Jiayu International Law Firm Thailand Co., LTD

Jiayu International Law Firm Thailand Co., LTD ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Jiayu International Law Firm Thailand Co., LTD, กฎหมาย, 184/141 Forum Tower, 23th Floor, Ratchadaphisek Road, Huaikhwang, Huaikhwang, Bangkok.

Legal Consultation
Litigation & Court Representation
Contract Drafting & Review
Family & Inheritance Law
Business & Intellectual Property Registration
Corporate & Business Legal Advisory ⚖️ Our Legal Services
Legal Consultation

Civil & Criminal Litigation

Contract Drafting & Review

Family & Inheritance Cases

Labor & Consumer Protection Law

Dispute Mediation & Settlement

Company Registration

International Legal Matters

Completion of the hearing:     Non-compliance with probation conditions and lack of payment to the victim amounted to 13...
08/10/2025

Completion of the hearing:
Non-compliance with probation conditions and lack of payment to the victim amounted to 139,000 baht. The defense attorney brought the defendant to trial for failing to meet the probation conditions because he was deceived into. The defense attorney negotiated a mediation for the defendant to pay 90,000 baht to pay off the debt to the victim. The victim agreed to reduce the payment of the defendant's debt to the victim. Today the victim has received the payment. The court considered that the defendant has fulfilled the probation conditions and the victim is not enamored to claim anything against the defendant.

If you have a criminal case in Thailand, please feel free to contact us. We will provide you with efficient and professional legal services.
Contact numbers: 02-276-8810 (Office)

บัญชีม้า (Mule Accounts) ในประเทศไทย – ภาพรวมด้านกฎหมายและการปฏิบัติ     ความหมายและการนำไปใช้ในทางอาชญากรรม          “บ...
19/09/2025

บัญชีม้า (Mule Accounts) ในประเทศไทย – ภาพรวมด้านกฎหมายและการปฏิบัติ
ความหมายและการนำไปใช้ในทางอาชญากรรม
“บัญชีม้า” คือบัญชีธนาคารที่เปิดโดยใช้ชื่อของบุคคลอื่น มักถูกนำไปใช้เป็นช่องทางฟอกเงินโดยกลุ่มมิจฉาชีพ ขบวนการค้ามนุษย์ เครือข่ายค้ายาเสพติดและอาวุธ รวมถึงองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ
บัญชีลักษณะนี้แตกต่างจากบัญชีปกติ เพราะถูกใช้โดยเจตนาเพื่อปกปิดธุรกรรมที่ผิดกฎหมาย
การเปิดบัญชีอาจทำโดยสมัครใจ (เพื่อแลกกับเงินหรือผลตอบแทน) หรือโดยการหลอกลวง (เช่น หลอกสมัครงาน)
ปัจจุบันอาชญากรหันมาใช้บัญชีบริษัทมากขึ้น เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในกลโกงด้านการลงทุน

กรอบกฎหมายไทย
พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 (ค.ศ. 2023):
• การเปิดบัญชีให้บุคคลอื่นและยอมให้ใช้ (ทั้งบัญชีธนาคารหรือ e-banking) ถือเป็นความผิด
• โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
• การจ้างวานหรือชักจูงให้ผู้อื่นเปิดบัญชี มีโทษจำคุก 2–5 ปี ปรับ 200,000–500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
• อาจถูกดำเนินคดีในข้อหาฟอกเงินด้วย โทษจำคุก 1–10 ปี ปรับ 20,000–200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

การจัดประเภทบัญชีเสี่ยงของธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT Classification)
ธนาคารแห่งประเทศไทยแบ่งบัญชีที่มีความเสี่ยงออกตาม “สี” ดังนี้:
• Black Horse (ม้าดำ): กลุ่มอาชญากรที่ถูกขึ้นบัญชีโดย ปปง. (AMLO)
• Grey Horse (ม้าเทา):
o Dark grey (เทาเข้ม): ผู้เสียหายได้แจ้งความกับตำรวจแล้ว
o Light grey (เทาอ่อน): มีผู้เสียหายแต่ยังไม่ได้แจ้งความ
• Brown Horse (น้ำตาล):
o Dark brown (น้ำตาลเข้ม): ธนาคารมีหลักฐานชัดเจนและแจ้งความตำรวจแล้ว
o Light brown (น้ำตาลอ่อน): ธนาคารสงสัยว่ามีปัญหา แต่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน

