02/08/2021
#ผู้เสมือนไร้ความสามารถ : คำนี้ในกฎหมายแปลว่าอะไร?
คนเสมือนไร้ความสามารถ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 32 นั้น หมายถึง...
บุคคลที่กายพิการหรือมีจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือ
ประพฤติสุรุ่ยสุร่ายเป็นอาจิณ หรือติดสุรายาเมา หรือมีเหตุอื่นทำนองเดียวกันนั้น จนไม่สามารถที่จะจัดกิจการงานของตนเองได้ หรืออาจจัดกิจการงานของตนเองไปในทางที่เสื่อมเสียต่อทรัพย์สินของตนเองหรือครอบครัว
เมื่อผู้มีสิทธิร้องขอตามกฎหมายยื่นคำร้องต่อศาล ศาลอาจสั่งให้บุคคลนั้นเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ ซึ่งจะเกิดผลในทางกฎหมายคือ.. คนเสมือนไร้ความสามารถต้องอยู่ในความดูแลของผู้พิทักษ์ และการทำนิติกรรมบางชนิดต้องได้รับความยินยอมจากผู้พิทักษ์ก่อนจึงจะทำได้ หากทำนิติกรรมลงไปโดยไม่ได้รับความยินยอม นิติกรรมนั้นเป็นโมฆียะ
หลักเกณฑ์แห่งการเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ ปรากฏอยู่ในมาตรา 32 อาจแยกหลักเกณฑ์
การเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ ได้เป็น 3 ประการ คือ
1. มีเหตุบกพร่อง
2. เพราะเหตุบกพร่องดังกล่าวทำให้ไม่สามารถจัดการงานของตนได้ หรือจัดการไปในทางที่เสื่อมเสียแก่ทรัพย์สินของตนหรือครอบครัว
3. มีคำสั่งศาลให้เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ
เหตุบกพร่องที่อาจทำให้บุคคลถูกศาลสั่งให้เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ มี 5 ประการ คือ...
1. กายพิการ หมายถึง ร่างกายส่วนใดส่วนหนึ่งพิการหรือไม่สมประกอบ หรือเป็นอัมพาต เคลื่อนไหวตัวไม่ได้ เหตุที่ทำให้กายพิการนี้อาจมีมาแต่กำเนิด หรือเกิดขึ้นภายหลัง เพราะป่วยเจ็บ ชราภาพหรืออุบัติเหตุก็ได้
2. จิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ คือ ผู้ที่มีจิตไม่ปกติ เพราะโรคจิตหรือสมองพิการแต่ไม่ถึงกับวิกลจริต กล่าวคือ เป็นบุคคลที่ยังมีความรู้สึกผิดชอบอยู่บ้าง ไม่ใช่ไร้สติเสียเลยทีเดียว แต่ความรู้สึกผิดชอบอาจ
เลอะเลือนไปบางครั้งบางคราว เหตุที่ทำให้จิตฟั่นเฟือนนี้ อาจเป็นมาแต่กำเนิด หรือเป็นภายหลังก็ได้ ไม่ว่า
เพราะป่วยเจ็บ แก่ชรา หรืออุบัติเหตุ
3. ประพฤติสุรุ่ยสุร่ายเสเพลเป็นอาจิณ หมายถึง บุคคลที่มีนิสัยใช้จ่ายเงินทองอย่างไม่จำเป็นและ
ไร้ประโยชน์เข้าลักษณะฟุ่มเฟือยโดยไม่มีเหตุผลสมควร และมีรายจ่ายเกินกว่ารายได้อยู่ประจำ
ลักษณะการใช้จ่ายเงินทองของผู้ประพฤติสุรุ่ยสุร่ายเสเพลเป็นอาจิณมี 3 ประการคือ
(1) ใช้จ่ายเกินกว่ารายได้
(2) การใช้จ่ายเกินรายได้นี้ เป็นการใช้จ่ายอย่างไร้ประโยชน์และปราศจากเหตุผลในแง่เศรษฐกิจ
(3) การใช้จ่ายอย่างไร้ประโยชน์นี้ ต้องเป็นการกระท าที่ปฏิบัติเป็นประจ าจนเป็นอาจิณหรือจนเป็นปกติ
4. ติดสุรายาเมา หมายถึง การติดสิ่งเสพติดด้วยสิ่งมึนเมาชนิดใดก็ได้ เช่น ติดยาบ้า ติดกัญชา ติดเฮโรอีน ติดสุรา ยาดองเหล้า หรือของมึนเมาอย่างอื่นทำนองเดียวกัน แต่ข้อสำคัญคือต้องเป็นการติดแบบเป็นประจำ ขาดไม่ได้ ผู้ที่ติดสุรายาเมาเช่นว่านี้มักไม่มีสติควบคุมร่างกายและจิตใจได้ จึงไม่สามารถจัดการงาน
