20/03/2026
ปักหมุดวาระสำคัญ!!!!!
24 มี.ค. 2569 คณะอนุกรรมการศึกษาและปรับปรุงพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 และพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 กำหนดลงพื้นที่จัดเวทีรับฟังความเห็นของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติ เขตห้ามล่าสัตว์ป่า และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ในพื้นที่ภาคเหนือ
ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลเชียงดาว อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ตามข้อเรียกร้องของสมัชชาชุมชนคนอยู่กับป่า (สชป.) และ สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) ที่ได้เรียกร้องต่อรัฐบาลตั้งแต่ต้นปี 2568
🔴สชป.-สกน. เตรียมลุยเวทีรับฟังความเห็นแก้ กม. ป่าอนุรักษ์ 24 มี.ค. 69 ชี้เดิมพันทวงคืนสิทธิชุมชน✊
คืบหน้า 1 ปี หลังชุมนุมใหญ่ สชป.-สกน. เตรียมชุมชนเข้าร่วมเวทีรับฟังความเห็นแก้กฎหมายป่าอนุรักษ์ 24 มี.ค. นี้ หลังกฎหมาย 2 ฉบับมรดก คสช. บังคับใช้กว่า 5 ปี สร้างผลกระทบวิถีชุมชน ด้านอนุกรรมการศึกษากฎหมายชี้ เป็นเดิมพันสำคัญทวงคืนสิทธิชุมชนและสิทธิชาติพันธุ์ ชวนร่วมสะท้อนปัญหา
24 มี.ค. 2569 คณะอนุกรรมการศึกษาและปรับปรุงพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 และพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 มีกำหนดการลงพื้นที่จัดเวทีรับฟังความเห็นของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติ เขตห้ามล่าสัตว์ป่า และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ในพื้นที่ภาคเหนือ ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลเชียงดาว อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ตามข้อเรียกร้องของสมัชชาชุมชนคนอยู่กับป่า (สชป.) และ สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) ที่ได้เรียกร้องต่อรัฐบาลตั้งแต่ต้นปี 2568 ในสมัยรัฐบาล แพทองธาร ชินวัตร จนถึงรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล
พชร คำชำนาญ อนุกรรมการสัดส่วนภาคประชาชน กล่าวว่า คณะอนุกรรมการฯ ชุดนี้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชนผู้เดือดร้อนจากการถูกเขตป่าอนุรักษ์ประกาศทับที่ต้องการให้แก้กฎหมายมรดกบาปจากยุคทวงคืนผืนป่าของรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งในขณะนั้น คสช. ได้ผลักดันกฎหมายโดยไม่ฟังเสียงของประชาชน จนทำให้เกิดสถานการณ์ความเดือดร้อนในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทั่วประเทศ ทั้งการบีบให้ต้องสูญเสียที่ดิน จำกัดการใช้ประโยชน์จากป่า การคุกคามจากเจ้าหน้าที่รัฐ รวมไปถึงการตรวจยึดที่ดินทำกินและจับกุมดำเนินคดี นอกจากนั้นยังมีพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ว่าด้วยการจัดการพื้นที่ป่าอนุรักษ์ออกมาซ้ำในปี 2567 จนเกิดการลุกฮือของกลุ่มชาติพันธุ์ ชนเผ่าพื้นเมือง และเกษตรรายย่อยทั่วภาคเหนือ
“การชุมนุมใหญ่ของ สชป. และ สกน. เมื่อปี 2568 นับเป็นอีกหนึ่งภาพประวัติศาสตร์การต่อสู้ของกลุ่มคนยากคนจนและชนเผ่าพื้นเมืองที่ไม่ยอมจำนนต่ออำนาจที่ไม่เป็นธรรมของรัฐ ตลอด 5 ปีของการบังคับใช้กฎหมายป่าอนุรักษ์นั้นสร้างผลกระทบอย่างกว้างขวางและเห็นรูปธรรมการกดขี่มากขึ้นเรื่อยๆ การปรับปรุงแค่กฎหมายลำดับรองอย่าง พ.ร.ฎ. จึงไม่เพียงพอ เพราะกฎหมายระดับ พ.ร.บ. นั้นมีปัญหาตั้งแต่หลักการที่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ คณะอนุกรรมการฯ จึงจัดกระบวนการรับฟังความเห็นของประชาชนโดยการลงพื้นที่จัดเวที 4 ภูมิภาค โดยเน้นการศึกษาผลกระทบจากกฎหมายทั้งฉบับ ไม่ใช่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งเท่านั้น ซึ่งจากเวทีที่ภาคตะวันตกและภาคอีสานประชาชนส่วนใหญ่เสนอให้เพิกถอนเขตป่าอนุรักษ์ออกจากพื้นที่ชุมชน” นายพชรกล่าว
