ทนาย พีรเชษฐ์ เก่งกาจไพศาล

ทนาย พีรเชษฐ์ เก่งกาจไพศาล ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก ทนาย พีรเชษฐ์ เก่งกาจไพศาล, สำนักงานกฎหมายและทนายความ, Bangsaen, Chon Buri.

เมื่อไม่คืนทรัพย์ที่รับไว้ตามสัญญา ผิดยักยอกหรือไม่⚖️📚 คำพิพากษาฎีกาที่ 8290/2543     เมื่อศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงจากพย...
13/08/2026

เมื่อไม่คืนทรัพย์ที่รับไว้ตามสัญญา ผิดยักยอกหรือไม่

⚖️📚 คำพิพากษาฎีกาที่ 8290/2543

เมื่อศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานในสำนวนแล้ววินิจฉัยว่า การที่จำเลยที่ 1 ครอบครองฝาสูบตัวอย่างของโจทก์เพื่อโต้แย้งสิทธิกันในทางแพ่งถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 มีเจตนาเบียดบังฝาสูบตัวอย่างเป็นของจำเลยที่ 1
การที่โจทก์อุทธรณ์โดยอ้างข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเพื่อฟังว่าการกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นการเบียดบังฝาสูบตัวอย่างของโจทก์ไปโดยสุจริตนั้นเป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลชั้นต้น เพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายถือเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง
เมื่อความผิดฐานยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ คดีของโจทก์จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง มาตรา 22 ประกอบด้วยพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง มาใช้บังคับในศาลจังหวัดฯ มาตรา 3

#ไม่ปรากฎว่ามีเจตนาทุจริต
#ยักยอก

“อุทิศที่ดินสร้างวัดแล้ว แม้ไม่ได้จดทะเบียน เจ้าของเดิมก็โอนให้คนอื่นไม่ได้”⚖️📚คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9543/2551     โจทก์ที...
12/08/2026

“อุทิศที่ดินสร้างวัดแล้ว แม้ไม่ได้จดทะเบียน เจ้าของเดิมก็โอนให้คนอื่นไม่ได้”

⚖️📚คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9543/2551
โจทก์ที่ 2 ซื้อที่ดินพิพาทจากผู้อื่นแล้วยกให้วัดโจทก์ที่ 1 ขณะที่โจทก์ที่ 1 ยังไม่เป็นนิติบุคคล ต่อมาเมื่อโจทก์ที่ 1 ได้รับการประกาศตั้งเป็นวัดเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2513 โดยมีโจทก์ที่ 2 ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาส โจทก์ที่ 2 ก็ได้แสดงเจตนายืนยันว่าได้มีการยกที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ที่ 1 ตลอดมาโดยมีการทำบันทึกถ้อยคำว่า โจทก์ที่ 1 มีความประสงค์ขอรับโอนที่ดินพิพาทจากโจทก์ที่ 2
ดังนั้น นับแต่วันที่ 13 กรกฎาคม 2513 ถือได้ว่ามีเจตนาอุทิศที่ดินพิพาทเพื่อใช้เป็นที่สร้างวัดที่ดินพิพาทย่อมตกเป็นของแผ่นดินสำหรับใช้เป็นที่สำหรับสร้างวัดโจทก์ที่ 1 ตามเจตนาของผู้อุทิศทันทีโดยไม่จำต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนการยกให้ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 525
เมื่อสร้างวัดโจทก์ที่ 1 เสร็จเรียบร้อย กระทรวงศึกษาธิการและมหาเถรสมาคมเห็นชอบให้ตั้งวัดโจทก์ที่ 1 และได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2513 ที่ดินพิพาทจึงเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ที่ 1 โดยสมบูรณ์ตั้งแต่บัดนั้น
เมื่อที่ดินพิพาทตกเป็นของโจทก์ที่ 1 แล้วตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 มาตรา 34 จะโอนกรรมสิทธิ์ได้ก็แต่โดยพระราชบัญญัติเท่านั้น การที่โจทก์ที่ 2 มอบอำนาจให้จำเลยไปรับโอนที่ดินพิพาทมาเป็นของจำเลย จำเลยก็ไม่มีสิทธิรับโอนที่ดินพิพาทซึ่งเป็นของโจทก์ที่ 1 มาเป็นกรรมสิทธิ์ของตนซึ่งมีผลทำให้การโอนที่ดินพิพาทจากจำเลยไปยังจำเลยร่วมที่ 1 ไม่ชอบด้วยกฎหมายไปด้วย

