รับจดเครื่องหมายการค้า สิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ TGC Thailand

🎵เล่น TikTok🎵 ใส่ ”เพลง” หรือ ”เสียงคำพูด" ของคนอื่นมาใช้ละเมิดลิขสิทธิ์ไหม?ความผิดตาม *พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 3...
01/01/2023

🎵เล่น TikTok🎵 ใส่ ”เพลง” หรือ ”เสียงคำพูด" ของคนอื่นมาใช้ละเมิดลิขสิทธิ์ไหม?

ความผิดตาม *พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 31* ต้องเป็นการเผยแพร่งานนั้นต่อสาธารณชน *“เพื่อหากำไร”* ซึ่งหมายความว่า กำไรนั้นจะต้องได้มาหรือจะได้มาจะต้องเกิดจากเพลง หรือ เสียงคำพูดที่นำมาประกอบใน TikTok เท่านั้น! ถ้าภาษากฎหมายฟังดูยาก เราจะมายกตัวอย่างให้เข้าใจแบบฉบับง่ายๆ

• หากประกอบกิจการค้าขายสินค้าบริการของตนเอง เช่น ขายเครื่องสำอาง เสื้อผ้า และ เปิดเพลงให้ลูกค้าฟังประกอบ ถือว่าไม่เป็นการเปิดเพลงดังกล่าวเพื่อหากำไรโดยตรงจากการที่ให้ลูกค้าได้ฟังเพลง เพราะการขายเครื่องสำอาง เสื้อผ้า ไม่ได้มีการเรียกเก็บค่าตอบแทนจากลูกค้าเพิ่มในการเปิดเพลงดังกล่าวหรือเรียกเก็บเพิ่มรวมไปกับสินค้าแต่อย่างใด ถือว่าไม่ได้ละเมิดลิขสิทธิ์

• การทำ reaction คือการนำเสียงคำพูดของคนอื่นมาประกอบใน TikTok ถือว่าไม่เป็นการนำเสียงคำพูดของคนอื่นมาเพื่อหากำไรโดยตรงจากการที่ให้ลูกค้าได้ฟังเสียงคำพูดของคนอื่น หากการขายสินค้านั้นไม่ได้มีการเรียกเก็บค่าตอบแทนจากลูกค้าเพิ่มในการนำเสียงคำพูดของคนอื่นมาใช้ หรือเรียกเก็บเพิ่มรวมไปกับสินค้าแต่อย่างใด ถือว่าไม่ได้ละเมิดลิขสิทธิ์

แต่ช้าก่อนนนน! เสียงคำพูดที่นำมาใช้แม้จะทำเพื่อความบันเทิงและไม่ได้หากำไรและไม่ได้ละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าการทำ reaction เสียงคำพูดนั้นทำให้สื่อได้ถึงว่าเจ้าของเสียงเป็นใคร และ การกระทำนั้นทำให้เจ้าของเสียงได้รับความเสียหายและนำไปสู่ความเข้าใจผิดก็อาจจะเข้าข่ายความผิดฐานละเมิดทางแพ่ง และ หมิ่นประมาททางอาญาด้วย

เนื่องจากเสียงคำพูดนั้นมีความสำคัญมากในปัจจุบันและยังใหม่มากจากแพลตฟอร์มรูปแบบใหม่ของ TikTok ซึ่งมีการนำมาใช้ในการโฆษณาและหาประโยชน์จากเสียงคำพูดนั้น และ ยังไม่ค่อยมีกรณีของศาลที่จะพิพากษาและวางหลักกฎหมายในเรื่องการใช้เสียงคำพูดในแพลตฟอร์มของ TikTok ว่ามีหลักการอย่างไร
คำถามคือ คำพูด นั้นเป็นลิขสิทธิ์หรือไม่ เช่น คำว่า “ถูกต้องนะคร้าบบบบบ!!” ซึ่งเป็นคำพูดของ คุณปัญญา นิรันดร์กุล ที่ใช้ในการทำรายการแฟนพันธุ์แท้ ซึ่งคำพูดนั้นไม่ใช่ งานสร้างสรรค์ ที่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายลิขสิทธิ์ เพราะ คำว่า ถูกต้องนะคร้าบบบบบ!! มีมาก่อนแล้ว และ เป็นคำที่ทุกคนเข้าถึงได้มาก่อน เพียงแต่ คุณปัญญา นิรันดร์กุล นำมาใช้ให้แพร่พลายเท่านั้น การทำให้แพร่หลายและรู้จักไม่ถือว่าตนเองเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ดังนั้นบุคคลอื่นสามารถนำคำว่า “ถูกต้องนะคร้าบบบบบ!!” มาใช้ได้

อย่างเช่นเคสที่มีการใช้เสียงคำพูดโฆษณาขาย ซาลาเปา และ มีการบันทึกเสียง คำว่า “ซาลาเปามาแล้ว ขนมจีบมาแล้ว ห้อม หอม อร่อย ซาลาเปา 7 บาท ขนมจีบ 2 บาท” (วนซ้ำหลายครั้ง) เป็นต้น ซึ่งมีกรณีที่เกิดขึ้นจริงคือ มีรถขายซาลาเปา และ อัดเสียงตนเองไว้โฆษณามานานจนประชาชนได้ยินเสียงและจดจำได้ว่าเป็น รถขายซาลาเปาเจ้านี้ จนต่อมามี รถอีกคันหนึ่งเอาเสียงคำพูดนี้ไปใช้ เพื่อแสวงหาประโยชน์จากการขายสินค้า ซึ่งคำอ่านว่า “ซาลาเปามาแล้ว ขนมจีบมาแล้ว ห้อม หอม อร่อย ซาลาเปา 7 บาท ขนมจีบ 2 บาท (วนซ้ำหลายครั้ง)” ไม่ใช่ งานสร้างสรรค์ ที่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายลิขสิทธิ์ เพราะเป็นประโยคทั่วไป

สรุปสำหรับเสียงคำพูด ซาลาเปามาแล้ว ขนมจีบมาแล้ว ห้อม หอม อร่อย ซาลาเปา 7 บาท ขนมจีบ 2 บาท (วนซ้ำหลายครั้ง) ถือว่าไม่ใช่งานสร้างสรรค์ในเรื่องของสิ่งบันทึกเสียง และ ไม่สามารถจดแจ้งลิขสิทธิ์ได้ ตามคำสั่งของกรมทรัพย์สินทางปัญญา แต่กรณีนี้ยังไม่เคยมีคำสั่งศาลตัดสินว่าอย่างไร