ความเสี่ยงและการตกเป็นเหยื่อ (Risk & Victimization)
แม้ว่าผู้ถือบัญชีจะไม่มีเจตนาทุจริต หากบัญชีถูกนำไปใช้ในทางอาชญากรรม ก็อาจถูกพิจารณาเป็นผู้ร่วมกระทำผิดได้ บุคคลผู้บริสุทธิ์อาจโอนเงินไปยัง หรือรับเงินจากบัญชีม้า โดยไม่รู้ตัว และอาจถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้องกับความรับผิดทางคดีฉ้อโกงได้

กลยุทธ์การป้องกัน (Protection Strategies)
1. ระมัดระวังต่อข้อเสนอที่ไม่ได้ร้องขอ (เช่น งาน การลงทุน หรือการให้เช่าบัญชี)
2. ปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล: ห้ามส่งต่อบัตรประชาชนหรือรายละเอียดบัญชีโดยไม่ตรวจสอบ
3. ตรวจสอบบัญชีเป็นประจำเพื่อหากิจกรรมที่น่าสงสัย
4. ใช้ระบบรักษาความปลอดภัยที่แข็งแรง: รหัสผ่านที่ไม่ซ้ำกัน และการยืนยันตัวตนแบบสองชั้น (2FA)
5. ตรวจสอบคำขอโอนเงินทุกครั้ง แม้จะมาจากบุคคลที่รู้จัก
6. ธนาคารหรือบริษัทที่ถูกต้องตามกฎหมายจะไม่ขอข้อมูลสำคัญผ่านทางโทรศัพท์
สิ่งที่ควรทำหากคุณเกี่ยวข้อง (What To Do If You’re Involved)
• แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง: สายด่วนตำรวจท่องเที่ยว 1155 หรือ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีออนไลน์ (AOC) 1441
• แจ้งธนาคารของคุณทันทีเพื่ออายัดบัญชี
• ขอคำปรึกษาทางกฎหมายจากทนายที่มีประสบการณ์ด้านคดีฉ้อโกง/ฟอกเงินในประเทศไทย

#กฎหมายไทย #กฎหมายที่ควรรู้ #ทนายความ #ปรึกษาทนายความ

การลักทรัพย์เป็นความผิดร้ายแรงในประเทศไทยหรือไม่?   บทนำกฎหมายอาญาไทย (1): ความผิดฐานลักทรัพย์     ข้อสงวนสิทธิ์: บทความ...
16/09/2025

