกับการรับบัตรเครดิต เนื่องจากผู้ถือบัตรเครดิตของโจทก์หรือบัตรเครดิตที่โจทก์ร่วมกับบริษัทอื่นหรือสถาบันอื่นออกภายใต้ข้อตกลงร่วมกับโจทก์ได้ใช้บัตรเครดิตดังกล่าวชำระค่าสินค้าหรือค่าบริการแก่จำเลยแทนการชำระเงินสด จำเลยบันทึกข้อมูลส่งให้โจทก์เพื่อขอรับเงินค่าสินค้าหรือค่าบริการจากโจทก์ และโจทก์โอนเงินค่าสินค้าหรือค่าบริการดังกล่าวให้แก่จำเลยแล้ว แต่โจทก์ไม่สามารถเรียกเก็บเงินจากผู้ถือบัตรเครดิตหรือธนาคารผู้ออกบัตรเครดิตได้ กรณีจึงมิใช่โจทก์เป็นผู้ประกอบธุรกิจในการดูแลกิจการของผู้อื่นหรือรับทำการงานต่างๆ ฟ้องเรียกเอาเงินที่ได้ออกทดรองไป ตาม ป.พ.พ.มาตรา 193/34(7) อันมีกำหนดอายุความ 2 ปี เมื่อสิทธิเรียกร้องดังกล่าวกฎหมายมิได้กำหนดอายุความไว้โดยเฉพาะจึงมีกำหนดอายุความ 10 ปี ตาม ป.พ.พ.มาตรา 193/30
ข้อตกลงที่จะมีลักษณะหรือมีผลให้คู่ความอีกฝ่ายปฏิบัติหรือรับภาระเกินกว่าวิญญูชนจะพึงคาดหมายได้ตามปกติจะต้องกำหนดอย่างชัดแจ้ง เมื่อกรณีโจทก์กับจำเลยเป็นการทำนิติกรรมการให้บริการแก่ผู้รับบัตรหมายความว่า การให้บริการรับชำระเงินด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์โดยการับส่งข้อมูลการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์จากบัตรอิเล็กทรอนิกส์ไปยังผู้ประกอบธุรกิจระบบเครือข่ายบัตรเพื่อส่งข้อมูลต่อไปยังผู้ออกบัตรคือโจทก์ และจะจ่ายเงินค่าสินค้าหรือค่าบริการให้แก่ผู้ขายสินค้าคือจำเลย ซึ่งมีสัญญาระหว่างกันว่าจะรับชำระราคาสินค้าด้วยบัตรทางอิเล็กทรอนิกส์ตามเงื่อนไขที่ตกลกันจึงเป็นลักษณะโจทก์ตกลงชำระหนี้แทนผู้ถือบัตรอันอาจก่อให้จำเลยมีภาระต้องชำระหนี้คืนแก่โจทก์ได้ บันทึกต่อท้ายข้อตกลงเกี่ยวกับการรับบัตรเครดิต ที่ระบุว่าหากรายการใดไม่สามารถเรียกเก็บเงินจากผู้ถือบัตรได้ไม่ว่ากรณีใดๆ ยินยอมให้หักเงินบัญชีเงินฝากคืนได้นั้น จึงเป็นเพียงการกำหนดความรับผิดชอบต่อการชำระเงินแทนผู้ถือบัตรใบที่มิได้กำหนดหรือเพิ่มภาระแก่จำเลยและไม่เป็นข้อจำกัดความรับผิดของจำเลยที่เป็นการยกเว้นบทบัญญัติตาม ป.พ.พ.บรรพ 2 หนี้จึงยังไม่อาจถือได้ว่าบันทึกท้ายข้อตกลงดังกล่าวเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม
(หมายเหตุ 1 ธนาคารฟ้องร้านค้าผู้ให้บริการในการจำหน่ายสินค้าหรือให้การบริการแก่ลูกค้าของร้านค้า กรณีที่ธนาคารเรียกเก็บเงินค่าสินค้าหรือค่าบริการจากลูกค้าของร้านค้าไม่ได้ มีอายุความ 10 ปี)

