ทนายหญิงแกร่งแห่งแผ่นดินสยาม

ทนายหญิงแกร่งแห่งแผ่นดินสยาม งานคดีแพ่ง บังคับคดี คดีล้มละลาย
งานจัดทำเอกสาร ร่างสัญญา
รับว่าความทั่วราชอาณาจักรสยามประเทศ

วันนี้พี่ทนายมีเรื่องมาเล่า"ถ้า EP นี้มีประโยชน์ ฝากกดติดตาม เพราะ EP ต่อไป จะค่อย ๆ ถ่ายทอดประสบการณ์จากสนามจริงที่ตำรา...
06/07/2026

วันนี้พี่ทนายมีเรื่องมาเล่า
"ถ้า EP นี้มีประโยชน์ ฝากกดติดตาม เพราะ EP ต่อไป จะค่อย ๆ ถ่ายทอดประสบการณ์จากสนามจริงที่ตำราไม่ได้สอน"

เรื่องที่พี่ทนายอยากเล่าตอนที่  2. ไปตรวจสอบทรัพย์แต่กลับโดนสายลึกลับโทรกลับมาขู่กว่าจะมาเป็น "ฉัน"  ในวันนี้ฉันก็เคยมีเ...
03/07/2026

เรื่องที่พี่ทนายอยากเล่า
ตอนที่ 2. ไปตรวจสอบทรัพย์แต่กลับโดนสายลึกลับโทรกลับมาขู่
กว่าจะมาเป็น "ฉัน" ในวันนี้ฉันก็เคยมีเรื่องเสียวมาก่อน
ย้อนกลับไป 18 ปีที่แล้ว หลังจากผ่านเรื่องน้ำตาตกไปได้ไม่ถึงปี ฉันได้รับมอบหมายคดีใหม่เกี่ยวกับการบังคับคดีอีกแล้ว แต่คราวนี้ไม่ใช่บังคับคดีธรรมดา เพราะทรัพย์ที่จะบังคับนั้นมีปัญหาขั้นสุด ด้วยความลึกลับซับซ้อนของลูกหนี้และทรัพย์สินที่จำนอง หัวหน้าเลยมอบหมายให้ฉันไปตรวจสอบสภาพทรัพย์ก่อน
ทรัพย์แปลงนี้เป็นศูนย์การค้าเก่า ตั้งอยู่ใจกลางเมือง แล้วฉันจะไปตรวจสอบอะไรยังไง ตั๋วทนายก็ยังไม่มี ความรู้ก็ยังไม่เยอะพอ ค้นหาข้อมูลเบื้องต้นเขาบอกว่าให้ไปเทศบาล เมื่อได้ข้อมูลดังนั้นฉันจึงเดินทางไปสำนักงานเทศบาลแจ้งเจ้าหน้าที่ว่าต้องการตรวจสอบสภาพทรัพย์ที่ตรงนี้
เทศบาลก็ดี๊ดีค่ะ แนะนำทุกอย่างเสร็จสรรพ เจ้าหน้าที่บอกฉันว่าที่ตรงนี้มีปัญหาจริง... เจ้าหน้าที่บอกฉันว่าที่ตรงนี้มีปัญหาจริง ให้ยื่นหนังสือไว้ พร้อมบอกให้ฉันแนบหนังสือมอบอำนาจ ลงชื่อ ที่อยู่ เลขบัตรประชาชน และขอเบอร์โทรศัพท์ไว้เพื่อติดต่อกลับ ด้วยความไร้เดียงสาของเด็กฝึกทนายในวันนั้น ฉันก็นึกว่าเป็นเรื่องปกติ คิดเพียงแต่ว่า “อ๋อ… ขั้นตอนราชการก็ต้องละเอียดแบบนี้สินะ” วันนั้นฉันทำหนังสือยื่นไว้เรียบร้อย แล้วกลับสำนักงานรอผล โดยไม่รู้เลยว่ากำลังจะได้บทเรียนราคาแพงอีกหนึ่งบท
สามวันผ่านไป มีโทรศัพท์ติดต่อกลับมาจริง ๆ แต่...ไม่ใช่โทรศัพท์จากสำนักงานเทศบาล
ปลายสายนั้นเป็นเสียงผู้ชาย จำได้ว่าน้ำเสียงหงุดหงิด โมโห ดุดัน
