ทนายคดีครอบครัว มรดก 0619399935

ทนายคดีครอบครัว มรดก 0619399935 รับทำคดีครอบครัว ฟ้องหย่า ฟ้องชู้ เมียน้อย อำนาจปกครองบุตร สิทธิในทรัพย์สิน มรดก

06/06/2025

การด่าทอบุพการีของคู่สมรสอาจเป็นเหตุฟ้องหย่าได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516 (3) ซึ่งระบุว่า: 

“สามีหรือภริยาทำร้าย หรือทรมานร่างกายหรือจิตใจ หรือหมิ่นประมาทหรือเหยียดหยามอีกฝ่ายหนึ่งหรือบุพการีของอีกฝ่ายหนึ่ง ทั้งนี้ ถ้าเป็นการร้ายแรง อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้” 

อย่างไรก็ตาม ศาลจะพิจารณาความร้ายแรงของการด่าทอเป็นกรณีไป โดยพิจารณาจากถ้อยคำที่ใช้ บริบท และความถี่ของการกระทำ . 

📚 ตัวอย่างคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง
1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4402/2558: จำเลยเรียกมารดาโจทก์ว่า “อีแก่” ศาลเห็นว่าเป็นคำไม่สุภาพและไม่เหมาะสม แต่ยังไม่ถึงกับเป็นการเหยียดหยามอย่างร้ายแรง จึงไม่เป็นเหตุฟ้องหย่าได้ . 
2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2396/2517: จำเลยด่าโจทก์และมารดาโจทก์ว่าเป็น “ดอกทอง” ซึ่งศาลเห็นว่าเป็นการหมิ่นประมาทอย่างร้ายแรง ถือเป็นเหตุฟ้องหย่าได้ . 
3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1290/2514: สามีด่าบิดาของภริยาว่า “โคตรของหลวงสมานนี้เลวทั้งโคตรคบไม่ได้” ศาลถือว่าเป็นการหมิ่นประมาทบุพการีอย่างร้ายแรง ภริยาจึงมีสิทธิฟ้องหย่าได้ . 

🔍 สรุป

การด่าทอบุพการีของคู่สมรสอาจเป็นเหตุฟ้องหย่าได้ หากเป็นการหมิ่นประมาทหรือเหยียดหยามอย่างร้ายแรง ศาลจะพิจารณาจากถ้อยคำที่ใช้ บริบท และความถี่ของการกระทำ. 

“หย่ากันแล้ว ฟ้องหญิงชู้ได้ไหม?”บทความโดย ATHIP LAW FIRM|  #ฟ้องชู้ |  #ทนายฟ้องชู้ |  #หย่าแล้วไม่จบ |“พอได้กัน ก็หย่าก...
31/05/2025

“หย่ากันแล้ว ฟ้องหญิงชู้ได้ไหม?”
บทความโดย ATHIP LAW FIRM
| #ฟ้องชู้ | #ทนายฟ้องชู้ | #หย่าแล้วไม่จบ |

“พอได้กัน ก็หย่ากันไป… แล้วเธอจะมาเรียกร้องอะไรกับฉันอีก?”
ประโยคบาดใจจากหญิงคนหนึ่ง ที่ยืนยิ้มเหยียดในห้องพิจารณาคดี… ข้างเธอคืออดีตสามีที่เคยสัญญาว่าจะดูแลกันจนตาย

แต่เธอคนนั้นไม่ใช่ภรรยา
เธอคือ “หญิงอื่น” ที่แทรกกลางระหว่างครอบครัวที่ยังมีทะเบียนสมรส
ก่อนจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ เหลือเพียงใบหย่ากับหัวใจที่บอบช้ำ

คำถามคือ…
“หย่ากันแล้ว จะฟ้องหญิงชู้ได้ไหม?”