งานทนายวันนี้ มาดูสำนวนเตรียมคดี #ทนายขอแรงชั้นอุทธรณ์
12/10/2022

งานทนายวันนี้ มาดูสำนวนเตรียมคดี
#ทนายขอแรงชั้นอุทธรณ์

เพื่อไม่ให้ลูกหนี้ถูกเอาเปรียบจากเจ้าหนี้จากการคิดดอกเบี้ยที่ไม่เป็นธรรม จึงได้ออก “พระราชกำหนด แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหม...
24/04/2022

เพื่อไม่ให้ลูกหนี้ถูกเอาเปรียบจากเจ้าหนี้จากการคิดดอกเบี้ยที่ไม่เป็นธรรม จึงได้ออก “พระราชกำหนด แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2564” มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันมิให้เจ้าหนี้เรียกดอกเบี้ยจากลูกหนี้ในอัตรา หรือวิธีการที่ก่อให้เกิดภาระแก่ลูกหนี้สูงเกินสมควร ดังได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 10 เม.ย.2564
สาระสำคัญคือ
(1) หากไม่ได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้ในนิติกรรมให้ใช้อัตราร้อยละ 3 ต่อปี โดยอาจปรับเปลี่ยนให้ลดลงหรือเพิ่มขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจของประเทศ โดยให้กระทรวงการคลังพิจารณาทบทวนทุก 3 ปี ให้ใกล้เคียงกับอัตราเฉลี่ยระหว่างอัตราดอกเบี้ยเงินฝากกับอัตราดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของธนาคารพาณิชย์
(2) อัตราดอกเบี้ยผิดนัด ปรับเป็นอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละ 2 ต่อปี และ
(3) กำหนดฐานการคำนวณดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ เมื่อลูกหนี้ผิดนัดไม่ชำระหนี้ในงวดใดงวดหนึ่ง เจ้าหนี้คำนวณดอกเบี้ยผิดนัดได้เฉพาะจากเงินต้นของงวดที่ลูกหนี้ผิดนัดแล้วเท่านั้น
ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวใช้บังคับกับหนี้ที่ถึงกำหนดชำระ นับตั้งแต่วันที่กฎหมายฉบับนี้ใช้บังคับแล้วเท่านั้น ซึ่งก็คือวันที่ 11 เม.ย.2564 ดังนั้น หนี้ที่ถึงกำหนดชำระก่อนหน้านั้น ยังคงใช้อัตราดอกเบี้ยตามกฎหมายเดิม

