03/03/2024
วันนี้ ผู้เขียนจะมากล่าวถึงเรื่องพนักงานสอบสวนในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งพนักงานสอบสวนโดยทั่วไป เราจะเข้าใจว่าหมายถึง เจ้าพนักงานตำรวจ หรือพนักงานที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งตาม ป.วิ อาญา มาตรา2(6) บัญญัติไว้ว่า พนักงานสอบสวน หมายความถึง เจ้าพนักงานซึ่งกฎหมายให้อำนาจหน้าที่ ทำการ"สอบสวน" ซึ่งเป็นไปตาม ป.วิอาญา มาตรา2(11) หมายถึง การรวบรวมพยานหลักฐานและการดำเนินการทั้งหลายอื่น ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ทำไปเกี่ยวกับความผิดที่กล่าวหา เพื่อที่จะทราบข้อเท็จจริงหรือพิสูจน์ความผิด และเพื่อที่จะเอาผู้กระทำความผิดมาฟ้องลงโทษ
และการรวบรวมพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวนให้เป็นไปตาม ป.วิอาญา มาตรา 131 ซึ่งบัญญัติว่า ให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานทุกชนิด เท่าที่สามารถจะทำได้ เพื่อประสงค์จะทราบข้อเท็จจริง และพฤติการณ์ต่างๆอันเกี่ยวกับความผิดที่ถูกกล่าวหา เพื่อจะรู้ตัวผู้กระทำผิด และพิสูจน์ให้เห็นความผิดหรือความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหา
โดยพนักงานสอบสวนมีความำคัญในการสอบสวนและแสวงหาหลักฐานอย่างตรงไปตรงมา เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม
ดังนั้น หากผู้เสียหายในคดี ต้องพิจารณาให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่พนักงานสอบสวน โดยหากเห็นว่า พนักงานสอบสวนอาจไม่ให้ความเป็นธรรมแก่ตนได้ ก็สามารถใช้เหตุผลที่จะยื่นคำร้องขอเปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวน โดยเขียนเป็นบันทึกพร้อมเหตุผลความจำเป็นที่ต้องการเปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวน ยื่นไปยังผู้บังคับบัญชาของสถานีหรือหน่วยงานนั้น เพื่อขอเปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวน
และหากผู้บังคับบัญชาไม่ดำเนินการเปลี่ยนตัพนักงานสอบสวน ให้ผู้เสียหายสามารถทำเรื่องร้องขอไปทางจังหวัดนั้นๆพร้อมแสงดงเหตุผลดังกล่าวได้อีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้ทางจังหวัดทำหนังสือขอทราบเหตุผลจากทางผู้บังคับบัญชาของหน่วยงานนั้นๆที่ไม่สามารถเปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวนได้
สุดท้ายนี้ ผู้เขัยนขอฝากเรื่องความหมายของอันตรายสาหัส ว่ามีความหมายว่า อย่างไร คำว่า อันตรายสาหัส มีความหมายตาม ปอ.มาตรา 297 ซึ่งบัญญัติว่า ผู้ใดกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย จนเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำ
1.ตาบอด หูหนวก ลิ้นขาด หรือเสยฆานประสาท
2.เสียอวัยวะสืบพันธุ์ หรือความสามารถสืบพันธ์
3.เสียแขน ขา อมือ เท้า นิ้ง หรืออวัยวะอื่นใด
4.หน้าเสียโฉมอย่างติดตัว
5.แท้งลูก
6.จิตพิการอย่างติดตัว
7. ทุพพลภาพ หรือป่วยเจ็บเรื้อรั่งซึ่งอาจถึงตลอดชีวิต
8.ทุพพลภาพ หรือป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนาเกินกว่ายี่สิบวัน หรือจนประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่ายี่สิบวัน
และตาม ป.อ.มาตรา 300 ผู้ใดกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส จะมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท เป็นไปโดยผลของกฎหมาย
ทนาย civil (สิรภพ โชติยาธนากูล)