ของตนเองได้อย่างบุคคลทั่วไป หรืออาจจัดกิจการไปในทางที่เสื่อมเสียแก่ทรัพย์สินของตัวเอง
ดังนั้น หากเป็นการดื่มสุราเพื่อการสังสรรค์ก็ไม่เข้ามาตรา 32 หรือกรณีที่เป็นโรคตับแข็งเพราะดื่มสุรามาก แต่ยังสามารถจัดกิจการงานของตนได้อยู่ ก็ไม่เข้ามาตรานี้เช่นเดียวกัน
5. เหตุอื่นทำนองเดียวกัน จะต้องเป็นเหตุที่ถึงขนาดทำให้บุคคลนั้นไม่สามารถจัดกิจการงานของตนเองได
ผู้มีสิทธิร้องขอต่อศาลให้ศาลมีคำสั่งให้เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ
1. สามีหรือภริยาของคนเสมือนไร้ความสามารถ
2. ผู้บุพการี หมายถึง บิดามารดา ปู่ย่า ตายาย ทวด และรวมถึงบิดามารดาบุญธรรมตามกฎหมาย
3. ผู้สืบสันดาน หมายถึง ญาติสืบสายโลหิตโดยตรงลงมา เป็นผู้สืบสันดานตามความเป็นจริง ได้แก่ลูก หลาน เหลน ลื่อ
4. ผู้ปกครอง
5. ผู้พิทักษ์
6. ผู้ซึ่งปกครองดูแลผู้เยาว์
7. พนักงานอัยการ
ความสิ้นสุดของการเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ
การสิ้นสุดความเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ ตามป.พ.พ. มาตรา 36 บัญญัติว่า...
“ถ้าเหตุที่ศาลได้สั่งให้เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถได้สิ้นสุดไปแล้วให้นำบทบัญญัติ มาตรา 31
มาใช้บังคับโดยอนุโลม”
ความสิ้นสุดแห่งการเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถตามบทบัญญัติดังกล่าวอาจแยกออกได้เป็น 3
กรณี คือ
1. สิ้นสุดลงโดยการตายของคนเสมือนไร้ความสามารถ
2. สิ้นสุดลงเพราะเปลี่ยนฐานะคนเสมือนไร้ความสามารถได้กลายเป็นคนไร้ความสามารถ
3. สิ้นสุดลงเพราะเหตุบกพร่อง ตามมาตรา 34 หมดสิ้นไป เช่น ประพฤติตนเป็นคนดี
ไม่สุรุ่ยสุร่าย หรือเลิกเสพสุรายาเมา หรือหายจากอาการจิตฟั่นเฟือนแล้ว และศาลมีคำสั่งเพิกถอนให้เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถแล้ว
ในกรณีที่เหตุแห่งการเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถได้สิ้นสุดไปแล้ว การร้องขอต่อศาลก็ให้ศาลสั่ง'เพิกถอน' คำสั่งที่ให้เป็นคนไร้ความสามารถนั้น ผู้มีสิทธิร้องขอให้ศาลสั่งถอนคำสั่งเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ ได้แก่
1. สามีหรือภริยาของคนเสมือนไร้ความสามารถ
2. ผู้บุพการี หมายถึง บิดามารดา ปู่ย่า ตายาย ทวด และรวมถึงบิดามารดาบุญธรรมตามกฎหมาย
3. ผู้สืบสันดาน หมายถึง ญาติสืบสายโลหิตโดยตรงลงมา เป็นผู้สืบสันดานตามความเป็นจริง ได้แก่ลูก หลาน เหลน ลื่อ
4. ผู้ปกครอง
5. ผู้พิทักษ์
6. ผู้ซึ่งปกครองดูแลบุคคลนั้นอยู่
7. พนักงานอัยการ
คำสั่งของศาล ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อศาลเพิกถอนคำสั่งเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ จะต้องโฆษณาคำสั่งในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบ คำสั่งเพิกถอนของศาลนั้นเริ่มตั้งแต่วันที่ศาลมีคำสั่ง มิได้มีผลย้อนหลังขึ้นไปถึงวันที่หายจากอาการวิกลจริต หรือวันยื่นคำร้อง
ต่อศาล หรือมีผลตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://justicechannel.org
#กฎหมายน่ารู้ #ศัพท์กฎหมายวันละคำ #ชื่นใจคนไทยรู้กฎหมา