การลักทรัพย์เป็นความผิดร้ายแรงในประเทศไทยหรือไม่?
บทนำกฎหมายอาญาไทย (1): ความผิดฐานลักทรัพย์
ข้อสงวนสิทธิ์: บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น มิใช่คำแนะนำทางกฎหมาย เนื่องจากแต่ละกรณีมีข้อเท็จจริงเฉพาะ ควรปรึกษาทนายความที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อขอคำแนะนำที่ตรงกับสถานการณ์
1. ระเบียบสังคมและการคุ้มครองทรัพย์สิน
ระบบกฎหมายของประเทศหนึ่ง ๆ มีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับระเบียบของสังคม การลักทรัพย์เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปว่าเป็นหนึ่งในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์สินที่สำคัญที่สุด
• ในประเทศจีน ความรับผิดทางอาญาสำหรับการลักทรัพย์ขึ้นอยู่กับว่ามูลค่าทรัพย์ที่ถูกลักถึงเกณฑ์ตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่
• ในประเทศไทย ในทางกลับกัน การกระทำการลักทรัพย์ใด ๆ ถือว่าเป็นความผิดอาญา ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับทรัพย์มูลค่าเท่าใดก็ตาม
ความแตกต่างนี้มักทำให้ชาวต่างชาติในประเทศไทยสับสน และเข้าใจผิดว่าการลักทรัพย์เล็กน้อยจะไม่ก่อให้เกิดผลทางกฎหมาย ความเข้าใจผิดเช่นนี้อาจนำไปสู่ความผิดพลาดที่มีราคาแพงและปัญหาที่ไม่จำเป็น
2. ตัวอย่างคดีจริง
สำนักงานกฎหมาย Jiayu ได้รับมอบหมายให้จัดการคดีหนึ่งซึ่งเกี่ยวข้องกับการลักทรัพย์ที่มีมูลค่าน้อยมาก เดิมทีลูกค้าเชื่อว่ามูลค่าที่น้อยไม่สำคัญ และไม่ได้ขอความช่วยเหลือทางกฎหมายจากมืออาชีพ แต่กลับพึ่งพา “คนกลาง” ที่อ้างว่าจะช่วยจัดการเรื่อง แต่กลับเรียกเก็บค่าธรรมเนียมสูงเกินจริง
ในความเป็นจริง ภายใต้กฎหมายไทย คดีลักทรัพย์เล็กน้อยบางกรณีอาจสามารถยุติได้ด้วยการไกล่เกลี่ยที่สถานีตำรวจ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการแทรกแซงของคนกลาง ลูกค้าจึงพลาดโอกาสนี้และได้รับความเสียหายทั้งทางการเงินและจิตใจ
ต่อมาเมื่อได้มาขอความช่วยเหลือจากสำนักงานกฎหมาย Jiayu ทีมทนายได้วิเคราะห์สถานการณ์และต่อสู้คดีภายใต้กรอบกฎหมายอย่างเคร่งครัด ในที่สุด เนื่องจากมูลค่าทรัพย์ที่เกี่ยวข้องมีจำนวนน้อย ศาลจึงกำหนดโทษเพียงปรับ โดยมีเงื่อนไขว่าลูกค้าจะต้องไม่กระทำความผิดซ้ำในระยะเวลาที่กำหนด
3. บทบัญญัติสำคัญของประมวลกฎหมายอาญาไทยเกี่ยวกับความผิดฐานลักทรัพย์
• มาตรา 334: การลักทรัพย์ทั่วไป — จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท
• มาตรา 335: การลักทรัพย์ที่มีลักษณะพิเศษ (เช่น เวลากลางคืน ระหว่างภัยพิบัติ ใช้อาวุธ ในที่อยู่อาศัย สำนักงาน วัด ยานพาหนะสาธารณะ ฯลฯ) — จำคุกตั้งแต่ 1 ถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 ถึง 100,000 บาท
o ถ้ามีเหตุหนักหลายประการ — จำคุกตั้งแต่ 1 ถึง 7 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 ถึง 140,000 บาท
o การลักทรัพย์สัตว์เลี้ยงของเกษตรกรหรือเครื่องจักรการเกษตร — จำคุกตั้งแต่ 3 ถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 60,000 ถึง 200,000 บาท
o ถ้ากระทำโดยความยินยอมของผู้เสียหายหรือด้วยความยากจนอย่างยิ่งในกรณีที่มูลค่าน้อยมาก อาจใช้โทษเบาตามมาตรา 334 ได้
• มาตรา 335/1: การลักพระพุทธรูป โบราณวัตถุ หรือทรัพย์สินของชาติ — จำคุกตั้งแต่ 3 ถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 60,000 ถึง 200,000 บาท
o หากกระทำในวัด กุฏิ สถานที่บูชา อนุสาวรีย์ของชาติ สำนักงานราชการ หรือพิพิธภัณฑ์ — จำคุกตั้งแต่ 5 ถึง 15 ปี และปรับตั้งแต่ 100,000 ถึง 300,000 บาท
• มาตรา 336 (วิ่งราว): ผู้ใดชิงทรัพย์ผู้อื่นโดยฉกฉวย — จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท
o ถ้าทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บ — จำคุก 2 ถึง 7 ปี และปรับ 40,000 ถึง 140,000 บาท
o ถ้าทำให้บาดเจ็บสาหัส — จำคุก 3 ถึง 10 ปี และปรับ 60,000 ถึง 200,000 บาท
o ถ้าทำให้ถึงแก่ความตาย — จำคุก 5 ถึง 15 ปี และปรับ 100,000 ถึง 300,000 บาท
• มาตรา 336/1: หากการลักทรัพย์หรือวิ่งราวกระทำโดยแอบอ้างเป็นทหารหรือตำรวจ พกอาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด หรือใช้ยานพาหนะเพื่อก่อเหตุหรือหลบหนี โทษจะเพิ่มขึ้นกึ่งหนึ่ง
4. คำแนะนำในทางปฏิบัติ
• ความผิดฐานลักทรัพย์ในประเทศไทยไม่มีกำหนดมูลค่าขั้นต่ำ — แม้แต่การลักเล็กขโมยน้อยก็เป็นคดีอาญา
• อย่าพึ่งพาคนกลางที่ไม่เป็นทางการซึ่งอาจทำให้เข้าใจผิดหรือเรียกเก็บเงินเกินจริง
• ควรขอคำปรึกษาจากทนายความผู้เชี่ยวชาญทันที และพิจารณาความเห็นจากหลายฝ่ายเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจแย่ลง

