14/05/2026
🔥 #วิแพ่ง ทบทวน #ถามตอบบังคับคดี ที่น่าสนใจ 🌟🌟🌟🌟
ลองวินิจฉัย ลองทำลองตอบดูนะครับ ไว้จะมาแปะเฉลย : )
❤️ #เฉลย
💡 หลัก ป.วิ.พ. มาตรา 298 วรรคหนึ่ง วรรคสาม [ที่แก้ไขใหม่] + ฎีกาที่ 8105/2568 และ 1188/2564🌟🌟🌟🌟
1. 🍋🟩 ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 298 #วรรคหนึ่ง (ที่แก้ไขใหม่) **วางหลักว่า** กรณีการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น เจ้าพนักงานบังคับคดีชอบที่จะยึดหรือขายบรรดาทรัพย์สินที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอ้างว่าเป็นของลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้
#แต่หาก เจ้าพนักงานบังคับคดี 👉 *** #สงสัยว่า ❓ทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องนั้น #เป็นของบุคคลอื่นโดยมีชื่อของบุคคลอื่นในทางทะเบียน แม้โจทก์เจ้าหนี้ฯ จะยืนยันให้ยึดฯ ก็ตาม **แต่เจ้าพนักงานบังคับคดี #ชอบที่จะไม่ดำเนินการยึด #และได้มีคำสั่งให้งดการยึด และมีคำสั่งห้ามโอน ขาย ยักย้าย จำหน่ายซึ่งสิทธิในทรัพย์สินนั้นไว้ก่อน ได้ ✅
ดังนี้ คำสั่งให้งดการยึดฯ ของเจ้าพนักงานบังคับคดี จึงชอบแล้ว ✅
[หมายเหตุ : เป็นหลักการตามกฎหมายที่แก้ใหม่ ที่ให้สิทธิแก่เจ้าพนักงานบังคับคดีที่หากสงสัยฯ อาจสั่งงดฯ+ ห้ามโอนฯ ได้ นอกจากนี้ คำอธิบายของท่านอาจารย์วิวัฒน์ ว่องฯ ก็ได้อธิบายหลักการเรื่องนี้ไว้ในชั้นเนติภาคทบทวนและในตำราฯ ของท่านอาจารย์ ไว้ด้วยเช่นกัน 💥ซึ่งจุดนี้ เป็นหลักใหม่ **จะแตกต่างจากกฎหมายเดิมที่บังคับให้เจ้าพนักงานบังคับคดีต้องยึด]
[ #คำตอบ : ข้อ 1) คำสั่งให้งดการยึดฯ ของ จ.พ.ค. จึงชอบแล้ว ✅ ]
[ ข้อสังเกตเพิ่มเติม : คำสั่งห้ามฯ ของเจ้าพนักงานบังคับคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 298 วรรคหนึ่ง “ให้มีผลใช้บังคับได้ทันที” และให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งคำสั่งห้ามให้ลูกหนี้ตามคำพิพากษาและบุคคลผู้มีชื่อเป็นเจ้าของทรัพย์สินตามที่ปรากฏในทะเบียนทราบโดยเร็ว ในกรณีที่ทรัพย์สินดังกล่าวเป็นทรัพย์สินที่จะต้องจดทะเบียนหรือได้จดทะเบียนไว้ตามกฎหมาย ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งคำสั่งห้ามดังกล่าวให้นายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ฯ ทราบด้วย [ตามมาตรา 298 วรรคสอง]
2. 🌟*** #อย่างไรก็ดี ป.วิ.พ. มาตรา 298 #วรรคสาม (ที่แก้ไขใหม่) ได้กำหนดโดยวางหลักเกณฑ์ไว้ว่า “โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา *** #มีสิทธิขอให้ศาลมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์สินนั้น ได้… ”
***เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา จึงมีสิทธิ #ยื่นคำร้องต่อศาล #ภายใน15วันนับแต่ วันที่เจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งงด การยึดฯ [ตามวรรคหนึ่ง] #เพื่อขอให้ศาลสั่งให้ เจ้าพนักงานบังคับคดี #ทำการยึดทรัพย์สินนั้นได้ ✅
#โดยไม่จำต้องไปฟ้อง ขอให้เพิกถอนนิติกรรมตาม ป.พ.พ. มาตรา 237 #เสียก่อน แต่อย่างใด (เทียบ ฎีกาที่ 638/2549, 10220/2559 + คำอธิบายบังคับคดีของท่านอาจารย์สมชัย ฑีฆาฯ)
