การปฏิบัติราชการให้ถูกต้อง

การปฏิบัติราชการให้ถูกต้อง ระเบียบ กฎหมาย การปฏิบัติราชการ

ใกล้สิ้นปีงบประมาณ หากคาดว่าไม่อาจเบิกจ่ายเงินได้ทันภายในสิ้นปีงบประมาณ (30 ก.ย.) ให้อย่าลืมทำเรื่องขออนุมัติกันเงินตามร...
20/08/2026

ใกล้สิ้นปีงบประมาณ หากคาดว่าไม่อาจเบิกจ่ายเงินได้ทันภายในสิ้นปีงบประมาณ (30 ก.ย.) ให้อย่าลืมทำเรื่องขออนุมัติกันเงินตามระเบียบเบิกจ่ายฯ ข้อ 59 และข้อ 61 ดังนี้
ข้อ 59 กรณีก่อหนี้ผูกพันไว้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้สอย ค่าวัสดุ ค่าครุภัณฑ์ที่ดินและสิ่งสร้าง ให้ทำบันทึกเสนอนายกฯ ขออนุมัติกันเงิน
ข้อ 61 กรณียังไม่ได้ทำสัญญา เฉพาะงบลงทุนค่า ครุภัณฑ์ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง แต่มีความจำเป็นต้องใช้จ่ายเงินนั้นต่อไป ให้เสนอญัตติต่อสภาฯ ขออนุมัติกันเงินได้อีกไม่เกิน 1 ปี (งบประมาณ) หรือหากสิ้นระยะเวลาที่สภาฯ อนุมติให้กันเงินไม่เกิน 1 ปี (งบประมาณ) ดังกล่าวแล้ว ยังไม่ได้ก่อหนี้ผูกพันอีก ให้เสนอญัตติต่อสภาฯ ขออนุมัติขยายเวลาเบิกจ่ายเงินได้อีกไม่เกิน 1 ปี (งบประมาณ) มิฉะนั้น เงินงบประมาณดังกล่าวจักตกเป็นเงินสะสม

ตัวอย่าง บันทึกข้อความ รายงานวิเคราะห์เปรียบเทียบข้อดี – ข้อเสีย ระหว่างการส่งซ่อม ณ ศูนย์บริการมาตรฐาน และ อู่ซ่อมทั่วไ...
20/08/2026

ตัวอย่าง บันทึกข้อความ รายงานวิเคราะห์เปรียบเทียบข้อดี – ข้อเสีย ระหว่างการส่งซ่อม ณ ศูนย์บริการมาตรฐาน และ อู่ซ่อมทั่วไป📌
🔰แนวทางคือให้คำนึงถึงหลักความคุ้มค่า (Value for Money) ความโปรงใส มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล และตรวจสอบได้✅
🔰โดยพิจารณาปัจจัยสำคัญ 3 ด้าน คือ ความคุ้มค่า ความรวดเร็ว และการรับประกัน
🟩สำหรับไปปรับใช้งาน หรือ จัดทำเป็น KM หรือ ในงานบริการให้คำปรึกษา ครับ✅
💚Cr. นายปิยะพงศ์ อัญชุลีมงคล นวก.ตรวจสอบภายใน

หากมีคนเข้าไปขโมยสายไฟในไซต์งานที่กำลังก่อสร้างแล้วถูกไฟดูดตุย ผู้รับจ้างต้องกลายเป็นผู้ทิ้งงานหรือไม่
29/07/2026

หากมีคนเข้าไปขโมยสายไฟในไซต์งานที่กำลังก่อสร้างแล้วถูกไฟดูดตุย ผู้รับจ้างต้องกลายเป็นผู้ทิ้งงานหรือไม่

https://www.facebook.com/share/p/1GDXg3BPZz/
27/07/2026

https://www.facebook.com/share/p/1GDXg3BPZz/

:: บทความวิชาการ อุทาหรณ์คดีปกครอง ::
🚩เรื่อง รื้อแล้ว “ริบ” เลยได้ไหม ? วัสดุจากการรื้อถอนอาคารที่ผิดกฎหมาย ทำอย่างไรให้ถูกต้อง

📚ถาม การที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นไม่คืนวัสดุก่อสร้างและสิ่งของที่ถูกขนย้ายออกจากอาคารที่ถูกรื้อถอนให้แก่ผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นเจ้าของอาคาร โดยอ้างว่ามารับคืนเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด เป็นการกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดีหรือไม่ ?