อนุกรรมการภาคประชาชนยังย้ำว่าเวทีวันที่ 24 มี.ค. นี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นวันครบรอบ 1 ปีการเคลื่อนไหวใหญ่ของ สชป. และ สกน. และทุกความเห็นที่เรียกร้องการรับรองสิทธิชุมชนในการจัดการที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์ที่ถูกลดทอนลงไปจากกฎหมายป่าอนุรักษ์นั้นจะถูกบันทึกในเวทีและจัดทำเป็นรายงานเสนอคณะรัฐมนตรี ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนเข้าร่วมกว่า 1,000 คน
“ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนร่วมสะท้อนความเห็นต่อคณะอนุกรรมการฯ เพื่อให้เราได้รับข้อมูลครบถ้วนที่สุด โดยเฉพาะประเด็นการละเมิดสิทธิชุมชนและสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์ที่แม้ขณะนี้จะมีพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568 แล้ว แต่ก็ยังมีกฎหมายป่าอนุรักษ์ที่เนื้อหาขัดแย้งกันอยู่ ขอให้พลังการรวมกลุ่มเคลื่อนไหวของพี่น้องส่งแรงไปถึงรัฐบาลใหม่ให้เร่งเดินหน้าแก้ปัญหานี้เป็นวาระเร่งด่วน” พชรย้ำ
จากข้อมูลของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ระบุว่ามีชุมชนที่ทับซ้อนกับเขตป่าอนุรักษ์ (อุทยานแห่งชาติ เขตห้ามล่าสัตว์ป่า และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า) จำนวน 4,042 ชุมชน เป็นจำนวนราษฎร 314,784 ราย รวมเป็นเนื้อที่ประมาณ 4.27 ล้านไร่ และที่ดิน 466,307 แปลง (ข้อมูล ณ ปี 2567) รวมถึงมีแผนประกาศเขตป่าอนุรักษ์เพิ่มเติมอีกอย่างน้อย 23 แห่งทั่วประเทศ เนื้อที่ประมาณ 3,591,377 ไร่ (ข้อมูล ณ ปี 2566)
ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการฯ ชุดนี้เกิดจากการเคลื่อนไหวของ สชป. และ สกน. ตั้งแต่วันที่ 24 มี.ค. – 1 เม.ย. 2568 ณ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่และทำเนียบรัฐบาล ซึ่งกลุ่มประชาชนดังกล่าวได้เรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาสิทธิในการจัดการที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกละเมิดจากพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 และพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 จนเกิดเป็นบันทึกข้อตกลงร่วมกันระหว่าง สชป.-สกน. และตัวแทนรัฐบาล ได้แก่ ประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในขณะนั้น และมีมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 1 เม.ย. 2568 รับรองบันทึกข้อตกลงดังกล่าว จึงได้มอบหมายให้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการฯ ชุดดังกล่าวขึ้นโดยมี ชูศักดิ์ ศิรินิล รองนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นเป็นประธาน และเมื่อเปลี่ยนรัฐบาลได้มีการมอบหมาย บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ปฏิบัติหน้าที่ประธานต่อไป
#สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ #หยุดกฎหมายป่าปลอดคน #สมัชชาชุมชนคนอยู่กับป่า #มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