ฉัน…ผู้ใสซื่อ งงสิคะ
ตอนนั้นหูดับไปแล้วค่ะ พร้อมกับอาการหน้าชา ใจสั่น มือสั่น จำถ้อยคำได้แค่ว่า
“พี่เป็นผู้รับเหมาที่กำลังก่อสร้างที่นี่
น้องมาร้องเรียนแบบนี้พี่ทำงานไม่ได้
พี่จะทำยังไง ฟ้องน้องดีมั้ย
ฟ้องแล้วน้องมีปัญญารับผิดชอบมั้ย
รอดูหมายแล้วกัน”
ช็อคอีกแล้วค่ะ
บทเรียนที่สองของชีวิตการฝึกงานกำลังสอนฉัน แบบที่ในตำราไม่มีสอน ตอนเรียนก็เข้าเรียนเกือบทุกคาบนะ แต่ทำไมไม่เคยทราบอะไรแบบนี้เลย ไม่เคยมีอาจารย์ท่านไหนสอนว่าเวลาไปตรวจสอบทรัพย์ต้องทำยังไง
หลังจากวางสาย ทนคิดวุ่นวายอยู่คนเดียวไม่ไหว จึงนำความไปปรึกษาหัวหน้า ใจจริงอยากถามด้วยซ้ำว่า
“ถ้าหนูโดนฟ้อง พี่จะร่วมรับผิดชอบกับหนูไหม”
แต่แน่นอนค่ะ… ได้แต่คิด 55555
นึกสภาพนะคะ เด็กฝึกทนายตัวน้อย ๆ จากที่ตัวเล็กอยู่แล้ว พอเดินเข้าไปพบหัวหน้า คราวนี้ทั้งตัวเล็ก ทั้งลีบ ทั้งเหี่ยว หวาดหวั่นไปหมด ไม่รู้จะเริ่มเล่ายังไงและจะจบยังไง
หัวหน้าฟังแล้วก็ได้แต่สอนสั้น ๆ ว่า
“ทีหลัง อย่าทำอย่างนั้น”
คราวนั้นหัวหน้าก็ช่วยอะไรไม่ได้มาก เพราะเอาเข้าจริงมันยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น ยังไม่มีหมาย ยังไม่มีคดี ยังไม่มีการฟ้องร้องใด ๆ ทั้งสิ้น
แต่สำหรับฉัน…มันไม่ใช่ “ไม่มีอะไร” เลย
ความกลัวในวันนั้นฝังอยู่ในใจไปอีกนาน เป็นปี ๆ
ฉันอยู่กับความกังวลแบบเงียบ ๆ ลุ้นว่าจะมีหมายศาลมาที่บ้านมั้ย จะมีสายลึกลับโทรมาอีกมั้ย ฉันจะโดนฟ้องตามคำขู่มั้ย
จนกระทั่งเวลาผ่านไปหนึ่งปี หมดอายุความฟ้องคดีละเมิดแล้ว ฉันถึงค่อยเบาใจลง
จากเหตุการณ์ในครั้งนั้น
บทเรียนของทนายฝึกหัดบทที่ 2 ที่ฉันได้รับจากคดีนี้คือ
"อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน และอย่าเปิดเผยตัวตนถ้าไม่จำเป็น"
เพราะในโลกของการทำคดีจริง เราไม่ได้เผชิญแค่ตัวบทกฎหมาย แต่ยังต้องเผชิญกับคน อำนาจ อิทธิพล และเกมจิตวิทยาที่ไม่มีสอนในห้องเรียนด้วย
และใช่ค่ะ… หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น ฉันก็ไม่ตามคดีนี้อีกเลย
บางครั้งการหยุด ไม่ได้แปลว่าแพ้ แต่อาจเป็นสัญชาตญาณเอาตัวรอดของเด็กฝึกทนายคนหนึ่งก็ได้
จบ.
บันทึกจากประสบการณ์
ของทนายหญิงแกร่งแห่งแผ่นดินสยาม
นาม...สาคร หวานคง
(แกร่งที่แปลว่าไผ่ลู่ลม)