ผู้เขียนเองมีความเห็นว่า เสียงคำพูด “ซาลาเปามาแล้ว ขนมจีบมาแล้ว ห้อม หอม อร่อย ซาลาเปา 7 บาท ขนมจีบ 2 บาท (วนซ้ำหลายครั้ง)” ที่ระบุตัวตนได้นั้นควรจะมีลิขสิทธ์และได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายลิขสิทธิ์ด้วย เช่นกัน มิฉะนั้นจะเกิดกรณีที่ รถอีกคันหนึ่งสามารถเอาเสียงคำพูดนี้ไปใช้ เพื่อแสวงหาประโยชน์จากการขายสินค้าได้ ดังนั้น การนำเสียงคำพูดที่ระบุตัวตนได้มาใช้และขัดต่อการแสวงหาประโยชน์จากงานอันมีลิขสิทธิ์ตามปกติของเจ้าของเสียง และ กระทบกระเทือนถึงสิทธิอันชอบด้วยกฎหมายของเจ้าของเสียงเกินสมควรถือว่ามีความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ทั้งในรูปแบบอื่น หรือ ในแพลตฟอร์ม TikTok

จะเกิดอะไรขึ้นหากวิดีโอ TikTok ของคุณโดนแจ้งตรวจสอบลิขสิทธิ์
หากพบว่ามีการละเมิด:
เราจะลบวิดีโออกและแจ้งให้คุณทราบเหตุผล
• คุณจะได้รับโอกาสในการยื่นคำร้องต่อการลบเนื้อหาได้โดยตรงจากแอป

หากไม่พบว่ามีการละเมิด:
• วิดีโอของคุณจะได้รับการโพสต์บน TikTok
• หากวิดีโอของคุณถูกรายงานหรือตั้งค่าสถานะในอนาคต วิดีโอนั้นอาจถูกลบออกเนื่องจากละเมิดแนวทางปฏิบัติของชุมชนได้

ในยุคของการตัดต่อ #เล่นยังไงให้ไม่ละเมิด เพื่อคอนเทนต์สุดปังที่สบายใจทั้งผู้สร้างสรรค์และผู้นำไปใช้ ระมัดระวังเรื่องลิขสิทธิ์ก่อนโพสเพื่อหากำไรนะครับ

ขอบคุณแหล่งที่มาจาก
https://support.tiktok.com/th/safety-hc/account-and-user-safety/content-violations-and-bans

#จดก่อนได้เปรียบ
#เครื่องหมายการค้า
#ลิขสิทธิ์
#ทรัพย์สินทางปัญญา

✨👀เอ้ะๆ คุ้นๆ ใช้แบรนด์นั้นหรือเปล่า?รูปลักษณ์ของสินค้าและบริการ (Trade dress) คือการใช้รูปแบบ รูปลักษณ์ของสินค้าและบริก...
11/10/2022

✨👀เอ้ะๆ คุ้นๆ ใช้แบรนด์นั้นหรือเปล่า?

รูปลักษณ์ของสินค้าและบริการ (Trade dress) คือการใช้รูปแบบ รูปลักษณ์ของสินค้าและบริการ เสียง กลิ่น รสชาติ หรือการยืมอัตลักษณ์ ปรับนี่นิด ปรับนู้นหน่อยของแบรนด์ต้นตำรับในตลาดอยู่แล้ว มาสร้างการตลาดและประสบการณ์ สร้างความจดจำให้ผู้บริโภคตั้งคำถามว่าคือแบรนด์เดียวกันรึเปล่า จนลูกค้าสับสนและตัดสินใจเลือกบริโภคแบรนด์ลอกเลียนแบบแทน

เราขอยกตัวอย่างกรณี "ศึกพ่นไฟ" ระหว่างเสือพ่นไฟ (FIRE TIGER) และ หมีพ่นไฟ (THE FIRE BEAR)
ฟ้องฐานละเมิดเครื่องหมายการค้า
จุดที่ 1 ชื่อเครื่องหมายเหมือนกันบางส่วน คำว่า "FIRE" และ "พ่นไฟ" มีการออกเสียงและสะกดแบบเดียวกัน
จุดที่ 2 จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในธุรกิจจำพวกเดียวกัน รายการสินค้าตรงกัน
จุดที่ 3 รูปปั้นสัตว์หน้าร้าน ที่ใช้ส่งอาหารและเครื่องดื่มผ่านทางช่องปาก มีลักษณะเหมือนคล้ายกัน

โดยท้ายที่สุดศาลสั่งให้คุ้มครองการตกแต่งรูปลักษณ์ของสินค้าและบริการ (Trade dress) ซึ่งศาลเห็นว่าการใช้เครื่องหมายการค้า ชื่อ การบริการ และการส่งอาหารและเครื่องดื่มให้ลูกค้าผ่านปากของรูปปั้นสัตว์เป็นจึงถือเป็นการกระทำละเมิด ฐานลวงขาย ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายสูงที่สุดเป็นปรากฏการณ์ของประเทศไทย จำนวน 10 ล้านบาท!

ในเมื่อการตลาดรูปแบบใหม่ที่ใช้กลยุทธ์เลียนแบบแต่ไม่ลอกแบบ ทำให้เราสับสนจากความคล้ายคลึงของรูปลักษณ์ เสียงเรียกขาน หรือภาพจำของแบรนด์ดังต้นตำรับอยู่รายล้อมเราโดยไม่รู้ตัว ยิ่งต้องระวังการสร้างแบรนด์ตั้งแต่เริ่ม หรือถ้ากำลังรู้สึกว่าแบรนด์ของคุณกำลังถูก trade dress อยู่ ก็อย่าลืมออกมาปกป้องสิทธิ์ของแบรนด์คุณด้วยการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าให้ผ่าน เพราะสุดท้ายแล้ว "First come, first served" จดก่อนได้เปรียบ

#จดก่อนได้เปรียบ
#เครื่องหมายการค้า
#ลิขสิทธิ์
#ทรัพย์สินทางปัญญา

✨“มีปัญหาปรึกษาทนาย”✨📍สำหรับคนที่ต้องการทนายความ👮🏻‍♂️สอบถามความรู้ข้อกฎหมาย🎯ต่อสู้คดีความขึ้นศาลทุกคดี เรามีทีมทนายมากปร...
08/10/2022

✨“มีปัญหาปรึกษาทนาย”✨

📍สำหรับคนที่ต้องการทนายความ
👮🏻‍♂️สอบถามความรู้ข้อกฎหมาย
🎯ต่อสู้คดีความขึ้นศาลทุกคดี