#กฎหมายไทย #กฎหมายที่ควรรู้ #ทนายความ #ปรึกษาทนายความ

ความรู้กฎหมายไทยเบื้องต้น (ชุดกฎหมายบริษัท ตอนที่ 2)     เรื่อง: ความสมดุลระหว่างบทบาทกรรมการกับผู้ถือหุ้น และการถอดถอนก...
15/09/2025

ความรู้กฎหมายไทยเบื้องต้น (ชุดกฎหมายบริษัท ตอนที่ 2)
เรื่อง: ความสมดุลระหว่างบทบาทกรรมการกับผู้ถือหุ้น และการถอดถอนกรรมการ
ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับบริษัทในประเทศไทย นอกจากบางธุรกิจที่มีกฎหมายเฉพาะกำหนดไว้ นักลงทุนต่างชาติสามารถถือหุ้นได้เดี่ยว ๆ หรือรวมกันไม่เกิน 49% ส่วนผู้ถือหุ้นสัญชาติไทยต้องถือหุ้นเดี่ยว ๆ หรือรวมกันอย่างน้อย 51% อย่างไรก็ตาม กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม อาจเป็นตัวแทนของนักลงทุนต่างชาติหรือของผู้ถือหุ้นไทยก็ได้ โดยปกติแล้วจะถือหุ้นในสัดส่วนที่สัมพันธ์กันด้วย กรรมการในลักษณะนี้ โดยเฉพาะในธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (SMEs) ย่อมมีอิทธิพลอย่างมากต่อบริษัท
ดังนั้นจึงมีคำถามว่า กฎหมายกำหนดและควบคุมเรื่องนี้ไว้อย่างไร? และหากกรรมการมีการละเมิดหรือกระทำที่เป็นการเสียหายต่อผลประโยชน์ของบริษัท ในทางปฏิบัติต้องดำเนินการอย่างไร?
ในบทความนี้ จะอธิบายโดยยกตัวอย่าง กรรมการที่ถือหุ้น 49% และมีอำนาจลงนาม
1. กลไกการตัดสินใจของบริษัท ควรให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการสองบทบาท
1.1 การจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์
หน้าที่ในฐานะกรรมการและอำนาจในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ มีความท้าทายตรง การหาจุดสมดุล
• ในที่ประชุมกรรมการ กรรมการต้องปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ “ผู้รับมอบความไว้วางใจ” ของบริษัท โดยตัดสินใจเพื่อ ประโยชน์สูงสุดของทั้งบริษัท ไม่ใช่เฉพาะประโยชน์ของผู้ถือหุ้น 49%
• ตัวอย่างเช่น หากบริษัทจำเป็นต้องเช่าสำนักงาน และบังเอิญผู้ถือหุ้นดังกล่าวมีอาคารที่เหมาะสม ในฐานะผู้ถือหุ้น ย่อมหวังได้ค่าเช่าที่ดี แต่ในฐานะกรรมการ หน้าที่คือทำให้บริษัทได้เช่าสำนักงานในราคาตลาดที่สมเหตุสมผล
• กฎหมายกำหนดให้ต้อง เปิดเผยผลประโยชน์ ต่อที่ประชุมกรรมการ (“ตึกนี้เป็นของผม”) และกรรมการที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนต้อง งดออกเสียง โดยให้กรรมการคนอื่นที่ไม่มีผลประโยชน์ตัดสินใจ
1.2 การจัดการด้านการเงิน ควรแยกเงินส่วนตัวออกจากเงินบริษัท และให้ผู้ถือหุ้นทุกคนมีส่วนร่วม
ในทางปฏิบัติ มักพบว่า ผู้ถือหุ้นบางคนลงทุนแล้วไม่ติดตามกิจการ เพราะ “ไว้ใจ” หุ้นส่วน หากมีการจ่ายเงินปันผลก็ไม่มีปัญหา แต่หากไม่มีการจ่ายปันผล ก็เริ่มเกิดคำถาม เช่น ทำไมไม่มีกำไร? หุ้นส่วนคนอื่นได้มากกว่าตนเองหรือไม่? จากเดิมที่ไม่เคยสนใจ ก็เริ่มตรวจสอบบัญชี สร้างความอึดอัดให้กับหุ้นส่วนที่ทำงานหนัก
การแก้ปัญหาคือ ควรกำหนดใน ข้อตกลงผู้ถือหุ้น (Shareholders’ Agreement) ให้เงินส่วนตัวและเงินบริษัทแยกชัดเจน มีการตรวจสอบบัญชีเป็นระยะ ๆ ผู้ถือหุ้นทุกคนควรเข้ามามีส่วนร่วมและติดตามข้อมูลการดำเนินงานของบริษัท ไม่ปล่อยภาระให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพราะหาก ตลาดยังเปิดกว้าง และผู้ถือหุ้น มีเป้าหมายตรงกัน บริษัทก็มีโอกาสประสบความสำเร็จได้สูง
ดังนั้น การจัดทำระเบียบภายใน ที่มีขั้นตอนการทำงานชัดเจน บทบาทหน้าที่ของแต่ละฝ่าย และการบริหารแบบปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ เป็นสิ่งที่ SMEs ควรให้ความสำคัญอย่างยิ่ง
