สำนักงานกฎหมายอภิรักษ์เสรีทนายความ ทนายความจังหวัดเชียงใหม่ Notary Public

โทร เส้นทาง ติดต่อ ธุรกิจของเรา

สำนักงานกฎหมายอภิรักษ์เสรีทนายความ ทนายความจังหวัดเชียงใหม่ Notary Public สำนักงานกฎหมายอภิรักษ์เสรีทนายความ
Lawyer & Notary Public

สำนักงานกฎหมายอภิรักษ์เสรีทนายความ สถานที่ตั้งอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ ให้บริการ ให้คำปรึกษากฎหมายแก่บุคคลทั่วไปและเป็นที่ปรึกษากฏหมายแก่องค์กรธุรกิจ รับว่าความทั่วราชอาณาจักร เกี่ยวกับคดีดังต่อไปนี้
- รับเป็นทนายความ ว่าความคดีแพ่งและคดีอาญา
- รับเป็นทนายความ ว่าความในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ
- รับเป็นทนายความ ว่าความในศาลปกครอง
- รับปรึกษาความ
- รับทำสัญญาประเภทต่างๆ
- รับทำพินัยกรรม
- ร้องขอศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดก
- ร้องขอศาลทำนิติกรรมสัญญาต่างๆ แทนผู้เยาว์
- ร้องขอศาลมีคำสั่งเป็นบุคคลไร้ความสามารถ
- ร้องขอศาลมีสั่งเป็นบุคคลเสมือนไร้ความสามารถ

รับรองเอกสาร Notarial Services Attorney (Notary Public)
เรายินดีให้บริการท่าน

ติดต่อทนายความ
..............สถานที่ติดต่อ สำนักงานกฎหมายอภิรักษ์เสรีทนายความ 588/19 ถนนเจริญเมือง(อยู่หัวมุมสี่แยกหนองประทีป) ต.ท่าศาลา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50000 โทร 053-246840, มือถือ 063-6273416 (ในเวลาทำการ)
...............APIRAGSERI LAW OFFICE 588/19 CHAROEN MUEANG ROAD(NHONGPHA TEEP INTERSECTION ) T.THASALA A.MUEANG CHIANGMAI THAILAND 50000 Tel.053-246840 , Mobile 063-6273416 (During working hours)
E-mail: [email protected]

04/10/2026

รถถูกน้ำท่วมไม่ต้องผ่อนไฟแนนซ์ต่อจริงหรือไม่ ?

02/10/2026

เรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับกฎหมายทวงหนี้
กฎหมายทวงหนี้ หรือ พ.ร.บ.ทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 ออกมานานเป็น 10 ปี แล้ว แต่คนทั่วไปก็ยังเข้าใจผิดว่า กฎหมายฉบับนี้บังคับกับเจ้าหนี้ทุกคนที่ไปทวงหนี้กับลูกหนี้ ซึ่งความเข้าใจนี้เป็น "ความเข้าใจที่ผิด" นะครับ ผิดมากๆ ถึงมากที่สุดเลยด้วย

📣 เรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับกฎหมายทวงหนี้ --------กฎหมายทวงหนี้ หรือ พ.ร.บ.ทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 ออกมานานเป็น 10 ปี แล้ว แต...
29/09/2026

📣 เรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับกฎหมายทวงหนี้

--------
กฎหมายทวงหนี้ หรือ พ.ร.บ.ทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 ออกมานานเป็น 10 ปี แล้ว แต่คนทั่วไปก็ยังเข้าใจผิดว่า กฎหมายฉบับนี้บังคับกับเจ้าหนี้ทุกคนที่ไปทวงหนี้กับลูกหนี้ ซึ่งความเข้าใจนี้เป็น "ความเข้าใจที่ผิด" นะครับ ผิดมากๆ ถึงมากที่สุดเลยด้วย
--------
เพราะกฎหมายทวงหนี้ไม่ได้ใช้กับเจ้าหนี้ทุกคน แต่ใช้กับเจ้าหนี้บางกลุ่มเท่านั้น ซึ่งผมแยกออกเป็น 2 กลุ่มให้เข้าใจดังนี้
🔵 1. กลุ่มเจ้าหนี้ที่ไม่ต้องทำตามกฎหมายทวงหนี้
- เจ้าหนี้ที่เป็นเพื่อนฝูง พี่น้อง ญาติ คนรู้จัก ทวงหนี้เงินที่ยืมกัน
- เจ้าหนี้ที่เป็นผู้บริโภคทวงกับผู้ประกอบธุรกิจ
- เจ้าหนี้ในหนี้ละเมิดทางแพ่งโดยการ ทวงค่าสินไหมทดแทน ทวงค่าขาดไร้อุปการะ ทวงค่ารักษาพยาบาล ทวงค่าค่าซ่อมแซมทรัพย์สิน ค่าขาดประโยชน์จากการทำงาน เป็นต้น
- เจ้าหนี้อันเกิดจากสิทธิตามกฎหมาย เช่น ค่าอุปการะเลี้ยงดูระหว่างสามีภริยา ค่าเลี้ยงดูบุตร เป็นต้น
เจ้าหนี้กลุ่มที่ 1 นี้ไม่มีความผิดตามกฎหมายทวงหนี้ กฎหมายทวงหนี้บังคับอะไรก็ไม่จำเป็นต้องทำตาม แล้วลูกหนี้ก็อ้างกฎหมายฉบับนี้เอาผิดเจ้าหนี้เวลามาทวงหนี้ไม่ได้ด้วย