เรามีทีมทนายมากประสบการณ์มาให้บริการและพร้อมช่วยลูกความแก้ไขทุกปัญหา

https://tgcthailand.com/service/accepting-to-be-a-lawyer-all-types-of-cases-and-intellectual-property-cases/

✅ทักมาสอบถามหรือนัดแนะเวลาได้ตลอด 24 ชั่วโมงครับ
📞02-527-8228
📲081-542-5544

📢เรียนคุณลูกค้าทุกท่าน✨TGC THAILAND✨ ได้ย้ายออฟฟิศใหม่มาอยู่ที่📍เลขที่ 360 อาคารประเสริฐสุทธิ์ ชั้นที่ 2 (ตรงข้ามกระทรวง...
01/10/2022

📢เรียนคุณลูกค้าทุกท่าน

✨TGC THAILAND✨
ได้ย้ายออฟฟิศใหม่มาอยู่ที่
📍เลขที่ 360 อาคารประเสริฐสุทธิ์ ชั้นที่ 2 (ตรงข้ามกระทรวงพาณิชย์)
ถนนนนทบุรี ต.บางกระสอ อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี 11000
🗓ตั้งแต่ 30 กันยายน 2565 เป็นต้นไป

โทรศัพท์ 02-527-8228
มือถือ 081-542-5544
โทรสาร 0-2967-1372
📢แวะมาเยี่ยมชมออฟฟิศใหม่กันได้นะครับ👍🏻

google map 📍https://g.page/tgc-thailand?share

ความแตกต่างระหว่าง การขายของโดยหลอกลวงแหล่งกำเนิด การขายของโดยฉ้อโกง และ การลวงขายสินค้ากฎหมายอาญา ความผิดเกี่ยวกับการค้...
14/08/2022

ความแตกต่างระหว่าง การขายของโดยหลอกลวงแหล่งกำเนิด การขายของโดยฉ้อโกง และ การลวงขายสินค้า

กฎหมายอาญา ความผิดเกี่ยวกับการค้า
มาตรา 271 ผู้ใดขายของโดยหลอกลวงด้วยประการใด ๆ ให้ผู้ซื้อหลงเชื่อในแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพหรือปริมาณแห่งของนั้นอันเป็นเท็จ ถ้าการกระทำนั้นไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

กฎหมายอาญา ความผิดฐานฉ้อโกง
มาตรา 341 ผู้ใดโดยทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจาก

ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม หรือทำให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม ทำ ถอน หรือทำลายเอกสารสิทธิ ผู้นั้นกระทำความผิดฐานฉ้อโกง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

การลวงขายเครื่องหมายการค้า (กฎหมายแพ่ง)
พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534
มาตรา 46 บุคคลใดจะฟ้องคดี เพื่อป้องกันสิทธิการละเมิดในเครื่องหมายการค้า ที่ไม่ได้จดทะเบียน หรือ เรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเพื่อการละเมิดสิทธิดังกล่าวไม่ได้

บทบัญญัติมาตรานี้ไม่กระทบกระเทือนสิทธิของเจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ไม่ได้จดทะเบียน ในอันที่จะฟ้องคดีบุคคลอื่นซึ่งเอาสินค้าของตนไปลวงขายว่าเป็นสินค้าของเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น

อธิบายดังนี้

ความผิดเกี่ยวกับการค้า การขายของโดยหลอกลวงแหล่งกำเนิด ตามกฎหมายอาญามาตรา 271
1.ต้องเกิดจากการทุจริต หลอกลวง เช่น ไปบอกว่าสินค้าของตนเองมีความเกี่ยวข้องหรือเป็นเจ้าของเดียวกับยี่ห้อสินค้าของคนอื่น เพื่อแสวงหาความมีชื่อเสียงของยี่ห้อสินค้าของคนอื่น และ ทำให้สินค้าตนเองจำหน่ายได้ง่ายขึ้น จนผู้ซื้อหลงเชื่อในแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพหรือปริมาณแห่งของนั้นอันเป็นเท็จ ซึ่งถ้าผู้ซื้อรู้ความจริง อาจจะไม่ซื้อสินค้านั้นก็ได้

ความผิดฐานฉ้อโกง ตามกฎหมายอาญามาตรา 341
1.ต้องเกิดจากการทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และโดยการลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม คือ ตั้งใจโกงมาแต่แรกเลยและไม่ต้องการขายสินค้าจริงๆ เช่น หลอกให้ซื้อสินค้าและไม่ส่งสินค้าให้เลย หรือ ส่งสินค้าในราคาที่ถูกกว่าของจริงมาก และ มีเจตนาหลอกลวงเอาเงินมาแต่แรก

การลวงขายเครื่องหมายการค้า ตามพ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 ตามมาตรา 46
1.สินค้าของตน และ ไปลวงขายว่าเป็นสินค้าเป็นของคนอื่น ไปสร้างความสับสนกับความรู้สึกของคน (Trade Dress) ให้เข้าใจผิดในแหล่งที่มาของสินค้า ถือว่าเป็นการลวงขาย (passing off) คือตั้งใจทำธุรกิจของตนเองแต่แรก แต่ไปสร้างความสับสนกับความรู้สึกของคน (Trade Dress) เพื่อให้สินค้าของตนได้รับความสนใจและจำหน่ายได้ง่ายขึ้น แต่ไม่ถึงขนาดทุจริต หลอกลวง หรือ ปลอมหรือไปเลียนเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่น

จดแจ้งงานอันมีลิขสิทธิ์แก่งานสร้างสรรค์ 9 ประเภทตามที่กฎหมายกำหนด ได้แก่1.งานวรรณกรรม (หนังสือ จุลสาร สิ่งพิมพ์ คำปราศรั...
14/08/2022

จดแจ้งงานอันมีลิขสิทธิ์แก่งานสร้างสรรค์ 9 ประเภทตามที่กฎหมายกำหนด ได้แก่

1.งานวรรณกรรม (หนังสือ จุลสาร สิ่งพิมพ์ คำปราศรัย โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ฯลฯ)
2.งานนาฎกรรม (ท่ารำ ท่าเต้น ฯลฯ)
3.งานศิลปกรรม (จิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ ภาพถ่าย ศิลปประยุกต์ ฯลฯ)
4.งานดนตรีกรรม (ทำนอง , ทำนองและเนื้อร้อง ฯลฯ)
5.งานสิ่งบันทึกเสียง (เทป ซีดี )
6.งานโสตทัศนวัสดุ (วีซีดี ดีวีดี ที่มีภาพหรือมีทั้งภาพและเสียง)
7.งานภาพยนตร์
8.งานแพร่เสียงแพร่ภาพ
9.งานอื่นใดในแผนกวรรณคดี วิทยาศาสตร์ หรือศิลปะ

งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้นในฐานะพนักงานหรือลูกจ้าง ถ้ามิได้ทำเป็นหนังสือตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น ให้ลิขสิทธิ์ใน งานนั้นเป็นของผู้สร้างสรรค์

ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
กรณีจ้างแรงงาน (แบบนายจ้างและลูกจ้าง) สัญญาว่าจ้างจะต้องมีหนังสือตกลงกันไว้ว่าให้นายจ้างเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์นั้นมิฉะนั้นงานนั้นจะเป็นของผู้สร้างสรรค์ (ลูกจ้าง)

มาตรา ๙ งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้นในฐานะพนักงานหรือลูกจ้าง ถ้ามิได้ทำเป็นหนังสือตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น ให้ลิขสิทธิ์ใน งานนั้นเป็นของผู้สร้างสรรค์ แต่นายจ้างมีสิทธินำงานนั้นออกเผยแพร่ต่อสาธารณชนได้ตามที่เป็นวัตถุประสงค์ แห่งการจ้างแรงงานนั้น

กรณีจ้างทำของ (ผู้ว่าจ้าง และ ผู้รับจ้าง)
มาตรา ๑๐ งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยการรับจ้างบุคคลอื่น ให้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้มีลิขสิทธิ์ในงานนั้น เว้นแต่ผู้สร้างสรรค์และ ผู้ว่าจ้างจะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น

ความแตกต่างระหว่าง จดทะเบียนโลโก้ จดแบรนด์ จดเครื่องหมายการค้า(Trademark)จดทะเบียนโลโก้ คืออะไรโลโก้เรามักจะสื่อถึงภาพ เ...
07/08/2022

ความแตกต่างระหว่าง จดทะเบียนโลโก้ จดแบรนด์ จดเครื่องหมายการค้า(Trademark)

จดทะเบียนโลโก้ คืออะไร

โลโก้เรามักจะสื่อถึงภาพ เช่น ภาพนก ภาพโลโก้เราจะอ่านด้วยคำพูดไม่ได้ แต่เรามองเห็นได้ด้วย
สายตาเพื่อสร้างการจดจำด้วยตา และ ทำให้ผู้ใช้สินค้าทราบและเข้าใจว่าสินค้า บริการนี้มีแหล่งที่มาจากที่ไหน บางครั้งภาพปรากฎก็สร้างการจดจำและเป็นการสื่อสารที่ดีกว่าการอ่านด้วยปาก

จดแบรนด์ คืออะไร

จดแบรนด์เรามักจะสื่อถึงข้อความที่อ่านได้ เช่น คำว่า ศรแดง ที่เราจะอ่านได้ด้วยปาก เพื่อสร้างการจดจำด้วยหู และ ทำให้ ผู้ใช้สินค้าทราบและเข้าใจว่าสินค้า บริการนี้มีแหล่งที่มาจากที่ไหน บางครั้งเสียงเรียกขานก็เป็นการสื่อสารที่ดีกว่าภาพปรากฎ

กล่าวโดยสรุปก็คือ

โลโก้ จะสื่อถึงภาพปรากฎ มองเห็นได้ด้วยตา

แบรนด์ จะสื่อถึงเสียงเรียกขาน อ่านได้ด้วยปาก

การจดทะเบียนเราสามารถยื่นจดทะเบียนได้ ดังนี้

ก.จดทะเบียนโลโก้ ก็คือนำภาพปรากฎมาจดทะเบียน รวม 1 ก้อน
ข.จดแบรนด์ ก็คือ นำเสียงเรียกขาน คำอ่าน มาจดทะเบียน รวม 1 ก้อน
ค.จดทะเบียนโลโก้ และ จดแบรนด์ ก็คือนำภาพปรากฎมาจดทะเบียน และ นำเสียงเรียกขาน คำอ่าน มาจดทะเบียน รวมกัน 1 ก้อน โดยเอามารวมกัน

ซึ่งการจดทะเบียนตามข้อ ก ข ค นั้น หมายถึงทั้งก้อนที่รวมกันและเรียกเป็นทางการว่าเป็นการจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายการค้า (Trademark) นั่นเอง

สำหรับโอกาสที่จะจดทะเบียนผ่านและได้รับการอนุมัติ มีดังนี้

ก.จดทะเบียนโลโก้จะมีเอกลักษณ์ในระดับ A+ เช่น ภาพนางเงือกของสตาร์บัค ซึ่งหากโลโก้ไม่ซ้ำกับของบุคลอื่นจะได้รับการจดทะเบียนแน่นอน เพราะภาพโลโก้โอกาสที่จะซ้ำกันน้อยมาก เพราะเป็นการสร้างสรรคด้วยตนเอง

ข.จดแบรนด์ ถือว่ามีเอกลักษณ์ในระดับ A เพราะทุกเครื่องหมายการค้าจะต้องมีเสียงเรียกขาน หรือ คำอ่าน เพราะถ้าไม่มีเสียงเรียกขาน หรือ คำอ่าน ผู้ใช้สินค้าก็จะเรียกให้เอง เช่น ลูกศรสีแดง เดิมไม่ได้จดแบรนด์ แต่จดทะเบียนโลโก้ เท่านั้น จนผู้ใช้สินค้าเรียกกันเองว่า ศรแดง ต่อมาเจ้าของสินค้าก็ได้นำคำว่า ศรแดง มาจดแบรนด์ เพื่อคุ้มครองสิทธิ เพราะถ้าไม่มีเสียงเรียกขานผู้ใช้สินค้าจะไม่สามารถสื่อสารได้เลย

จดแบรนด์โอกาสที่จะซ้ำกันมีอยู่บ้าง เพราะเป็นการนำคำอ่านมาใช้ การผสมคำอ่าน ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะซ้ำกันโดยบังเอิญ และ ไม่เคยพบเห็นกันมาก่อน

ขั้นตอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง ด้วยตนเอง ข้อมูลล่าสุดปี 2022มีขั้นตอนโดยสังเขป...
07/08/2022

ขั้นตอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง ด้วยตนเอง ข้อมูลล่าสุดปี 2022

มีขั้นตอนโดยสังเขป ดังนี้

1.การตรวจค้น ก่อนยื่นคำขอจดทะเบียน ผู้ขอจดทะเบียนควรตรวจค้นเครื่องหมายของตนที่ประสงค์จะยื่นขอจดทะเบียนว่าเหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายของบุคคลอื่นที่จดทะเบียนไว้แล้วหรืออยู่ระหว่างขอจดทะเบียนหรือไม่ โดยตรวจค้นด้วยตนเองได้ เว็บไซต์

https://tmonline.ipthailand.go.th/DipInternetWeb/trw/01/trw00q001/index.jsf

ได้ฟรี อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้ขอจดทะเบียนยื่นคำขอจดทะเบียนแล้ว เจ้าหน้าที่ของสำนักเครื่องหมายการค้าจะดำเนินการตรวจสอบเครื่องหมายและพิจารณาคำขอจดทะเบียนโดยละเอียดอีกครั้งหนึ่ง

