สำนักงานกฎหมายซีวิล เเอนด์ ลอว์ คอนซัลเเทนท์

สำนักงานกฎหมายซีวิล เเอนด์ ลอว์ คอนซัลเเทนท์ สำนักงานกฎหมายซีวิลเเอนด์ลอว์ คอนซัลเเทนท์

03/03/2024

วันนี้ ผู้เขียนจะมากล่าวถึงเรื่องพนักงานสอบสวนในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งพนักงานสอบสวนโดยทั่วไป เราจะเข้าใจว่าหมายถึง เจ้าพนักงานตำรวจ หรือพนักงานที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งตาม ป.วิ อาญา มาตรา2(6) บัญญัติไว้ว่า พนักงานสอบสวน หมายความถึง เจ้าพนักงานซึ่งกฎหมายให้อำนาจหน้าที่ ทำการ"สอบสวน" ซึ่งเป็นไปตาม ป.วิอาญา มาตรา2(11) หมายถึง การรวบรวมพยานหลักฐานและการดำเนินการทั้งหลายอื่น ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ทำไปเกี่ยวกับความผิดที่กล่าวหา เพื่อที่จะทราบข้อเท็จจริงหรือพิสูจน์ความผิด และเพื่อที่จะเอาผู้กระทำความผิดมาฟ้องลงโทษ
และการรวบรวมพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวนให้เป็นไปตาม ป.วิอาญา มาตรา 131 ซึ่งบัญญัติว่า ให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานทุกชนิด เท่าที่สามารถจะทำได้ เพื่อประสงค์จะทราบข้อเท็จจริง และพฤติการณ์ต่างๆอันเกี่ยวกับความผิดที่ถูกกล่าวหา เพื่อจะรู้ตัวผู้กระทำผิด และพิสูจน์ให้เห็นความผิดหรือความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหา
โดยพนักงานสอบสวนมีความำคัญในการสอบสวนและแสวงหาหลักฐานอย่างตรงไปตรงมา เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม
ดังนั้น หากผู้เสียหายในคดี ต้องพิจารณาให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่พนักงานสอบสวน โดยหากเห็นว่า พนักงานสอบสวนอาจไม่ให้ความเป็นธรรมแก่ตนได้ ก็สามารถใช้เหตุผลที่จะยื่นคำร้องขอเปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวน โดยเขียนเป็นบันทึกพร้อมเหตุผลความจำเป็นที่ต้องการเปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวน ยื่นไปยังผู้บังคับบัญชาของสถานีหรือหน่วยงานนั้น เพื่อขอเปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวน
และหากผู้บังคับบัญชาไม่ดำเนินการเปลี่ยนตัพนักงานสอบสวน ให้ผู้เสียหายสามารถทำเรื่องร้องขอไปทางจังหวัดนั้นๆพร้อมแสงดงเหตุผลดังกล่าวได้อีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้ทางจังหวัดทำหนังสือขอทราบเหตุผลจากทางผู้บังคับบัญชาของหน่วยงานนั้นๆที่ไม่สามารถเปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวนได้

สุดท้ายนี้ ผู้เขัยนขอฝากเรื่องความหมายของอันตรายสาหัส ว่ามีความหมายว่า อย่างไร คำว่า อันตรายสาหัส มีความหมายตาม ปอ.มาตรา 297 ซึ่งบัญญัติว่า ผู้ใดกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย จนเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำ
1.ตาบอด หูหนวก ลิ้นขาด หรือเสยฆานประสาท
2.เสียอวัยวะสืบพันธุ์ หรือความสามารถสืบพันธ์
3.เสียแขน ขา อมือ เท้า นิ้ง หรืออวัยวะอื่นใด
4.หน้าเสียโฉมอย่างติดตัว
5.แท้งลูก
6.จิตพิการอย่างติดตัว
7. ทุพพลภาพ หรือป่วยเจ็บเรื้อรั่งซึ่งอาจถึงตลอดชีวิต
8.ทุพพลภาพ หรือป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนาเกินกว่ายี่สิบวัน หรือจนประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่ายี่สิบวัน
และตาม ป.อ.มาตรา 300 ผู้ใดกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส จะมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท เป็นไปโดยผลของกฎหมาย
ทนาย civil (สิรภพ โชติยาธนากูล)