สิ่งที่พี่ทนายอยากบอกEP 1 — เสียน้ำตาครั้งแรกของทนายฝึกหัดกว่าจะมาเป็นทนายหญิงแกร่งแห่งแผ่นดินสยาม ฉันก็เคยพลาดเรื่องง่า...
02/07/2026

สิ่งที่พี่ทนายอยากบอก
EP 1 — เสียน้ำตาครั้งแรกของทนายฝึกหัด
กว่าจะมาเป็นทนายหญิงแกร่งแห่งแผ่นดินสยาม ฉันก็เคยพลาดเรื่องง่าย ๆ มาก่อน

ย้อนกลับไปเมื่อ 18 ปีก่อน ตอนที่ฉันเริ่มเข้ามาฝึกงานทนายความใหม่ ๆ
งานบังคับคดีคดีหนึ่ง กลายเป็นบทเรียนราคาแพงที่ฉันจำไม่เคยลืม
ตอนนั้นฉันเป็นเพียงทนายฝึกหัดที่ต้องทำทุกอย่างในสำนักงาน ทั้งงานแม่บ้าน งานธุรการ งานเสมียน และ งานทนาย
ช่วงเวลา 08:00–17:00 น. เป็นเวลาของงานธุรการ

หลัง 17:00 น. จึงเป็นเวลาของ “การฝึกเป็นทนาย”
วันหนึ่ง ฉันได้รับแฟ้มสืบทรัพย์จากลูกค้าด้วยมือตัวเอง
ระหว่างการส่งต่องาน เกิดความคลาดเคลื่อนในการสื่อสารบางอย่าง ทำให้ฉันเข้าใจว่า อายุความบังคับคดีคือ 10 ปี นับจากวันที่ในหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี

ด้วยความเข้าใจเช่นนั้น ฉันจึงคิดว่าเวลายังเหลืออีกหลายเดือน
หลายวันต่อมา ฉันเตรียมเอกสาร พยานหลักฐาน และไปตั้งเรื่องบังคับคดีเพื่อขอยึดทรัพย์ ผลที่ได้รับคือคำสั่งที่ทำให้ฉันแทบช็อก
“ยกคำร้อง เนื่องจากพ้นกำหนดระยะเวลาบังคับคดีแล้ว”
ตอนนั้นฉันงงมาก งงจนเรียกได้ว่า “งงเป็นไก่ตาแตก”

ในหัวมีแต่คำถาม
“เป็นไปได้ไง?”
“ยังเหลือเวลาอีกตั้งหลายเดือนนี่นา”

หลังจากพูดคุยกับเจ้าพนักงานบังคับคดีและเปิดข้อกฎหมายดู จึงได้รู้ความจริงว่า
ฉันนับอายุความผิด
อายุความบังคับคดีต้องนับ 10 ปีนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา
ไม่ใช่นับจากวันที่ในหมายบังคับคดี
เรื่องง่าย ๆ ที่นักกฎหมายควรรู้ แต่ตอนนั้น… ฉันไม่รู้

ฉันกลับออฟฟิศ เข้าพบหัวหน้า ปิดประตูแล้วร้องไห้ต่อหน้าหัวหน้าสำนักงาน
นั่นเป็นครั้งแรกที่น้ำตาของทนายฝึกหัดไหลเพราะงาน

หัวหน้าสำนักงานช่วยตั้งสติและเสนอแนวทางให้ฉันยื่นอุทธรณ์คำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดี ด้วยการอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยหยิบประเด็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับการเริ่มนับระยะเวลาบังคับคดีขึ้นมาต่อสู้ ซึ่งในขณะนั้นยังเป็นประเด็นที่มีช่องให้โต้แย้งได้