2. การถอดถอนกรรมการที่ละเมิดผลประโยชน์ของบริษัท โดยมติผู้ถือหุ้น
ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1157:
“กรรมการอาจถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งได้โดยมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น”
2.1 มติธรรมดา (Ordinary Resolution, มติธรรมดา)
• ต้องอาศัยเสียง มากกว่ากึ่งหนึ่งของผู้ถือหุ้นที่เข้าประชุมและมีสิทธิออกเสียง
• ปัญหาคือ หากกรรมการที่ถูกถอดถือหุ้น 49% การถอดออกต้องใช้เสียงจากผู้ถือหุ้นอีก 51% ทั้งหมดเห็นชอบโดยเอกฉันท์ หากมีแม้แต่บางส่วนโหวตไม่เห็นด้วยหรือไม่ออกเสียง มติจะไม่ผ่าน
ขั้นตอน
1. จัดประชุมผู้ถือหุ้นวิสามัญ (EGM)
o ผู้ถือหุ้นที่ถือหุ้นรวมกันไม่น้อยกว่า 20% สามารถยื่นเป็นลายลักษณ์อักษรขอให้คณะกรรมการจัดประชุมได้
o หากคณะกรรมการไม่ดำเนินการภายใน 30 วัน ผู้ถือหุ้นที่ร้องขอมีสิทธิจัดประชุมเองได้
2. แจ้งกำหนดการประชุมอย่างเป็นทางการ
o ต้องระบุวาระประชุมชัดเจน เช่น “พิจารณามติถอดถอน [ชื่อกรรมการ] ออกจากตำแหน่ง”
o การแจ้งประชุมต้องทำล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน ลงประกาศในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น 1 ครั้ง และส่งจดหมายลงทะเบียนถึงผู้ถือหุ้นทุกคน
3. การประชุมและลงมติ
o ต้องใช้เสียงผู้ถือหุ้นที่ถือหุ้นรวม 51% ทั้งหมดเห็นชอบ จึงจะถอดถอนสำเร็จ
4. การจดทะเบียนแก้ไขข้อมูล
o บริษัทต้องดำเนินการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ภายใน 14 วันนับจากวันที่มีมติ
3. การถอดถอนกรรมการโดยใช้กระบวนการทางศาล
3.1 การฟ้องคดีผู้ถือหุ้นแทนบริษัท (Derivative Action)
• ผู้ถือหุ้นสามารถยื่นฟ้องแทนบริษัท เรียกค่าเสียหายจากกรรมการที่ละเมิดหน้าที่หรือก่อให้เกิดความเสียหายแก่บริษัท
• ต้องมีหลักฐานเพียงพอ เช่น สัญญาที่เอื้อประโยชน์แก่ตนเอง ความบกพร่องที่ก่อให้เกิดความเสียหาย หรือการประกอบธุรกิจแข่งขันกับบริษัท
• ผลของคดีจะไม่ทำให้กรรมการถูกถอดถอนโดยตรง แต่จะสร้าง แรงกดดัน และเป็น หลักฐานเพิ่มเติม ให้ผู้ถือหุ้นยื่นมติถอดถอน หรือตัวกรรมการเองอาจยอมลาออก
3.2 การยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อถอดถอนโดยตรง
• แม้ไม่ค่อยนิยมใช้ แต่หากมี เหตุอันสมควร (Just Cause) ผู้ถือหุ้นสามารถยื่นคำร้องต่อศาลให้ถอดถอนกรรมการได้
• “เหตุอันสมควร” ได้แก่ การกระทำที่ร้ายแรงและต่อเนื่อง เช่น การทุจริต การทำธุรกรรมเอื้อประโยชน์ต่อตนเอง หรือทำให้บริษัทไม่สามารถดำเนินงานได้
• ต้องมี หลักฐานที่ชัดเจน เช่น รายงานการประชุมกรรมการ สัญญาที่ลงนามโดยมิชอบ ข้อมูลทางการเงินที่ผิดปกติ หรือหลักฐานการทำธุรกิจแข่งขัน
• กลยุทธ์คือ รวบรวมหลักฐานให้แน่นหนา และสร้างเอกภาพระหว่างผู้ถือหุ้น 51%
4. บทสรุป
การดำเนินธุรกิจไม่ใช่เรื่องง่าย และปัญหาส่วนใหญ่เกิดจาก การบริหารจัดการภายในที่ไม่เป็นระบบ การตั้งบริษัทไม่ใช่เพียงการรวบรวมเงินทุน แต่คือการร่วมมือของ “คน”
หลักธรรมาภิบาล (Corporate Governance) จึงเป็นสิ่งจำเป็นตั้งแต่แรกเริ่ม ควรสร้างกลไกการตัดสินใจ การแบ่งผลประโยชน์ และระบบภายในตั้งแต่แรก และปรับปรุงให้ทันกับสถานการณ์ตลาด
การเริ่มต้นธุรกิจไม่ง่ายนัก จงก้าวไปด้วยความระมัดระวัง และจงเห็นคุณค่าของการร่วมทางในทุกย่างก้าว