#อุทิศ
#ที่ธรณีสงฆ์

“พรีออเดอร์ไม่ส่งสินค้า ไม่เป็นฉ้อโกง หากไม่มีการหลอกลวงตั้งแต่ต้น แต่เป็นผิดสัญญา ต้องคืนเงิน”📚⚖️คำพิพากษาฎีกาที่ 3664/...
11/08/2026

“พรีออเดอร์ไม่ส่งสินค้า ไม่เป็นฉ้อโกง หากไม่มีการหลอกลวงตั้งแต่ต้น แต่เป็นผิดสัญญา ต้องคืนเงิน”

📚⚖️คำพิพากษาฎีกาที่ 3664/2568

จากข้อความที่โจทก์ร่วมสนทนากับจำเลย จำเลยมิได้ยืนยันข้อเท็จจริงต่อโจทก์ร่วมว่าในขณะที่โจทก์ร่วมสั่งซื้อสินค้าชุดนอน 5,000 ชุด นั้น จำเลยมีสินค้าอยู่ในครอบครองแล้ว โจทก์ร่วมก็ทราบว่าจำเลยยังไม่มีสินค้าในครอบครองพร้อมจะส่งมอบให้แก่โจทก์ร่วม ประกอบกับในเฟซบุ๊กของจำเลยมีข้อความเป็นตัวอักษรขนาดใหญ่ว่า "เปิดพรีออเดอร์ล๊อตใหม่" ซึ่งหมายถึงเปิดให้สั่งจองหรือสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้า

แม้จะมีภาพถ่ายใบหน้าจำเลยอยู่ด้านหน้ากองสินค้าก็ตาม แต่ก็ไม่มีข้อความใดยืนยันว่าจำเลยมีสินค้าอยู่ในครอบครองพร้อมส่งมอบดังที่โจทก์กล่าวอ้างในฟ้อง อีกทั้งข้อความที่โจทก์ร่วมและจำเลยสนทนากัน #เป็นที่ประจักษ์ชัดแก่โจทก์ร่วมในขณะนั้นแล้วว่าจำเลยยังไม่มีสินค้าชุดนอน จำนวน 5,000 ชุด อยู่ในครอบครอง #จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยหลอกลวงโจทก์ร่วมด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริง #ว่าจำเลยมีสินค้าอยู่ในครอบครองแล้ว

การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง และไม่เป็นการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยและมีคำขอให้จำเลยคืนเงิน 135,000 บาท แก่โจทก์ร่วม

แม้เป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ซึ่ง ป.วิ.อ. มาตรา 46 บัญญัติว่าการพิพากษาคดีส่วนแพ่ง ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาก็ตาม แต่เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ร่วมสั่งซื้อชุดนอนจำนวน 5,000 ชุด และโจทก์ร่วมโอนเงิน 135,000 บาท ให้แก่จำเลยครบถ้วนแล้ว จำเลยไม่ส่งมอบชุดนอนจำนวนดังกล่าวให้แก่โจทก์ร่วมภายในเวลาที่ตกลงกัน จำเลยจึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา

ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่งจึงต้องเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายอันว่าด้วยความรับผิดของบุคคลในทางแพ่ง โดยไม่ต้องคำนึงถึงว่า จำเลยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำความผิดหรือไม่ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 47 วรรคหนึ่ง จำเลยจึงต้องคืนเงิน 135,000 บาท ให้แก่โจทก์ร่วม