เครื่องหมายการค้าที่ไม่สามารถจดทะเบียนได้ https://tgcthailand.com/service/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2/

5 เคล็ดลับตั้งชื่อเครื่องหมายการค้าใหม่ให้ปัง! รับทรัพย์ปี 2564 (ตั้งชื่อแบรนด์) https://tgcthailand.com/5-tips-to-make-a-brand-new-name-great-get-wealth-in-2021-name-the-brand/

2.การยื่นคำขอจดทะเบียน ผู้ขอจดทะเบียนยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรองและเครื่องหมายร่วม โดยใช้แบบ ก. 01 และแนบหลักฐานประกอบคำขอจดทะเบียน พร้อมทั้งชำระค่าธรรมเนียมสินค้าหรือบริการ อย่างละ 1000 บาท ณ กลุ่มบริการตรวจรับคำขอ ชั้น 3 กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัด หรือ โดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ หรือทางอินเตอร์เน็ตผ่านเว็บไซต์ www.ipthailand.go.th

ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศไทย https://tgcthailand.com/the-trademark-registration-fee/

3.การตรวจสอบเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตรวจรับคำขอจะดำเนินการตรวจสอบคำขอจดทะเบียน หลักฐานประกอบคำขอจดทะเบียนและค่าธรรมเนียมว่า ถูกต้อง ครบถ้วน หรือไม่ เพื่อให้เลขคำขอจดทะเบียนต่อไป

เอกสาร
1.หนังสือมอบอำนาจ
2.รับรองสำเนาบัตร ประชาชน (กรณีบุคคลธรรมดา)
3.รับรองสำเนาหนังสือรับรองบริษัท (กรณีบริษัท) บัตรกรรมการไม่ใช้

4.การตรวจสอบเครื่องหมายการค้า เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและนายทะเบียนจะดำเนินการตรวจสอบโดยละเอียดว่า เครื่องหมายการค้าที่ยื่นขอจดทะเบียนนั้น เป็นเครื่องหมายการค้าอันพึงรับจดทะเบียนได้ตามที่กฎหมายกำหนดไว้หรือไม่ โดยใช้เวลาประมาณ 6-8 เดือน

(ระบบ fast track) ศึกษาเพิ่มเติม https://tgcthailand.com/quick-trademark-registration-fast-track-the-new-regulation-of-the-department-of-intellectual-property-within-6-months/

การตรวจสอบเครื่องหมายการค้า จะมีคำสั่งออกมาดังนี้

4.1 เป็นเครื่องหมายการค้าที่มีลักษณะบ่งเฉพาะหรือไม่ ศึกษาเพิ่มเติม https://tgcthailand.com/trademarks-must-only-be-identifiable-to-be-registered/

4.2 เป็นเครื่องหมายการค้าที่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายหรือไม่ ศึกษาเพิ่มเติม https://tgcthailand.com/trademarks-that-are-prohibited-by-law-and-cannot-be-registered-are-as-follows/

4.3 เป็นเครื่องหมายการค้าที่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นที่จดทะเบียนไว้แล้วหรือไม่ เมื่อได้ตรวจสอบแล้ว นายทะเบียนจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ขอจดทะเบียนทราบ สำหรับผลการพิจารณาของนายทะเบียนนั้น อาจแบ่งออกได้เป็น 4 กรณี ดังนี้

4.3.1 รับจดทะเบียน : นายทะเบียนจะสั่งประกาศโฆษณาคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นในหนังสือประกาศโฆษณาคำขอจดทะเบียน เพื่อเปิดโอกาสให้มีการคัดค้านการจดทะเบียน ทั้งนี้ จะต้องคัดค้านภายใน 60 วันนับแต่วันประกาศโฆษณา

4.3.2 ปฏิเสธไม่รับจดทะเบียน : นายทะเบียนจะมีหนังสือแจ้งให้ผู้ขอจดทะเบียนทราบคำสั่งไม่รับจดทะเบียน อย่างไรก็ตาม ผู้ขอจดทะเบียนสามารถอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าได้ภายใน 60 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง ด้วยเหตุ

-ขัดต่อกฎหมาย

-ติดเหมือนคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่น

ดังนี้

มาตรา 6 เครื่องหมายการค้าอันพึงรับจดทะเบียนได้ ต้องประกอบด้วยลักษณะดังต่อไปนี้
(1) เป็นเครื่องหมายการค้าที่มีลักษณะบ่งเฉพาะ
(2) เป็นเครื่องหมายการค้าที่ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามพระราชบัญญัตินี้ และ
(3) ไม่เป็นเครื่องหมายการค้าที่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าที่บุคคลอื่นได้จดทะเบียน ไว้แล้ว

4.3.3 ให้แก้ไขเปลี่ยนแปลง : นายทะเบียนจะมีหนังสือแจ้งให้ผู้ขอจดทะเบียนทราบคำสั่งแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่กาหนด อย่างไรก็ตาม ผู้ขอจดทะเบียนสามารถอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าได้ภายใน 60 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง ศึกษาเพิ่มเติม https://tgcthailand.com/what-is-the-status-of-a-trademark-application-the-word-is-against-the-law-or-to-take-action-to-correct-the-defect/

4.3.4 ให้ตกลงกัน : นายทะเบียนจะมีหนังสือแจ้งให้ผู้ขอจดทะเบียนทุกรายที่ยื่นขอจดทะเบียนและเป็นเครื่องหมายการค้าที่เหมือนหรือคล้ายกัน ตกลงกันเองว่าจะให้ผู้ขอจดทะเบียนรายใดเป็นผู้ขอจดทะเบียนเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นแต่ผู้เดียว โดยให้ตกลงกันภายใน 60 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง ทั้งนี้ หากตกลงกันไม่ได้หรือไม่ได้แจ้งให้นายทะเบียนทราบภายในระยะเวลาที่กำหนด นายทะเบียนจะสั่งประกาศโฆษณาคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของผู้ขอจดทะเบียนซึ่งยื่นคำขอจดทะเบียนไว้เป็นรายแรก

ตามมาตรา 27 https://www.ipat.or.th/index.php?option=com_content&view=article&id=148:-2534-1-&catid=15:t1&Itemid=12