** #และตามคำร้องไม่จำต้องมีคำขอให้มีคำสั่งให้อายัดไว้ก่อน [กล่าวคือ ไม่ต้องมีคำขอว่า “ขอให้มีคำสั่งอายัดที่ดินนั้นไว้ก่อน และเมื่ออายัดแล้วที่ดินตกกลับมาเป็นของจำเลย แล้วจึงจะขอให้ยึดทรัพย์สินนั้นเพื่อขายทอดตลาดต่อไป” แต่อย่างใด ]
ดังนี้ **เมื่อโจทก์เจ้าหนี้ฯ ได้ใช้สิทธิยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นซึ่งเป็นศาลจังหวัดฯ ในกรณีดังกล่าว #ภายใน15วันนับแต่วันที่ เจ้าพนักงานคดีมีคำสั่งให้งดการยึดและห้ามโอนฯ ***จึงเป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องต่อศาล #ตามมาตรา298วรรคสาม โดยชอบแล้ว ✅
[คำตอบ : ข้อ 2) โจทก์จึงมาใช้สิทธิยื่นคำร้องฯ ต่อศาลในกรณีดังกล่าว อันเป็นการใช้สิทธิตามมาตรา 298 วรรคสาม ได้ ✅ ]
[หมายเหตุเพิ่มเติม : หากมีการแต่งข้อเท็จจริงเพิ่มเติม เกี่ยวกับการส่งสำเนาคำร้องฯ **ก่อนที่ศาลจะมีคำสั่งฯ ตามมาตรา 298 วรรคสาม ***จะต้องได้ส่งสำเนาคำร้องของโจทก์ฯ **ให้แก่** “บุคคลผู้มีชื่อตามที่ปรากฏในทางทะเบียน ทราบด้วย” [หลักการไม่ฟังความฝ่ายเดียวฯ จะต้องให้อีกฝ่ายมีโอกาสคัดค้านก่อน ตามมาตรา 21 (2)] **มิฉะนั้น จะเป็นกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบฯ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 27 [เทียบ ฎีกาที่ 3268/2565] [และ บุคคลที่มีสิทธิยื่นคำคัดค้านตามวรรคสามนี้ ตัวบทกำหนดชัดว่า จะต้องเป็นเจ้าพนักงานบังคับคดีหรือ “บุคคลผู้ที่มีชื่อในทางทะเบียน” เท่านั้น **ส่วนจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาไม่มีสิทธิยื่นคำคัดค้านอ้างว่าทรัพย์นั้นไม่ใช่ของตน ]
3. 🔥เมื่อคดีนี้ **ศาลจังหวัด B ** #ซึ่งเป็นศาลที่บังคับคดีแทนศาลจังหวัด A ได้มีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีแทน ศาลจังหวัด B จึงมีอำนาจดำเนินการในทรัพย์ของจำเลย
✨ #อันเป็นกรณีที่จะต้องบังคับคดีนอกเขตศาล ✅ #โดยมีอำนาจพิจารณาและมีคำสั่งใดๆให้ เจ้าพนักงานบังคับคดี #ดำเนินการบังคับคดีให้เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 271 วรรคสาม ประกอบมาตรา 298 วรรคสาม นอกเหนือจากศาลจังหวัด A ด้วย!! ✅
💥 เมื่อตามคำร้องของโจทก์เจ้าหนี้ฯ อ้างว่า คำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดีที่ไม่ยึดทรัพย์ตามคำขอของโจทก์ฯ ไม่ชอบ **และ #ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ เจ้าพนักงานบังคับคดีฯ #ยึดทรัพย์ต่อไป
👉 ดังนี้ 🧑🏻⚖️ศาลจังหวัด B ** #ซึ่งดำเนินการบังคับคดีแทนย่อมมีอำนาจไต่สวนและมีคำสั่งฯ คำร้องนี้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 16 วรรคสอง และมาตรา 271 วรรคห้า ได้ ✅ [เทียบ ฎีกาที่ 8105/2568]
[คำตอบ ข้อ 3) ศาลจังหวัด B ย่อมมีอำนาจไต่สวนและมีคำสั่งคำร้องนี้ ได้ ✅ ]
4. 🌟🌟 แต่อย่างไรก็ดี **การที่โจทก์เจ้าหนี้ฯ ใช้สิทธิยื่นคำร้องต่อศาลฯ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 298 วรรคสาม **ขอให้ศาลมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีฯ ยึดทรัพย์ต่อไป 💥**โดยไม่ได้ขอให้หรือจำต้องให้มีคำสั่งให้อายัดไว้ก่อน.. แล้วจึงให้ยึด แต่อย่างใด
🔥 ดังนั้น ***การที่ #ศาลคดีนี้ #ไปมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดี “ #ออกคำสั่งอายัดที่ดินไว้ก่อน #แล้วเมื่อที่ดินตกเป็นของจำเลยแล้วจึงให้ยึดที่ดิน เพื่อขายทอดตลาดต่อไป” นั้น #จึงเป็นการไม่ชอบ ❌ [เทียบ ฎีกาที่ 1188/2564]
[คำตอบ ข้อ 4) คำสั่งของศาลชั้นต้นกรณีนี้ จึงไม่ชอบ ❌ ]