เมื่อได้แนวทางแล้ว ฉันแทบหยุดทุกอย่าง
ฉันพักงานธุรการชั่วคราว แล้วใช้เวลาค้นคว้าอย่างจริงจัง
ค้นทุกอย่างที่หาได้
📖 คำบรรยายกฎหมาย
📕 แนวคำพิพากษาศาลฎีกา
📚 ตำรากฎหมาย
📓 วิทยานิพนธ์
📝 แนวการเขียนฎีกา
ฉันนั่งค้นข้อมูลทั้งที่ห้องสมุด Ramkhamhaeng University และ Thammasat University จนในที่สุด อุทธรณ์ฉบับสมบูรณ์ก็เสร็จ
ไม่นาน ศาลชั้นต้นนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา
ผลคือ…
ศาลฎีกาวินิจฉัยตามแนวที่ฉันเสนอ ทำให้คดีนั้นฉันได้โอกาสกลับเข้าสู่กระบวนการบังคับคดีอีกครั้ง

ตอนนั้นฉันดีใจมาก เหมือนกลับมาหายใจได้อีกครั้ง
คดีนี้ ฉันชนะแล้ว …หรืออย่างน้อย ฉันคิดเช่นนั้น
แต่เมื่อกลับไปตั้งเรื่องบังคับคดีใหม่ ความจริงอีกด้านก็ปรากฏ ..... จำเลยเสียชีวิตแล้ว
และทรัพย์สินถูกโอนให้บุคคลอื่นไปแล้ว
สรุปคือ…
ยึดทรัพย์แปลงนั้นไม่ได้อยู่ดี 555

วันนั้นฉันได้บทเรียนข้อที่สอง ..... นอกจากพลาดเรื่องอายุความแล้ว
ฉันยังพลาดอีกเรื่องสำคัญคือ ...... ไม่ได้ขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษา .

แม้วันนั้นฉันจะพลาด แม้จะเสียน้ำตา
แต่บทเรียนครั้งนั้นทำให้ฉันระมัดระวังเรื่อง “อายุความ” อย่างมากจนถึงวันนี้
และยังเปิดมุมมองใหม่ให้ฉันเห็นว่า กระบวนการระหว่างพิจารณาคดี โดยเฉพาะเรื่องการคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษา สำคัญเพียงใด

แต่หากถามว่าบทเรียนที่สำคัญที่สุดจากคดีนี้คืออะไร
คำตอบของฉันคือ " วางแผนก่อนทำงาน "
เพราะการทำงานกฎหมายที่ดี ไม่ใช่แค่ทำงานให้เร็ว
แต่ต้องมองให้ออกตั้งแต่ต้นว่า เกมนี้จะเดินไปทางไหน ความเสี่ยงอยู่ตรงไหน
และปลายทางที่เราต้องการคืออะไร

เรื่องนั้น… ไว้เล่าในโอกาสหน้า
สำหรับวันนี้ ขอจบ EP 1 ไว้เพียงเท่านี้

— ทนายหญิงแกร่งแห่งแผ่นดินสยาม
นาม... สาคร หวานคง
(แกร่งที่แปลว่าไผ่ลู่ลม)

#บังคับคดีวันละเรื่อง
#บทเรียนจากสนามจริง

ขอให้วันนี้เป็นวันที่ดีของทุกคนค่ะ
02/07/2026

ขอให้วันนี้เป็นวันที่ดีของทุกคนค่ะ

ชนะคดี ไม่ได้แปลว่าจะได้เงินเสมอไป...หลายคนเข้าใจว่า “ชนะคดี” คือจุดจบของการต่อสู้แต่ในความเป็นจริง สำหรับบางคดีการชนะคด...
01/07/2026

ชนะคดี ไม่ได้แปลว่าจะได้เงินเสมอไป...
หลายคนเข้าใจว่า “ชนะคดี” คือจุดจบของการต่อสู้

แต่ในความเป็นจริง สำหรับบางคดี
การชนะคดีอาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของอีกสงครามหนึ่ง

สงครามนั้นเรียกว่า การบังคับคดี

พูดง่าย ๆ คือ เมื่อศาลมีคำพิพากษาให้ลูกหนี้ชำระหนี้หรือชดใช้ค่าเสียหายแล้ว แต่ลูกหนี้ไม่ยอมชำระโดยสมัครใจ เจ้าหนี้จึงต้องใช้กระบวนการตามกฎหมายเข้ามาบังคับ เพื่อเปลี่ยน “สิทธิที่อยู่ในคำพิพากษา” ให้กลายเป็น “เงินที่จับต้องได้จริง”