#กฎหมายไทย #กฎหมายที่ควรรู้ #ทนายความ #ปรึกษาทนายความ

ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายไทยเบื้องต้น (ชุดกฎหมายบริษัท ตอนที่ 1)เรื่อง: สิทธิและหน้าที่ของกรรมการบริษัท     สำหรับผู้ประกอบ...
11/09/2025

ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายไทยเบื้องต้น
(ชุดกฎหมายบริษัท ตอนที่ 1)

เรื่อง: สิทธิและหน้าที่ของกรรมการบริษัท
สำหรับผู้ประกอบการที่อยากทำธุรกิจในประเทศไทย ระเบียบกฎหมายบริษัทของประเทศไทยเป็นสิ่งที่ต้องเข้าใจ กฎหมายในแต่ละเขตอำนาจศาลย่อมมีบทบัญญัติที่แตกต่างกัน การเข้าใจกฎเกณฑ์หรือกฎหมายบริษัทที่แตกต่างกัน จะช่วยให้ปรับปรุงระบบธรรมาภิบาลของบริษัทได้ดียิ่งขึ้น
ความแตกต่างระหว่างกฎหมายบริษัทของจีน ตราประทับของบริษัทมีผลผูกพันทางกฎหมายภายนอกได้อย่างชัดเจน ดังนั้นระบบการบริหารจัดการตราประทับจึงกลายเป็นสิ่งสำคัญมาก และตามกฎหมายบริษัทของประเทศไทย เอกสารที่ลงนามโดยกรรมการผู้มีอำนาจลงนามจะมีผลผูกพันทางกฎหมายกับบริษัทได้ การจดทะเบียนนิติบุคคลของไทยที่เปิดเผยต่อสาธารณะจะแสดงให้เห็นว่ามีบุคคลใดมีอำนาจลงนามบ้าง บางบริษัทก็กำหนดว่าต้องมีการลงนามพร้อมตราประทับเพื่อแสดงเจตนาของบริษัท ดังนั้นเมื่อทำธุรกรรมหรือเซ็นสัญญากับบริษัทไทย จำเป็นต้องขอเอกสารจดทะเบียนนิติบุคคลล่าสุดของบริษัทนั้น
ด้วยเหตุผลเช่นนี้ มติของผู้ถือหุ้นว่าผู้ใดจะเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม รวมถึงคุณสมบัติของบุคคลที่สามารถดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนามได้ จึงกลายเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะจะส่งผลต่อการพัฒนาระยะยาวของบริษัทอย่างมาก
ดังนั้น ตามที่กฎหมายไทยได้กำหนด กรรมการผู้มีอำนาจลงนามมีสิทธิและหน้าที่อย่างไร?
หลักการสำคัญของหน้าที่กรรมการ คือ กรรมการต้องปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์สูงสุดของทั้งบริษัท มิใช่เพียงเพื่อประโยชน์ของผู้ถือหุ้นคนใดคนหนึ่ง
1. หน้าที่ในการระมัดระวัง (The Duty of Care)
กรรมการต้องบริหารจัดการกิจการบริษัทตามมาตรฐานของ “ผู้ประกอบการที่รอบคอบ” หรือ “บุคคลทั่วไปที่รอบคอบ” ต้องปฏิบัติด้วยความรอบคอบ และตัดสินใจโดยอาศัยข้อมูลที่เพียงพออย่างมีเหตุผล หากความประมาททำให้ทรัพย์สินของบริษัทเสียหาย กรรมการอาจต้องรับผิดในฐานะส่วนบุคคล
อำนาจในการลงนาม (Signatory Authority):