29/05/2023

วันนี้เรามาต่อ Part 2 กันเรื่องสัญญาจ้างทำของนะครับ
-กรณีมีงานบกพร่อง ต้องแก้ไขสิ่งบกพร่องหรือทำการให้เป็นไปตามสัญญา โดยทำคำบอกหล่าว ตาม ม.594 โดยกำหนดระยะเวลาพอสมควรให้ทำการแก้ไขข้อบกพร่องให้ถูกต้องตามระยะเวลาอันสมควรต่อไป โดยถ้าผู้รับจ้างทราบและไม่แก้ไข ผูัรับจ้างมีสิทธิเอางานที่บกพร่อง หรือไม่ถูกต้องให้บุคคลภายนอกซ่อมก็ได้ โดยระหว่างที่ทำการอยู่นั้น เป็นวิสัยคาดหมายได้ล่วงหน้าได้อย่างแน่นอนว่า งานจะบกพร่่องหรือจะเป็นไปอันฝ่าฝืนข้อสัญญาเพราะความผิดนั้น โดยหากค่าใช้จ่ายสูงกว่าค้าจ้างก็ย่อมจะเรียกร้องจากผู้รับจ้างได้ โดยอาจต้องจัดหาวิศวกร ผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบและชี้ขาดให้ความเห็นต่อศาล
-ถ้าผู้รับจ้างมีหน้าที่จัดหาสัมภาระ ตาม ม.595 อาจเกิดความเสียหายผู้รับจ้างก็ต้องรับผิดชอบแก้ไข แต่หากผู้ว่าจ้างรู้ว่าบกพร่องและรับโดยไม่อิดเอื้อนโดดยเห็นข้อบกพร่องประจักษ์ในเวลาส่งมอบแล้ว ผู้รับจ้างไม่จ้องรับผิด
-ผู้รับจ้างต้องทำงานให้เสร็จตามเวลา ถ้ากระทำไม่สำเร็จ ผู้ว่าจ้างชอบที่จะลดส่วนของสินจ้างลงตามส่วนที่ทำไม่เสร็จหรือถ้าสาระสำคัญคือเวลา ผู้ว่าจ้างบอกเลิกสัญญาได้ ตามม.596
-กรณีผู้รับจ้างไม่ต้องรับผิด เมื่อชำรุดบกพร่อง โดยทางผู้ว่าจ้างรับงานโดยแสดงออกชัดหรือโดยปริยายตาม ม.597,598 แม้ผู้รับจ้างจะจ้องรับผิดในงานที่ทำ แต่ไม่อยู่ในวิสัยที่จะดำเนินการได้ ซึ่งมิใช่ความผิดของผู้รับจ้าง ผู้ว่าจ้างก็ไม่มีสิทธิยึดหน่วงสินจ้างตาม ม.599 ได้เช่นกัน
2. หน้าที่ของผู้ว่าจ้าง
-ยึดหน่วงสินจ้างตาม ม.599 กรณีที่ดำเนินการล่าช้า หรือมีข้อชำรุดบกพร่อง
-ความรับผิดของผู้รับจ้างเพื่อการชำรุดบกพร่อง 1 ปี นับแต่ส่งมอบ แต่หากเป็นสิ่งปลูกสร้างกับพื้นดิน เป็นระยะเวลา 5 ปี เว้นแต่ผู้รบจ้างปิดบังข้อชำรุดบกพร่องนั้น
ทนายCIVIL