🟡 2. กลุ่มเจ้าหนี้ที่ต้องทำตามกฎหมายทวงหนี้
- เจ้าหนี้ที่เป็นหนี้กันโดยการให้สินเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นหนี้ที่ชอบด้วยกฎหมาย หนี้ผิดกฎหมาย เช่น เจ้าหนี้สถาบันการเงิน ธนาคาร ไฟแนนซ์ ลิสซิ่ง ผู้ประกอบธุรกิจผู้บริโภค การรับชำระหนี้อันเกิดจากการค้าและบริการต่างๆ อาชีพปล่อยเงินกู้นอกระบบ แอปเงินด่วน เจ้าหนี้พนัน บริษัทรับทวงหนี้ บริษัทรับจัดการหนี้ พนักงานคอลเซนเตอร์เจ้าหนี้กลุ่มนี้ ผู้รับมอบอำนาจทั้งหลายของเจ้าหนี้กลุ่มนี้ เป็นต้น
เจ้าหนี้กลุ่มที่ 2 นี้คือกลุ่มที่กฎหมายทวงหนี้ควบคุมบังคับ หากไม่ปฏิบัติตามจะมีโทษจำคุก และปรับตามกฎหมาย ถ้าเจ้าหนี้กลุ่มนี้ทำผิดลูกหนี้สามารถดำเนินคดีเอาผิดเจ้าหนี้กลุ่มนี้ได้ครับ ไม่ใช่เจ้าหนี้ทุกประเภทตามที่เข้าใจกันผิดๆ ครับ

-----------
✅ วิธีทวงหนี้โดยถูกต้องให้ปฏิบัติดังนี้
🔸1. ต้องติดต่อทวงลูกหนี้ตามชื่อที่อยู่ที่ลูกหนี้ให้ไว้เท่านั้น เว้นแต่ถ้าไม่แจ้งไว้หรือติดต่อไม่ได้ให้ใช้ที่อยู่ตามภูมิลำเนาถิ่นที่อยู่ หรือที่ทำงานแทนได้
🔸2. ถ้าติดต่อทวงโดย บุคคล โทรศัพท์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ในวันจันทร์ถึงศุกร์ทำได้เฉพาะเวลา 8.00 น.-20.00 น. ส่วนในวันหยุดราชการทำได้เฉพาะเวลา 8.00 น.-18.00 น.
🔸3. จำนวนครั้งที่ติดต่อทวงให้ติดต่อตามจำนวนครั้งที่เหมาะสม
🔸4. ผู้รับมอบอำนาจจากเจ้าหนี้กลุ่มที่ 2 นี้ ต้องแจ้งให้ทราบชื่อ ชื่อหน่วยงานของตน ชื่อเจ้าหนี้ จำนวนหนี้ด้วย ถ้าทวงหนี้ต่อหน้าต้องแสดงหลักฐานการมอบอำนาจด้วย
❌ ส่วนข้อห้ามในการทวงหนี้ของเจ้าหนี้กลุ่มที่ 2 มีดังนี้
🔹1. ห้ามทวงนี้โดยการข่มขู่ ใช้ความรุนแรงทำให้เกิดความเสียหายแก่ร่างกาย ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของลูกหนี้ (จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 41)
🔹2. ห้ามทวงหนี้โดยใช้คำพูดดูหมิ่นเยียดหยาม ด่าทอ ว่ากล่าวลูกหนี้ (จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 39)
🔹3. ห้ามทวงหนี้โดยเปิดเผยความเป็นหนี้ของลูกหนี้ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องรับรู้ (จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 39)
🔹4. ห้ามทวงหนี้โดยไปรษณียบัตร เอกสารเปิดผนึก โทรสาร หรือสิ่งใดที่เป็นการทวงโดยเปิดเผยอย่างชัดเจน เว้นแต่บอกกล่าวบังคับจำนองด้วยวิธีปิดประกาศหนังสือพิมพ์ซึ่งเจ้าหนี้ติดต่อโดยวิธีอื่นไม่ได้ (จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 39)
🔹5. ห้ามทวงโดยใช้ข้อความ เครื่องหมาย สัญลักษณ์ หรือชื่อธุรกิจของคนทวงหนี้บนซองจดหมายให้ได้เข้าใจว่านี่เป็นการทวงหนี้ (จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 39)
🔹6. ห้ามทวงหนี้โดยใช้ข้อความ เครื่องหมาย สัญลักษณ์ หรือเครื่องแบบให้เข้าใจว่าเป็นการกระทำของศาล เจ้าหน้าที่รัฐ หรือหน่วยงานรัฐ (จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 41)
🔹7. ห้ามทวงหนี้โดยการปลอมเป็นทนายความ สำนักงานทนายความ สำนักงานกฎหมาย (จำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 40)
🔹8. ห้ามทวงหนี้โดยทำให้เชื่อว่าลูกหนี้จะถูกดำเนินคดี จะถูกยึดหรืออายัดทรัพย์สินหรือเงินเดือน (จำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 40)
🔹9. ห้ามทวงหนี้โดยหลอกว่าเป็นการดำเนินการให้แก่บริษัทข้อมูลเครดิต หรือรับจ้างบริษัทข้อมูลเครดิต (จำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 40)
🔹10. ห้ามทวงหนี้โดยไม่เป็นธรรมโดยการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมค่าใช้จ่ายต่างๆ เกินกว่าที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (ปรับทางปกครองไม่เกิน 100,000 บาท)
🔹11. ห้ามเสนอ จูงใจให้ลูกหนี้ออกเช็คทั้งที่รู้อยู่ว่าลูกหนี้อยู่ในสถานะที่ไม่สามารถชำระหนี้ได้ (จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 39)
🔹12. ห้ามเจ้าหน้าที่รัฐประกอบธุรกิจทวงหนี้ หรือทวงถามหนี้ หรือสนับสนุนการทวงถามหนี้ซึ่งไม่ใช่ของตน เว้นแต่กรณีที่เป็นหนี้ของสามี ภริยา บุพการี หรือผู้สืบสันดานของตน ในกรณีที่เจ้าหน้าที่รัฐนั้นมีอำนาจตามกฎหมาย

