สุภาพบุรุษนักกฎหมาย

สุภาพบุรุษนักกฎหมาย ให้บริการปรึกษาปัญหากฏหมายและให้ค?

05/02/2026

“สรรพลี้หวน” กลอนสุภาพ เรท 18+ วรรณกรรมคำผวนระดับตำนานของภาคใต้
สรรพลี้หวน เป็นวรรณกรรมคำผวนท้องถิ่นภาคใต้ เนื้อเรื่องเป็นนิทานจักร ๆ วงศ์ ๆ กวีเลือกใช้ฉันทลักษณ์กลอนสุภาพ (กลอนแปด) ล้อเลียนและล้อเล่นเรื่องเพศ เน้นกล่าวถึง “ของสงวน” ด้วยการใช้ “คำผวน” กับสิ่งต่าง ๆ รวมถึงชื่อตัวละคร และมีคำศัพท์สำเนียงใต้ ผู้ประพันธ์จึงต้องมีอัจฉริยภาพทางภาษา รู้ภาษาถิ่นเป็นอย่างดี และอนุมานได้ว่า มีนิสัยตลกขบขัน และทะลึ่ง 18+
วรรณกรรมเรื่องนี้อวดโฉมแก่บรรณพิภพ (อย่างเป็นทางการ) ใน พ.ศ. 2515 เมื่อ ดิเรก พรตเสน นักวิชาการเมืองนครศรีธรรมราช พบกลอนสรรพลี้หวนบันทึกบนกระดาษฝรั่ง ที่วัดเขาน้อย อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช และ ขุนพรหมโลก เป็นผู้จัดพิมพ์เป็นครั้งแรกในปีถัดมา
มีเรื่องเล่าพิศดารเกี่ยวกับกวีนิรนามผู้แต่งสรรพลี้หวนว่า อาจเป็นสามเณรรูปหนึ่ง ประพันธ์วรรณกรรมนี้เมื่อราวทศวรรษ 2420-2440 ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 5 พอได้ครึ่งเรื่องก็ธาตุไฟเข้าแทรก กระอักเลือดถึงแก่ชีวิต ส่วนที่แต่งเสร็จแล้วถูกส่งต่อกันมาเป็นมุขปาฐะ บางครั้งนายหนังตะลุงยกกลอนจากสรรพลี้หวนมาอ้าง แต่ก็ไม่ปรากฏว่ามีใครครอบครองฉบับเต็ม ก่อนนายดิเรกค้นพบ สรรพลี้หวนจึงแทบเป็นวรรณกรรมในตำนาน
สรรพลี้หวนเริ่มต้นว่า..
◉ นครังยังมีเท่าผีแหน
กว้างยาวแสนหนึ่งคืบสืบยศถา
เมืองห้างกวีรีหับระยับตา
พันหญ้าคาปูรากเป็นฉากบัง
สูงพอดีหยีหิบพอหยิบติด
ทองอังกฤษสลับสีด้วยหนีหัง
กำแพงมีรีหายไว้ขอดัง
เจ้าจอมวังพระราโชท้าวโคตวย
มีเมียรักภักตร์ฉวีดีทุกแห่ง
นั่งแถลงชมเชยเคยฉีหวย
เจ้าคีแหมรูปโอเมียโคตวย
ท้าวหวังรวยกอดินอยู่กินกัน
มีลูกชายไว้ใยชื่อไดหยอ
เด็กไม่ลอเกิดไว้ให้ทีหัน
นอนเป็นทุกข์ดุกลอยิ่งคอดัน
ให้ลูกนั้นหาคู่เป็นหูรี
ต้องไปขอลูกสาวท้าวโบตัก
มันตั้งหลักอยู่ไกลชื่อไหหยี
เป็นลูกเนื้อเชื้อนิลนางหิ้นปลี
เมืองห้างชีปกครองทั้งสองคน
เนื้อเรื่องสรรพลี้หวนเล่าถึงท้าวโคตวยและนางคีแหม ผู้ครองเมืองห้างกวี มีพระโอรสนามเจ้าชายใดหยอ ผู้มั่นหมายอยู่กับนางไหหยี ธิดาของท้าวโบตักและนางหิ้นปลี แห่งเมืองห้างชี แต่ก็เกิดเรื่องเกิดราวขึ้นเมื่อเมืองห้างชีเผชิญสงคราม นางไหหยีต้องหนีเข้าป่าไปอยู่กับฤๅษีแหม (ม เป็นตัวสะกด) แล้วเจ้าชายใดหยอก็เสด็จมารับไปอภิเษก ส่วนท้าวโบตักที่เสียนางหินปลีมเหสีระหว่างสงครามก็ได้อภิเษกกับนางเห็กหลี