📌 คำตอบตามกฎหมาย

ฟ้องได้! หากการมีความสัมพันธ์ทางชู้สาวนั้น เกิดขึ้นก่อนการหย่า

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1523 วรรคสาม
ผู้เป็นภริยาหรือสามีชอบที่จะฟ้องเรียกค่าเสียหายจากชายหรือหญิงซึ่งได้ กระทำชู้ กับสามีหรือภริยาของตน
แม้หย่าขาดจากกันแล้ว ก็ยังฟ้องได้
ถ้าการกระทำชู้นั้น เกิด ก่อนหย่า

🔥 ประเด็นสำคัญคือ “ช่วงเวลา”
• ถ้าชู้กัน ก่อนหย่า → ฟ้องหญิงชู้ได้
• ถ้าชู้กัน หลังหย่า → ฟ้องไม่ได้ เพราะไม่มีสถานะคู่สมรสแล้ว

⚖️ คดีตัวอย่างที่ศาลฎีกาเคยพิพากษา

ฎีกาที่ 2160/2523
อดีตภรรยาฟ้องหญิงชู้ แม้จะหย่ากันไปแล้ว แต่พิสูจน์ได้ว่า
หญิงคนนั้นล่วงละเมิดสิทธิแห่งคู่สมรสตั้งแต่ยังอยู่กินกัน

ศาลพิพากษาให้ชดใช้ค่าเสียหาย

💔 บางครั้ง… เรื่องหัวใจไม่จบแค่ใบหย่า

หลายคนมักคิดว่า
“หย่าแล้ว ก็คือจบ ไม่มีสิทธิ์อะไรอีก”

แต่ความเสียหายจากการแย่งสามี ไม่ได้หายไปพร้อมทะเบียนสมรส
มันติดอยู่ในหัวใจ
และยังมีที่ยืนในศาล
หากมีหลักฐานพร้อมว่า… เธอคือคนทำลายครอบครัวนั้นจริง

📎 ฟ้องหญิงชู้ ต้องเตรียมอะไร?
1. หลักฐานว่าเคยสมรส → สำเนาทะเบียนสมรส
2. หลักฐานว่ามีการชู้กันก่อนหย่า → แชท รูปภาพ คลิป กล้องวงจรปิด พยานบุคคล ฯลฯ
3. หลักฐานความเสียหาย → สภาพจิตใจ รายจ่าย ค่ารักษา ฯลฯ

✨ บทสรุป

การหย่า ไม่ได้ลบล้างสิทธิในการเรียกร้องค่าเสียหายจากหญิงชู้
หากการชู้นั้นเกิดก่อนหย่า
เพราะความเจ็บปวดจากการถูกทรยศ ไม่ควรถูกละเลยเพียงเพราะคำว่า “อดีต”

หากคุณเคยถูกแย่งคนรักไป
หากคุณเคยถูกทำลายครอบครัวด้วยน้ำมือของหญิงอื่น
คุณมีสิทธิ์ทวงคืนความยุติธรรม

ATHIP LAW FIRM
📞 ให้คำปรึกษาคดีฟ้องชู้ ฟ้องชู้หญิง ฟ้องชู้ชาย
💬 สู้เพื่อศักดิ์ศรีของผู้หญิงที่เคยรักสุดหัวใจ

#หย่ากันแล้วฟ้องชู้ได้ไหม
#ฟ้องหญิงชู้
#ฟ้องชู้ต้องทำอย่างไร

#ทีมกฎหมายดราม่าหนักแต่ปัง

16/05/2025

#เมียน้อยก็เหยื่อ ถ้าผู้ชายหลอกว่าโสด

เนื้อหาโพสต์:
“เขาบอกว่าโสด…
เขาไม่มีเมีย ไม่มีลูก
เราเชื่อหมดใจ
ให้ทั้งความรัก ให้ทั้งร่างกาย
สุดท้ายถูกฟ้องว่าเป็นเมียน้อยแย่งผัวเขา

แต่…
ใครจะรู้ว่าเราเองก็เป็น ‘เหยื่อของคำโกหก’ เหมือนกัน

ในสายตาเมียหลวง เราคือศัตรู
ในสายตาสังคม เราคือคนแย่งสามี
แต่ในความจริง…เราคือคนที่ ‘ถูกหลอก’