กรรมการเมื่อเซ็นสัญญาต้องมั่นใจว่าสัญญาถูกต้องตามกฎหมาย เป็นประโยชน์ต่อบริษัท และได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการแล้ว หากลงนามในสัญญาที่ก่อให้เกิดโทษโดยไม่ตรวจสอบและไม่ได้รับอนุมัติอย่างเหมาะสม อาจต้องรับผิดในฐานะส่วนบุคคล
2. หน้าที่ความซื่อสัตย์ภักดี (The Duty of Loyalty)
นี่คือรากฐานของความรับผิดชอบของกรรมการ เพื่อป้องกันความขัดแย้งระหว่างสถานะผู้ถือหุ้นกับหน้าที่กรรมการ กรรมการต้องซื่อสัตย์ จริงใจ และภักดีต่อบริษัท
หลีกเลี่ยงความขัดแย้งทางผลประโยชน์:
ต้องไม่วางผลประโยชน์ส่วนตัวไว้เหนือผลประโยชน์ของบริษัท หากเกี่ยวข้องกับสัญญาหรือธุรกรรมที่มีผลประโยชน์ส่วนตน (โดยตรงหรือโดยอ้อม) ต้องเปิดเผยผลประโยชน์นั้นต่อคณะกรรมการบริษัท
และไม่มีสิทธิในการออกเสียงในที่ประชุมคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้น
การห้ามประกอบธุรกิจแข่งขัน (No Competing Business):
กรรมการต้องไม่ประกอบธุรกิจที่มีลักษณะเดียวกันและแข่งขันกับบริษัท (ไม่ว่าด้วยตนเองหรือแทนผู้อื่น) เว้นแต่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นโดยชัดแจ้ง
การปฏิบัติภายในขอบเขตกฎหมายและวัตถุประสงค์ของบริษัท (The Duty to Act within Legal Bounds and Company Objectives):
ต้องมั่นใจว่าบริษัทปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงวัตถุประสงค์การดำเนินธุรกิจและข้อบังคับของบริษัทเอง

ความรับผิดร่วมกันของกรรมการ (Joint Liability of Directors):
กรรมการมักจะต้องร่วมกันรับผิดในการกระทำของคณะกรรมการ หากการตัดสินใจของคณะกรรมการก่อให้เกิดความเสียหายแก่บริษัท กรรมการทั้งหมดอาจต้องรับผิดร่วมกัน
วิธีการพ้นความรับผิด: ต้องบันทึกความคิดเห็นคัดค้านลงในรายงานการประชุมอย่างเป็นทางการ

หากกรรมการละเมิดหน้าที่ดังกล่าว จะต้องจัดการอย่างไร?

#กฎหมายไทย #กฎหมายที่ควรรู้ #ทนายความ #ปรึกษาทนายความ

⚖️ Jiayu Law Firm Thailand Co., Ltd.Trusted Legal Experts for Local and International ClientsJiayu Law Firm is a full-se...
27/06/2025

⚖️ Jiayu Law Firm Thailand Co., Ltd.
Trusted Legal Experts for Local and International Clients

Jiayu Law Firm is a full-service law firm based in Thailand, providing professional legal support to individuals and businesses. We specialize in cross-border legal matters and serve clients in Thai, English, and Chinese.