ในมุมของฉัน การบังคับคดีเป็นหัวใจสำคัญของการคืนความยุติธรรม

แต่ในทางปฏิบัติ งานนี้ไม่ง่ายเลย

การบังคับคดีเป็นงานที่ทั้งยาก เข้าถึงยาก และมีความ “ไม่นิ่ง” สูง
บางเรื่องวันนี้ทำได้ พรุ่งนี้อาจทำไม่ได้
บางเรื่องดูเหมือนง่าย แต่เมื่อเจอสถานการณ์จริงกลับพลิกไปมาได้ตลอด

ลูกหนี้บางรายไม่มีทรัพย์จริง
บางรายมีทรัพย์แต่ซ่อนเก่ง
บางรายมีช่องทางถ่วงเวลา หรือหลีกเลี่ยงการบังคับได้อีกหลายรูปแบบ

สุดท้าย ต้นทุนจึงมักตกอยู่กับเจ้าหนี้

ทั้งต้นทุนเรื่องเงิน
ต้นทุนเรื่องเวลา
และต้นทุนทางใจ

สำหรับคนทำงานอย่างทนาย ความยากไม่ได้อยู่แค่การรู้กฎหมาย

แต่อยู่ที่การ ประเมินสถานการณ์

ควรสืบทรัพย์ต่อไหม
ควรยึดทรัพย์หรือเจรจาก่อน
ควรลงทุนเพิ่มหรือควรหยุด

ทั้งหมดนี้ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว

จึงอาจพูดได้ว่า

งานบังคับคดีเป็นงานที่มีรายได้ แต่ก็เป็นงานที่ใช้ต้นทุนสูงมากเช่นกัน

และนี่คือสิ่งที่ฉันอยากบอกน้องทนายรุ่นใหม่เสมอ

ก่อนจะเก่งเรื่องบังคับคดี
คุณอาจไม่จำเป็นต้องรู้ทุกอย่างตั้งแต่วันแรก

แต่คุณควรมีพื้นฐานที่ดี
มีเทคนิคประจำตัวที่ช่วยประหยัดเวลา
รู้จักประสานงานกับเจ้าพนักงาน
รู้จักใช้เครื่องมือของศาลให้เป็น
และที่สำคัญที่สุด — ต้องฝึกมอง “เกม” ให้ออก

เพราะในโลกของการบังคับคดี

ชนะคดี ไม่ได้แปลว่าจะได้เงินเสมอไป

By...ทนายหญิงแกร่งแห่งแผ่นดินสยาม
นามสาคร หวานคง
(แกร่งที่แปลว่าไผ่ลู่ลม)

ได้ข่าวมาว่า Efilling v.4 ใช้งานยากขึ้น เราก็ยังไม่รู้ว่ายากยังไงบ้าง จนได้มาเห็นกับตา นี่คือความยุ่งยากเรื่องที่ 2 รองจ...
02/02/2026

ได้ข่าวมาว่า Efilling v.4 ใช้งานยากขึ้น เราก็ยังไม่รู้ว่ายากยังไงบ้าง จนได้มาเห็นกับตา นี่คือความยุ่งยากเรื่องที่ 2 รองจากเรื่องใบแต่งทนาย

