30/04/2024
การซื้อที่ดิน หรือที่ดินพร้อมบ้าน โดยการรับโอนกรรมสิทธิ์จากผู้จัดการมรดก บางครั้งก็อาจจะสร้างปัญหาให้ได้ในภายหลัง หากทายาทราย อื่นๆ มิได้รู้ถึงการซื้อขาย และการโอนกรรมสิทธิ์นั้น และมาฟ้องเพิกถอนการซื้อขายนั้นๆ หรือฟ้องขอกันส่วนแบ่งอันเป็นกรรมสิทธิ์ของตน
ดังนั้น การซื้อทรัพย์ ซึ่งหลังโฉนดระบุชื่อผู้จัดการมรดก และผู้จัดการมรดก เป็นผู้เข้าทำสัญญาจะซื้อจะขาย และดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว ผู้จะซื้อควรสอบถามผู้จัดการมรดกว่า มรดกรายนี้มีทายาทรายอื่นหรือไม่ และทายาทรายอื่นได้ทราบถึงการซื้อขายที่ดินแปลงนี้หรือไม่ และควรขอดูคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก ตลอดจนคำสั่งศาลในการตั้งผู้จัดการมรดกด้วย นะครับ
ในสัญญาจะซื้อจะขาย ควรระบุรายชื่อผู้จะขายให้ครบถ้วน เพื่อให้ผู้จะขายซึ่งเป็นทายาททุกคนได้ลงนามในสัญญาจะซื้อจะขาย ครับ
เนื่องจากผมได้รับคำถามว่า ผู้จะซื้อได้เข้าซื้อที่ดินแปลงหนึ่ง ซึ่งมีทายาท 4 คน และทายาทอีก 3 คน มิได้ลงนามในสัญญาจะซื้อจะขาย และมิได้มาเซ็นให้ความยินยอม หรือรับรองการซื้อขายที่ดินดังกล่าว และที่ดินดังกล่าวได้มีการโอนกรรมสิทธิ์ไปแล้ว แต่เจ้าพนักงานที่ดินได้เตือนผู้ซื้อว่า เรื่องนี้อาจเกิดปัญหาได้ในอนาคต หากทายาทรายอื่นๆ มิได้ทราบถึงการซื้อขายและโอนกรรมสิทธิ์ดังกล่าว ซึ่งอาจถูกฟ้องร้องตามมา
ผมได้ให้คำแนะนำว่า ควรทำหนังสือให้ทายาททุกคนเซ็นรับรองถึงนิติกรรมดังกล่าว โดยร่างหนังสือให้กับผู้มาขอรับคำปรึกษานำไปใช้ ไว้คร่าวๆ ตามที่แสดงในภาพประกอบโพสต์นี้ ครับ
พึงระลึกไว้นะครับว่า สัญญาหรือหนังสือเพียงแผ่นเดียว บางครั้งก็อาจจะช่วยป้องกันความเสียหาย ซึ่งบางครั้งอาจส่งผลถึงขั้นล้มละลาย หรือจนไปอีกนานเลยครับ
ปล. ผมไม่สงวนลิขสิทธิ์ "หนังสือให้ความยินยอมขายที่ดิน" ซึ่งเพื่อนๆ และผู้ติดตามผมทุกท่าน สามารถนำไปใช้ได้ฟรีๆ ครับ
ุญชัยนิติบดีบริรักษ์