22/05/2026
ถ้านำเอาประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ออกมาชำแหละและแบ่งแยกอย่างพินิจไปตามสิทธิของคู่กรณี ก็จะแบ่งแยกออกได้เพียง ๒ ส่วน คือ ส่วนที่เป็น “บุคคลสิทธิ” กับส่วนที่เป็น “ทรัพยสิทธิ”
หลักกฎหมายของ ๒ เรื่องนี้ มีสาระสำคัญที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ดังนั้น หากผู้เรียนมีเป้าหมายที่จะศึกษากฎหมายแพ่งและพาณิชย์ให้เข้าใจอย่างลึกซึ้ง ก็จะต้องแยกความแตกต่างของสองเรื่องนี้ และทำความเข้าใจให้ถ่องแท้เสียก่อน
“ทรัพยสิทธิ” คือ สิทธิที่บุคคลมีอยู่เหนือตัวทรัพย์สิน
ไม่ว่าทรัพย์สินนั้นจะโอนเปลี่ยนมือไปยังผู้ใดก็ตาม ทรัพยสิทธิที่มีอยู่ก็จะตกติดไปกับตัวทรัพย์สินนั้นด้วยเสมอ และบุคคลผู้มีทรัพยสิทธิย่อมสามารถยกสิทธินั้นขึ้นกล่าวอ้างกับผู้ใดก็ได้ โดยไม่จำกัดตัวบุคคล
ทรัพยสิทธิ ได้แก่ กรรมสิทธิ์ สิทธิครอบครอง ภาระ จำยอม สิทธิอาศัย สิทธิเก็บกิน สิทธิเหนือพื้นดิน และภาระติดพันในอสังหาริมทรัพย์ รวมไปถึงสิทธิจำนอง
ตัวอย่าง นายดำได้ภาระจำยอมทางเดินผ่านที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๒๓๔ ของนายแดง เช่นนี้ถือว่านายดำได้ทรัพยสิทธิอย่างหนึ่ง ย่อมมีสิทธิในการเดินผ่านที่ดินดังกล่าว แม้ต่อมานายแดงโอนที่ดินนั้นให้แก่นายขาว ภาระจำยอมก็ยังคงตกติดไปด้วย นายดำยังมีสิทธิใช้ที่ดินแปลงดังกล่าวได้ไม่ว่าเจ้าของจะเปลี่ยนมือไปยังบุคคลใดก็ตาม
กรณีกลับกัน หากนายแดงไปซื้อที่ดินแปลงใหม่เป็นโฉนดเลขที่ ๕๖๗๘ เพิ่มเติม นายดำย่อมไม่สามารถมีสิทธิไปถึงที่ดินแปลงอื่นของนายแดง เนื่องจากนายดำไม่ได้มีสิทธิต่อตัวนายแดง เพียงแต่มีสิทธิต่อทรัพย์ คือที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๒๓๔ เท่านั้น
เป็นที่มาของคำว่า “ทรัพยสิทธิ” มีสิทธิต่อตัวทรัพย์ ไม่ได้มีสิทธิต่อตัวบุคคล
ส่วน “บุคคลสิทธิ” คือสิทธิที่มีอยู่เหนือตัวบุคคลที่จะสามารถบังคับเอากับบุคคลนั้นได้ คือบังคับเอากับทรัพย์สินที่เป็นของบุคคลนั้นได้ทุกสิ่งไม่จำกัดตัวทรัพย์ แต่จะไปบังคับเอากับบุคคลอื่นๆ ทั่วไปไม่ได้ กล่าวให้เข้าใจง่ายก็คือ จำกัดตัวบุคคล แต่ไม่จำกัดตัวทรัพย์สิน
ตัวอย่าง นายจันทร์ให้นายอังคารกู้ยืมเงิน ๑ แสนบาท นายจันทร์มีฐานะเป็นเจ้าหนี้ นายอังคารมีฐานะเป็นลูกหนี้ นายจันทร์ย่อมมี “สิทธิเรียกร้อง” ที่จะเรียกให้นายอังคารชำระหนี้แก่ตนได้ โดยสามารถบังคับชำระหนี้เอาจากทรัพย์สินทุกอย่าง ของนายอังคารลูกหนี้ ไม่ว่าจะเป็นที่ดิน บ้าน รถยนต์ เงิน และอื่นๆ ไม่ว่าทรัพย์สินนั้นจะมีอยู่ก่อนหรือภายหลังที่ได้ก่อหนี้นั้นก็ตาม
แต่นายจันทร์จะไปเรียกร้องเอากับญาติพี่น้องหรือบุคคลอื่นที่ไม่ใช่นายอังคารลูกหนี้ของตนไม่ได้ เพราะเจ้าหนี้มีสิทธิเฉพาะในตัวบุคคลคนเดียวคือลูกหนี้ไม่ได้มีสิทธิต่อบุคคลทั่วไป
เป็นที่มีของคำว่า “บุคคลสิทธิ” มีสิทธิเหนือตัวบุคคล โดยไม่จำกัดตัวทรัพย์สิน
“บุคคลสิทธิ” ที่ว่ามานั้น สามารถเรียกได้อีกอย่างหนึ่งคือ “สิทธิเรียกร้อง” หมายถึง สิทธิที่จะเรียกร้องเอากับบุคคลซึ่งเป็นลูกหนี้ หรือที่เรียกติดปากกันด้วยคำสั้นๆ ก็คือ “หนี้” นั่นเอง
ซึ่งกำลังจะเป็นหนังสืออีกเล่มที่ผมกำลังตั้งใจเขียนอยู่ในขณะนี้ รอติดตามสักหน่อยนะครับ
#นิติกรรมสัญญา #หนี้ #กฎหมาย #เนติบัณฑิต