----------
ดังนั้น กฎหมายทวงหนี้ไม่ได้มีไว้ใช้กับเจ้าหนี้ลูกหนี้ทุกคน ต้องดูด้วยว่าตัวเองเป็นเจ้าหนี้ลูกหนี้กลุ่มไหน กลุ่มที่กฎหมายบังคับ หรือกลุ่มที่กฎหมายไม่ได้บังคับ อย่าได้เข้าใจผิดอย่างเด็ดขาดนะครับ

----------
บทความโดย ทนาย ธนารักษ์ อภิรักษ์เสรี
(✅สำนักงานกฎหมาย อภิรักษ์เสรีทนายความ)
เวลาทำการ จันทร์ถึงศุกร์ 8.30 - 17.00 น. / เสาร์ 8.30 -16.00 น. หยุดวันอาทิตย์
ติดต่อทนายความความ 3 ช่องทาง
Line อภิรักษ์เสรีทนายความ
tel. 063 6273416 (ในเวลาทำการ)
tel. 053 246840 (ในเวลาทำการ)
#รับว่าความทั่วราชอาณาจักร #ออกโนติส #หนังสือบอกกล่าวทวงถาม #ทนายความ #คดีแพ่ง #คดีอาญา #คดีครอบครัว #คดีมรดก #จัดตั้งผู้จัดการมรดก #ร่างสัญญาต่างๆ #คดีปกครอง #คดีอาญาในศาลทุจริตประพฤติมิชอบ

27/09/2026

การด่ากันทางแชทเพียงสองฝ่ายผิดกฎหมายไหม ?

🎯การด่ากันทางแชทเพียงสองฝ่ายผิดกฎหมายไหม ?กรณีที่มีการแชทสนทนาส่วนตัวระหว่างคู่สนทนาเพียงสองฝ่าย โดยไม่มีบุคคลที่สามรับร...
22/09/2026

🎯การด่ากันทางแชทเพียงสองฝ่ายผิดกฎหมายไหม ?
กรณีที่มีการแชทสนทนาส่วนตัวระหว่างคู่สนทนาเพียงสองฝ่าย โดยไม่มีบุคคลที่สามรับรู้ภายในแชทนั้น กรณีนี้ไม่เป็นความผิดใดๆ ตามประมวลกฎหมายอาญาเลยครับ ทั้งในความผิดฐานหมิ่นประมาทและความผิดฐานดูหมิ่นซึ่งหน้า ซึ่งหลายคนเข้าใจผิดว่า ถ้ามีใครทักแชทมาด่าเราสองต่อสองระหว่างคนด่ากับเราแล้ว เราจะเอาผิดคนด่าโดยตรงได้นั้น ไม่เป็นความจริงนะครับ
--------
เหตุที่ไม่เป็นความผิดทั้งสองข้อหาก็เพราะว่า...
--------
⭕️1. กรณีความผิดฐานหมิ่นประมาท มาตรา 326 นั้น
กฎหมายบัญญัติว่า "ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท"

คำว่า "ต่อบุคคลที่สาม" นั้นเป็นองค์ประกอบความผิดหลัก ซึ่งไม่ได้หมายถึงการว่ากล่าวกันเองโดยตรงระหว่างบุคคลเพียงสองฝ่าย หากไม่มีบุคคลที่สามร่วมด้วยแล้วก็ไม่อาจเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทได้เลยครับ ทั้งนี้ความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา มาตรา 328 ก็เช่นเดียวกัน ต้องมีบุคคลที่สามร่วมด้วย

---------
ส่วนอีกข้อหาคือ...
---------
⭕️2. กรณีความผิดฐานดูหมิ่นซึ่งหน้า มาตรา 393
กฎหมายบัญญัติว่า "ผู้ใดดูหมิ่นผู้อื่นซึ่งหน้าหรือด้วยการโฆษณา ต้องระวางโทษ..."

องค์ประกอบสำคัญของข้อหานี้คือคำว่า "ซึ่งหน้า" ซึ่งหมายถึงการกระทำต่อหน้าผู้เสียหายโดยตรง การด่ากันทางแชทเป็นการสื่อสารที่คู่สนทนาอยู่ห่างกันโดยระยะทาง ไม่ได้อยู่ต่อหน้า และเป็นการสนทนาส่วนตัว ไม่มีการโฆษณาป่าวประกาศให้สาธารณะชนได้รับรู้ในระหว่างสนทนากัน จึงไม่เข้าองค์ประกอบความผิดฐานดูหมิ่นซึ่งหน้าหรือด้วยการโฆษณาได้ครับ

--------

ดังนั้น การถูกแชทมาด่าสองต่อสอง 1-2 ครั้งนั้น จึงไม่มีกฎหมายใดเอาผิดคนทักมาด่านั้นได้ครับ ทางแก้คือบล็อกทิ้งไป หรือด่ามันกลับไปเท่านั้นครับ
แต่ทั้งนี้หากข้อเท็จจริงเปลี่ยนไปว่า เขาทักแชทมาด่าเราทุกวัน ทำบ่อยๆ ทำซ้ำๆ เป็นลักษณะตั้งใจก่อกวนให้เราเดือดร้อน อย่างนี้จะกลายเป็นความผิดอื่นขึ้นมาได้นั่นซึ่งก็คือ ความผิดฐานทำให้เดือดร้อนรำคาญ ตามมาตรา 397 ซึ่งเราสามารถแจ้งความฟ้องร้องดำเนินคดีกับบุคคลดังกล่าวในข้อหานี้แทนได้ครับ