18/05/2023

วันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องสัญญาก่อสร้าง ซึ่งตามกฎหมายเราจะเรียกว่าสัญญาจ้างทำของกันนะครับ
สัญญาจ้างทำของ ตามกฎหมาย มีความหมายตาม ม.587 หมายถึงสัญญาที่ผู้รับจ้างตกลงรับทำงานโดยผู้ว่าจ้างจะให้สินจ้างเพื่อการนั้น โดยผู้รับจ้างมีหน้าที่ คือ
1.ทำงานให้เสร็จตามข้อตกลง ตามมาตรา 587
2.จัดหาเครื่องมือ ตามมาตรา 588
3.หน้าทีจัดหาสัมภาระ และในการทำงาน
-โดยผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาสัมภาระ ตามมาตรา 589 หรือ
-กรณีที่ผู้ว่าจ้างจัดหาสัมภาระเสียเอง ตามมาตรา 590
-ความรับผิดในความชำรุดบกพร่องหรือความชักช้าตามมาตรา 591 ถ้าผู้ว่าจ้างจัดหาสัมภาระให้ ผู้รับจ้างมีหน้าที่พิจารณาว่าดีหรือไม่ โดยถ้าไม่ดี ก็ต้องตักเตือน แต่หากไม่ได้ตักเตือนแล้วก็ต้องรับผิดชอบในสัมภาระนั้น แต่หากตักเตือนแล้ว แต่ผู้ว่าจ้างยังคงยืนยันอยู่ ผู้รับจ้างก็ไม่ต้องรับผิดในสัมภาระที่ด้อยคุณภาพนั้น
-ต้องยอมให้ผู้ว่าจ้างหรือตัวแทนตรวจงานที่ทำได้ ตามาตรา 592 โดยผู้รับจ้างจำต้องยอมให้เข้าตรวจตรางานที่ทำ ซึ่งผู้รับจ้างปฏิเศธไม่ได้ ต้องยอมเสมอ โดยตัวแทนมีสิทธิตรวจตรางานที่ทำให้ถูกต้องตามแบบแปลน และรายละเอียดถูกต้องตามสัญญาหรือไม่ โดยผู้ว่าจ้างจะบงการสั่งงานให้กระทำตามตนเองไม่ได้ นอกจากพบสิ่งไม่ถูกต้อง และสั่งให้แก้ไขให้ถูกต้องตามระยะเวลาพอสมควร โดยผู้ว่าจ้างอาจจะให้วิศวกรตรวจตราว่ารายละเอียดถูกต้องตามที่กำหนดไว้หรือไม่ ถ้าเห็นว่าไม่ถูก ผู้ว่าจ้างหรือตัวแทนจะบอกกล่าวให้ผู้รับจ้างแก้ไขสิ่งบกพร่องให้ถูกต้อง เพราะผู้ว่าจ้างต้องการงานสภาพที่ดี ถูกต้องตามแบบ โดยเมื่อก่อสร้างเสร็จก็เป็นของตนเองพร้อมจ่ายค่าจ้างด้วย
-ผู้รับจ้างต้องทำงานให้เสร็จตามเวลาที่กำหนดไว้ ตามมาตรา 593 คือผู้รับจ้าง ทำงานชักช้า ฝ่าฝืนข้อกำหนดแห่งสัญญา เช่นผู้ว่าจ้างเข้าไปสั่งการงานหรือจัดหาสัมภาระ ส่งของแต่ไม่ทันการทำงาน ทำให้งานล่าช้า จะบอกเลิกสัญญาไม่ได้ เพราะเป็นความผิดของผู้ว่าจ้าง
-กรณีมีงานบกพร่อง ต้องแก้ไขสิ่งบกพร่องหรือทำการให้เป็นไปตามสัญญาภายในเวลาอันสมควรในคำบอกกล่าวนั้นก็ได้
ค่อยมาต่อ part 2 กันนะครับ
ทนาย CIVIL