23/04/2022

#ไปนั่งดูการสืบพยานได้ไหม
1. ศาลทุกแห่ง.. ทั่วประเทศ.. ไม่เคยใส่กลอนประตูห้องพิจารณาคดีนะครับ... อยากให้เข้าใจว่า.. การเข้าไปดูการพิจารณาคดี.. เป็น #เสรีภาพของประชาชน ทุกคน.. ศาลหรือใครก็ตาม ไม่มีสิทธิห้ามประชาชนเข้าไปนั่งฟังการสืบพยาน.. แม้ว่าเขาจะไม่เกี่ยวข้องในคดีนั้นก็ตาม..
เพราะการพิจารณาคดีโดยเปิดเผย.. เป็นมาตรการตรวจสอบศาลโดยประชาชนครับ..
เพราะศาล.. เป็นหน่วยงานเดียว ที่ทำงานแล้ว เปิดให้คนอื่นมานั่งดูได้..
เพราะศาลเป็นหน่วยงานที่ทำงานแล้ว.. ไม่มีหน่วยงานอื่นมาตรวจสอบได้ เพราะศาลต้องมีความเป็นอิสระในการทำงาน.. ศาลอื่นๆ ทั่วโลก ก็เป็นแบบนี้นะครับ.. เป็นมาตรฐานสากล..
ด้วยเหตุนี้ ศาลทุกแห่งในโลก.. จึงต้องสร้างระบบตรวจสอบภายในองค์กรตนเอง.. มีระบบองค์คณะ.. มีระบบศาลอุทธรณ์เพื่อทบทวนผลการตัดสิน..
และที่สำคัญคือ.. มีระบบการทำงานที่โปร่งใส.. สังคมตรวจสอบได้..นั่นคือ..
การพิมพ์เผยแพร่.. #คำพิพากษา.. คำตัดสินของศาล จึงสามารถถูกวิพากษ์วิจารณ์ โดยประชาชนในมุมมองเชิงวิชาการได้.. แต่การด่าว่าศาลว่า ไม่เป็นธรรมโดยไม่มีเหตุผล อาจเป็นความผิดได้..และเพราะความเป็นอิสระของศาลนี้เอง ทำให้ต้องมีระบบโปร่งใส.. โดยกำหนดให้ การพิจารณาคดีสืบพยาน.. ต้องทำต่อหน้าคู่ความทั้งสองฝ่าย.. และต่อหน้าประชาชน..
ประชาชน ที่สนใจคดีใด จึงมีสิทธิจะเข้าฟังคดีนั้นได้... เว้นแต่ เป็นคดีที่อาจกระทบต่อชื่อเสียงหรือมีเหตุที่ไม่ควรเปิดเผย.. ศาลก็จะมีคำสั่งให้พิจารณาลับ.. ไม่ให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าฟัง.. เช่น คดีความลับทางการค้า.. คดีความมั่นคง.. คดีข่มขืน หรือคดีฟ้องหย่า ในบางคดี
2. มารยาทในการเข้าไปดูการสืบพยาน.. ก็เหมือนไปเป็นพยานศาลครับ.. คือ แต่งกายสุภาพ.. ทำตัวสุภาพ.. ไม่ทำผิดระเบียบศาล... เพื่อให้เกียรติตนเองและสถานที่..
3. ไปถึงศาลแล้ว.. ที่ชั้นล่าง จะมีกระดานคดีประจำวัน ปิดประกาศแจ้งว่า.. วันนี้ มีคดีอะไร .. เวลาไหน.. ใครเป็นคู่ความ .. ศาลนัดมาทำอะไร.. ที่บัลลังก์ไหน.. เขาเรียกว่า " #ใบลอย".. ครับ.. ไปดูสิว่า วันนี้มีคดีไหนน่าสนใจ...
4. จากนั้นก็เข้าไปในบัลลังก์นั้นเลย.. ถ้าศาลยังไม่ลงมานั่ง.. ก็เดินไปกระซิบเจ้าหน้าที่หน้าบัลลังก์หน่อยว่า.. เราเข้ามานั่งฟังเฉยๆนะ.. อยากดูการพิจารณาคดี.. ไม่ได้เป็นคู่ความหรือพยานในคดี..
ถ้าศาลนั่งบัลบังก์แล้ว.. ก็โค้ง แล้วหาที่นั่งเลย.. อยากจะจดบันทึกไว้ ก็ทำได้.. แต่ #ห้ามบันทึกเสียง.. #ห้ามถ่ายรูป.. เจอศาลใจดี.. ท่านรู้ว่า เราอยากศึกษาหาความรู้.. ส่วนใหญ่ท่านจะดีใจครับ.. บางท่าน อาจจะเล่าที่มาที่ไปของคดีให้เราฟัง.. หรือช่วยตอบคำถามที่เราอยากรู้ด้วย..
แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันอาจเข้าไปนั่งดูไม่ได้หากห้องพิจารณาคดีมีคนอยู่เยอะ เนื่องด้วยการระบาดของไวรัสอย่างมี่เราทราบกันดี จึงต้องมีความปลอดภัยแก่ผู้ที่มาศาลทุกท่านเอง แต่ถ้าหากมีคนอยู่ไม่มากก็สามารถเข้าไปฟังได