-----------
บทความเขียนโดย ทนาย ธนารักษ์ อภิรักษ์เสรี
(✅สำนักงานกฎหมาย อภิรักษ์เสรีทนายความ)
เวลาทำการ จันทร์ถึงศุกร์ 8.30 - 17.00 น. / เสาร์ 8.30 -16.00 น. หยุดวันอาทิตย์
ติดต่อทนายความความ 3 ช่องทาง
Line อภิรักษ์เสรีทนายความ
tel. 063 6273416 (ในเวลาทำการ)
tel. 053 246840 (ในเวลาทำการ)
#รับว่าความทั่วราชอาณาจักร #ออกโนติส #หนังสือบอกกล่าวทวงถาม #ทนายความ #คดีแพ่ง #คดีอาญา #คดีครอบครัว #คดีมรดก #จัดตั้งผู้จัดการมรดก #ร่างสัญญาต่างๆ #คดีปกครอง #คดีอาญาในศาลทุจริตประพฤติมิชอบ

📝คลิปโป๊ คลิป only fan คลิปลามกต่างๆ ไม่สามารถได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายลิขสิทธิ์ได้----------ตามกฎหมาย พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์...
18/09/2026

📝คลิปโป๊ คลิป only fan คลิปลามกต่างๆ ไม่สามารถได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายลิขสิทธิ์ได้

----------
ตามกฎหมาย พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 และตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกาของไทยเรานั้น งานที่แม้จะสร้างสรรค์ขึ้นมาด้วยความวิริยะอุตสาหะของเจ้าของผลงาน แต่หากมีเนื้อหาไปในทางลามกอนาจาร อย่างเช่น หนังโป๊ คลิปลามก หรือภาพถ่ายอนาจาร อันมีลักษณะฝ่าฝืนต่อกฎหมายอาญาแล้ว งานที่สร้างขึ้นมานั้น ย่อมไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ฯ ไปด้วย
โดยจะถือว่าเป็น "งานสร้างสรรค์ที่กฎหมายไม่ให้การรับรอง" ส่งผลให้ผู้ที่เป็นเจ้าของงานที่สร้างขึ้นมานั้น ไม่มีสถานะเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ และไม่มีอำนาจฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้ใด เมื่อมีการนำงานนั้นไปเผยแพร่หรือทำซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของงานดังกล่าวตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ฯ
เพราะงานที่จะได้รับการคุ้มครองสิทธิทางกฎหมายนั้นต้องเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นโดยชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น หากเนื้อหาของงานเป็นสิ่งผิดกฎหมาย อย่าง สื่อลามกอนาจาร งานนั้นย่อมขาดคุณสมบัติในการเป็นงานที่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายลิขสิทธิ์นี้เสมอ อีกทั้งก็เป็นการขัดต่อหลักการใน ป.พ.พ. มาตรา 150 ที่ว่าการใดที่มีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย หรือเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน การนั้นย่อมเป็นโมฆะอีกด้วยเช่นเดียวกันครับ

---------
⭕️กรณีแนวฎีกาที่เจาะจงว่าหนังโป๊มีลิขสิทธิ์ไม่ได้
🔸คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3705/2530
ลิขสิทธิ์ที่บุคคลสามารถเป็นเจ้าของได้ จะต้องเป็นลิขสิทธิ์ในงานที่ตนสร้างสรรค์โดยชอบด้วยกฎหมาย แต่เมื่อปรากฏว่าวีดีโอเทปของกลาง 1ที่โจทก์อ้างว่าเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ มีบทแสดงการร่วมเพศระหว่างหญิงและชายบางตอนอันเป็นภาพลามก ซึ่งผู้ใดทำหรือมีไว้หรือมีส่วนเกี่ยวข้องในการค้า เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 287 งานของโจทก์ดังกล่าวจึงมิใช่งานสร้างสรรค์ตามความหมายแห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธ์ พ.ศ. 2521 โจทก์จึงไม่ใช่เจ้าของลิขสิทธิ์ ไม่ใช่ผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(4) และไม่มีอำนาจฟ้อง
วีดีโอเทปของกลาง 2 ที่จำเลยอ้างส่งต่อศาลในระหว่างการพิจารณา ไม่ใช่ของกลางที่พนักงานสอบสวนได้ยึดไว้ในคดี และโจทก์มิได้มีคำขอให้ริบ แม้วีดีโอเทปดังกล่าวจะมีภาพลามกรวมอยู่ด้วยอย่างเดียวกันกับวีดีโอเทปของกลาง 1 ศาลก็ไม่มีอำนาจสั่งริบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 192 การที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้ริบจึงเป็นการไม่ชอบ ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จะไม่มีฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยไม่ริบวีดีโอเทปดังกล่าวได้
⭕️แต่ถ้าหากภาพถ่ายนั้นไม่มีการเปิดเผยอวัยวะเพศ หรือมีการเซ็นเซอร์เอาไว้ กรณีอย่างนี้ไม่ถือว่าภาพดังกล่าวเป็นภาพลามกอนาจาร ผลงานที่สร้างสรรค์ขึ้นมานั้นจึงมีลิขสิทธิ์ สามารถได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายได้ เช่น ภาพถ่ายชุดว่ายน้ำ ชุดคอสเพลย์วาบหวิว ภาพถ่ายโฆษณาชุดชั้นใน เป็นต้น
🔸คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1223/2508
ภาพพิมพ์ของกลางเป็นเพียงภาพที่แสดงถึงส่วนสัดความสมบูรณ์ของร่างกายที่มิได้มีสิ่งปกปิดโดยเฉพาะส่วนล่างก็พยายามปกปิดหรือทำเป็นเพียงเงา ๆ และได้ลบเลือนให้เป็นอวัยวะที่ราบเรียบแล้ว ภาพไม่มีลักษณะน่าเกลียดน่าอุจาดบัดสีแล้ว ดังนี้ไม่ถือว่าเป็นภาพลามกตามความหมายที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญามาตรา 287