21/04/2023

วันนี้ผู้เขียน ขอเขียนถึงคดีก่อสร้าง คดีหนึ่งซึ่งตอนนี้มีคำพิพากษาศาลชั้นต้นออกมา วินิจฉัยไว้ว่า การที่เจ้าของบ้านนำบ้านไปให้ทางผู้รับเหมาอื่นซ่อมแซมแม้จะมีค่าจ้างซ่อมแซมสูงกว่าเงินค่าจ้างที่ผู้รับเหมารายเดิมได้รับก็ตาม ผู้รับเหมารายเดิมนั้นก็ยังต้องรับผิดชอบต่อเงินค่าจ้างที่เจ้าของบ้านได้ชำระให้แก่ผู้รับเหมาอื่นที่ได้เข้ามาซ่อมแซมงานให้เหมือนเดิมตามสัญญา ยกตัวอย่างเช่น หากเจ้าของบ้านทำสัญญาว่าจ้างก่อสร้างบ้านกับผู้รับเหมา A เป็นเงิน 1 ล้านบาทแล้ว หากผู้รับเหมา A เบิกเงินไป 5 แสนบาทแล้ว ฝ่ายผู้รับเหมา A ผิดสัญญาไม่ดำเนินการก่อสร้างต่อให้แล้วเสร็จ ทางเจ้าของบ้านย่อมมีสิทธิยกเลิกสัญญาและเรียกค่าเสียหายกับผู้รับเหมา A ได้ ซึ่งหากเจ้าของงานต้องจ้างผู้รับเหมา B เข้ามาทำงานซ่อมแซมและทำงานในส่วนของผู้รับเหมา A จนแล้วเสร็จ หากประเมินแล้วมีมูลค่ามากกว่า 5 แสนบาท ซึ่งเป็นเงินที่ผู้รับเหมา A ได้เบิกไปแล้ว ก็ย่อมจะฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายดังกล่าวได้ แต่วิธีการนำเสนอต่อศาลในประเด็นดังกล่าว นี้ ออกจะมีความซับซ้อนและยุ่งยากพอสมควร เนื่องจากเป็นเรื่องของการตรวจสอบงานก่อสร้างล้วนๆ ซึ่งต้องเข้าใจตั้งแต่เรื่องของสัญญา แบบ และรายการเปลี่ยนแปลงแก้ไข พร้อมทั้งการส่งงวดงาน รวมถึงการประเมินงานซ่อมแซมให้กลับคืนสู่สภาพเดิม ซึ่งเรื่องดังกล่าวเหล่านี้ จำเป็นต้องใช้วิศวกรที่มีความเชี่ยวชาญในการเรื่องการซ่อมแซม มาตรวจสอบและจัดทำข้อมูลอันเป็นประโยชน์แก่รูปคดี ซึ่งการฟ้องเรียกค่าเสียหายเนื่องจากการที่ต้องจ้างผู้รับเหมารายอื่นเข้ามาซ่อมแซมงานให้กลับสู่สภาพเดิม หรือใช้งานได้ตามสัญญาก่อสร้างที่ได้ทำกันไว้ โดยถือได้ว่าเป็นกรณีที่ผู้รับเหมา A ในฐานลูกหนี้ ไม่ชำระหนี้ให้ต้องตามความประสงค์อันแท้จริงแห่งมูลหนี้ ดังนั้นเจ้าของบ้านในฐานะเจ้าหนี้ จะเรียกเอาค่าสินไหมทดแทน เมื่อความเสียหายอันเกิดแก่การนั้นก็ได้ตาม ปพพ.มาตรา 215 และในส่วนของงานที่ผู้รับเหมา A ได้ทำไปแล้วแต่ยังไม่แล้วเสร็จ หากงานนั้นหรือการส่วนที่ได้ทำขึ้นนั้นเป็นประโยชน์แก่เจ้าของบ้านหรือผู้ว่าจ้างแล้ว ผู้ว่าจ้างจำต้องรับไว้และใช้ค่าสินจ้างตามสมควร เป็นไปตาม ปพพ.มาตรา 606 วรรค 2 ซึ่งเป็นไปโดยผลของกฎหมาย
ทค.สิรภพ โชติยาธนากูล ผู้เขียน

