14/03/2026
มาทำความเข้าใจเรื่องเรื่อง สัญญาก่อนจะสมรส และ สัญญาระหว่างสมรส ซึ่งคู่รักต้องอ่านไว้ครับ
-ว่าจำเป็นต้องทำสัญญาระหว่างกันไว้หรือไม่ ?
-ทำแล้วจะมีผลอย่างไร ?
หลายคู่ตอนรักกันอะไรๆ ก็ดีไปเสียทั้งหมด ดังคำสภาษิตที่ว่า “ยามรักน้ำต้มผักยังหวาน” แต่หลังจากผ่านการทานน้ำต้มผักไป หลายคู่ก็เริ่มขัดใจในเรื่องเงินทอง การใช้จ่าย ซึ่งในเรื่องที่เกี่ยวกับทรัพย์สินสามีภริยานี้ กฎหมายให้ทำสัญญากันไว้ได้ โดยแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ
✔️สัญญาก่อนสมรส กับ
✔️สัญญาระหว่างสมรส
กรณีที่ชายหญิงที่จะอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา แต่กลัวว่าทรัพย์สินของตนเองที่มีมาแต่เดิมนั้น จะตกเป็นของอีกฝ่ายหนึ่ง ฝ่ายหนึ่งก็อาจจะทำสัญญากันก่อนที่จะจดทะเบียนสมรสได้ ซึ่งสัญญาที่ว่านี้เราเรียกว่า สัญญาก่อนสมรส จัดทำขึ้นเพื่อกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างสามีภริยาในเรื่องที่เกี่ยวกับทรัพย์สินว่าจะจัดการกันอย่างไร โดยหลักแล้ว สัญญาก่อนสมรสนั้น จะต้องมีการจดทะเบียนไว้ในทะเบียนสมรส พร้อมกับการจดทะเบียนสมรส และกำหนดให้ใช้กฎหมายไทยบังคับ มิฉะนั้นจะตก #เป็นโมฆะ ก็คือใช้บังคับไม่ได้
สัญญาก่อนสมรสจึงเป็นทางออกของคนที่มีทรัพย์มาก ที่ไม่อยากให้ทรัพย์สินของตนสูญหายไปกับคู่สามีหรือภริยาของตนที่อาจจะคิดไม่ซื่อในภายหลัง ซึ่งกฎหมายก็ได้กำหนดว่า ทรัพย์เป็นของใคร ใครเป็นผู้มีอำนาจจัดการ จะกำหนดอย่างไรก็ได้ตามใจชอบ #แต่ต้องเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับทรัพย์สินเท่านั้น และ #ต้องไม่กำหนดเรื่องหนี้สินไว้ เพราะหนี้ดังกล่าวจะยังคงเป็นหนี้ร่วมระหว่างสามีภริยาตามกฎหมาย แต่ถ้ากำหนดว่าในการชำระหนี้ร่วมระหว่างสามีภริยาต้องชำระหนี้นั้นด้วยสินสมรสก่อน เช่นนี้ ถือเป็นสัญญาในเรื่องทรัพย์สิน
✔️เหตุที่ต้องจดไว้ในทะเบียนสมรส ก็เพื่อให้บุคคลภายนอกรู้ว่า คู่สมรสมีสัญญาเกี่ยวกับทรัพย์สิน จะได้รู้ว่าใครมีอำนาจจัดการทรัพย์สินอย่างไรนั่นเองครับ
#ส่วนสัญญาระหว่างสมรส
ถ้าเป็นสัญญาระหว่างสมรสแล้ว จะมีผลทำให้คู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่ง สามารถบอกล้างสัญญาในเวลาใดก็ได้ถ้ายังเป็นสามีภริยากันอยู่ หรือจะบอกล้างภายในกำหนด 1 ปี นับแต่วันสิ้นสุดการเป็นสามีภริยา อธิบาสบได้ดังนี้
1) ต้องเป็นสัญญาที่มุ่งหมายถึงทรัพย์สินในระหว่างสมรส ที่เกี่ยวกับทรัพย์สิน เท่านั้น เพราะถ้าไม่ใช่ จะไม่มีสิทธิบอกล้าง
2) ต้องไม่ใช่สัญญาเกี่ยวกับอำนาจการจัดการสินสมรส ร่วมกันหรือต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรส เพราะโดยทั่วไปสามีภริยาย่อมมีอำนาจจัดการสินสมรสได้ลำพังยุแล้ว ไม่ต้องจัดการร่วมกันหรือต้องได้รับความยินยอมจากอีกฝ่ายหนึ่ง แต่ถ้าจะทำ ต้องทำไว้ตั้งแต่ก่อนจดทะเบียนสมรส ให้เป็นสัญญาก่อนสมรส ไม่ใช่มาทำเป็นสัญญาระหว่างสมรส
3) ถ้าการสมรสต้องตกเป็นโมฆะ ซึ่งมีผลทำให้สัญญาระหว่างสมรสที่ทำไว้ใช้ไม่ได้ ก็จะบอกล้างอย่างสัญญาระหว่างสมรสไม่ได้ เพราะถ้าการสมรสเป็นโมฆะ นั่นเท่ากับไม่มีการสมรส สัญญาแบ่งทรัพย์สินที่ทำไว้ก่อนจดทะเบียนหย่า จึงมิใช่สัญญาเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ทำไว้ในระหว่างเป็นสามีภริยา
แต่อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงแบ่งทรัพย์สินที่ทำกันไว้ในสัญญา มันจะมีลักษณะเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความได้ จึงทำให้มีผลใช้บังคับได้ แต่จะไม่มีผลทำให้คู่สมรสอีกฝ่ายจะใช้วิธีบอกล้างสัญญานี้ได้ เพราะไม่ใชสัญญาระหว่างสมรส ( ฎีกา /2496/2544)
สัญญาระหว่างสมรส คู่สามีภริยาขอยกเลิกได้ในระหว่างที่เป็นสามีภริยากัน หรือภายใน 1 ปี หลังจากขาดจากการเป็นสามีภริยากันก็ได้ ส่วนสัญญาก่อนสมรสนั้นจะเลิกกันเองไม่ได้ นอกจากจะได้รับอนุญาตจากศาล
การทำสัญญาไม่ว่า ก่อน หรือ ระหว่างสมรสนั้น จะไม่กระทบกระเทือนต่อบุคคลภายนอกที่กระทำการโดยสุจริต ก็คือว่า บุคคลภายนอกต้องไม่ทราบว่ามีสัญญาดังกล่าวอยู่ก่อน และหากรู้ก็คงไม่เข้าทำสัญญากับคู่สามีภริยานั้น
เห็นได้ว่า เรื่องทรัพย์สินระหว่างสามีภรรยานั้น มันมีมากกว่าที่คิด ถ้าไม่รู้กฎหมายก็อาจเสียหายเสียเปรียบ ก่อนแต่งงานกันควรคำนึงถึงเรื่องต่างๆให้เรียบร้อย โดยเฉพาะในเรื่องของทรัพย์สิน เพื่อลดปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต 👨🏻⚖️
#ความรู้กฎหมาย
#ที่ปรึกษากฎหมายและธุรกิจ