----------
ดังนั้น ผลงานใดๆ อันมีลักษณะลามกอนาจารโดยตรงแล้ว เจ้าของผลงานนั้นจะอ้างความมีลิขสิทธิ์ในผลงานดังกล่าว เพื่อเอาผิดแจ้งความร้องทุกข์หรือฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้ละเมิดผลงานดังกล่าวไม่ได้ครับ

-----------
บทความโดย ทนาย ธนารักษ์ อภิรักษ์เสรี
(✅สำนักงานกฎหมาย อภิรักษ์เสรีทนายความ)
เวลาทำการ จันทร์ถึงศุกร์ 8.30 - 17.00 น. / เสาร์ 8.30 -16.00 น. หยุดวันอาทิตย์
ติดต่อทนายความความ 3 ช่องทาง
Line อภิรักษ์เสรีทนายความ
tel. 063 6273416 (ในเวลาทำการ)
tel. 053 246840 (ในเวลาทำการ)
#รับว่าความทั่วราชอาณาจักร #ออกโนติส #หนังสือบอกกล่าวทวงถาม #ทนายความ #คดีแพ่ง #คดีอาญา #คดีครอบครัว #คดีมรดก #จัดตั้งผู้จัดการมรดก #ร่างสัญญาต่างๆ #คดีปกครอง #คดีอาญาในศาลทุจริตประพฤติมิชอบ

17/09/2026

ลูกหรือทายาทห้ามเจ้าหนี้ฟ้องตนในหนี้ของพ่อแม่ที่ตายไปก่อได้หรือไม่ ?

📣ผ่อนรถไม่ไหวเอารถไปคืนไฟแนนซ์ก่อนผิดสัญญา ไฟแนนซ์จะฟ้องเราไม่ได้ใช่ไหม ?--------❌ไม่จริงนะครับ เรื่องนี้เป็นรื่องที่เข้...
15/09/2026

📣ผ่อนรถไม่ไหวเอารถไปคืนไฟแนนซ์ก่อนผิดสัญญา ไฟแนนซ์จะฟ้องเราไม่ได้ใช่ไหม ?

--------

❌ไม่จริงนะครับ เรื่องนี้เป็นรื่องที่เข้าใจผิดกันหมดเลยครับ เนื่องจากวิธีเอารถไปคืนไฟแนนซ์นั้น ไม่ได้ทำเพื่อไม่ให้ไฟแนนซ์ฟ้องผู้เช่าซื้อ แต่เป็นการทำเพื่อแก้ปัญหาไฟแนนซ์ฟ้องเรียก "ค่าส่วนต่างจากการขายขาดราคา" กรณีนำรถไปขายทอดตลาดแล้วขาดทุนต่างหากครับ
เราต้องทำความเข้าใจวิธีทำธุรกิจของไฟแนนซ์กันก่อนนะครับ กรณีถ้าผู้เช่าซื้อผิดสัญญาไม่ชำระค่างวดครบ 3 งวด ไฟแนนซ์จะมายึดรถดังกล่าวคืนกลับไป แล้วนำรถออกไปขายทอดตลาดชำระหนี้ เพื่อชดใช้ค่างวดในส่วนที่ผู้เช่าซื้อยังต้องผ่อนต่อจนครบสัญญา ซึ่งหากขายแล้วได้ราคาน้อยกว่าจำนวนหนี้ในส่วนนี้ โดยขาดเหลืออยู่เท่าไหร่ ผู้เช่าซื้อต้องรับผิดในส่วนที่ขาดนั้น อันเป็นผลมาจากการผิดสัญญาของฝ่ายผู้เช่าซื้อเอง
แต่หากเป็นกรณีที่ ฝ่ายผู้เช่าซื้อไม่ได้กระทำผิดสัญญาไม่ค้างชำระค่างวดครบ 3 ครั้ง แต่รู้ตัวว่าตนเองผ่อนส่งต่อไปไม่ไหวแล้ว จึงนำรถไปคืนไฟแนนซ์ในสภาพที่ซ่อมแซมเรียบร้อยและใช้การได้ดีในสภาพเช่นเดียวกับวันที่รับมอบรถไปจากผู้ให้เช่าซื้อ และยอมรับรถนั้นคืนกลับไป ถือว่าสัญญาเช่าซื้อระงับสิ้นสุดลงตาม ป.พ.พ. มาตรา 573 โดยไม่ว่าจะมีการเซ็นรับผิดในค่าส่วนต่างหรือไม่ หากไฟแนนซ์นำไปขายทอดตลาดแล้วขาดทุน อย่างนี้ตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกาถือเป็นการสมัครใจเลิกสัญญาเช่ากันโดยปริยาย ผู้เช่าซื้อรถจึงไม่ต้องรับผิดใดๆ จากการขายทอดตลาดรถแล้วขาดทุนของไฟแนนซ์ หรือหากต้องรับผิดก็จะรับผิดเพียงบางส่วนในฐานะที่เป็นเบี้ยปรับ ไม่ต้องรับผิดเต็มจำนวนที่ขาดทุนทั้งหมด หรือรับผิดในเรื่องชดใช้ค่าเสื่อมราคาแทนครับ
🔵ไปดูคำพิพากษาเหล่านี้
- คำพิพากษาฎีกาที่ 9861/2559
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5239/2561
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4607/62
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5055/2567
✅ดังนั้น ไม่ว่ากรณีไหน จะผิดสัญญาเช่าซื้อหรือยังไม่ผิดสัญญาเช่าซื้อไฟแนนซ์ฟ้องผู้เช่าซื้อแน่นอนทั้งสองกรณี ไม่ใช่ทำวิธีนั้นแล้ววิธีนี้แล้วไฟแนนซ์จะไม่ฟ้อง เพียงแต่ว่าวิธีเอารถไปคืนก่อนผิดสัญญาเช่าซื้อ จะทำให้เรา "มีข้อต่อสู้กับไฟแนนซ์" ไม่ต้องจ่ายค่าส่วนต่างจากการขายขาดราคา หรือลดค่าขาดราคานั้นลงมาได้ต่างหากครับ (เรียกง่ายๆ ว่าฟ้องมาแล้วเรามีทางสู้ไม่ต้องจ่ายค่าใดๆ เต็มจำนวนนั่นแหละ)
⭕️หมายเหตุ
- หากไฟแนนซ์ขายรถแล้วได้กำไร หรือคุ้มมูลหนี้ที่เหลือตามสัญญา ไฟแนนซ์จะไม่ฟ้องผู้เช่าซื้อเลย ไม่ว่าจะมีเหตุมาจากผู้เช่าซื้อผิดสัญญาหรือไม่ก็ตาม ซึ่งส่วนใหญ่เกิดขึ้นยาก เพราะต้องเป็นรถที่ตลาดนิยมกันแย่งใช้เท่านั้น
- เมื่อถูกฟ้องต้องไปศาลเพื่อยื่นคำให้การสู้คดี ไม่อย่างนั้นจะเป็นการแพ้คดี เพราะไม่ยอมรับกติกาไม่รักษาสิทธิของตัวเอง โดยตามกฎหมายจะเรียกกรณีนี้ว่า แพ้คดีเพราะขาดนัดยื่นคำให้การ ทำให้ต้องรับผิดเต็มจำนวนตามที่โจทก์ฟ้อง

