06/06/2026
ได้เป็นผู้จัดการมรดกแล้ว ยังไงต่อ?
สมบุญ อินทนนท์ ผู้เขียน / ชาตรี ส่งสัมพันธ์ บรรณาธิการ
เมื่อเจ้ามรดกถึงแก่ความตายมรดกย่อมตกทอดแก่ทายาททันที แต่กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินในกองมรดกยังไม่ถือว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของทายาทโดยเด็ดขาด จนกว่าจะมีการแบ่งปันทรัพย์มรดกกันเรียบร้อยจนสิ้นสภาพความเป็นมรดกแล้ว ดังนี้ จึงจำเป็นต้องมีผู้จัดการมรดกขึ้นมา
การที่จะเป็นผู้จัดการมรดกได้นั้น ต้องยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการมรดก ทั้งนี้ หากศาลมีคำสั่งแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการมรดกแล้ว หน้าที่ต่อไปคืออะไร ต้องทำภายในกำหนดระยะเวลาเท่าไหร่ อย่างไร
ประการแรก ผู้จัดการมรดกต้องนำคำสั่งศาลไปยื่นต่อหน่วยงานต่าง ๆ เช่น ธนาคาร, กรมที่ดิน เพื่อตรวจสอบและรวบรวมทรัพย์สินของเจ้ามรดกทั้งหมดมาจัดทำบัญชีทรัพย์มรดก
ประการที่สอง ผู้จัดการมรดกต้องลงมือจัดทำบัญชีทรัพย์มรดกภายใน 15 วัน นับแต่เวลาตามมาตรา 1728 โดยแต่ละกรณีไป และตามมาตรา 1729 กำหนดไว้ว่า ต้องทำให้เสร็จภายในระยะเวลา 1 เดือน นับแต่เวลาที่ระบุไว้ในมาตรา 1728 เช่นเดียวกัน โดยบัญชีทรัพย์มรดกนั้น ต้องทำต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองคน ซึ่งต้องเป็นผู้มีส่วนได้เสียในกองมรดกนั้นด้วย ทั้งนี้ สามารถร้องขอต่อศาลให้ขยายระยะเวลาออกไปอีกได้
ประการที่สาม ผู้จัดการมรดกต้องจัดการตามหน้าที่และทำรายงานแสดงบัญชีการจัดการและแบ่งปันมรดกให้เสร็จภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ระบุไว้ในมาตรา 1728 เว้นแต่ผู้ทำพินัยกรรม ทายาทโดยจำนวนข้างมาก หรือศาลจะได้กำหนดเวลาให้ไว้เป็นอย่างอื่น ตามมาตรา 1732
สรุปได้ว่า เมื่อผู้จัดการมรดกรวบรวมทรัพย์สินของเจ้ามรดกได้แล้ว ผู้จัดการมรดกจะต้องจัดทำบัญชีทรัพย์มรดกภายใน 15 วัน และต้องทำให้เสร็จภายในระยะเวลา 1 เดือน ต่อมา ต้องจัดการตามหน้าที่และทำรายงานแสดงบัญชีการจัดการและแบ่งปันทรัพย์มรดกให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี ตามมาตรา 1728, มาตรา 1729 และมาตรา 1732 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ทั้งนี้ ผู้จัดการมรดกต้องพึงระลึกเสมอว่า ผู้จัดการมรดกมีหน้าที่เป็นผู้บริหารจัดการ มิใช่ผู้รับมรดกทั้งหมด หากมีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินโดยทายาทคนอื่นไม่ยินยอม หรือไม่ทำตามหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด ย่อมนำไปสู่การร้องขอเพิกถอนผู้จัดการมรดก หรือฟ้องร้องดำเนินคดีในเรื่องอื่น ๆ เป็นการต่อไป
อ้างอิง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1728, มาตรา 1729 และมาตรา 1732.
กีรติ กาญจนรินทร์, คำอธิบายประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 6 มรดก (พิมพ์ครั้งที่ 5, สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา 2566) 330-433.