09/03/2023

วันนี้ ขอพูดถึงการสืบพยานในคดีแพ่ง ตามป.วิแพ่งมาตรา 85 บัญญัติว่า" คู่ความฝ่ายที่มีหน้าที่ต้องนำสืบข้อเท็จจริง ย่อมมีสิทธิที่จะนำพยานหลักฐานใดๆมาสืบได้ภายใต้บังคับแห่งประมวลกฎหมายนี้ หรือกฎหมายอื่นอันว่าด้วยการรับฟังพยานหลักฐานและการยื่นพยานหลักฐาน" ซึ่งการจะนำพยานเข้าสืบนั้น ต้องเข้าหลักเกณฑ์ 3 ประการ คือ1.เป็นพยานที่รับฟังได้ซึ่งเกี่ยวกับข้อพิพาทที่โต้เถียงกันหรือข้อเท็จจริงที่คู่ความจะต้องนำมาสืบในศาล 2.เป็นพยานที่มิได้ขัดกับกฎหมายตามป.วิแพ่ง หรือผิดกฎหมายอื่น 3.เป็นพยานที่ได้ยื่นบัญชีระบุพยานต่อศาล ก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า 7 วันหรือ เป็นพยานที่ศาลอนุญาตให้นำเข้าสืบพยานได้ โดยหากศาลไม่อนุญาตให้นำพยานเข้าสืบแล้ว คู้ความฝ่ายที่อ้างพยานจะไม่สามารถนำพยานเข้าสืบได้เลย ซึ่งเป็นไปโดยผลของกฎหมาย CR :ทนาย CIVIL

03/03/2023

ในคดีพิพาทที่ผ่านมา มีประเด็นในศาลที่โต้เถียงกัน อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือ เรื่องเงินมัดจำ ที่ได้ระบุกันในสัญญา เงินมัดจำ ตาม ปพพ.มาตรา 377 หมายถึง สิ่งที่ให้ไว้เมื่อเข้าทำสัญญา เพื่อเป็นหลักฐานว่า สัญญานั้นได้ทำขึ้นแล้ว หรือเป็นประกันการปฏิบัติตามสัญญา หากมิได้มีการส่งมอบทรัพย์สินในขณะทำสัญญา ก็ไม่ถือว่าเป็นมัดจำตามมาตรานี้
ในการต่อสู้คดีที่ผ่านมา ประเด็นที่ทางทนายนำไปใช้ในการต่อสู้เรื่องเงินมัดจำ ก็คือ การเกิดขึ้นของสัญญาว่าจ้าง โดยการตกลงราคาและการเข้าทำงานก่อนที่จะมีการทำสัญญาว่าจ้างก่อสร้าง และถึงจะมีการวางเงินมัดจำกันตามสัญญา ซึ่งการจนำะเสนอข้อเท็จจริงดังกล่าวต่อศาล ทางทนายความต้องมีความเข้าใจในงานก่อสร้าง และเรื่องเอกสารที่ใช้ประกอบสัญญาการก่อสร้างมากพอสมควร เพราะเอกสารเหล่านั้น จะถูกนำไปใช้นำเสนอต่อศาล เพื่อที่จะพิสูจน์ว่า เงินที่ได้มา ในขณะทำสัญญานั้น มิใช่มัดจำ เนื่องจากมีการทำงานและตกลงกันด้วยวาจากัน ก่อนที่จะทำสัญญาเป็นเอกสารต่อกัน ซึ่งหากเราเข้าใจในประเด็นดังกล่าวแล้ว เราก็จะสามารวางรูปคดี และแนวทางการพิสูจน์ ตลอดจนสามารถจัดทำเอกสารเพื่อใช้ในการเสนอและพิสูจน์ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นต่อศาลต่อไป ซึ่งเป็นไปโดยผลของกฎหมาย
CREDIT : ทนาย CIVIL