กฎหมายยังมีทางให้สู้ ถ้าเราพิสูจน์ได้ว่า เราไม่รู้ว่าเขามีเมีย
ผู้ชายหลอกเรา ก็ต้องรับผิดเหมือนกัน
อย่าให้ความรักพังชีวิต อย่าให้คำโกหกทำร้ายเราไปมากกว่านี้

ความรักไม่ผิด คนที่หลอกต่างหากที่ควรถูกลงโทษ”

#ผู้หญิงไม่ใช่แพะ #โดนหลอกให้เป็นเมียน้อย #สู้คดีได้ถ้าไม่รู้จริง #สิทธิของผู้หญิง

10/05/2025

กรณี บิดาไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับมารดาของบุตร ตามกฎหมายไทย บิดาไม่มีอำนาจปกครองบุตรโดยอัตโนมัติ จำเป็นต้องดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายเพื่อ ขอรับรองบุตร และ ขอมีอำนาจปกครองร่วมกับมารดา หรือขอเพียงผู้เดียว โดยมีรายละเอียดดังนี้:

1. ฐานกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
• ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
• มาตรา 1546: เด็กที่เกิดจากหญิงที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับชาย ถือว่าอยู่ในอำนาจปกครองของมารดาแต่เพียงผู้เดียว
• มาตรา 1547: บิดาสามารถรับรองบุตรได้โดยการจดทะเบียน
• มาตรา 1566 และ 1566/1: ว่าด้วยอำนาจปกครองร่วมของบิดามารดา หรือการมอบหมายอำนาจโดยศาล

2. ขั้นตอนทางกฎหมาย

ขั้นตอนที่ 1: การรับรองบุตร

หากยังไม่เคยรับรองบุตร บิดาต้องทำการรับรองบุตรก่อน มี 3 วิธี:
1. รับรองโดยการจดทะเบียนที่อำเภอ – หากมารดายินยอม
2. รับรองโดยพฤติการณ์ – เช่น การเลี้ยงดู ให้ใช้นามสกุล หรือระบุในเอกสารราชการ
3. ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งรับรองบุตร – ในกรณีมารดาไม่ยินยอม

ขั้นตอนที่ 2: ขออำนาจปกครองบุตร

เมื่อรับรองบุตรแล้ว บิดาสามารถ:
• ตกลงกับมารดา แล้วไปจดทะเบียนขอมีอำนาจปกครองร่วมที่อำเภอ
• หรือหากตกลงกันไม่ได้ ให้ยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งให้อำนาจปกครองทั้งหมดหรือบางส่วนแก่บิดา

3. ศาลพิจารณาจากอะไร

ศาลจะพิจารณาจาก “ประโยชน์สูงสุดของบุตร” เป็นหลัก เช่น
• ความผูกพันระหว่างบิดากับบุตร
• ความสามารถในการเลี้ยงดู
• ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ จิตใจ สิ่งแวดล้อม
• พฤติกรรมของบิดา มารดา

4. คำแนะนำเพิ่มเติม
• เตรียมหลักฐาน แสดงความเป็นบิดา เช่น สูติบัตร ภาพถ่ายร่วมกัน ใบรับรองจากโรงพยาบาล หรือพยานบุคคล
• หากเป็นคดีต่อศาล ควรปรึกษาทนายความเพื่อร่างคำร้องและดำเนินคดีให้รัดกุม

09/05/2025

ไม่แสดงตนโดยเปิดเผย แอบกันแบบลับ ๆ ฟ้องชู้ได้หรือไม่

กรณีที่คู่สมรส (เช่น สามีหรือภรรยา) มีความสัมพันธ์กับบุคคลอื่น โดยไม่เปิดเผย แอบคบกันลับ ๆ เช่น แอบคุย แอบนัดพบกัน แต่ยังไม่มีการแสดงตนในลักษณะเปิดเผยว่าเป็นสามีภรรยากัน หรือใช้ชีวิตคู่ร่วมกันอย่างชัดเจน อาจยังไม่สามารถฟ้องชู้ได้โดยตรงในทางแพ่ง หากไม่มีพฤติกรรมที่เข้าข่าย “เป็นชู้” ตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1523 บัญญัติไว้ ดังนี้:

หลักกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1523 วรรคสอง

“สามีหรือภริยา มีสิทธิฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนจากบุคคลอื่นที่ร่วมประเวณีกับคู่สมรสของตน”

ประเด็นสำคัญในการฟ้องชู้

หากจะฟ้องได้ตาม มาตรา 1523 ต้องมีองค์ประกอบดังนี้:
1. ต้องมีการร่วมประเวณีกันจริง
• แค่คุยกัน ลับ ๆ แชทกัน ส่งของให้กัน หรือแม้แต่ไปไหนมาไหนด้วยกัน หากไม่มีหลักฐานว่ามีการร่วมประเวณี ศาลมักไม่รับฟังว่าเป็น “การเป็นชู้” ตามกฎหมาย
2. ไม่จำเป็นต้องเปิดเผยต่อสาธารณะ
• แม้จะไม่เปิดเผยความสัมพันธ์ หากมีพยานหลักฐานชัดเจน เช่น คลิปเสียง รูปภาพ ข้อความ หรือแม้แต่คำรับสารภาพ ว่ามีการมีเพศสัมพันธ์กันจริง ก็สามารถใช้ฟ้องได้
3. พฤติกรรมต้องชัดเจนว่าล่วงละเมิดต่อสิทธิของคู่สมรส
• เช่น ถ่ายภาพในที่ส่วนตัว แชทที่ส่อเจตนาร่วมประเวณี หรือการพบกันในโรงแรมที่พัก

แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง
• คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1732/2552
“แม้ไม่มีพยานเห็นการร่วมประเวณี แต่หากมีพฤติการณ์แวดล้อม เช่น การพบกันในสถานที่ลับเฉพาะในเวลาค่ำคืน มีข้อความทางโทรศัพท์ที่ส่อถึงความสัมพันธ์ทางเพศ ก็สามารถสันนิษฐานถึงการร่วมประเวณีได้”

สรุป

ถ้าแค่แอบคุย แอบนัดเจอกัน แต่ ไม่มีหลักฐานหรือพฤติการณ์บ่งชี้ว่ามีการร่วมประเวณีหรือพฤติกรรมล่วงละเมิดต่อคู่สมรสอย่างชัดเจน ก็ ยังไม่สามารถฟ้องชู้ได้ แต่หากมีหลักฐานเพียงพอ ก็สามารถฟ้องได้แม้ไม่เปิดเผยความสัมพันธ์สาธารณะ

09/05/2025

ฟ้องชู้โดยไม่ฟ้องหย่า ได้หรือไม่

คำตอบคือ: ได้ครับ

ผู้เสียหายสามารถ “ฟ้องชู้” ได้โดยไม่จำเป็นต้อง ฟ้องหย่า ก่อน หรือ หย่าแล้ว ก็ยังฟ้องได้ในบางกรณี โดยมีรายละเอียดตามกฎหมายและแนวคำพิพากษาศาลฎีกาดังนี้:

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
• ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1523 วรรคสอง ระบุว่า:

“ถ้าบุคคลภายนอกจงใจยุยงส่งเสริมหรือมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับคู่สมรสคนหนึ่ง อันทำให้ชีวิตสมรสของอีกฝ่ายหนึ่งต้องร้าวฉาน ฝ่ายที่เสียหายมีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายได้”

คำอธิบายตามหลักกฎหมาย

1. ฟ้องชู้โดยไม่ต้องหย่าได้หรือไม่?
• ได้ หากยังมีสถานะสมรสอยู่ และชู้ทำให้ชีวิตสมรสระส่ำระสาย คู่สมรสผู้เสียหายสามารถฟ้องเรียกค่าเสียหายจากชู้ได้โดยไม่ต้องหย่าก่อน
• ไม่ต้องรอให้หย่ากันแล้วค่อยฟ้อง

2. ฟ้องชู้หลังจากหย่าแล้วได้หรือไม่?
• โดยหลักแล้วได้เฉพาะ กรณีที่เหตุการณ์การเป็นชู้เกิดขึ้น ในขณะที่ยังไม่หย่า
• หากเป็นกรณีมีความสัมพันธ์หลังหย่าแล้ว จะ ไม่สามารถฟ้องได้