#ฉ้อโกง
#ผิดสัญญาซื้อขาย

ผู้รับประกันภัยไม่มีฐานะเป็นผู้เสียหายในคดีอาญา จึงไม่อาจเรียกเงินจากจำเลยในคดีลักทรัพย์โดยตรงได้ เพราะสิทธิเรียกร้องเกิ...
10/08/2026

ผู้รับประกันภัยไม่มีฐานะเป็นผู้เสียหายในคดีอาญา จึงไม่อาจเรียกเงินจากจำเลยในคดีลักทรัพย์โดยตรงได้ เพราะสิทธิเรียกร้องเกิดจากสัญญาประกันภัย มิใช่จากการกระทำความผิด

⚖️ คำพิพากษาฎีกาที่ 880/2555
ผู้ร้องมิใช่ได้รับความเสียหายเนื่องจากการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์โดยตรง เพียงแต่อ้างสิทธิในฐานะผู้รับประกันภัยรถยนต์ที่ถูกจำเลยลักไปซึ่งได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เสียหายที่ 2 ผู้รับประโยชน์ตามสัญญาประกันภัยและมาใช้สิทธิไล่เบี้ยเอาจากจำเลยเท่านั้น
ความเสียหายของผู้ร้องที่อ้างว่าได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนไปนั้นจึงเกิดขึ้นจากความรับผิดตามสัญญาประกันภัย มิใช่เกิดจากการกระทำผิดฐานลักทรัพย์ซึ่งเป็นการกระทำละเมิดของจำเลย สิทธิเรียกร้องความเสียหายของผู้ร้องจึงมิใช่เป็นการเรียกร้องในมูลหนี้ละเมิดเช่นเดียวกันกับผู้เสียหายทั้งสอง จึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยใช้ราคาที่ผู้ร้องได้ชดใช้ไปตามสัญญาประกันภัยได้
ผู้เสียหายในคดีอาญา หมายถึงบุคคลผู้ได้รับความเสียหายเนื่องจากการกระทำผิดฐานใดฐานหนึ่ง ซึ่งคดีนี้ผู้เสียหายในความผิดฐานลักทรัพย์รถยนต์คือผู้เสียหายทั้งสอง และพนักงานอัยการโจทก์มีคำขอท้ายฟ้องเรียกให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาแทนแก่ผู้เสียหายทั้งสองเท่านั้น
โดยเป็นการเรียกทรัพย์สินหรือราคาแทนผู้เสียหายตามที่กฎหมายบัญญัติไว้โดยเฉพาะตามมาตรา 43 และเมื่อพิจารณาประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 แล้ว ยิ่งเห็นได้ชัดเจนว่า สิทธิของผู้เสียหายที่จะเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนตามมาตราดังกล่าวเป็นสิทธิเฉพาะตัวโดยแท้ของผู้เสียหายหรือผู้มีอำนาจจัดการแทนตาม มาตรา 4, 5 และ 6 เท่านั้น ผู้เสียหายที่จะถือว่าเป็นเจ้าหนี้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 50 จึงหมายถึงผู้เสียหายในคดีอาญาเท่านั้น

#ประกันภัย
#เรียกร้องค่าเสียหายในคดีอาญา

🔸 การเรียกค่าเสียหายในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์▪️ คำร้องเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนในคดีอาญา (44/1) คืออะไร ?👉 คือ คำ...
07/08/2026

🔸 การเรียกค่าเสียหายในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์

▪️ คำร้องเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนในคดีอาญา (44/1) คืออะไร ?
👉 คือ คำร้องที่ให้สิทธิบุคคลที่ได้รับความเสียหายจากการกระทำความผิดทางอาญา เรียกร้องค่าเสียหายจากการกระทำนั้น #โดยไม่ต้องไปฟ้องคดีแพ่ง เรียกค่าเสียหายแยกต่างหากจากคดีอาญาที่พนักงานอัยการได้ยื่นฟ้อง