02/03/2023

วันนี้ ผู้เขียน จะเขียนการสมัครใจเลิกสัญญาโดยปริยาย ในสัญญาว่าจ้างงานก่อสร้าง ซึ่งโดยปกตินี่ก็เป็นประเด็นหนึ่งที่ทนายทั่วไป ใช้เป็นประเด็นในการต่อสู้คดี ในกรณีเลิกสัญญางานก่อสร้างกัน ซึ่งมิใช่ในกรณีที่ผิดสัญญา โดยถือว่า คู่สัญญาต่างมีพฤติการณ์ต่างฝ่ายต่างสมัครใจเลิกสัญญาต่อกันโดยปริยาย โดยคู่สัญญาต่างต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิมดังที่เป็นอยู่ ตามปพพ.มาตรา 391 วรรค หนึ่ง โดยหากตามข้อเท็จจริงในการก่อสร้างปรากฎว่า มีการกำหนดระยะเวลาการก่อสร้าง เป็นจำนวนวันที่แน่นอนแล้ว แต่หากฝ่ายผู้รับจ้าง ทำการก่อสร้างไป โดยที่ผู้ว่าจ้างยังยินยอมให้ดำเนินการกอ่สร้างไป แม้จะเกินกำหนดตามระยะเวลาก่อสร้างไปแล้วก็ตาม หากฝ่ายผู้ว่าจ้างมิได้ว่ากล่าวตักเตือน ,ปรับตามข้อกำหนดในสัญญา หรือบอกเลิกสัญญาในกรณีที่ผู้รับจ้างเป็นฝ่ายผิดสัญญาก็ตาม แสดงว่าคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายไม่ได้ถือเอาระยะเวลาที่กำหนดในสัญญาเป็นสาระสำคัญ จึงไม่อาจถือได้ว่าการทำงานไม่สำเร็จ จะถือเป็นการผิดสัญญา ประเด็นนี้ หากทนายความที่เข้าใจในรายละเอียดของงานก่อสร้าง รวมถึงขั้นตอนของงานก่อสร้าง รวมทั้งสามารถพิสูจน์งานเพิ่มหรือลดในงานก่อสร้างได้แล้ว แม้จะตกเป็นฝ่ายโจทก์หรือจำเลยก็ตาม ภาระการพิสูจน์ในเรื่องดังกล่าว ย่อมจะตกเป็นหน้าที่ของวิศวกรผู้เชี่ยวชาญงานก่อสร้าง ที่จะทำให้ศาลได้เข้าใจและเห็นถึงการเลิกสัญญา และราคาแห่งงานที่คู่สัญญาต้องชำระให้แก่กัน อันจะดำรงไว้ซึ่งความยุุติธรรมแก่คู่สัญญาทั้งสองฝ่าย ซึงเป็นไปโดยผลของกฎหมาย
credit : ทนาย Civil

04/09/2022

วันนี้ เราจะมาพูดถึงการสืบพยานกัน การสืบพยานมีทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา โดยการสืบพยานในคดีแพ่ง ตามป.วิ.พ.มาตรา 85 วางหลักไว้ว่า คู่ความผ่ายที่มีหน้าที่นำสืบข้อเท็จจริง ย่อมมีสิทธินำพยานหลักฐานใดๆมานำสืบได้ภายใต้ประมวลกฎหมายนี้ หรือกฎหมายอื่นว่าด้วยกาารรับฟังและการยื่นพยานหลักฐาน โดยพยานที่นำเข้ามาสืบนีั้นต้องเป็นพยานที่รับฟังได้ ซึ่งเกี่ยวกับประเด็นแห่งคดี หรือเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่คู่ควาในคดีจะต้องนำสืบ เป็นไปตาม ป.วิ.พ.มาตรา 86 และ87 และการนำพยานเข้าสิบก็ต้องยื่นบัญชีระบุพยานก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า 7 วัน ตาม ป.วิพ. มาตรา 88

03/02/2022

รับสมัครทนายความ 1 อัตรา ไม่จำกัดอายุ สนใจ inbox มาทาง สนง.ได้ครับ

24/11/2021

สำหรับทุกท่านที่ติดต่อเข้ามาทางสำนักงานเรา ทางสำนักงานขอขอบคุณนะครับ บางท่านโทรติดต่อมาหลายครั้ง ขอให้ฝากเบอร์ไว้ ทางสำนักงานจะติดต่อกลับครับ ทางทีมงานขอขอบคุณครับ

