22/05/2026
ฎีกาเด่นรายวันโดยสภาทนายความจังหวัดนครราชสีมา …
3973.ไม่นำข้อเสนองบประมาณให้คณะกรรมการกำหนดราคากลางพิจารณา เป็นการทุจริตต่อหน้าที่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 712/2568 (เล่ม 3 หน้า 14) ป.อ.มาตรา 151 บัญญัติว่า “ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น ต้องระวางโทษ......” หน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใดต้องเป็นหน้าที่โดยตรงของเจ้าพนักงานและใช้อำนาจในตำแหน่งนั้นโดยทุจริต กล่าวคือใช้อำนาจในตำแหน่งที่เกี่ยวกับการซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์นั้นแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น จำเลยได้รับหนังสือมหาวิทยาลัย ส. ยื่นข้อเสนอในการดำเนินงานโครงการระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) เพื่อจัดทำแผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สินในงบประมาณ ดำเนินการ 980,000 บาท แต่จำเลยในฐานะนายกองค์การบริหารส่วนตำบล ก.มิได้นำข้อเสนอของมหาวิทยาลัย ส. ดังกล่าวให้คณะกรรมการกำหนดราคากลางซึ่งมีจำเลยเป็นประธานคณะกรรมการกำหนดราคาพิจารณา ทำให้คณะกรรมการกำหนดราคากลางกำหนดราคากลางเป็นเงิน 1,950,000 บาท สูงเกินกว่าที่มาวิทยาลัย ส. เสนอเกินไป มากกว่าความเป็นจริง และจำเลยอนุมัติให้ดำเนินการโดยวิธีพิเศษ เป็นเหตุให้องค์การบริหารส่วนตำบล ก. ได้รับความเสียหายเป็นเงิน 970,000 บาท เห็นได้ว่าจำเลยไม่มีหน้าที่โดยตรงในการซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใดๆ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 151 แต่การที่จำเลยเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบล ก. มีอำนาจหน้าที่ การรับผิดชอบในการบริหารราชการขององค์การบริหารส่วนตำบล ก. ให้เป็นไปตามกฎหมายตาม พ.ร.บ.สภาตำบลและโครงการบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 มาตรา 59 จึงเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตอันเป็นความผิด ตาม ป.อ. มาตรา 157
(หมายเหตุ 1 จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าจำเลยเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบล ก. เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ควรที่จะรักษาประโยชน์ของทางราชการแต่กลับแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบก่อให้เกิดความเสียหายแก่องค์การบริหารส่วนตำบล ก. และประเทศชาติโดยรวม พฤติการณ์ในการกระทำความผิดจึงเป็นเรื่องร้ายแรง แม้ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับโทษจำคุกมาก่อน หรือจำเลยมีภาระต้องเลี้ยงดูครอบครัว หรือมีเหตุจำเป็นอื่นตามที่อ้างใน ฎีกา จำเลยควรสังวรตระหนักรู้ก่อนการทำความผิดมิใช่มายกขึ้นอ้างเพื่อขอความปราณีในภายหลัง เพื่อให้จำเลยหลาบจำและมิให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่บุคคลอื่นที่คิดจะกระทำความผิดเช่นเดียวกับจำเลย จึงไม่สมควรรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลย
2 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 151 จำคุก 10 ปี
3 ศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุก 5 ปี
4 ศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ มาตรา 157 จำคุก 3 ปี ลดโทษแล้วคงจำคุก 1 ปี 6 เดือน)
(หลักกฎหมาย ป.อ.มาตรา 151, มาตรา 157)
นายผดุงศักดิ์ จันเดชชนะวงศ์ ที่ปรึกษาอดีตนายกสภาทนายความ ปีบริหาร 2565-2568 โทร.081-9663849
นางสาวจันทร์จรัส จันเดชชนะวงศ์ กรรมการสภาทนายความจังหวัดนครราชสีมา ปีบริหาร 2568-2571 โทร.099-9279566