เจ้าชายใดหยอกับนางไหหยีมีธิดาด้วยกันชื่อนางหาวคี พอเจริญวัยปรากฏว่านางเห็กหลียายเลี้ยงไม่ชอบหน้าหลาน จึงออกอุบายจับนางหาวคีลอยแพแล้วบอกสวามีว่าหลานตกน้ำหายไป ด้านพระอินทร์นึกเวทนานางหาวคีจึงเนรมิตเกาะขึ้นมาให้พำนัก เนื้อเรื่องก็จบค้างตอนที่ท้าวโบตักออกตามหาหลานสาวแต่ไม่พบแล้วถอดใจกลับเมือง ดังว่า
◉ เดินริมฝั่งหังยีไม่หมีเห็น
จำปอเด็นตามเฝ้าหาวลูกสี
ถ้าสีหวนจวนศพเอาหบกี
หร้อมไหหยีโบตักเที่ยวดักรอ
ถึงเวลาสายัณห์หันดังหวี
ชวนเห็กหลีกลับไปเถอใดหยอ
ไม่พีหบหลบกันดันทุกออ
ดังกลับรอฟังข่าวอยู่อ่าวใด
พอเย็นย่ำค่ำดีจะคลีหำ
ชวนงามขำเห็กหลีเข้าสีไห
แล้วต้นฉบับก็จบเพียงเท่านี้…
ส่วนบทอัศจรรย์ในเรื่องก็เรียกได้ว่าไม่มีการ “กั๊ก” ใด ๆ เพราะเพียงผวนคำก็รู้สิ่งที่กวีเล่าโดยไม่ต้องถอดคำอุปมาอุปมัยอะไรทั้งนั้น ยกตัวอย่างตอนท้าวโบตักพานางเห็กหลี มเหสีคนใหม่กลับเมือง ดังว่า
◉ ไม่บัดสีดีหูเป็นคู่เคล้า
นั่งคลี้หาวกลางทางยกหางถี่
รอกับดวนชวนนางกลับห้างชี
เป็นเมืองพี่ใหญ่กว้างเหมือนด้างชอ
ค่อยชมพลางเดินพลางป่ายางเกว็จ
ผักชีเห็ดแหนบีคนทีสอ
แก่นขลีหาดหนาดเหนียดเดียดเข้าซอ
ดังถึงวอพานางเข้าปรางค์นอน
น้ำห้อยยีสีเหงื่อติดเสื้อปราด
คลี่หมอนสาดตีหังนั่งวีหอน
แม่เห็กหลีหนีเหื่อยลงเมื่อยนอน
ท้าวเอื้อมกรจีหับไม่หลับลง
กลีเรื่องหุ้มดุมขาดกระดาษปะ
ปอกับดะคืนนี้ได้บีหง
พลางยวนยีอีแหบล้มแนบลง
นอนเล็ดยงกอดรัดยกดัดงอ
เหมือนเอายางวางใส่ในกระบอก
ขบไม่ออกปล้ำกันปลายดันสอ
ฝ่ายเห็กหลีไม่เหนื่อยเดือยไม่นอ
เด็ดคอยยอหยุดพักไว้สักคราว
นอกจากความทะลึ่งแล้ว ความโดดเด่นจากการเป็นกลอนที่มีคำผวนแทรกอยู่แทบทุกวรรคจนหากอ่านแบบผิวเผินหรือไม่มีความชำนาญการผวนคำก็อาจจะผ่านคำบางคำไปโดยไม่ได้สังเกต ความลึกลับของผู้ประพันธ์ เนื้อเรื่องที่ค้างคา และต้นฉบับที่แต่เดิมหายากจนเหมือนหลบลี้หนีคนอ่าน ล้วนส่งเสริมให้สรรพลี้หวนโด่งดังทั้งสิ้น
แต่หากมองตามขนบนิยม นี่คือวรรณกรรมที่ชวนกระอักกระอ่วนเกินจะเชิดชูว่า เป็นวรรณคดีชั้นยอดในที่สาธารณะ เพราะคงไม่แคล้วถูกตัดสินด้วยเรื่องความสองแง่สองง่ามและหยาบโลน แต่คงไม่มีใครปฏิเสธว่า การซื่อตรงต่อสัญชาตญาณลามกสัปดนของมนุษย์ แต่อำพรางอย่างแยบคายด้วยกลอนสุภาพนี่แหละ คือคุณค่าอันเด่นล้ำของสรรพลี้หวน ดังที่ขุนพรหมโลกทิ้งท้ายไว้หลังจบต้นฉบับว่า
“สรรพลี้หวนควรอ่านตามบ้านร้าง
หนำหรือห้างคลองทะเลนอกเคหา
จะดีร้ายปลายคำเป็นธรรมดา
บอกภาษานิทานอ่านอย่าแปล