22/05/2021

วันนี้ ผู้เขียนขอพูดถึง หลักธรรมาภิบาล ความหมายของหลักธรรมาภิบาล คือ การบริหารกิจการ เมืองและสังคมที่ดี เป็นแนวทางสำคัญในการจัดระเบียบให้สังคมรัฐ ภาคธุรกิจเอกชน และภาคประชาชน ซึ่งครอบคลุมถึงฝ่ายวิชาการ ฝ่ายปฏิบัติการ ฝ่ายราชการ และฝ่ายธุรกิจ สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข มีความรู้รักสามัคคีและร่วมกันเป็นพลังก่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน เป็นส่วนเสริมความเข้มแข็งหรือภูมิคุ้มกันให้ประเทศ เพื่อบรรเทาป้องกันหรือแก้ไขเยียวยาภาวะวิกฤตภยันตรายที่ รู้สึกถึงความยุติธรรม ความดปร่งใส และความมีส่วนร่วม อันเป็นคุณลักษณะสำหรับความเป็นมนุษย์ มีหลักการพื้นฐานของการสร้างธรรมาภิบาลในองค์กร ต้องอาศัยการจัดการที่มีคุณภาพ นโยบายโปร่งใสตรวจสอบได้ เพื่อปรับปรุงการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ และรับผิดชอบายใต้กรอบของกฎหมายซึ่งก็คือการบริหารจัดการ กิจการสำคัญในการจัดระเบียบให้สังคมรัฐ ภาคธุรกิจเอกชน และภาคประชาชน และฝ่ายธุรกิจ สามารถอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ก่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมีหลักการพืนฐานของธรรมาภิบาล ประกอบด้วย 6 ประการ ดังนี้
1.หลักนิติธรรมคือการปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งรวมถึงการไใ่เลือกปฏิบัติการ ไม่ทำตามอำเภอใจ การไม่ละเมิดกฎหมาย และการไม่ละเมิดสิทธิของคนอื่น
2.หลักคุณธรรม คือการยึดมั่น ถือมั่นในคุณธรรม ความดีงาม ความถูกต้องตามทำนองคลองธรรม โดยมีหลักคุณธรรม คือการทำธุรกิจด้วยความมีจริยธรรมทางะุรกิจ ซึ่งหมายถึง มาตรฐานทางศีลธรรมคุณธรรมที่ใช้กับองค์กรทางธุรกิจ ปัญหา จริยธรรมธุรกิจที่เกิดขึ้นกับกิจการ เช่นการปกปิดข้อเท็จจริง การเลือกปฏิบัติหรือมีสองมาตรฐานในการบริหารงานบุคคล
3.หลักความดปร่งใส คือ ความถูกต้อง ชัดเจน ปฏิบัติตามหลักการที่ควรจะเป็นรวมถึงการสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน มีกระบวนการตรวจสอบความถูกต้องได้เรียกว่า ความรับผิดชอบที่อธิบายได้ ซึ่งเป็นภาระบทบาทของผู้บริหารในแง่ข้อผูกพันหรือความเต็มใจที่จะยอมรับความสามารถในการรายงานชี้แจง ให้เหตุผลเพื่ออธิบายการกระทำของตนเองและแจกแจงการกระทำของตนเองได้
4.หลักการมีส่วนร่วม คือให้โอกาส บุคคลที่เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจเรื่องต่างๆ เปิดรับฟังความเห็น เพื่อช่วยประสานความคิดเห็นหรือความต้องการที่แตกต่าง เพื่อคำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวมในระดับกิจการ
5.หลักความรับผิดชอบ คือความรับผิดชอบในงานของตน ความรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเองรวมถึงตระหนักในสิทธิและหน้าที่
6.หลักความคุ้มค่า คือการบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์สูงสุดในระดับบุุคคล หรือเกิดมูลค่มากที่สุด เเช่นการใช้พลังงาน และการรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้ยั่งยืน ขอให้ทุกองค์กรที่ประกาศเจตนารมณ์ไว้ ควรนำหลักดังกล่าวไปปฏิบัติด้วย มิใช่จะนำข้อความดังกล่าวมาประกาศแต่เพียงอย่างเดียว เมื่อปฏิบัติแล้วสัมฤทธิ์ ย่อมจะเป็นไปตามเจตนารมย์ของหลักธรรมาภิบาล ตามที่ได้ประกาศไว้
ทนายวิศวะ

ที่อยู่

87/6 ถ. ศุภสารรังสรรค์ ต. หาดใหญ่ อ. หาดใหญ่ จ. สงขลา
Hat Yai
90110

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00
เสาร์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66952710321

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สำนักงานกฎหมายซีวิล เเอนด์ ลอว์ คอนซัลเเทนท์ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง สำนักงานกฎหมายซีวิล เเอนด์ ลอว์ คอนซัลเเทนท์:

แชร์