4.3.5 การประกาศโฆษณา หากนายทะเบียนพิจารณาแล้วเห็นว่าเครื่องหมายการค้าที่ขอจดทะเบียนนั้น สามารถที่จะรับจดทะเบียนได้ นายทะเบียนจะสั่งประกาศโฆษณาคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นในหนังสือประกาศโฆษณาคำขอจดทะเบียน ทั้งนี้ การประกาศโฆษณาคำขอจดทะเบียนจดทะเบียนมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเปิดโอกาสให้บุคคลที่ไม่เห็นด้วยหรืออาจเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากคำสั่งรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของนายทะเบียนได้ยื่นคำคัดค้านต่อนายทะเบียน ทั้งนี้ ต้องคัดค้านภายใน 60 วันนับแต่วันประกาศโฆษณาดังกล่าว สำหรับผลที่จะเกิดขึ้นจากการประกาศโฆษณาคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น

อาจแบ่งออกได้เป็น 2 กรณี ดังนี้

ไม่มีบุคคลใดยื่นคำคัดค้าน : นายทะเบียนจะมีคำสั่งให้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นต่อไป โดยจะมีหนังสือแจ้งให้ผู้ขอจดทะเบียนทราบคำสั่งดังกล่าวและให้ชำระค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนภายใน 60 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง อย่างไรก็ตาม หากผู้ขอจดทะเบียนไม่ชาระค่าธรรมเนียมภายในระยะเวลาที่กาหนด ให้ถือว่าละทิ้งคำขอจดทะเบียน ซึ่งจะมีผลทำให้คำขอดังกล่าวถูกจำหน่ายออกจากสารบบจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า
มีบุคคลยื่นคำคัดค้าน : นายทะเบียนจะพิจารณาและวินิจฉัยคำคัดค้านต่อไป ตามมาตรา 35 https://www.ipat.or.th/index.php?option=com_content&view=article&id=150:-2534-1-1&catid=15:t1&Itemid=12
6.การคัดค้าน สำหรับเหตุแห่งการคัดค้านนั้น กฎหมายได้กาหนดไว้ 3 กรณี ดังนี้ ตามมาตรา 35 https://www.ipat.or.th/index.php?option=com_content&view=article&id=150:-2534-1-1&catid=15:t1&Itemid=12

6.1 ผู้คัดค้านเห็นว่าตนมีสิทธิในเครื่องหมายการค้านั้นดีกว่าผู้ขอจดทะเบียน
6.2 ผู้คัดค้านเห็นว่าเครื่องหมายการค้ารายนั้นไม่มีลักษณะอันพึงรับจดทะเบียนได้
6.3 ผู้คัดค้านเห็นว่าการขอจดทะเบียนรายนั้นไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เช่น การรับจดทะเบียนโดยไม่ถูกต้องตามขั้นตอนของกฎหมาย เป็นต้น ทั้งนี้ ผู้คัดค้านจะต้องยื่นคำคัดค้านภายใน 60 วันนับแต่วันประกาศโฆษณา โดยใช้แบบ ก. 02 และแนบหลักฐานประกอบคำคัดค้าน พร้อมทั้งชำระค่าธรรมเนียม 2,000 บาท และเมื่อมีการคัดค้านเกิดขึ้น นายทะเบียนจะมีหนังสือแจ้งให้ผู้ขอจดทะเบียนทราบเพื่อยื่นคำโต้แย้งคำคัดค้าน (แบบ ก. 02) โดยต้องดำเนินการภายใน 60 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง มิฉะนั้น จะถือว่าผู้ขอจดทะเบียนละทิ้งคำขอจดทะเบียน ซึ่งมีผลทำให้คำขอจดทะเบียนดังกล่าวถูกจำหน่ายออกจากสำรบบจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ส่วนผลการพิจารณาและวินิจฉัยคำคัดค้านของนายทะเบียน แบ่งออกได้เป็น 2 กรณี ดังนี้

6.3.1 ยกคำคัดค้านและดำเนินการรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าต่อไป หรือ
6.3.2 ระงับคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น

อย่างไรก็ตาม ผู้ขอจดทะเบียนและผู้คัดค้านสามารถอุทธรณ์คำวินิจฉัยของนายทะเบียนต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าได้ภายใน 60 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง โดยใช้แบบ ก. 03 นอกจากนั้นเมื่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าได้มีคำวินิจฉัยแล้ว ผู้ขอจดทะเบียนและผู้คัดค้านสามารถอุทธรณ์คำวินิจฉัยของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าต่อศาลได้ภายใน 60 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง

ตามมาตรา 37 และ มาตรา 38 https://www.ipat.or.th/index.php?option=com_content&view=article&id=150:-2534-1-1&catid=15:t1&Itemid=12

7. การรับจดทะเบียน เมื่อคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารายใดได้ผ่านขั้นตอนการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่และการพิจารณาสั่งการของนายทะเบียนแล้วว่า เป็นเครื่องหมายการค้าอันพึงรับจดทะเบียนได้ จะเข้าสู่ขั้นตอนการประกาศโฆษณาคำขอจดทะเบียน หากไม่มีบุคคลใดยื่นคำคัดค้าน หรือมีการยื่นคำคัดค้าน แต่ได้มีคำวินิจฉัย (ของนายทะเบียนหรือของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า) หรือคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลถึงที่สุดให้เป็นเครื่องหมายการค้าอันพึงรับจดทะเบียนได้แล้ว นายทะเบียนจะมีหนังสือแจ้งให้ผู้ขอจดทะเบียนชำระค่าธรรมเนียมรับจดทะเบียนภายใน 60 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง โดยให้ชำระค่าธรรมเนียมสินค้าหรือบริการ อย่างละ 600 บาท ณ กลุ่มบริการตรวจรับคำขอ ชั้น 3 สำนักเครื่องหมายการค้า กรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัด หรือโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ หรือทางอินเตอร์เน็ตผ่านเว็บไซต์ www.ipthailand.go.th มิฉะนั้น จะถือว่าผู้ขอจดทะเบียนละทิ้งคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า