นั่งคนเดียวในรถ-เรือเพื่อโดยสาร
อย่าพึ่งอ่านคนจะว่าท่านบ้าแน่
ค่อยค่อยอ่านค่อยค่อยคิดค่อยค่อยแปล
แล้วพึงแผ่ส่วนกุศลนักแต่งเอย”
#สรรพลี้หวน #คำผวน #วัฒนธรรม #ศิลปวัฒนธรรม

😊
04/01/2026

😊

03/12/2025

รู้จักทนาย 4 ประเภทในอดีต นอกเหนือจาก “ทนาย” ผู้ว่าต่างแทนคู่ความ อย่างปัจจุบัน
ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยามาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ นอกจาก “ทนาย” หรือทนายความแล้ว ยังพบร่องรอยของทนายอีก 4 ประเภท ได้แก่ ทนายคบ ทนายปืน ทนายเลือก และทนายเรือน ทนายเหล่านี้คืออะไร?
คำว่า “ทนาย” ในปัจจุบันจะเข้าใจกันว่าเป็นคำเรียกอย่างสั้นของ “ทนายความ” (lawyer) ซึ่งหมายถึง “หมอความ” หรือผู้ซึ่งกฎหมายให้มีอำนาจหน้าที่ว่าต่างแก้ต่างแทนคู่ความในคดี แต่จริง ๆ แล้ว ทนาย มีความหมายในตัวด้วย ตามที่พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ให้ความหมายว่า “ผู้รับใช้, ผู้แทนนาย (ใช้แก่ผู้มีอำนาจ)”
ความหมายดังกล่าวเป็นร่องรอยเก่าแก่ของคำว่า “ทนาย” ตั้งแต่สมัยโบราณ ดังพบการอธิบายความหมายใน พจนานุกรมฉบับ Caswell (สมัยรัชกาลที่ 3) ว่า “ทะนายนั้นคือเปนชื่อแห่งบ่าวขุนนางพวกหนึ่ง”
รวมถึง อักขราภิธานศรับท์ ของหมอบรัดเลย์ (ตีพิมพ์สมัยรัชกาลที่ 5) ที่ว่า “ทะนาย, นายรอง, คนใช้ขุนนาง เปนชื่อคนรับใช้พวกขุนนางนั้น เช่น พวกมะหาดเล็กจ้าวต่างกรมนั้น”
ทนายในความหมายดั้งเดิม จึงหมายถึงเจ้าพนักงานหรือเจ้าหน้าที่ประเภทหนึ่ง ไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าเป็นผู้ว่าความตามกฎหมายอย่างในปัจจุบัน
ทั้งนี้ ในสมัยอยุธยาเรื่อยมาถึงกรุงรัตนโกสินทร์ ปรากฏ “ทนาย” ในความหมายอื่น ๆ ได้แก่
1. ทนายคบ คือเจ้าพนักงานหรือเจ้าหน้าที่ทำหน้าที่ในการจุดคบไฟเพื่อให้แสงสว่างในเวลากลางคืน
2. ทนายปืน คือเจ้าพนักงานหรือเจ้าหน้าที่ทำหน้าที่เป็นพลปืน คอยส่งปืนให้เจ้านาย ดังปรากฏหลักฐานว่าทนายปืนคือพลปืนที่อยู่บนกลางหลังช้าง
3. ทนายเลือก คือองครักษ์สำหรับพระเจ้าแผ่นดิน ซึ่งจะทรงคัดเลือกจากนักมวยหรือผู้มีวิชาต่อสู้ มีความรู้ความสามารถในชั้นเชิงการรบ มาเป็นเจ้าพนักงานหรือเจ้าหน้าที่ภายในพระราชวัง
4. ทนายเรือน คือผู้รับใช้เจ้านายประจำเรือน รวมถึงพนักงานฝ่ายในที่มีหน้าที่ติดต่อกับส่วนต่าง ๆ ในพระราชวัง