19/03/2022

📃การค้ำประกัน📃

ในยุคCovid-19ระบาด เข้าใจว่าทุกคนอาจมีความขัดสนเงินทองก็ต้องคอยหยิบยืมกู้เงินกันมาต้องยอมเป็นหนี้เขา แต่เขาอาจจะไม่ยอมให้กู้ได้โดยง่าย เพราะเจ้าหนี้เองก็ต้องรับความเสี่ยงหากให้กู้ยืมเงินกันง่าย ๆ ซึ่งถ้าไม่มีอะไรเป็นหลักประกันให้ความมั่นใจว่าเขาจะได้รับชำระหนี้คืน การให้มีบุคคลภายนอกมาค้ำประกันก็เป็นหลักประกันที่ดีสำหรับเจ้าหนี้ ดังนั้นการค้ำประกัน คือการที่ใครคนหนึ่งทำสัญญากับเจ้าหนี้ว่าถ้าลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ ผู้ค้ำประกันจะชำระหนี้นั้นแทน เมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ เจ้าหนี้ก็ย่อมมีสิทธิเรียกร้องหรือฟ้องให้ผู้ค้ำประกันรับผิดได้
การที่จะฟ้องให้ผู้ค้ำประกันรับผิดตามสัญญาค้ำประกันได้นั้น จะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ (ไม่มีแบบ) ลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกันเป็นสำคัญ (เพียงแค่ลายมือชื่อผูค้ำก็พอ ไม่จำเป็นต้องมีลายมือชื่อเจ้าหนี้) ❌️มิใช่ตกลงกันด้วยปากเปล่าซึ่งฟ้องไม่ได้❌️ ตามธรรมดาถ้าทำสัญญาค้ำประกันตามแบบซึ่งมีขายอยู่ทั่วไป (สัญญาค้ำฯไม่จำเป็นต้องทำในวันเดียวกับสัญญากู้ก็ได้ แต่ต้องเป็นหนี้รายเดียวกัน) ก็ไม่ค่อยมีปัญหาเพราะเป็นแบบซึ่งทำโดยผู้รู้กฎหมาย แต่ถ้าทำกันเองก็อาจเกิดปัญหาได้ ถ้าเราเป็นเจ้าหนี้ก็ต้องระมัดระวังในข้อนี้

ในเอกสารนั้นต้องมีข้อความอันเป็นสาระสำคัญว่า ถ้าลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ผู้ค้ำประกันจะชำระหนี้แทน มิฉะนั้นอาจฟ้องผู้ค้ำประกันไม่ได้ เพราะไม่ใช่เป็นสัญญาค้ำประกันตามกฎหมาย
ขอบเขตความรับผิดชอบของผู้ค้ำประกัน

ผู้ค้ำประกัน จะไม่จำกัดความรับผิดหรือจะจำกัดความรับผิดชอบของตนไว้ในสัญญาค้ำประกันด้วยก็ได้ ถ้าไม่ต้องการรับผิดอะไรบ้าง หรือต้องการจำกัดขอบเขตความรับผิดไว้เพียงใด ก็ต้องระบุในสัญญาให้ชัดเจน
➡️ เช่น ลูกหนี้กู้เงินเจ้าหนี้ 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี ผู้ค้ำประกันจะจำกัดความรับผิดเฉพาะกรณีที่บุคคลนั้น ทำความเสียหายเนื่องจากทุจริตต่อหน้าที่ไม่รวมถึงประมาทเลินเล่อด้วยก็ได้ เมื่อจำกัดความรับผิดไว้แล้วก็รับผิดเท่าที่จำกัดไว้ แต่ถ้าไม่จำกัดความรับผิดเมื่อลูกหนี้ผิดสัญญาต่อเจ้าหนี้ ไม่ชำระเงินหรือค่าเสียหายมากน้อยเพียงใด ผู้ค้ำประกันก็ต้องรับผิดจนสิ้นเชิงเช่นเดียวกับลูกหนี้ทุกอย่าง เมื่อทำสัญญาประกันแล้วผู้ค้ำประกันต้องผูกพันตามสัญญานั้น เจ้าหนี้มีสิทธิเรียกร้องหรือฟ้องให้รับผิดได้ เมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ตามกำหนด