▪️จะเรียกค่าเสียหายอะไรเข้าไปในคดีได้บ้าง ?
👉 จำแนกและยกตัวอย่างเบื้องต้น ได้ดังนี้
1️⃣ค่าเสียหายแก่ชีวิต เช่น ค่าปลงศพ(ค่าทำศพ) ค่าขาดไร้อุปการะ ค่ารักษาพยาบาลก่อนตาย
2️⃣ค่าเสียหายแก่ร่างกาย เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าขาดการงาน ค่าเสียหายอันไม่อาจคำนวนราคาเป็นเงินได้ (ค่าทนทุกข์ทรมาน)
3️⃣ค่าเสียหายต่อชื่อเสียง ในคดีหมิ่นประมาทดูหมิ่น
4️⃣ค่าเสียหายต่อทรัพย์สิน เช่น ค่าซ่อมรถ ค่าซ่อมโทรศัพท์

‼️ข้อสำคัญ : ต้องดูคำฟ้องของพนักงานอัยการด้วยว่าได้ #บรรยายคำฟ้องเกี่ยวกับการกระทำที่ทำให้เกิดความเสียหายไปด้วย หรือไม่ เพราะศาลจะพิจารณาพิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายได้ต้องพิจารณาเสียก่อนว่าค่าเสียหายที่เรียกร้องมานั้นเกี่ยวกับการกระทำตามคำฟ้องของพนักงานอัยการอย่างไร?

▪️คดีอะไรบ้างที่ #นิยม ยื่นคำร้องเข้าไปในคดี
👉 คดีทำร้ายร่างกาย คดีฆ่า คดีขับรถโดยประมาท คดีทำให้เสียทรัพย์

▪️มีข้อดีและข้อจำกัดของการยื่นคำร้องอย่างไรบ้าง?
✅ข้อดี
▶️ ไม่ต้องฟ้องคดีแพ่งใหม่
▶️ ได้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล (ปกติฟ้องคดีแพ่งเสียร้อยละ 2 ของทุนทรัพย์)
▶️ พิพากษาคดีอาญาและคดีแพ่งเสร็จสิ้นไปในคดีเดียว
❌ ข้อจำกัด
▶️ ไม่สามารถเรียกค่าเสียหายจากบุคคลอื่นนอกจากจำเลยในคดีได้ เช่น นายจ้างของลูกจ้างที่ขับรถโดยประมาท พ่อแม่ของเด็กที่ทำร้ายผู้เสียหาย บริษัทประกันภัยที่รับผิดตามสัญญาประกัน

▪️มีขั้นตอนเบื้องต้นการดำเนินการในชั้นศาลอย่างไรบ้าง?
👉 มีขั้นตอนเบื้องต้น ดังนี้
1️⃣ ผู้เสียหายต้องยื่นคำร้องก่อนโจทก์(พนักงานอัยการ) สืบพยาน
2️⃣ หลังจากยื่นคำร้องศาลจะเรียกจำเลยไปถามคำให้การ และ กำหนดวันสืบพยาน
โดยจำแนกออกเป็นการสืบคดีสองส่วน
▶️ส่วนแรก สืบคดีส่วนอาญา พนักงานอัยการจะเป็นคนสืบให้ได้ตามคำฟ้องของอัยการ
▶️ส่วนสอง สืบคดีส่วนแพ่ง จะสืบหลังจากสืบส่วนอาญาและ #ผู้เสียหายต้องนำสืบเอง ให้ได้ความตามคำร้องที่ขอเรียกค่าเสียหายมา(พนักงานอัยการไม่มีหน้าที่นำสืบส่วนนี้ให้)

💡ข้อแนะนำ : ควรให้ทนายความเป็นผู้เรียบเรียงคำร้อง และ สืบพยานในส่วนแพ่งให้ เพราะการเบิกความต่อศาลให้ได้ข้อเท็จจริงตามคำร้อง #ต้องเบิกความผ่านการถามของทนายความ

เรียบเรียง โดย ทนายพีรเชษฐ์ เก่งกาจไพศาล

✅ขอสงวนลิขสิทธิ์ห้ามดัดแปลง ทำซ้ำ บทความนี้ก่อนได้รับอนุญาต

#คู่มือประชาชน
#คำร้องขอเรียกค่าสินไหมทดแทน

รับจ้างเปิดบัญชีให้คนอื่นใช้ อาจเข้าข่ายเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิด⚖️📚คำพิพากษาฎีกาที่ 4920/2567     การรับจ้างเปิดบั...
06/08/2026