3. จำเป็นต้องฟ้องคู่สมรสพร้อมกันหรือไม่?
• ไม่จำเป็น สามารถฟ้องเฉพาะชู้เพียงคนเดียวได้ หากพฤติกรรมของชู้เป็นต้นเหตุของความร้าวฉาน

แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง
• คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 659/2563

“แม้สามียังไม่หย่ากับภรรยา แต่ภรรยาพิสูจน์ได้ว่า หญิงอื่นมีพฤติกรรมเกินเลยในทางชู้สาวกับสามีจริง และเป็นต้นเหตุให้ครอบครัวแตกแยก ภรรยามีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายจากหญิงชู้ได้”

• คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1633/2554

“แม้ไม่มีการหย่าร้าง แต่การมีสัมพันธ์ชู้สาวซึ่งเกิดขึ้นในขณะมีชีวิตสมรสร่วมกัน ก่อให้เกิดสิทธิฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้”

ข้อควรระวัง
• ต้องมี พยานหลักฐานชัดเจน เช่น แชท รูปภาพ คลิปเสียง หรือพยานบุคคลที่เห็นเหตุการณ์
• ต้องไม่ “ยินยอม” หรือ “รู้เห็นเป็นใจ” มาก่อน มิเช่นนั้นจะถูกยกฟ้อง

กฎหมายห้ามบุตรมิให้ฟ้องบุพการี แต่มิได้ห้ามบุพการีฟ้องผู้สืบสันดาน จะเห็นได้จากการ ที่บุพการียกทรัพย์สินให้บุตรหลานแล้ว ...
22/03/2025

กฎหมายห้ามบุตรมิให้ฟ้องบุพการี แต่มิได้ห้ามบุพการีฟ้องผู้สืบสันดาน จะเห็นได้จากการ ที่บุพการียกทรัพย์สินให้บุตรหลานแล้ว ต่อมาบุตรหลานนั้นประพฤติเนรคุณ บุพการีย่อม มีสิทธิฟ้องบุตรหลานซึ่งเป็นผู้สืบสันดานเพื่อถอนคืนการให้ได้

คำพิพากษาฎีกาที่ ๙๘๐/๒๕๕๐
โจทก์ (ปู่) เจ็บป่วยไปขอความช่วยเหลือจากจำเลย (หลานสาว) จำเลยไม่พอใจพร้อมพูดว่า บักหมามึงแก่แล้ว พูดจากลับไปกลับมาเหมือนเด็กเล่น ขายของ มึงไม่มีศีลธรรม มึงไปตายที่ไหนก็ไป ถือได้ว่าเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรง จึงมีเหตุจำเลยประพฤติเนรคุณที่โจทก์ถอนคืนการให้ได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๕๓๑ (๒)

คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๓๐๔/๒๕๔๘
โจทก์เป็นบิดาจำเลยที่ ๑ ยกที่ดินพิพาทให้จำเลย ที่ ๑ โดยเสน่หา โดยตนเองยังปลูกบ้านอาศัยอยู่ในที่ดินดังกล่าว ต่อมาจำเลยที่ ๑ ขับไล่โจทก์ให้ รื้อถอนบ้านออกจากที่ดินพิพาท โดยพูดด่าว่าโจทก์ว่า “ไอ้เหี้ย ให้รื้อบ้านออกไปจากที่ดินของกู ไปให้พ้นไม่ต้องมาใช้น้ำบ้านกู ให้มึงรื้อบ้านออกไปเป็นขอทานที่วัดเสียเลย” ทั้งยังด่าว่าโจทก์ อีกว่า “พ่ออย่างมึงกูไม่นับถือเป็นพ่อต่อไป” นอกจากนี้ เมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยที่ ๑ เป็นคดี อาญาข้อหายักยอกเงินค่าขายที่ดินที่โจทก์ฝากไว้ร่วมกับจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ก็ได้พาพวกไปที่บ้านโจทก์ โดยจำเลยที่ ๑ พูดจาข่มขู่ให้โจทก์ถอนฟ้องคดีอาญาเสีย มิฉะนั้น จำเลยทั้งสองกับพวกจะฆ่าโจทก์ ทั้งจำเลยที่ ๑ ได้ด่าว่าโจทก์อีกว่า “ไอ้เหี้ยให้รื้อบ้านออกไปจาก ที่กู” และบอกเรื่องที่ดินว่า “ได้ขายให้คนอื่นแล้ว มึงอย่าหวังว่าจะได้คืนจากกูได้” การที่จำเลย ที่ ๑ ด่าว่าโจทก์ด้วยถ้อยคำและพฤติการณ์ดังกล่าวข้างต้น แสดงว่าจำเลยที่ ๑ สิ้นความเคารพ ยำเกรงโจทก์ซึ่งเป็นบิตา เป็นการลบหลู่และอกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ ถือได้ว่าเป็นการหมิ่นประมาท โจทก์อย่างร้ายแรง โจทก์จึงมีสิทธิถอนคืนการให้เพราะเหตุจำเลยที่ ๑ ประพฤติเนรคุณได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๕๓๑ (๒) แม้คำเบิกความของพยานโจทก์จะมิได้ระบุว่า จำเลยที่ ๑ ค่าโจทก์เมื่อใด ก็มิใช่สาระสำคัญถึงขนาดทำให้พยานหลักฐานของโจทก์รับฟังไม่ได้

ทนายคดีครอบครัว มรดก 0619399935
Athip Schumjinda - อธิป ชุมจินดา

สามีหรือภริยาทำร้ายหรือทรมานร่างกายหรือจิตใจหรือหมิ่นประมาทหรือเหยียดหยามอีกฝ่ายหนึ่งหรือบุพการีของอีกฝ่ายหนึ่งทั้งนี้ถ้...
22/03/2025

สามีหรือภริยาทำร้ายหรือทรมานร่างกายหรือจิตใจหรือหมิ่นประมาทหรือเหยียดหยามอีกฝ่ายหนึ่งหรือบุพการีของอีกฝ่ายหนึ่งทั้งนี้ถ้าเป็นการร้ายแรงอีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้

การหมิ่นประมาท หมายถึง การใส่ความให้เขาเสียหายแก่ชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือ ถูกเกลียดชัง โดยแสดงพฤติการณ์อันเป็นข้อเท็จจริงประการใดประการหนึ่งของคู่สมรส หรือบุพการีของคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งนั้น แม้จะเป็นความจริงก็เป็นการหมิ่นประมาทได้

ส่วนการเหยียดหยาม หมายถึง การทำให้อับอาย เสียหาย ดูหมิ่น สบประมาท ด่าว่า หรือแสดงกริยาอาการที่ทำให้เห็นว่าบุคคลอื่นต่ำต้อยกว่าตน

ถ้อยคำนั้นอาจเป็นการหมิ่นประมาทหรือดูหมิ่นเหยียดหยามได้โดยพฤติการณ์ หรือฐานะของบุคคล ฉะนั้น แม้จะกล่าวด้วยถ้อยคำอันสุภาพ แต่ถ้ากล่าวในทางที่ทำให้ เสียชื่อเสียงก็เป็นถ้อยคำหมิ่นประมาทได้

คำพิพากษาฎีกาที่ ๘๘๐๓/๒๕๕๙
จําเลย (หญิง) ใช้ถ้อยคำพูดกับโจทก์ (ชาย) ว่า "กู เบื่อผู้ชายแก่ ๆ ควยเล็ก เซ็กส์ห่วย หัวล้าน ตัวเตี้ย ๆ หน้าเหี่ยใจยังเหี้ย หัวขโมยแบบมึงเต็มที และ "กูมีความพร้อมทุกอย่าง สาวสวยเหมาะสมกับหนุ่ม ๆ แข็งแรงฟิตเปรี้ยะ พร้อมเริ่มต้นใหม่ ไม่มีอะไรยาก กูแต่งงานกับมึงเพื่อประชด อ. เจ็บ ก็แค่นั้น กูไม่ได้พิศวาสมึงเลย..." และส่งข้อความ ทางโทรศัพท์ว่า “เดี๋ยวกูจะไปนอนให้คนอื่นเอา” เป็นถ้อยคำหยาบคาย อันมีลักษณะเป็นการ หมิ่นประมาทเหยียดหยามโจทก์และถือได้ว่าเป็นการประพฤติตนอันเป็นการกระทำที่เป็น ปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยาอย่างร้ายแรงตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๕๑๖ (๓) และ (๖)

คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๓๙๖/๒๕๑๗
โจทก์เป็นภริยาจำเลย จำเลยด่าโจทก์และมารดา โจทก์ว่า มารดาโจทก์เป็นคนดอกทองและโจทก์เป็นลูกคนดอกทอง มารดาโจทก์จะชักชวนโจทก์ ไปเป็นคนดอกทอง เป็นการหมิ่นประมาทมารดาโจทก์ซึ่งเป็นบุพการีของโจทก์อย่างร้ายแรง เป็นเหตุหย่าได้

คำพิพากษาฎีกาที่ ๓๐๐๗/๒๕๒๔
จำเลย (ชาย) ทะเลาะกับโจทก์ (หญิง) และด่า โจทก์กับบิดามารดาโจทก์ว่า “อีดอกทอง อีหน้าส้นตีน พ่อแม่มึงเฮงซวย กูอยู่บ้านนี้ไม่ได้แล้ว” และเมื่อโจทก์จำเลยแยกไปอยู่ที่อื่น จำเลยยังด่าว่า “อีดอกทอง อีหน้าส้นตีน พ่อแม่ไม่สั่งสอน ทำกับข้าวเหมือนให้หมากิน” ทั้งยังด่าโจทก์เป็นผู้หญิงไม่ดีอีกด้วย และยังใช้กำลังตบตีโจทก์จน หนีออกจากบ้าน จำเลยก็ยังตามไปตบตีโจทก์อีก การกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นการหมิ่น ประมาทเหยียดหยามโจทก์และบิดาโจทก์อย่างร้ายแรงและทรมานร่างกายและจิตใจโจทก์ อันเป็นเหตุฟ้องหย่าจำเลยได้

คำพิพากษาฎีกาที่ ๖๒๙/๒๕๓๗
จำเลย (ชาย) ด่าโจทก์ (หญิง) และมารดาโจทก์ ว่า “ซื้อหมาอ้วนมาตัวหนึ่งราคา ๑๐๐,๐๐๐ บาท วัน ๆ ไม่ได้ทำอะไร นอนอยู่หน้าเตา โคตรเง่า เหล่าอีหมวย กูไม่เอามาทำพันธุ์อีกแล้ว” คำว่า หมาอ้วน หมายถึงโจทก์ คำว่า อีหมวย หมายถึง มารดาโจทก์ เป็นการหมิ่นประมาทโจทก์และบุพการีโจทก์อย่างร้ายแรง โจทก์ มีสิทธิฟ้องหย่าจำเลยได้

@แฟนตัวยง
Athip Schumjinda - อธิป ชุมจินดา
ทนายคดีครอบครัว มรดก 0619399935

ทำคดี
11/02/2025

ทำคดี

มาตรวจสำนวน คัดถ่ายเอกสาร เตรียมการสืบพยานครับAthip Schumjinda - อธิป ชุมจินดา
03/01/2025

มาตรวจสำนวน คัดถ่ายเอกสาร เตรียมการสืบพยานครับ

Athip Schumjinda - อธิป ชุมจินดา

“ในโอกาสส่งท้ายปีเก่า 2024สำนักงานทนายความ อธิป ชุมจินดา ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนเราตลอดปีที่ผ่านมาป...
31/12/2024

“ในโอกาสส่งท้ายปีเก่า 2024

สำนักงานทนายความ อธิป ชุมจินดา ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนเราตลอดปีที่ผ่านมา

ปีนี้ถือเป็นอีกหนึ่งปีแห่งความท้าทายที่เราก้าวผ่านไปด้วยความร่วมมือและความเข้าใจจากทุกท่าน

ขอให้ทุกความสำเร็จและประสบการณ์ที่ผ่านมาในปีนี้
เป็นพื้นฐานให้เราก้าวไปสู่ปีใหม่ 2025 ด้วยความมั่นคงและแข็งแรง

เราพร้อมที่จะยืนเคียงข้างทุกท่านในทุกปัญหาทางกฎหมายเสมอ

ขอให้ทุกท่านมีความสุขในช่วงส่งท้ายปี และเตรียมตัวต้อนรับปีใหม่อย่างสดใส

ด้วยความเคารพ

สำนักงานทนายความ อธิป ชุมจินดา”

ATHIP LAW FIRM เป็นสำนักงานกฎหมายที่มีชื่อเสียงในประเทศไทย และมีประสบการณ์ในคดีหลากหลายประเภท รวมถึงคดีเกี่ยวกับครอบครัว...
22/12/2024

ATHIP LAW FIRM เป็นสำนักงานกฎหมายที่มีชื่อเสียงในประเทศไทย และมีประสบการณ์ในคดีหลากหลายประเภท รวมถึงคดีเกี่ยวกับครอบครัว เช่น คดีที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างสามี ภริยา และบุตร สำนักงานนี้ให้บริการด้านกฎหมายที่ครอบคลุมในเรื่องต่าง ๆ เช่น:
1. การหย่าและการแบ่งทรัพย์สิน
• ให้คำปรึกษาและดำเนินการเกี่ยวกับการหย่า รวมถึงการจัดการเรื่องการแบ่งทรัพย์สินและหนี้สินระหว่างสามีและภริยา
2. สิทธิในการดูแลบุตร (Custody)
• ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการจัดการสิทธิการปกครองบุตร เช่น การกำหนดผู้ดูแลหลัก หรือการจัดการสิทธิการเยี่ยมเยียนของพ่อแม่
3. ค่าเลี้ยงดูบุตร (Child Support)
• ดำเนินการเกี่ยวกับคำร้องขอค่าเลี้ยงดูบุตร รวมถึงการเจรจาและการดำเนินคดีในกรณีที่มีข้อพิพาท
4. คดีรับรองบุตรและสิทธิในทรัพย์สิน
• ช่วยดำเนินการคดีที่เกี่ยวข้องกับการรับรองบุตร หรือการเรียกร้องสิทธิในทรัพย์สินของบุตร
5. การเปลี่ยนแปลงสถานภาพครอบครัว
• ดำเนินการเกี่ยวกับการขอเปลี่ยนแปลงสถานภาพทางกฎหมาย เช่น การจดทะเบียนสมรสใหม่ การรับบุตรบุญธรรม

ATHIP LAW FIRM เน้นให้บริการที่มีความเป็นมืออาชีพ โดยใช้ความรู้ด้านกฎหมายเชิงลึกและประสบการณ์จริงในการช่วยเหลือลูกความ หากคุณสนใจบริการเกี่ยวกับคดีครอบครัวจากสำนักงานสามารถติดต่อสอบถามเพื่อขอคำปรึกษาเบื้องต้นได้

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรือการติดต่อโดยตรง กรุณาแจ้งเพิ่มเติมเพื่อช่วยค้นหาแหล่งข้อมูลหรือรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง!

https://lin.ee/ZxMAj3b

Athip Schumjinda - อธิป ชุมจินดา
ทนายฟ้องหย่า ฟ้องชู้ เมียน้อย กิ๊ก ครอบครัว มรดก 0619399935

ที่อยู่

111/376 ถ. สิริโสธร โครงการโกลเด้นนีโอ หมู่ที่ 3 ต. บางกรูด อ. บ้านโพธิ์ จ. ฉะเชิงเทรา
Chachoengsao
24140

เบอร์โทรศัพท์

+66619399935

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ทนายคดีครอบครัว มรดก 0619399935ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ทนายคดีครอบครัว มรดก 0619399935:

แชร์

ประเภท