สิทธิของผู้ค้ำประกัน
(๑) เมื่อผู้ค้ำประกันถูกเรียกร้องให้ชำระหนี้แทนลูกหนี้ มิใช่ผู้ค้ำประกันต้องชำระหนี้ทันทีแต่มีสิทธิที่จะเกี่ยงให้เจ้าหนี้ ไปเรียกร้องเอาจากลูกหนี้ก่อนได้ ทั้งนี้ภายใต้ข้อยกเว้นบางประการ และถ้าเจ้าหนี้ฟ้องเป็นจำเลยร่วมกับลูกหนี้ก็ยังมีสิทธิพิสูจน์ต่อศาลว่าลูกหนี้มีทรัพย์สินชำระหนี้ได้และการที่จะบังคับจากลูกหนี้นั้นไม่เป็นการยาก ถ้าผู้ค้ำประกันนำพยานเข้าสืบและฟังได้เช่นนั้น ศาลก็ต้องบังคับเอาจากทรัพย์สินของลูกหนี้ก่อนเพราะหนี้ที่ผู้ค้ำประกันต้องชำระมิใช่เป็นหนี้ของผู้ค้ำประกันเอง ผู้ค้ำประกันเป็นลูกหนี้ ชั้นที่สอง

บางกรณีเจ้าหนี้เอาเปรียบลูกหนี้และผู้ค้ำประกัน ในสัญญาสำเร็จรูป จะมีความว่า “ให้ผู้ค้ำประกันยอมรับผิดร่วมกับลูกหนี้” คือเป็นลูกหนี้ร่วมเท่ากับให้ผู้ค้ำประกันรับผิดหนักขึ้น ดังนั้นก่อนเซ็นสัญญาค้ำประกัน จึงต้องพิจารณาว่าจะยอมรับผิดเช่นนั้นหรือไม่ ถ้ายอมรับผิดร่วมกับลูกหนี้ก็ไม่มีสิทธิที่จะเกี่ยวดังกล่าวข้างต้น

(๒) เมื่อผู้ค้ำประกันชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้แล้ว ไม่ว่าชำระแต่โดยดี หรือชำระหนี้โดยถูกบังคับตามคำพิพากษา ผู้ค้ำประกันก็มีสิทธิรับช่วงสิทธิของเจ้าหนี้ ในอันที่จะเรียกเอาเงินชำระให้เจ้าหนี้ใช้แล้วนั้น คืนจากลูกหนี้ได้ตามจำนวนที่ชำระไปตลอดจนทั้งค่าเสียหายต่าง ๆ เนื่องจากการค้ำประกัน

การเป็นผู้ค้ำประกันนั้นมีแต่เสีย ตามคำพังเพยที่ว่า “เนื้อไม่ได้กินหนังไม่ได้รองนั่ง มีแต่เอากระดูกมาแขวนคอ” เพราะฉะนั้นก่อนที่จะเซ็นชื่อในสัญญาค้ำประกัน ต้องพิจารณาตัวลูกหนี้ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันจะชำระหนี้แทนให้ดีว่ามีความสามารถชำระหนี้ให้เจ้าหนี้ได้แค่ไหน และมีความซื่อสัตย์สุจริตเพียงใด ทั้งต้องพิจารณาข้อความในสัญญาให้รอบคอบ บางทีกำหนดให้ผู้ค้ำประกันรับผิดหนักขึ้น หรือสละสิทธิบางอย่างอันอาจทำให้ ไล่เบี้ยเอาจากลูกหนี้ไม่ได้ เมื่อเข้าใจข้อความในสัญญาดีแล้วจึงค่อยลงชื่อในสัญญาค้ำประกัน
การพ้นความรับผิดของผู้ค้ำประกัน
เมื่อเซ็นชื่อในสัญญาแล้วผู้ค้ำประกันก็มีภาระจะต้องรับผิดต่อเจ้าหน้าที่จนกว่าหนี้ของลูกหนี้ จะระงับไป(ความระงับแห่งหนี้ (1) การชำระหนี้ (2) การปลดหนี้ (3) หักกลบลบหนี้ (4) แปลงหนี้ใหม่ (5) หนี้เกลื่อนกลืนกัน ) ตราบใดที่หนี้ของลูกหนี้ยังมีอยู่ผู้ค้ำประกันก็ไม่พ้นความรับผิด แต่มีพฤติการณ์บางอย่างที่กฎหมายกำหนดไว้ให้ผู้ค้ำประกันพ้นความรับผิด