------------
บทความโดย ทนาย ธนารักษ์ อภิรักษ์เสรี
(✅สำนักงานกฎหมาย อภิรักษ์เสรีทนายความ)
เวลาทำการ จันทร์ถึงศุกร์ 8.30 - 17.00 น. / เสาร์ 8.30 -16.00 น. หยุดวันอาทิตย์
ติดต่อทนายความความ 3 ช่องทาง
Line อภิรักษ์เสรีทนายความ
tel. 063 6273416 (ในเวลาทำการ)
tel. 053 246840 (ในเวลาทำการ)
#รับว่าความทั่วราชอาณาจักร #ออกโนติส #หนังสือบอกกล่าวทวงถาม #ทนายความ #คดีแพ่ง #คดีอาญา #คดีครอบครัว #คดีมรดก #จัดตั้งผู้จัดการมรดก #ร่างสัญญาต่างๆ #คดีปกครอง #คดีอาญาในศาลทุจริตประพฤติมิชอบ

📣คู่สมรสตกลงสมัครใจหย่าขาดจากกัน แต่...พอถึงวันไปจดทะเบียนหย่าอีกฝ่ายกลับไม่ไป มีวิธีแก้ไขอย่างไร ?---------วิธีหย่าขาดจ...
10/09/2026

📣คู่สมรสตกลงสมัครใจหย่าขาดจากกัน แต่...พอถึงวันไปจดทะเบียนหย่าอีกฝ่ายกลับไม่ไป มีวิธีแก้ไขอย่างไร ?

---------
วิธีหย่าขาดจากกันของคู่สมรสนั้น ตามกฎหมายแล้วมีอยู่ด้วยกัน 2 วิธีคือ...
⭕️- ไปจดทะเบียนหย่ากันยังสำนักทะเบียนด้วยความยินยอมของคู่สมรส (มาตรา 1515)
⭕️- หากไม่สมัครใจหย่า คู่สมรสฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจึงต้องไปฟ้องคดียังศาลโดยอาศัยเหตุสำคัญตามกฎหมาย 12 กรณีตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1516 เพื่อให้ศาลมีคำพิพากษาหย่าขาดจากันแทน
แต่... ในกรณีที่คู่สมรสดังกล่าวตกลงสมัครใจหย่าขาดจากกัน นัดวันเวลาในการไปจดทะเบียนหย่ากันเรียบร้อยแล้ว แต่ปรากฏว่าอีกฝ่ายกลับผิดข้อตกลงไม่ไปหย่าให้ตามนัด หรือจงใจกลั่นแกล้งอีกฝ่ายหนึ่งไม่ไปหย่าให้ตามที่ตกลง ทำให้คู่สมรสอีกฝ่ายไม่สามารถหย่าได้ และไม่สามารถไปเริ่มต้นชีวิตใหม่โดยจดทะเบียนสมรสกับบุคคลอื่นต่อได้
ทั้งยังติดปัญหาตรงที่หากจะไปฟ้องศาลก็ต้องอาศัยเหตุในการหย่าตามที่กฎหมายกำหนดอีก แต่ในขณะนั้นกลับไม่มีเหตุไหนที่ตรงกับเหตุสำคัญในการหย่าทั้ง 12 กรณีเลย ซึ่งหากฟ้องหย่าไปศาลก็จะยกคำฟ้องนั้น ทำให้เสียโอกาสเสียเวลาในการที่ต่างฝ่ายต่างจะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่
ด้วยเหตุนี้ในการแก้ปัญหาดังกล่าวไม่ให้เกิดขึ้น กรณีจึงมีความจำเป็นที่จะต้องทำข้อตกลงผูกมัดกันไว้เป็น "สัญญาหย่าหรือหนังสือยินยอม" ระหว่างกันก่อนที่จะไปจดทะเบียนหย่ายังสำนักทะเบียน เพราะหากคู่สมรสทำสัญญาหย่ากันถูกต้องแล้ว แต่ฝ่ายหนึ่งบ่ายเบี่ยงไม่ยอมไปจดทะเบียนหย่าตามที่ตกลงกันไว้ อีกฝ่ายสามารถฟ้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัว เพื่อให้ศาลมีคำพิพากษาบังคับให้ไปจดทะเบียนหย่าได้ โดยหากยังไม่ปฏิบัติตามอีกก็ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของอีกฝ่ายได้ โดยที่ไม่ต้องรอให้มีเหตุสำคัญในการหย่าก่อนตามกฎหมายก็ฟ้องหย่าได้นั่นเองครับ