https://www.facebook.com/share/182yMW6DtF/
26/01/2026

https://www.facebook.com/share/182yMW6DtF/

โฆษกศาลยุติธรรม เผย 26 ม.ค. เริ่มแล้วเปิดระบบออนไลน์ CIOS รับคำร้อง Take It Down ครั้งแรกของไทยขอศาลสั่งลบภาพ-คลิปลามกจากระบบคอมพิวเตอร์ตาม กม.ใหม่ ศาลอาญานำร่องยื่นออนไลน์ ส่วนคำร้องกระดาษยื่นได้ทุกจังหวัด
วันนี้ (26 ม.ค. 2569) นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวว่า นับเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยมีกฎหมายให้สิทธิประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการถูกคุกคามทางเพศบนโลกออนไลน์สามารถปกป้องสิทธิของตนเอง โดยยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งระงับการเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นการคุกคามทางเพศในอินเทอร์เนตได้ โดยรัฐสภาได้อนุมัติให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา เพิ่มความผิดฐานคุกคามทางเพศ พร้อมกับมาตรการขอให้ศาลสั่งนำข้อมูลที่มีลักษณะลามกออกจากระบบคอมพิวเตอร์ ตามมาตรา 284/4 หรือที่เรียกว่ามาตรการ “Take It Down” ซึ่งกฎหมายมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 30 ธ.ค. 2568 ที่ผ่านมา
ก่อนหน้านี้การปิดกั้นข้อมูลหรือการระงับการเผยแพร่ข้อมูลบนออนไลน์ เป็นอำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากคอมพิวเตอร์ หรือที่เรียกกันว่าการขอปิดเว็บ และเป็นอำนาจของศาลอาญาที่จะสั่งอนุญาตให้ดำเนินการได้ แต่กฎหมายมีข้อจำกัดที่ประชาชนซึ่งเป็นผู้เสียหายจากการถูกคุกคามทางออนไลน์ไม่สามารถร้องขอใช้มาตรการดังกล่าวได้โดยตรง จะต้องฟ้องคดีต่อศาลซึ่งใช้เวลานานกว่าจะได้ใช้มาตรการดังกล่าว ในการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาเรื่องความผิดฐานคุกคามทางเพศในครั้งนี้ ในชั้นพิจารณาร่างกฎหมายของสภาผู้แทนราษฎร คณะกรรมธิการวิสามัญของสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมีผู้แทนของสำนักงานศาลยุติธรรมเป็นกรรมาธิการด้วย จึงได้เพิ่มมาตรา 284/4 เพื่อให้ประชาชนที่เสียหายจากการคุกคามทางเพศบนโลกออนไลน์ สามารถร้องขอให้ศาลใช้มาตรการ Take It Down ได้ ถือเป็นการเพิ่มสิทธิให้ประชาชนที่จะเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้รวดเร็วขึ้น
สำนักงานศาลยุติธรรมได้เริ่มการพัฒนาระบบ Take It Down ตามกฎหมายดังกล่าวคู่ขนานไปกับการพิจารณาร่างกฎหมายของสภา โดยได้เชิญผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวง DE รวมถึงผู้ให้บริการแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์มาพูดคุยหารือเพื่อสร้างความเข้าใจและเป็นเครือข่ายประสานงานให้แก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนและต้องการยื่นคำร้องต่อศาล ทั้งนี้สำนักงานศาลยุติธรรมได้กำหนดให้ใช้ระบบบริการออนไลน์ศาลยุติธรรม หรือระบบ CIOS เป็นช่องทางในการที่ประชาชนจะยื่นคำร้องขอ Take it down ต่อศาลทางออนไลน์ โดยที่ไม่จำเป็นต้องเดินทางมายื่นคำร้องหรือไต่สวนที่ศาล และสามารถดำเนินการได้ด้วยตนเองตลอดเวลา ซึ่งเป็นการดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ของศาลยุติธรรมและนโยบายของประธานศาลฎีกาที่ส่งเสริมและยกระดับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนในทันกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ๆ ในยุคดิจิทัล เพื่อทำปัจจุบันให้พร้อมสำหรับอนาคตตามยุทธศาสตร์ Ready for the future ของศาลยุติธรรม