(๑) เจ้าหนี้ผ่อนเวลาให้แก่ลูกหนี้ คือ ถ้าได้กำหนดวันชำระหนี้ไว้แน่นอนแล้ว เจ้าหนี้ยืดเวลา ต่อไปอีกผู้ค้ำประกันก็พ้นความรับผิด

(๒) เมื่อหนี้ของลูกหนี้ถึงกำหนดชำระแล้ว ผู้ค้ำประกันเอาเงินไปชำระแก่เจ้าหนี้ไว้แน่นอนแล้ว แต่เจ้าหนี้ไม่ยอมรับโดยไม่มีเหตุอันจะอ้างกฎหมายได้ ผู้ค้ำประกันก็หลุดพ้นจากความรับผิดเช่นเดียวกัน

ข้อต่อสู้คดีเช่าซื้อรถยนต์ 1.เมื่อมีข้อสัญญากำหนดไว้ว่าหากนำรถออกประมูลขายแล้วได้ราคาน้อยกว่าราคาค่าเช่าซื้อผู้เช่าซื้อจ...
16/03/2022

ข้อต่อสู้คดีเช่าซื้อรถยนต์
1.เมื่อมีข้อสัญญากำหนดไว้ว่าหากนำรถออกประมูลขายแล้วได้ราคาน้อยกว่าราคาค่าเช่าซื้อผู้เช่าซื้อจะต้องรับผิด ประเด็นมีอยู่ว่า เมื่อมีการเลิกสัญญากันแล้วนั้นไม่ว่าจะเป็นโดยปริยายหรือผู้ให้เช่าซื้อใช้สิทธิ์บอกเลิก เมื่อนำรถออกประมูลขายทอดตลาดแล้วได้ราคาน้อยกว่าค่าเช่าซื้อจะบังคับตามสัญญาเดิมไม่ได้เนื่องจากสัญญาได้เลิกกันไปแล้ว
2.ในการคิดค่าเสียหายของผู้ให้เช่าซื้อต้องเป็นค่าเสียหายจากราคารถยนต์ที่แท้จริงจากเงินลงทุนที่โจทก์ลงทุนไปต่อรถ 1 คัน ต้องนำเงินที่ชำระค่าเช่าซื้อที่ผ่านมามารวมเข้ากับเงินที่ได้จากการประมูลรถขายทอดตลาดไปแล้วนำมาลบกับเงินที่ผู้ให้เช่าซื้อลงทุนจะเท่ากับค่าเสียหายที่แท้จริง
3.หากมีการทำสัญญาเช่าซื้อหลังจากที่พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฉบับที่ 20 พ.ศ 2557 ได้ประกาศใช้แล้วหากมีการกำหนดข้อสัญญาให้ผู้ค้ำที่เป็นบุคคลธรรมดาต้องรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมหรือในฐานะเป็นลูกหนี้ร่วมจึงไม่อาจใช้บังคับได้
4.หากมีการกำหนดค่าเช่าซื้อไว้ตามเวลาแห่งปฏิทินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 202 วรรค 2มิใช่ว่าพูดเช่าซื้อต้องผิดนัดค่าเช่าซื้อ 3 งวดติดต่อกันจึงจะถือว่าผิดนัดกรณีดังกล่าวเป็นเพียงการใช้สิทธิ์บอกเลิกสัญญาของผู้ให้เช่าซื้อ หากไม่มีการบอกกล่าวเป็นหนังสือไปยังผู้ค้ำประกันภายใน 60 วันนับแต่วันที่ผู้เช่าซื้อผิดนัดงวดแรกผู้ค้ำประกันย่อมหลุดพ้นจากหนี้ค่าสินไหมทดแทนและดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นหลังจาก 60 วันนั้น คงเรียกได้แต่ค่าขาดประโยชน์ภายใน 60 วันนั้น

การสิ้นสุดการสมรส ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
09/03/2022

การสิ้นสุดการสมรส ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

ที่อยู่

Phayao
56000

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ 12 เมษาทนายความผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์