ภายหลังชำระค่าธรรมเนียมเรียบร้อยแล้ว เจ้าของเครื่องหมายการค้าจะได้รับหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียน โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญาจะจัดส่งให้ตามที่อยู่ที่ระบุไว้ในคำขอจดทะเบียนภายใน 3-4 สัปดาห์นับแต่วันที่ได้ชำระค่าธรรมเนียม หรือสามารถรอรับหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนได้ ณ จุดบริการเร่งด่วน (One Stop Service) ชั้น 3 สำนักเครื่องหมายการค้า กรมทรัพย์สินทางปัญญา เมื่อจดทะเบียนแล้ว เจ้าของเครื่องหมายการค้าเป็นผู้มีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในอันที่จะใช้เครื่องหมายการค้านั้นกับสินค้าที่ได้จดทะเบียนไว้ รวมทั้งสามารถฟ้องร้องดำเนินคดีและเรียกค่าสินไหมทดแทนความเสียหายจากบุคคลที่ละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนไว้แล้วนั้นได้อีกด้วย

สิทธิในการเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า มีอะไรได้บ้าง https://tgcthailand.com/trademark-ownership-rights-what-can-i-get/

เครื่องหมายการค้ามีอายุ 10 ปีนับแต่วันที่จดทะเบียนและต่ออายุได้ทุกๆ 10 ปี https://tgcthailand.com/trademark-how-many-years-of-protection-and-trademark-renewal/

15/07/2022

เมื่อมีการสร้างท่าเต้นใหม่จะได้รับการคุ้มครองลิขสิทธิ์หรือไม่

มาตรา ๖ งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ ได้แก่ งานสร้างสรรค์ประเภทวรรณกรรม นาฏกรรม
ศิลปกรรม ดนตรีกรรม โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ สิ่งบันทึกเสียง งานแพร่เสียงแพร่ภาพ หรือ งานอื่นใดใน
แผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะของผู้สร้างสรรค์ ไม่ว่างานดังกล่าวจะแสดงออกโดยวิธี
หรือรูปแบบอย่างใดการคุ้มครองลิขสิทธิ์ไม่คลุมถึงความคิด หรือขั้นตอน กรรมวิธี หรือระบบ หรือวิธีใช้หรือ
ทำงาน หรือแนวความคิด หลักการ การค้นพบ หรือทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ หรือคณิตศาสตร์

นาฏกรรม หมายความว่า งานเกี่ยวกับการรำ การเต้น การทำท่า หรือการแสดงที่ประกอบขึ้นเป็นเรื่องราว

งานอันมีลิขสิทธิ์ต้องเป็นงานสร้างสรรค์ แต่มีข้อยกเว้น การเคลื่อนไหวหรือกิจกรรมทั่วไป เช่น ท่าโยคะ ท่าเต้น และกิจวัตรการออกกำลังกาย จะไม่สงวนลิขสิทธิ์ แม้ว่าจะมีลักษณะเฉพาะก็ตาม สิ่งนี้ใช้ได้กับตำแหน่งของบัลเล่ต์ เช่น ท่าเต้นหรือท่าที

หากท่าเต้นเป็นงานที่สร้างสรรค์ก็ถือว่าเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ที่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย เช่นกัน

ตัวอย่างหรือจำนวนการฟ้องร้องที่ต้องใช้เพื่อให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าองค์ประกอบของการละเมิดลิขสิทธิ์สำหรับการออกแบบท่าเต้นคืออะไรนั้น เป็นสิ่งที่ขาดหายไปจากคำพิพากษา มีคดีไม่มากนักที่จะยุติการดำเนินคดีในศาล เนื่องจากการเต้นรำมีคดีลิขสิทธิ์น้อยมาก จึงยากต่อการขึ้นศาล

ท่าเต้นส่วนมากจะไม่ได้อยู่แบบอิสระ ส่วนมากจะต้องไปด้วยกับเพลงที่เป็นเนื้อร้องกับทำนองซึ่งถือว่ามีลิขสิทธิ์อย่างชัดเจน ปัญหาส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นมักจะเกิดกับส่วนที่เป็น เนื้อร้องกับทำนองมากกว่า

ยกตัวอย่างเช่น เพลง Gangnam Style ของ PSY ได้รับความนิยมอย่างมาก ก็มาจากการแสดงที่โดดเด่นด้วยท่าเต้นควบม้าที่ทำให้ท่าเต้นและเพลงจะต้องอยู่ด้วยกัน เราจะไม่พบเห็นท่าเต้นควบม้า ที่นำไปใช้กับเพลงของ Justin Bieber, Carly Rae Jepsen, One Direction, Katy Perry

ผู้เขียนเห็นว่า พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์นั้นล้าสมัยและขาดการสนับสนุนการสร้างสรรค์ท่าเต้น

อย่างไรก็ตามการเต้นต้องได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกับการแต่งเพลง และ ผู้ออกแบบท่าเต้นอาจได้รับประโยชน์จากบางสิ่งที่คล้ายกับใบอนุญาตการซิงโครไนซ์เพลง ในแง่ของการเต้นรำ ก็เหมือนใบอนุญาตที่มอบให้กับกลุ่มสื่อที่ขอใช้ท่าเต้นของเจ้าของลิขสิทธิ์ในมิวสิกวิดีโอหรือภาพยนตร์ได้เช่นกัน

สิ่งนี้ไม่ควรขัดขวางความปรารถนาที่จะสร้างท่าเต้นใหม่ๆ และ ไม่ควรถือว่าจะแบ่งปันให้กับสาธารณะอย่างไม่มีเงื่อนไข

วิดีโอที่มีจำนวนการดูสูงสุด และ การทำ Reaction วิดีโอนั้นละเมิดลิขสิทธิ์หรือไม่https://tgcthailand.com/is-the-video-with...
06/07/2022

วิดีโอที่มีจำนวนการดูสูงสุด และ การทำ Reaction วิดีโอนั้นละเมิดลิขสิทธิ์หรือไม่

https://tgcthailand.com/is-the-video-with-the-highest-views-and-reaction-video-pirated/

วิดีโอที่มีจำนวนการดูสูงสุดนั้นมักเกิดขึ้นในแพลตฟอร์ม ต่างๆ การนำวิดีโอที่มีจำนวนการดูสูงสุด หรือ วิดีโอแสดงปฏิกิริยานั้นมาทำใหม่เรียกว่าการ Reaction

ดังนั้นคำถามคือ การวิพากษ์วิจารณ์ แก้ไข หรือล้อเลียนวิดีโอเหล่านั้นเพื่อสร้างเนื้อหาของวิดีโอที่ต้องการจำนวนการดูสูงสุด เช่นกันละเมิดหรือไม่

อธิบายดังนี้ การละเมิดลิขสิทธิ์ต้องมีองค์ประกอบดังนี้

1.ทำซ้ำ ดัดแปลง

2.ทำไปในเชิงพาณิชย์ มีวัตถุประสงค์ เพื่อหากำไร

ดังนั้นการวิพากษ์วิจารณ์ แก้ไข หรือล้อเลียนวิดีโอเหล่านั้นเพื่อสร้างเนื้อหาของวิดีโอที่ต้องการจำนวนการดูสูงสุด อาจจะไม่ละเมิดหากไม่ได้นำไปในเชิงพาณิชย์ และ มีวัตถุประสงค์ เพื่อหากำไร