ระบบ CIOS เป็น PORTAL ที่พัฒนาขึ้นโดยสำนักงานศาลยุติธรรม โดยมุ่งหมายให้เป็นระบบออนไลน์สำหรับประชาชนในการยื่นคำร้องบางประเภทต่อศาลได้ด้วยตนเอง ตัวอย่างเช่น คำร้องขอ Take It Down ก่อนหน้านี้สำนักงานศาลยุติธรรมได้เปิดระบบ CIOS ให้ประชาชนยื่นคำร้องขอประกันตัวทางออนไลน์โดยไม่ต้องเดินทางไปยื่นที่ศาลตั้งแต่ปี 2563 จนถึงทุกวันนี้ และมีแผนที่จะพัฒนาระบบ CIOS รองรับการยื่นเอกสารต่อศาลในคดีอาญาและคดีความผิดทางพินัยต่อไป
โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวว่า สำหรับการเข้าใช้งานระบบ CIOS เพื่อยื่นคำร้อง Take It Down ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการคุกคามทางเพศบนออนไลน์ สามารถดำเนินการได้ตลอดเวลาที่เปิดใช้งานระบบ โดยเป็นการยื่นคำร้องเพื่อขอให้ศาลสั่งระงับการเผยแพร่ข้อมูล หรือลบข้อมูลที่มีลักษณะลามกไม่ให้มีการเผยแพร่ในอินเทอร์เนตต่อไปเท่านั้น หากประสงค์จะเรียกร้องเงินค่าเสียหายต้องแยกไปดำเนินคดีต่างหากหรือขอให้ศาลไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องก็ได้ จึงไม่สามารถขอเรียกค่าเสียหายมาในคำร้อง Take It Down
ทั้งนี้ การเข้าใช้งานระบบ CIOS จะต้องมีการพิสูจน์ตัวตนทางดิจิทัล ซึ่งปัจจุบันสำนักงานศาลยุติธรรมได้ใช้การพิสูจน์ตัวตนทางแอปพลิเคชั่น ThaID ของกรมการปกครอง และมีแผนที่จะขยายไปใช้การพิสูจน์ตัวตนทาง NDID หรือแอปพลิเคชันอื่นที่ได้มาตรฐานต่อไป เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนในการใช้งานระบบออนไลน์ของศาลยุติธรรมมากขึ้น ผู้ยื่นคำร้องจึงจำเป็นต้องโหลดแอปพลิเคชั่น ThaID ด้วยจึงจะใช้งานระบบ CIOS ได้
ส่วนวิธีการยื่นคำร้อง สามารถกรอกข้อมูลในระบบซึ่งมีคำแนะนำทุกขั้นตอนว่าต้องกรอกข้อมูลเรื่องอะไรบ้าง เมื่อยืนยันยื่นคำร้องทางระบบแล้วระบบก็จะส่งคำร้องไปให้เจ้าหน้าที่ศาลตรวจสอบ ก่อนนำเสนอผู้พิพากษาเพื่อพิจารณาต่อไปโดยเร็ว ศาลอาจนัดหมายผู้ยื่นคำร้องมาสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมในการไต่สวนก็ได้ตามความจำเป็น โดยกระบวนการทั้งหมดดำเนินการแบบออนไลน์โดยไม่ต้องเดินทางไปที่ศาล เว้นแต่มีความจำเป็นตามที่ศาลเห็นสมควร เมื่อศาลมีคำสั่งแล้วก็จะส่งคำสั่งไปให้ผู้ให้บริการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ทางระบบออนไลน์เพื่อปฏิบัติตามคำสั่งศาล จึงเป็นกระบวนการแบบอิเล็กทรอนิกส์เต็มรูปแบบที่สะดวกรวดเร็วเพื่อระงับภาพหรือข้อมูลบนออนไลน์ที่ผิดกฎหมายให้ทันท่วงที
การยื่นคำร้อง Take It Down ทางระบบ CIOS ที่เปิดใช้ระบบวันที่ 26 ม.ค. 2569 ในระยะแรกเป็นการยื่นต่อศาลอาญาเพียงศาลเดียว เนื่องจากไม่ว่าเหตุจะเกิดที่ใดทั่วประเทศก็อยู่ในเขตอำนาจและดุลพินิจของศาลอาญาที่จะรับไว้พิจารณาได้ อีกทั้งยังสามารถยื่นได้ตลอดเวลาที่เปิดระบบ CIOS แต่มีข้อจำกัดตามกฎหมายว่าถ้ายื่นนอกเวลาทำการปกติ กฎหมายถือว่าเป็นการยื่นในเวลาทำการปกติถัดไป ส่วนการยื่นคำร้องแบบกระดาษสามารถเดินทางไปยื่นคำร้องต่อศาลยุติธรรมที่มีเขตอำนาจได้ทุกจังหวัดในวันและเวลาทำการตามปกติ.

ที่อยู่

Nonthaburi
11120

เบอร์โทรศัพท์

+66626967755

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ทนายหญิงแกร่งแห่งแผ่นดินสยามผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ทนายหญิงแกร่งแห่งแผ่นดินสยาม:

ทางลัด

แชร์