รับจ้างเปิดบัญชีให้คนอื่นใช้ อาจเข้าข่ายเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิด

⚖️📚คำพิพากษาฎีกาที่ 4920/2567
การรับจ้างเปิดบัญชีแล้วมอบสมุดบัญชีเงินฝากให้บุคคลอื่นไปใช้เป็นเรื่องผิดปกติวิสัย ย่อมแสดงให้เห็นเจตนาร้ายของจำเลย ตามพฤติการณ์ดังกล่าวจำเลยเล็งเห็นได้ว่า ค. อาจเป็นผู้รับจัดหาคนมาเปิดบัญชีให้คนร้ายหรือร่วมกับคนร้ายอาจนำสมุดบัญชีเงินฝากของจำเลยไปใช้ในการกระทำความผิดกฎหมายหรือแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบจำเลยจะอ้างว่าถูกหลอกใช้หาได้ไม่
การกระทำของจำเลยจึงเป็นกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่คนร้ายได้รับประโยชน์จากบัญชีเงินฝากของจำเลยก่อนและขณะที่คนร้ายร่วมกันฉ้อโกงผู้เสียหายที่ 2 จำเลยจึงมีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดของผู้อื่นฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น

#รับจ้างเปิดบัญชี
#สนับสนุนฉ้อโกง

⚖️📚คำพิพากษาฎีกาที่ 674/2554     แม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ว่า จำเลยกับพวกเข้าไปทำร้ายร่างกายผู้เสียหายจนได้รับบาดเจ็บและบัง...
05/08/2026

⚖️📚คำพิพากษาฎีกาที่ 674/2554
แม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ว่า จำเลยกับพวกเข้าไปทำร้ายร่างกายผู้เสียหายจนได้รับบาดเจ็บและบังคับเอาทรัพย์สินของผู้เสียหายไปเท่าที่คิดว่าพอกับค่าจ้างที่ผู้เสียหายเป็นหนี้พวกจำเลยอยู่เท่านั้น ไม่ได้เอาทรัพย์สินอื่นๆ ที่มีค่ามากไปด้วยก็ตามแต่การกระทำของจำเลยกับพวกดังกล่าวเป็นการกระทำที่ไม่มีอำนาจตามกฎหมาย
ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่ เห็นว่า เป็นการกระทำโดยมีเจตนาทุจริตแล้ว การกระทำของจำเลยกับพวกเป็นการร่วมกันปล้นทรัพย์ของผู้เสียหาย

#บังคับชำระหนี้โดยพลการ

พูดตำหนิคู่กรณีต่อหน้าคนอื่นในระหว่างการเจรจา อาจเป็นหมิ่นประมาทได้⚖️📚คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1557/2567     เหตุคดีนี้เกิดขึ...
04/08/2026

