04/06/2025
รวมเทคนิคการตั้งชื่อแบรนด์ให้ลูกค้าจำและจดผ่าน
1.ตั้งจาก “ชื่อเจ้าของ” (Founder Name)
เหมาะกับกับแบรนด์ที่ใช้ตัวตนเจ้าของแบรนด์ ส่วนใหญ่จะเป็นแบรนด์แฟชั่นเพราะจะใช้ชื่อของดีไซน์เนอร์เป็นหลัก ตัวอย่างแบรนด์เสื้อผ้าในไทยที่ใช้ชื่อเจ้าของ เช่น VATANIKA, ASAVA ตัวอย่างแบรนด์สินค้าแฟชั่นในต่างประเทศ เช่น Dior มาจากชื่อนักออกแบบเสื้อผ้าที่ชื่อ Christian Dior, Chanel มาจากชื่อเจ้าของที่ชื่อ Coco Chanel หรือแม้กระทั่งกระเป๋า Philiip Lim ก็มาจากชื่อดีไซน์เนอร์
2.ตั้งโดยวิธี “เอาคำมาต่อกัน” (Compound)
วิธีนี้เป็นเหมือนการประดิษฐ์คำขึ้นมาใหม่ (Inveted word) แต่อาจจะต้องระวังในเรื่องของการเอาคำมาต่อกันแต่สื่อความหมายไปที่ตัวสินค้าโดยตรงแบบนี้อาจจะทำให้จดไม่ผ่านได้ ซึ่งมีหลายแบรนด์ที่ใช้วิธีนี้แต่พอเห็นแล้วไม่ได้สื่อถึงสินค้าโดยตรงและคำจดจำได้ดี เช่น Facebook, Microsoft, หมึกกรุบ, โก๋แก่, เถ้าแก่น้อย เป็นต้น
3.ตั้งโดยวิธี “ย่อคำแล้วต่อ” (Combining word)
วิธีนี้เป็นเหมือนการประดิษฐ์คำขึ้นมาใหม่ (Inveted word) โดยไม่ใช่วิธีนำคำมาต่อแล้วแต่จะเป็นวิธีนำบางส่วนของแต่ละคำมาผสานให้เกิดเป็นคำใหม่ ซึ่งวิธีนี้มีโอกาสจดผ่านแน่นอนจ้า เช่น Netflix มาจากคำว่า Internet + flix หรือ Pinterest มาจากคำว่า (Pin + interest) เป็นต้น
4.ตั้งโดยวิธี “ขัดแย้ง” (Oxymoronic)
เหมาะกับแบรนด์ที่มีความเก๋หรือเน้นความ Unique วิธีนี้ทำให้ลูกค้าสงสัยและจดจำแบรนด์ได้เร็ว เช่น Gentlemonster, Bittersweat, drunk elphant เป็นต้น
📍Contact us.
Line: .lawfirm
🌐 www.ddivesslawfirm.net
#เครื่องหมายการค้า #ร่างสัญญา #ว่าความ #รับจดทะเบียน #รับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า #โลโก้แบรนด์ #โลโก้บริษัท #โลโก้สินค้า #โลโก้ร้าน #โลโก้ #จดโลโก้ #แบรนด์ #คดีความ #คดีแพ่ง #คดีอาญา #คดีมรดก #คดีครอบครัว #บังคับคดี #สิทธิบัตร #ลิขสิทธิ์ #ลิขสิทธิ์เพลง #บริษัท #หจก #ก็อปแบรนด์ #แฟรนไชส์