แต่แพลตฟอร์มเช่น YouTube อนุญาตให้บุคคลโพสต์วิดีโอออนไลน์เพื่อให้โลกได้เห็นและแฝงการดำเนินการในเชิงพาณิชย์ไว้ ด้วยเหตุนี้ วิดีโอแสดงปฏิกิริยาอาจละเมิดสิทธิ์ได้ จึงต้องมีการป้องกันที่เหมาะสม

ดังนั้น การพิจารณาว่าทำไปในเชิงพาณิชย์ มีวัตถุประสงค์ เพื่อหากำไร หรือไม่ มีปัจจัยดังนี้

ปัจจัยการใช้งานที่เหมาะสม 1: วัตถุประสงค์และลักษณะของการใช้งาน

เนื่องจากเป้าหมายของวิดีโอดังกล่าวคือการได้รับจำนวนการดู และด้วยเหตุนี้จึงได้รับรายได้จากโฆษณาสำหรับผู้สร้างเนื้อหา อย่างไรก็ตาม ศาลอาจสร้างสมดุลระหว่างลักษณะทางการค้าของวิดีโอแสดงปฏิกิริยากับระดับที่เปลี่ยนวิดีโอเด่น ดังนั้น ศาลอาจพิจารณาปัจจัยการใช้งานที่เหมาะสมประการที่สอง ลักษณะของงานที่มีลิขสิทธิ์ เพื่อแจ้งการพิจารณาและการวิเคราะห์เพิ่มเติม

ปัจจัยการใช้งานที่เหมาะสม 2: ลักษณะของงานลิขสิทธิ์

ปัจจัยการใช้งานที่เหมาะสมนี้จะตรวจสอบขอบเขตของงานที่ทำสำเนาว่าสร้างสรรค์และไม่ได้เผยแพร่หรือไม่

ปัจจัยการใช้งานที่เหมาะสม 3: ปริมาณและสาระสำคัญของส่วนที่ใช้

ปัจจัยการใช้งานที่เหมาะสมประการที่สามคือการพิจารณาเปรียบเทียบที่ชั่งน้ำหนักปริมาณและมูลค่าเชิงคุณภาพของงานดั้งเดิมกับเหตุผลของการใช้งาน

ศาลรัฐบาลกลางนิวยอร์กตัดสินว่าการใช้วิดีโอของ YouTuber อื่นโดยผู้ใช้ YouTube เป็น “การใช้งานโดยชอบธรรม” ภายใต้กฎหมายลิขสิทธิ์

ผู้พิพากษาตั้งข้อสังเกตว่า โดยทั่วไปแล้ว การใช้งานโดยชอบ ภายใต้กฎหมายลิขสิทธิ์มักมีอยู่ในที่ซึ่งงานสามารถเปลี่ยนแปลงได้ โดยจะเพิ่มสิ่งใหม่ๆ ให้กับงานต้นฉบับ ไม่เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์

นอกจากนี้ เขายังตั้งข้อสังเกตอีกว่า เหตุผลที่ดีที่สุดสำหรับการคัดลอกจากงานของผู้อื่นคือการแสดงความคิดเห็นหรือวิพากษ์วิจารณ์งานนั้น ไม่เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์

การหมิ่นประมาทวิดีโอสามารถเปลี่ยนแปลงได้เช่นกัน ศาลพบว่าการเยาะเย้ย ชมเชย เยาะเย้ยล้อเลียน และแสดงอาการระคายเคืองต่อวิดีโอประกอบด้วย การวิพากษ์วิจารณ์และแสดงความคิดเห็นที่เป็นแก่นสาร ก็ถือว่าเป็นการเพิ่มสิ่งใหม่ๆ ให้กับงานต้นฉบับ ไม่เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์

กฎหมายลิขสิทธิ์ที่เกี่ยวข้อง

มาตรา ๓๒ การกระทำแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ของบุคคลอื่นตามพระราชบัญญัตินี้ หากไม่ขัดต่อการแสวงหาประโยชน์จากงาน อันมีลิขสิทธิ์ตามปกติของเจ้าของลิขสิทธิ์ และไม่กระทบกระเทือนถึงสิทธิอันชอบด้วยกฎหมายของเจ้าของลิขสิทธิ์เกินสมควร มิให้ถือว่า เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ภายใต้บังคับบทบัญญัติในวรรคหนึ่ง การกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ตามวรรคหนึ่ง มิให้ถือว่าเป็น การละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้กระทำดังต่อไปนี้
(๑) วิจัยหรือศึกษางานนั้น อันมิใช่การกระทำเพื่อหากำไร
(๒) ใช้เพื่อประโยชน์ของตนเอง หรือเพื่อประโยชน์ของตนเองและบุคคลอื่นในครอบครัวหรือญาติสนิท
(๓) ติชม วิจารณ์ หรือแนะนำผลงานโดยมีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานนั้น
(๔) เสนอรายงานข่าวทางสื่อสารมวลชนโดยมีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานนั้น
(๕) ทำซ้ำ ดัดแปลง นำออกแสดง หรือทำให้ปรากฏ เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาของศาลหรือเจ้าพนักงาน ซึ่งมีอำนาจตามกฎหมาย หรือในการรายงานผลการพิจารณาดังกล่าว
(๖) ทำซ้ำ ดัดแปลง นำออกแสดง หรือทำให้ปรากฏ โดยผู้สอนเพื่อประโยชน์ ในการสอนของตน อันมิใช่การกระทำเพื่อหากำไร
(๗) ทำซ้ำ ดัดแปลงบางส่วนของงาน หรือตัดทอน หรือทำบทสรุปโดยผู้สอน หรือสถาบันศึกษา เพื่อแจกจ่ายหรือจำหน่ายแก่ผู้เรียนในชั้นเรียนหรือในสถาบันศึกษา ทั้งนี้ ต้องไม่เป็นการกระทำเพื่อหากำไร
(๘) นำงานนั้นมาใช้เป็นส่วนหนึ่งในการถามและตอบในการสอบ

ที่อยู่

360 Nonthaburi Road
Nonthaburi
11000

เบอร์โทรศัพท์

+66815425544

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ รับจดเครื่องหมายการค้า สิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ TGC Thailandผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง รับจดเครื่องหมายการค้า สิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ TGC Thailand:

แชร์