👉ตอบ การที่นายกเทศมนตรีได้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ฟ้องคดีทราบว่าเจ้าพนักงานท้องถิ่นได้เข้ารื้อถอนอาคารที่ผู้ฟ้องคดีก่อสร้างโดยไม่ชอบแล้ว พร้อมทั้งแจ้งให้ผู้ฟ้องคดีชำระค่าใช้จ่ายในการรื้อถอน โดยมิได้มีข้อความใดที่ระบุว่าเป็นการแจ้งการยึดวัสดุก่อสร้างและสิ่งของของผู้ฟ้องคดี หนังสือดังกล่าวจึงมิใช่หนังสือแจ้งการยึดวัสดุก่อสร้างและสิ่งของให้ผู้ฟ้องคดีทราบแต่อย่างใด

🔹 แม้ความในมาตรา 43 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ประกอบกับข้อ 8 ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2526) ออกตามความในพระราชบัญญัติดังกล่าว จะกำหนดให้เจ้าของทรัพย์สินมารับวัสดุก่อสร้างและสิ่งของที่ยึดคืนภายในเวลากำหนด 30 วัน นับแต่วันที่มีการรื้อถอน จะเป็นกฎหมายที่ประชาชนพึงต้องทราบ แต่เทศบาลก็ยังคงมีหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติตามที่กฎกระทรวงดังกล่าวกำหนด คือ การแจ้งให้ผู้ฟ้องคดีทราบถึงการยึดวัสดุก่อสร้างและสิ่งของจากอาคารที่ถูกรื้อถอน

🔹 เมื่อนายกเทศมนตรีมิได้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ฟ้องคดีทราบ ผู้ฟ้องคดีจึงไม่อาจทราบและมาติดต่อขอรับคืนภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดได้

🔹อีกทั้งนายกเทศมนตรีต้องเก็บรักษาสิ่งของและวัสดุก่อสร้างดังกล่าวไว้ กรณีหากไม่ประสงค์จะเก็บรักษาไว้ก็ควรนำออกขายทอดตลาด เพื่อเอาเงินมาชำระค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนตามที่กฎหมายกำหนด โดยไม่อาจถือว่าวัสดุก่อสร้างดังกล่าวตกเป็นของเทศบาลได้

📍ดังนั้น การที่นายกเทศมนตรีไม่คืนวัสดุก่อสร้างและสิ่งของให้แก่ผู้ฟ้องคดี และนำทรัพย์สินดังกล่าวไปใช้ประโยชน์อื่น ๆ จึงเป็นการใช้อำนาจโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเป็นการกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี ซึ่งเทศบาลต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ฟ้องคดี

🌐 อ่านเพิ่มเติม คลิก https://dg.th/lrbtxjdeu8
(คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อผ. 428/2567)

https://www.facebook.com/share/p/17uCTPNG4g/
20/07/2026

https://www.facebook.com/share/p/17uCTPNG4g/

🔥คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อผ. 94/2569 (ประชุมใหญ่)🔥

👉 #เมื่อพิจารณามาตรา 42 วรรคหนึ่ง แห่งพ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ฯ ที่บัญญัติว่า #คำสั่งทางปกครองให้มีผลใช้ยันต่อบุคคลตั้งแต่ขณะที่ผู้นั้นได้รับแจ้งเป็นต้นไปแล้ว

👉เห็นว่า #คำสั่งเรียกให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามมาตรา 12 ประกอบมาตรา 10 แห่งพ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ ฯ เป็นคำสั่งทางปกครอง #ย่อมมีผลใช้ยันต่อเจ้าหน้าที่ผู้ต้องรับผิดซึ่งเป็นผู้อยู่ในบังคับของคำสั่งดังกล่าว #ตั้งแต่ขณะที่เจ้าหน้าที่ผู้นั้นได้รับแจ้งคำสั่งเป็นต้นไป ไม่ใช่วันที่หัวหน้าหน่วยงานของรัฐหรือผู้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดได้ลงนามในคำสั่งเรียกให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน

👉 #เมื่อผู้ฟ้องคดีอ้างว่า ได้รับแจ้งคำสั่งเรียกให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2568 #คำสั่งย่อมมีผลใช้ยันต่อผู้ฟ้องคดีตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2568 #ตามมาตรา 42 วรรคหนึ่ง แห่งพ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ฯ

👉 #อันเป็นเวลาภายหลังจากครบกำหนดสิบปีนับแต่วันทำละเมิดแล้ว ดังนั้น การที่เทศบาลเมือง น. ออกคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดีชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในกรณีนี้ #จึงเป็นการใช้สิทธิเรียกร้องที่พ้นกำหนดอายุความสิบปีนับแต่วันที่ผู้ฟ้องคดีกระทำละเมิด ตามมาตรา 448 วรรคหนึ่ง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