ทนายคบ ทนายปืน และทนายเลือก ปรากฏมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ส่วนทนายเรือนเพิ่งปรากฏสมัยรัตนโกสินทร์ แต่ทนายทุกประเภทล้วนมีความหมายอย่างกว้าง ๆ ว่า “คนรับใช้เจ้านาย”
อ้างอิง : ณัฐวรรณ ชั่งใจ และคณะ. พัฒนาการนามศัพท์ “ทนาย” ตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์. รมยสาร คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์, ปีที่ 16 ฉบับที่ 1 (มกราคม-เมษายน) พ.ศ. 2561.
ภาพ : ทนายเรือนเขียนหนังสือให้เจ้านาย ภาพถ่ายราวยุค 2400 หรือสมัยรัชกาลที่ 4 ถึงต้น รัชกาลที่ 5 (จาก หอจดหมายเหตุแห่งชาติ)
#ทนาย #ทนายความ #ประวัติศาสตร์ #ศิลปวัฒนธรรม

มีผลบังคับ แล้วนะครับ สายดื่ม
08/11/2025

มีผลบังคับ แล้วนะครับ สายดื่ม

พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568
ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568
โดยจะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป

📍รายละเอียดเพิ่มเติม
https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/83910.pdf

ครอบครองปรปักษ์
06/10/2025

ครอบครองปรปักษ์

https://www.facebook.com/share/p/172thDNMtP/?mibextid=wwXIfr
06/09/2025

https://www.facebook.com/share/p/172thDNMtP/?mibextid=wwXIfr

(ฎีกาที่ 3372/2565) แม้จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและไม่มีประเด็นว่าหนี้เงินกู้ขาดอายุความแล้วหรือไม่ ที่ศาลจะมีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยก็ตาม แต่ในส่วนของหนี้จำนองนั้น เมื่อหนี้เงินกู้ขาดอายุความกรณีจึงต้องด้วย ป.พ.พ.มาตรา 745 ที่บัญญัติให้สิทธิเจ้าหนี้ผู้รับจำนองสามารถบังคับเอากับทรัพย์จำนองได้แม้หนี้ประธานขาดอายุความ แต่จะบังคับเอาดอกเบี้ยที่ค้างชำระในการจำนองเกินกว่าห้าปีไม่ได้ ดอกเบี้ยเกินกว่าห้าปีที่ผู้รับจำนองไม่ต้องรับผิดเป็นบทบังคับไม่ให้ลูกหนี้ผู้จำนองต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนที่ศาลมีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) ประกอบ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 7✍️
#หลักกฎหมายและฎีกาสำคัญ

ที่อยู่

391 หมู่ 7 ตำบล ถ้ำใหญ่ อำเภอ ทุ่งสง
Nakhon Si Thammarat
80110

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สุภาพบุรุษนักกฎหมายผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์