พูดตำหนิคู่กรณีต่อหน้าคนอื่นในระหว่างการเจรจา อาจเป็นหมิ่นประมาทได้

⚖️📚คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1557/2567
เหตุคดีนี้เกิดขึ้นระหว่างที่โจทก์ร่วมกับจำเลยเจรจาไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในเรื่องที่จำเลยร้องเรียนโจทก์ร่วมเกี่ยวกับการทำรั้วต่อจากรั้วเดิมและสร้างกันสาดด้านหลังบ้านโดยข้อเท็จจริงยังไม่ยุติว่าข้อพิพาทดังกล่าวเกิดขึ้นจากความผิดของฝ่ายใด ระหว่างเจรจาโจทก์ร่วมและจำเลยอยู่ในอารมณ์ฉุนเฉียว ต่างฝ่ายต่างโต้เถียงกันไปมาไม่ฟังกัน
สำหรับข้อความที่จำเลยกล่าวต่อบุคคลที่สามที่อยู่ร่วมในห้องประชุมจะเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์ร่วมหรือไม่ จำต้องพิจารณาถึงความรู้สึกของวิญญูชนทั่วไปเป็นเกณฑ์ในการพิจารณาว่าข้อความที่กล่าวถึงนั้นถึงขั้นที่ทำให้ผู้นั้นน่าจะเสียชื่อเสียงถูกบุคคลอื่นดูหมิ่น เกลียดชังหรือไม่ ทั้งต้องพิจารณาประกอบกับเหตุการณ์ในขณะนั้นด้วย
ถ้อยคำที่จำเลยกล่าวว่า “แสดงถึงมารยาทเห็นไหมคะว่าเขาไม่ได้มีความเข้าใจอะไรเลย คนมันมีการศึกษา มันไม่มีมารยาท มันสะกดคำว่าสามัญสำนึกกับคำว่ามารยาทไม่เป็น มันก็เลยเป็นอย่างนี้แหละ กระจอกมันเลยสะท้อนเข้าตัวเองนั่นแหละ” และถ้อยคำที่ว่า “ไม่ต้องขอบคุณเลยค่ะ คนอย่างเธอน่ะ ช่วย ที่ต้องมาเจอเพื่อนบ้านเลว ๆ แบบนี้” นั้น จำเลยกล่าวขึ้นหลังจากโจทก์ร่วมไม่ประสงค์จะเจรจาต่อและจะเดินทางกลับ ข้อความที่จำเลยกล่าวจึงเป็นข้อความที่จำเลยสื่อสารกับบุคคลที่สามที่อยู่ในห้องประชุมถึงพฤติกรรมของโจทก์ร่วม ข้อความต่าง ๆ ที่จำเลยกล่าวนั้น ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ให้ความหมายของคำว่า “มารยาท” ว่า กิริยาวาจาที่ถือว่าสุภาพเรียบร้อยถูกกาลเทศะ ส่วนคำว่า “สามัญสำนึก” ว่า ความสำนึกหรือความเฉลียวใจที่คนปกติธรรมดาทั่วไปควรจะต้องรู้ได้โดยไม่จำเป็นต้องได้รับคำแนะนำสั่งสอน เช่น ทำอะไรได้สมควรสำนึกบ้างว่าอะไรควรอะไรไม่ควร และคำว่า “เลว” ว่า ต่ำ, ทราม เช่น มารยาทเลว ถ้อยคำที่จำเลยว่าโจทก์ร่วมให้บุคคลที่สามฟัง
นอกจากจะมีลักษณะเป็นการดูถูกเหยียดหยามและสบประมาทโจทก์ร่วมแล้ว เมื่อพิจารณาข้อความทั้งหมดโดยเฉพาะถ้อยคำตอนท้ายที่ว่า “มีเพื่อนบ้านเลว ๆ แบบนี้” วิญญูชนทั่วไปย่อมอาจเข้าใจว่า จำเลยเจาะจงว่าโจทก์ร่วมเป็นคนต่ำทราม เห็นแก่ตัว มีกิริยาวาจาหยาบ ไม่มีสำนึกเช่นคนปกติทั่วไป และย่อมเป็นโชคร้ายหากต้องพักอาศัยอยู่ใกล้ ถ้อยคำดังกล่าวหาใช่เป็นเพียงการระบายความรู้สึกของจำเลยไม่ แต่ข้อความดังกล่าวทำให้โจทก์ร่วมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง อันเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทโจทก์ร่วมแล้ว

#หมิ่นประมาท

เจ้าของรวมในที่ดินต้องมีส่วนเท่ากันเสมอไปหรือไม่ ⚖️📚คำพิพากษาฎีกาที่ 6034/2561     ผู้เป็นเจ้าของรวมกันในที่ดินจะมีส่วนเ...
03/08/2026