👉 #อันมีผลทำให้คำสั่งเรียกให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนของผู้ถูกฟ้องคดีไม่ชอบด้วยกฎหมาย

♠️เพจ: บรรทัดฐานคดีปกครอง และคดีรัฐธรรมนูญ♠️

https://www.facebook.com/share/p/18KGNt87fL/
13/07/2026

https://www.facebook.com/share/p/18KGNt87fL/

📣 เรื่องเด่น ประเด็นดี EP. 28 ปี 69

📜คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ. 1168/2568 https://dg.th/s75na3mqiz

📍การปกครองและการบริหารราชการแผ่นดิน (การสอบสวนและมีคำวินิจฉัยกรณีความเป็นนายก อบต. สิ้นสุดลง ซึ่งได้ดำเนินการภายหลังจากที่ผู้นั้นได้พ้นจากวาระการดำรงตำแหน่งไปแล้ว)

🔷ตามมาตรา 64 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2546 บัญญัติให้ นายอำเภอมีอำนาจหน้าที่ดำเนินการสอบสวนในกรณีมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความเป็นนายก อบต. สิ้นสุดลงเนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 58/1 และมีคำวินิจฉัยโดยเร็ว

🔷ซึ่งบทบัญญัติดังกล่าวไม่ได้มีข้อจำกัดว่า การสอบสวนและวินิจฉัยจะกระทำหลังจากพ้นจากตำแหน่งนายก อบต. แล้วมิได้ ประกอบกับหากแปลความว่ามีข้อจำกัดเช่นนั้น ก็จะเป็นการเปิดช่องให้มีการหลีกเลี่ยงผลทางกฎหมายของการพ้นจากตำแหน่งนายก อบต. โดยจงใจทำให้ตนพ้นจากตำแหน่งก่อนมีการวินิจฉัยได้

🔷และโดยที่การพ้นจากตำแหน่งเนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 58/1 ตามที่มาตรา 64 วรรคหนึ่ง (4) บัญญัติไว้ เป็นการพ้นจากตำแหน่งโดยผลของกฎหมายตั้งแต่วันที่มีเหตุดังกล่าวขึ้น อันเป็นเจตนารมณ์ของกฎหมายที่มุ่งหมายพิจารณาถึงข้อเท็จจริง พฤติการณ์การกระทำของผู้ถูกวินิจฉัยเป็นประการสำคัญ

⭐️แม้ว่าผู้นั้นจะพ้นจากตำแหน่งไปแล้ว ผู้มีอำนาจก็ยังคงมีหน้าที่ที่จะต้องดำเนินการสอบสวนเพื่อให้ได้ความว่ามีกรณีดังกล่าวเกิดขึ้นหรือไม่ ซึ่งถ้าปรากฏว่ามีกรณีที่ทำให้ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามเกิดขึ้น บุคคลผู้นั้นย่อมพ้นจากตำแหน่งตั้งแต่วันที่มีกรณีดังกล่าวเกิดขึ้น

🔷แม้ต่อมาจะมีการแก้ไขมาตรา 64 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562 โดยมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2562 ก็ตาม แต่การแก้ไขบทบัญญัติดังกล่าวนั้นก็เป็นการยืนยันว่ากฎหมายมีเจตนารมณ์ให้นายอำเภอมีอำนาจวินิจฉัยกรณีดังกล่าวได้ แต่จำกัดระยะเวลาให้ดำเนินการภายในสองปีหลังจากนายก อบต. พ้นจากตำแหน่งไปแล้วเท่านั้น

⭐️ดังนั้น เมื่อมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าผู้ฟ้องคดีมีเจตนาทุจริตนำส่งเงินกองทุนหลักประกันสุขภาพที่ตนเบิกจ่ายมาล่าช้า เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ที่มิควรได้ ซึ่งถือได้ว่าผู้ฟ้องคดีเป็นผู้มีพฤติกรรมในทางทุจริต ซึ่งเป็นลักษณะต้องห้ามของบุคคลผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายก อบต. ในขณะนั้น

⭐️คำวินิจฉัยของนายอำเภอที่วินิจฉัยว่าผู้ฟ้องคดีเป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นตามมาตรา 58/1 (3) ซึ่งมีผลให้ผู้ฟ้องคดีพ้นจากตำแหน่ง จึงชอบด้วยกฎหมาย

ที่อยู่

Lampang
52000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ การปฏิบัติราชการให้ถูกต้องผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง การปฏิบัติราชการให้ถูกต้อง:

ทางลัด

แชร์

ประเภท