----------
🎯ตัวอย่างคำพิพากษาศาลฎีกาที่วางหลักเรื่องการฟ้องหย่าโดยอาศัยหนังสือหรือสัญญาหย่าครับ
🔸คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 580/2508
สามีภริยาที่จดทะเบียนสมรสกันตามกฎหมายแล้ว ได้ทำหนังสือหย่ากันเองด้วยความสมัครใจ มีพยาน 2 คนลงชื่อในหนังสือหย่าอีกฝ่ายหนึ่งไม่ยอมไปจดทะเบียนหย่าที่อำเภอ ศาลบังคับให้ไปจดทะเบียนหย่าได้ถ้าไม่ไปก็ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนเจตนา
🔸คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3838/2528
สามีภรรยาทำหนังสือยินยอมหย่าขาดจากการเป็นสามีภรรยากันไว้ถูกต้องครบถ้วนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา1514 ที่ได้ตรวจชำระใหม่แล้วเมื่อสามีไม่ยอมไปจดทะเบียนหย่าให้ภรรยา ก็มีสิทธินำคดีมาฟ้องขอให้บังคับสามีไปจดทะเบียนหย่าได้
----------
🔑โดยสิ่งสำคัญในหนังสือยินยอมหรือสัญญาหย่า ที่ควรจะมีกำหนดไว้นั้นมีดังนี้ครับ

📝1. วันเวลาสถานที่ ที่จะไปดำเนินการจดทะเบียนหย่ากัน

📝2. ข้อตกลงในการแบ่งสินสมรส แม้ว่ากฎหมายจะให้แบ่งสินสมรสคนละเท่าๆ กัน แต่คู่สมรสมีเสรีภาพที่จะ ตกลงแบ่งทรัพย์สินเป็นอย่างอื่นก็ได้ ตามความสมัครใจ ไม่จำเป็นต้องแบ่งคนละครึ่งเท่าๆ กันเสมอไป

📝3. ค่าอุปการะเลี้ยงดู และอำนาจปกครองบุตร ว่าจะให้ลูกอยู่กับฝ่ายใดและอีกฝ่ายจะช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูลูกเท่าไหร่

📝4. ต้องมีพยานลงชื่อในหนังสือยินยอมหรือสัญญาหย่านั้นด้วย 2 คน
สรุป = แม้คู่สมรสจะมีการยินยอมหย่ากันด้วยความสมัครใจ แต่ก็ควรที่จะมีการทำหนังสือยินยอมหรือสัญญาหย่าตกลงกันไว้ด้วยเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นนะครับ

ส่วนสัญญาหย่าหรือหนังสือยินยอมนี้ ต้องไปว่าจ้างทนายความจัดทำให้นะครับ ไม่มีแบบฟอร์มหรือหน่วยงานราชการที่ไหนบริการทำให้ เพราะเป็นเรื่องผลประโยชน์ส่วนบุคคลไม่เกี่ยวกับสังคมส่วนรวม

---------

บทความโดย ทนาย ธนารักษ์ อภิรักษ์เสรี
(✅สำนักงานกฎหมาย อภิรักษ์เสรีทนายความ)
เวลาทำการ จันทร์ถึงศุกร์ 8.30 - 17.00 น. / เสาร์ 8.30 -16.00 น. หยุดวันอาทิตย์
ติดต่อทนายความความ 3 ช่องทาง
Line อภิรักษ์เสรีทนายความ
tel. 063 6273416 (ในเวลาทำการ)
tel. 053 246840 (ในเวลาทำการ)
#รับว่าความทั่วราชอาณาจักร #ออกโนติส #หนังสือบอกกล่าวทวงถาม #ทนายความ #คดีแพ่ง #คดีอาญา #คดีครอบครัว #คดีมรดก #จัดตั้งผู้จัดการมรดก #ร่างสัญญาต่างๆ #คดีปกครอง #คดีอาญาในศาลทุจริตประพฤติมิชอบ

🥗แขวนตะกร้ารับพัสดุของเราไว้หน้าบ้าน เพื่อนบ้านมาแอบอ้างใช้ ที่อยู่บ้านเลขที่ พิกัด gps ในการรับพัสดุของเพื่อนบ้านเป็นบ้...
01/09/2026

🥗แขวนตะกร้ารับพัสดุของเราไว้หน้าบ้าน เพื่อนบ้านมาแอบอ้างใช้ ที่อยู่บ้านเลขที่ พิกัด gps ในการรับพัสดุของเพื่อนบ้านเป็นบ้านของเรา โดยที่เราไม่ได้อนุญาตให้เขาใช้ตะกร้าด้วย ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่เราอย่างมาก การกระทำดังกล่าวมีความผิดตามกฎหมายหรือไม่ ? มีวิธีแก้ไขอย่างไร ?