เจ้าของรวมในที่ดินต้องมีส่วนเท่ากันเสมอไปหรือไม่

⚖️📚คำพิพากษาฎีกาที่ 6034/2561
ผู้เป็นเจ้าของรวมกันในที่ดินจะมีส่วนเท่ากันตาม ป.พ.พ. มาตรา 1357 ต้องเป็นกรณีที่ยังไม่ได้มีการแบ่งแยกการครอบครองเป็นสัดส่วน
ถ้าแบ่งแยกการครอบครองออกเป็นสัดส่วนแล้ว ก็ต้องแบ่งกรรมสิทธิ์รวมไปตามที่มีการครอบครอง ซึ่งอาจไม่เท่ากันก็ได้

#กรรมสิทธิ์รวม
#แบ่งแยกเป็นส่วนสัด

ตัวการไม่เปิดเผยชื่อ ยอมให้อีกฝ่ายมีชื่อเป็นเจ้าของที่ดิน แล้วบุคคลภายนอกรับจำนองโดยสุจริต จะเพิกถอนจำนองได้หรือไม่?📚⚖️ค...
02/08/2026

ตัวการไม่เปิดเผยชื่อ ยอมให้อีกฝ่ายมีชื่อเป็นเจ้าของที่ดิน แล้วบุคคลภายนอกรับจำนองโดยสุจริต จะเพิกถอนจำนองได้หรือไม่?

📚⚖️คำพิพากษาฎีกาที่ 1346/2567
โจทก์ทั้งสองฟ้องอ้างว่าที่ดินเป็นทรัพย์มรดกของ พ. มารดาโจทก์ทั้งสองและจำเลยที่ 1 ที่ ม. ยังไม่ได้จดทะเบียนโอนให้ พ. ซึ่งตกทอดแก่บุตรของ พ. ซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมรวม 6 คน และโจทก์ทั้งสองยังไม่ได้จดทะเบียนการได้มา
ดังนี้ การที่โจทก์ทั้งสองยอมให้จำเลยที่ 1 มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินพิพาทโดยรับโอนมาจาก ม. เป็นเวลานานกว่า 10 ปี และจำเลยที่ 1 ได้นำที่ดินพิพาทไปจดทะเบียนจำนองไว้แก่จำเลยที่ 2 เพื่อเป็นประกันหนี้ของ ส. ภริยาจำเลยที่ 1 เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2557 วงเงินจำนวน 150,000 บาท และต่อมาวันที่ 19 พฤษภาคม 2558 จำเลยที่ 1 ได้ไถ่ถอนจำนองและได้จดทะเบียนจำนองใหม่อีกครั้งในวันเดียวกันในวงเงินจำนอง 620,000 บาท จึงเป็นเรื่องที่โจทก์ทั้งสองซึ่งเป็นตัวการไม่เปิดเผยชื่อยอมให้จำเลยที่ 1 ผู้เป็นตัวแทนของตนทำการออกนอกหน้าเป็นตัวการว่าเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาท แม้ต่อมาจำเลยที่ 1 ได้นำที่ดินไปจดทะเบียนจำนองไว้แก่จำเลยที่ 2 แต่จำเลยที่ 2 รับจำนองไว้โดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริตและได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริต
โจทก์ทั้งสองจึงหาอาจทำให้เสื่อมเสียถึงสิทธิของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกผู้สุจริตที่มีต่อจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นตัวแทนของโจทก์ทั้งสอง และจำเลยที่ 2 ขวนขวายได้สิทธิมาแต่ก่อนที่จะรู้ว่าจำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนของโจทก์ทั้งสองนั้นได้ไม่ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 806 โจทก์ทั้งสองจะอ้างบทบัญญัติตาม ป.พ.พ. มาตรา 705 ซึ่งบัญญัติให้การจำนองกระทำได้โดยเจ้าของทรัพย์สินเท่านั้นเพื่อมิให้สัญญาจำนองระหว่างจำเลยที่ 1 กับที่ 2 มีผลผูกพันที่ดินพิพาทในส่วนของโจทก์ทั้งสองอันมีผลเป็นการบังคับจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกหาได้ไม่ โจทก์ทั้งสองไม่มีสิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญาจำนองระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2

#ตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
#จำนอง

ที่อยู่

Bangsaen
Chon Buri
20130

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ทนาย พีรเชษฐ์ เก่งกาจไพศาลผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์