10/03/2020
📌ส่งมอบรถยนต์คันที่เช่าซื้อคืนก่อนถึงงวดชำระค่าเช่าซื้อ ไม่ต้องชำระค่าขาดราคา (ปัญหาข้อกฎหมาย)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1534/2562 (หน้า 79 เล่ม 2) ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ.2555 มิได้กำหนดให้สัญญาเช่าซื้อต้องมีข้อสัญญาเกี่ยวกับการบอกเลิกสัญญาโดยผู้เช่าซื้อคืนและส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อให้แก่ผู้ให้เช่าซื้อ ทั้งมิได้ห้ามมิให้ผู้ให้เช่าซื้อกำหนดข้อสัญญาที่ให้สิทธิผู้ให้เช่าซื้อเรียกค่าขาดราคาในกรณีผู้เช่าซื้อบอกเลิกสัญญาโดยการคืนและส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อแต่อย่างใด ข้อสัญญาข้อ 12 และข้อ 13 จึงไม่ขัดกับประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาดังกล่าว การที่จำเลยที่ 1 บอกเลิกสัญญาโดยส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนให้แก่โจทก์ก่อนถึงกำหนดชำระค่าเช่าซื้องวดประจำวันที่ 5 มีนาคม 2557 โดยไม่ปรากฏว่า จำเลยที่ 1 มีเงินทั้งปวงที่ถึงกำหนดชำระหรือเป็นหนี้ตามสัญญาอยู่ในเวลาที่จำเลยที่ 1 คืนและส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อให้แก่โจทก์ จึงไม่อยู่ในบังคับของสัญญาเช่าซื้อข้อ 12 เนื่องจากข้อสัญญาดังกล่าวจะใช้บังคับต้องได้ความว่า ผู้เช่าซื้อมีเงินทั้งปวงที่ถึงกำหนดชำระหรือเป็นหนี้ตามสัญญาอยู่ในเวลาที่ผู้เช่าซื้อคืนและส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อให้แก่ผู้ให้เช่าซื้อ แต่ถือได้ว่าเป็นการบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อตาม ป.พ.พ.มาตรา 573 ด้วยการส่งมอบทรัพย์สินกลับคืนให้แก่เจ้าของโดยเสียค่าใช้จ่ายของตนเอง ซึ่งเป็นกรณีที่กฎหมายให้สิทธิแก่ผู้เช่าซื้อที่จะบอกเลิกสัญญาได้โดยไม่มีการผิดสัญญา ดังนี้ สัญญาเช่าซื้อจึงเป็นอันเลิกกันนับแต่วันที่จำเลยที่ 1 ส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนโจทก์ เมื่อสัญญาเลิกกันโดยจำเลยที่ 1 มิได้ประพฤติผิดสัญญาแล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกค่าขาดราคาจากจำเลยทั้งสอง ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยทั้งสองจะมิได้ให้การต่อสู้ไว้ ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 142(5) ประกอบ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.2551 มาตรา 7
(หมายเหตุ 1.จำเลยฎีกาว่า เงื่อนไขในสัญญาเช่าซื้อข้อ 12 และข้อ 13 ที่ให้โจทก์มีสิทธิเรียกค่าขาดราคาได้ในกรณีที่จำเลยที่ 1 บอกเลิกสัญญาโดยส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนให้แก่โจทก์ ขัดต่อประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่องให้ธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ.2555 ศาลฎีกาจึงมีคำวินิจฉัยดังกล่าวข้างต้น
2.คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 6,300 บาท ศาลอุทธรณ์ภาค 5 แผนกคดีผู้บริโภคพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าขาดราคาและค่าขาดประโยชน์เป็นเงิน 106,800 บาท และศาลฎีกาพิพากษาแก้ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น)
นายผดุงศักดิ์ จันเดชชนะวงศ์