----------
🫡 ทาองออกวิธีแก้ปัญหาเพื่อนบ้านสร้างความเดือดร้อนกรณีนี้ มีวิธีการดำเนินการตามกฎหมายดังนี้ครับ
✏️1. เจราด้วยสันติวิธีพูดคุยแจ้งให้เพื่อนบ้านทราบว่าการกระทำดังกล่าวทำให้เราเดือดร้อนขอให้ยกเลิกพฤติกรรมนั้นเสีย
✏️2. ยกเลิกการวางพัสดุ เอาตะกร้ารับพัสดุแขวนหน้าบ้านของเราออกไปเลยครับ เพื่อไม่ให้ขนส่งหรือไรเดอร์นำสินค้ามาใส่ในตะกร้าอีกต่อไป หากจะรับพัสดุก็ต่อเมื่อขนส่งหรือไรเดอร์เอาพัสดุมาส่งมอบให้เองกับมือเราหรือคนในบ้านแทนเท่านั้น
✏️3. ถ้าเราจำเป็นต้องวางตะกร้ารับพัสดุแขวนหน้าบ้าน ให้ติดป้ายแขวงติดแจ้งเตือน ขนส่งหรือไรเดอร์ด้วยข้อความว่า....

- "เนื่องจากมีบุคคลแอบอ้างชื่อที่อยู่บ้านหลังนี้โดยที่เจ้าของบ้านไม่ได้สั่งพัสดุบ่อยครั้ง ทำให้ได้รับความเดือดร้อนรำคาญ ดังนั้น หากพัสดุที่สั่งไม่ใช่บุคคลชื่อนี้...(ชื่อเรา/คนในบ้าน).... หรือเบอร์โทรติดต่อนี้ ....(เบอร์โทรเรา).... อย่านำพัสดุมาวางในตะกร้านี้เด็ดขาด เพราะจะมีความผิดอาญาตามกฎหมาย"

แปะติดไว้กับตะกร้ารับพัสดุหน้าบ้านให้ขนส่งหรือไรเดอร์ทราบก่อนส่งพัสดุวางในตะกร้าครับ
✏️4. ให้จัดทำหรือจ้างทนายความร่าง "หนังสือบอกกล่าวทวงถาม(โนติส)" ส่งไปยังเพื่อนบ้านอย่างเป็นทางการ ระบุว่าเราไม่ยินยอมให้เขาใช้ที่อยู่ของเราในการรับพัสดุของเขา และจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใดๆ อันเกิดแก่พัสดุนั้น หากยังคงมีพัสดุของเขามาส่งนับแต่วันที่........ นี้เป็นต้นไป จะให้ทนายความดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและทางอาญากับเขา
✏️5. หากเพื่อนบ้านยังดื้อ ยังมีพฤติกรรมสร้างความเดือดร้อนดังกล่าวอยู่อีก ก็ให้ไปแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจ ในความผิดฐานทำให้เดือดร้อนรำคาญ อันเกิดจากการที่ถูกบุคคลแอบอ้างข้อมูลของเราเพื่อสั่งสินค้า จนส่งผลให้มีพัสดุที่ไม่ใช่ของเรามาส่งที่บ้านบ่อยครั้ง ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญกับเรา อันถือเป็นการกระทำโดย "รังแก ข่มเหง คุกคาม หรือกระทำให้ได้รับความเดือดร้อนรำคาญ" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397 ซึ่งมีโทษตามกฎหมายครับ
ช่องทางที่เราพอจะดำเนินการได้ตามกฎหมายจะมีเพียงเท่านี้นะครับ 🙂

---------

บทความโดย ทนาย ธนารักษ์ อภิรักษ์เสรี
(✅สำนักงานกฎหมาย อภิรักษ์เสรีทนายความ)
เวลาทำการ จันทร์ถึงศุกร์ 8.30 - 17.00 น. / เสาร์ 8.30 -16.00 น. หยุดวันอาทิตย์
ติดต่อทนายความความ 3 ช่องทาง
Line อภิรักษ์เสรีทนายความ
tel. 063 6273416 (ในเวลาทำการ)
tel. 053 246840 (ในเวลาทำการ)
#รับว่าความทั่วราชอาณาจักร #ออกโนติส #หนังสือบอกกล่าวทวงถาม #ทนายความ #คดีแพ่ง #คดีอาญา #คดีครอบครัว #คดีมรดก #จัดตั้งผู้จัดการมรดก #ร่างสัญญาต่างๆ #คดีปกครอง #คดีอาญาในศาลทุจริตประพฤติมิชอบ

ที่อยู่

588/19 ถ. เจริญเมือง(อยู่หัวมุมสี่แยกหนองประทีป) ต. ท่าศาลา อ. เมือง จ. เชียงใหม่ โทร. 063 6273416
Chiang Mai
50000

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 17:00
อังคาร 08:30 - 17:00
พุธ 08:30 - 17:00
พฤหัสบดี 08:30 - 17:00
ศุกร์ 08:30 - 17:00
เสาร์ 08:30 - 16:00

เบอร์โทรศัพท์

+66636273416

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ สำนักงานกฎหมายอภิรักษ์เสรีทนายความ ทนายความจังหวัดเชียงใหม่ Notary Public โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง สำนักงานกฎหมายอภิรักษ์เสรีทนายความ ทนายความจังหวัดเชียงใหม่ Notary Public:

ทางลัด

แชร์