12/09/2020
คดีฟ้องเรียกเงินคืนตามสัญญากู้
ระหว่างบุคคลธรรมดาด้วยกัน
เป็น "คดีไม่มีข้อยุ่งยาก"
โดยการพิจารณาคดี ศาลต้องออกหมายเรียก
ให้จำเลยมาศาลเพื่อการไกล่เกลี่ย
ให้การ และสืบพยานในวันเดียวกัน
และพิพากษาโดยเร็ว
ซึ่งวันนี้เรามีข้อควรรู้เกี่ยวกับการทำสัญญากู้
ที่มีผลบังคับตามกฎหมายมาฝากกัน
ว่าแล้วก็ไปดูกันเลยค่ะ
ข้อ 1. การกู้ยืมเงินเกิน 2,000 บาท
ต้องมีหลักฐานการกู้ยืมจึงจะฟ้องร้องบังคับคดีได้
โดย "หลักฐานการกู้ยืม" ไม่จำเป็นต้องเป็น
เอกสารสัญญา หากแต่จะอยู่ในรูปแบบใดก็ได้
เพียงแต่ต้องเป็นลายลักษณ์อักษร
และถูกบันทึกลงบนสิ่งที่คงทนถาวรค่ะ
ข้อ 2. การกู้ยืมเงินผ่านแชทไลน์
หรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือช่องทางออนไลน์อื่น
หากมีการเก็บข้อมูล (แคปหน้าจอ)
หลักฐานข้อความสนทนาการขอยืมเงินของผู้กู้,
บัญชีผู้ใช้ของผู้กู้ และหลักฐานการโอนเงินให้ผู้กู้ไว้
เหล่านี้ ถือได้ว่าเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมค่ะ
ข้อ 3. ผู้ให้กู้ส่งมอบเงินกู้ให้แก่ผู้กู้เท่าใด
สัญญากู้ก็บริบูรณ์เท่านั้น โดยการส่งมอบอาจ
เป็นวิธีการใดก็ได้ เช่น โอน หรือให้เงินสด
ข้อ 4. สาระสำคัญในสัญญากู้ ต้องประกอบด้วย
ข้อความว่าผู้กู้ได้รับเงินไปแล้วและจะใช้คืน,
มีการระบุจำนวนเงิน และผู้กู้ต้องลงลายมือชื่อ
ในหนังสือนั้น (ลายมือชื่อผู้ให้กู้หรือพยานไม่จำเป็นต้องมีก็ได้)
ข้อ 5 สัญญากู้ที่ศาลจะรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้
จะต้องติดอากรแสตมป์ลงบนสัญญาให้ครบถ้วน
โดยจำนวนอากรที่ติดจะเท่ากับ
จำนวนเงินกู้ตามสัญญา / 2,000 บาท
และต้องทำการขีดฆ่าด้วยปากกาโดยทำเส้นขนาน
ลงบนอากร เพื่อป้องกันการนำมาใช้ซ้ำ
ข้อ 6. ดอกเบี้ยที่ผู้ให้กู้คิดได้สูงสุดในสัญญากู้
คือร้อยละ 15 ต่อปี หากคิดดอกเบี้ยสูงกว่านี้
ดอกเบี้ยจะเป็นโมฆะ (แต่ต้นเงินยังคงสมบูรณ์อยู่)
ข้อ 7. สัญญากู้จะต้องทำขึ้น 2 ฉบับโดยเก็บไว้ฝ่ายละฉบับ
ข้อ 8. หากลูกหนี้ชำระเงินคืนแล้วควรเก็บหลักฐาน
การชำระเงินไว้ด้วย
ข้อ 9. สัญญากู้จะทำขึ้นหลังจากกู้ยืมเงินกันก็ได้
แต่ต้องมีขึ้นก่อนการฟ้องร้องเรียกเงินตามสัญญากู้
ข้อ 10. ในกรณีที่สัญญากู้ไม่ได้กรอกจำนวนเงินไว้
แล้วผู้ให้กู้กรอกจำนวนเงิน*ตามความเป็นจริง*
ในภายหลัง สัญญากู้ดังกล่าวไม่เป็นเอกสารปลอม
มีผลผูกพันทั้งผู้ให้กู้และผู้กู้
ข้อ 11. ในทางปฏิบัติก่อนจะฟ้องคดีฝ่ายผู้ให้กู้จะต้องส่ง
หนังสือบอกกล่าวทวงถามให้แก่ผู้กู้เพื่อให้ชำระเงิน
คืนเสียก่อนจะยื่นฟ้อง
และข้อ 12. สัญญากู้ที่ระบุให้ลูกหนี้ชำระเงินคืน
เป็นก้อนเดียว มีอายุความ 10 ปี นับแต่วันครบ
กำหนดชำระ ส่วนสัญญาที่ระบุให้ลูกหนี้สามารถผ่อน
ชำระต้นเงินและดอกเบี้ยได้ จะมีอายุความ 5 ปี นับแต่
วันที่ลูกหนี้ผิดนัดในงวดนั้นๆค่า
เราก็หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆนะคะ