30/04/2024
👨🏻⚖️ การอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลปกครอง
1️⃣ เมื่อคู่กรณีไม่เห็นด้วยกับคำสั่งหรือคําพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น สามารถยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดได้ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ศาลปกครองชั้นต้นได้มีคําพิพากษาหรือคำสั่ง โดยให้ยื่นคําอุทธรณ์ต่อศาลปกครองชั้นต้นที่มีคําพิพากษาหรือคำสั่งนั้น
2️⃣ ในการพิจารณาอุทธรณ์ ศาลปกครองสูงสุดจะมีอำนาจในการ ยกอุทธรณ์ หรือ ยืน กลับ แก้ คําพิพากษาหรือคำสั่งของศาลปกครองชั้นต้น รวมทั้งมีอำนาจสั่งยกคําพิพากษาหรือคำสั่งของศาลปกครองชั้นต้นแล้วส่งสํานวนคดีคืนไปให้ศาลปกครองชั้นต้นพิจารณาพิพากษาหรือมีคำสั่งในคดีใหม่
3️⃣ กรณีที่ศาลปกครองสูงสุดเห็นว่าคําอุทธรณ์ใดมีข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระอันควรได้รับการวินิจฉัยจะสั่งไม่รับอุทธรณ์นั้นไว้พิจารณาก็ได้
4️⃣ คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลปกครองสูงสุดเป็นที่สุด
5️⃣ เมื่อมีคำพิพากษาหรือคำสั่งอันเป็นที่สุดของศาลปกครองต่างชั้นกันในประเด็นแห่งคดีอย่างเดียวกันขัดหรือแย้งกัน ให้ถือตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลปกครองสูงสุด
6️⃣ เมื่อมีคำพิพากษาหรือคำสั่งอันเป็นที่สุดของศาลปกครองต่างชั้นกันในประเด็นแห่งคดีอย่างเดียวกันขัดหรือแย้งกัน ให้ถือตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลปกครองสูงสุด คู่กรณีหรือบุคคลภายนอกผู้มีส่วนได้เสียมีสิทธิยื่นคำร้องขอต่อศาลปกครองสูงสุด เพื่อให้มีคำสั่งกำหนดว่าจะให้ถือเอาตามคำพิพากษาหรือคำสั่งใด และคำสั่งของศาลปกครองสูงสุดให้เป็นที่สุด
🛑 ข้อสังเกต 🛑
🖌️ เมื่อมีการยื่นอุทธรณ์คดีต่อศาลปกครองชั้นต้น ศาลปกครองชั้นต้นต้องตรวจสอบก่อนว่าเป็น “คําอุทธรณ์ที่มีความสมบูรณ์ครบถ้วน” หรือไม่ หากมีความสมบูรณ์ครบถ้วน ศาลปกครองชั้นต้นก็จะมีคำสั่งรับอุทธรณ์แล้วส่งคําอุทธรณ์นั้นไปให้ศาลปกครองสูงสุดพิจารณาต่อไป แต่หากตรวจสอบแล้วพบว่าเป็น “คําอุทธรณ์ที่ไม่สมบูรณ์ครบถ้วน” กล่าวคือ ไม่เป็นไปตามข้อกําหนด หรือไม่ชัดเจน หรือไม่อาจเข้าใจได้ ก็จะมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์
🖌️ โดยผู้อุทธรณ์สามารถยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของศาลปกครองชั้นต้นนั้นต่อศาลปกครองสูงสุดได้ และหากศาลปกครองสูงสุดเห็นพ้องด้วยกับศาลปกครองชั้นต้น คําอุทธรณ์นั้นก็จะตกไปโดยศาลปกครองสูงสุดจะมีคำสั่งยืนตามศาลปกครองชั้นต้นคือไม่รับอุทธรณ์ แต่ถ้าศาลปกครองสูงสุดเห็นต่างก็จะมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์นั้นไว้ในกระบวนพิจารณาของศาลต่อไป
💬 ตัวอย่างลักษณะของคําอุทธรณ์ที่ไม่สมบูรณ์ครบถ้วน
❌ คำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ 164/2551 ศาลปกครองชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคําฟ้องไว้พิจารณา เนื่องจากผู้ฟ้องคดียื่นฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาการฟ้องคดีตามกฎหมายแล้ว ผู้ฟ้องคดีจึงยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่รับคําฟ้องดังกล่าว โดยมิได้ระบุว่ารู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดีนี้อย่างไรและเมื่อใด จึงทำให้ศาลไม่อาจวินิจฉัยเกี่ยวกับระยะเวลาการฟ้องคดีซึ่งเป็นประเด็นของการอุทธรณ์ต่อสู้คดีได้ และเมื่อศาลได้สั่งให้ชี้แจงเพิ่มเติม ผู้อุทธรณ์ก็มิได้ยื่นคําชี้แจงเพิ่มเติม และมิได้แจ้งเหตุขัดข้องที่ไม่อาจยื่นคําชี้แจงภายในกําหนดเวลาได้ ศาลปกครองสูงสุดจึงมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ไว้พิจารณา
❌ คำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ ร.391/2554 ศาลปกครองชั้นต้นได้มีคำสั่งไม่รับคําฟ้องเนื่องจากผู้ฟ้องคดีมิใช่ผู้ได้รับความเดือดร้อนเสียหายตามมาตรา 42 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ผู้ฟ้องคดีได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว เพื่อขอให้ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้ศาลปกครองชั้นต้นรับคดีนี้ไว้พิจารณา โดยผู้ฟ้องคดีมิได้ระบุชัดเจนว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายในคดีนี้อย่างไร และมีการเขียนที่วกวน สับสน ทำให้ไม่อาจเข้าใจถึงสิ่งที่ผู้ฟ้องคดีประสงค์จะโต้แย้งคำสั่งของศาลปกครองชั้นต้นได้ กรณีจึงเป็นคําร้องอุทธรณ์ที่ไม่ปรากฏข้อคัดค้านคำสั่งของศาลปกครองชั้นต้นและไม่มีข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่ยกขึ้นอ้างในคําร้องอุทธรณ์ จึงเป็นคําร้องอุทธรณ์ที่ไม่มีความชัดเจน อันเป็นคําอุทธรณ์ที่ไม่สมบูรณ์ครบถ้วน และข้อที่ไม่สมบูรณ์ครบถ้วนเช่นว่านี้เป็นกรณีที่ไม่อาจแก้ไขให้ถูกต้องได้ ศาลปกครองสูงสุดจึงมีคำสั่งไม่รับคําอุทธรณ์ไว้พิจารณา
#ฟ้อง #กฎหมายปกครอง #กฎหมายมหาชน #กฎหมาย #ทนาย #นักกฎหมาย #ทนายความคดีปกครอง #ทนายความ #สำนักงานกฎหมาย #คดีปกครอง