🔹 Civil and Criminal Litigation
🔹 Corporate Law & Company Registration
🔹 Labor Law & Employment Disputes
🔹 Visa, Work Permit & Immigration Services
🔹 BOI Applications & Tax Consulting
🔹 Legal Advisory for Foreign Investors

✅ Multilingual legal team (Thai – English – Chinese)
✅ Trusted by both local and international clients
“Confident. Reliable. Experienced. Jiayu Law Firm – Your Legal Partner in Thailand.”

Feel free to message us directly through this page.
Stay updated with legal news, insightful case summaries, and practical legal knowledge by following us here or visiting our website:
🌐 www.jiayuth.com

Don’t miss out on valuable legal insights and updates!
📌 Follow Jiayu Law Firm Thailand for more.👍😊

首页

23/06/2025

⚖️ Legal Confidence Starts Here
Jiayu International Law Firm Thailand Co., LTD
Your Trusted Legal Partner for Cross-Border Solutions

Are you looking for legal experts who understand both Thai and international law?
At Jiayu International Law Firm Thailand, we provide comprehensive legal services tailored for individuals, businesses, and multinational clients.

🔹 Our Core Practice Areas:
✅ Business Law & Investment Consulting
✅ Employment & Labor Law
✅ Family Law & Inheritance
✅ Civil & Commercial Disputes
✅ Company Registration, Visa & Work Permit Services for Foreigners

💼 Whether you're an entrepreneur, a growing SME, or a global company —
we are here to provide clear, efficient, and legally sound advice in Thai, Chinese, and English.

Why Choose Jiayu?
✔ International Legal Perspective
✔ Multilingual Support (TH | CN | EN)
✔ Transparent Process & Reliable Service
✔ Deep Understanding of Local Business Culture

📲 Follow us for legal tips, case insights, and the latest legal updates.
Let’s make the law work for you, not against you.

👉 Stay informed. Stay protected.
Jiayu International Law Firm Thailand Co., LTD – Law with clarity and confidence.

Send a message to learn more

12/06/2025

📢 Case Study: Eviction Lawsuit for Non-Paying Tenant
Situation:
A property owner leased a house under a clear contract. However, the tenant has fallen behind on rent for over 3 months and refuses to vacate the premises as agreed.

Challenges:

Recovering unpaid rent

Legally evicting the tenant

Protecting the property owner’s rights

Our Approach:
The legal team at JIAYU LAW FIRM CO., LTD. provided consultation, reviewed the lease agreement, and proceeded with litigation. We followed through until the court issued an enforceable order in favor of the client.

Outcome:
The property owner successfully recovered all overdue rent, and the tenant was legally ordered to surrender the property within the prescribed timeframe.

Facing issues with overdue rent or tenant disputes?
💬 Chat with our professional legal team today for a free consultation and tailored solutions.

12/06/2025

Legal Services – JIAYU LAW FIRM CO., LTD.
JIAYU LAW FIRM CO., LTD. offers comprehensive legal services with a team of experienced and professional lawyers. We serve both individual and corporate clients across civil, criminal, commercial, and international law matters with efficiency, precision, and integrity.

⚖️📌📍📎Our key services include:

General and specialized legal consultation

Litigation and court representation at all levels

Drafting and reviewing business contracts

Legal advisory for companies and foreign investors

Company registration, trademark, and IP services

Labor law, family and inheritance law, and real estate matters

Dispute resolution, negotiation, and mediation


🌐 Follow us for legal tips and the latest updates.
👉💬 Send us a message anytime — we’re happy to answer all your questions!

Why choose us?
✔ Experienced and expert legal team
✔ Personalized and attentive service
✔ Honest, transparent, and dedicated support

09/06/2025

ฎีกาน่าสนใจ📍📌
ฎีกาที่ 4605/2561
ความเกี่ยวพันระหว่างผู้ลงทุนในบริษัทจำเลยที่ 1 ย่อมต้องบังคับตาม ป.พ.พ. บรรพ 3 ลักษณะ 22 มาตรา 1015 ซึ่งกำหนดว่า บริษัทเมื่อได้จดทะเบียนตามบทบัญญัติลักษณะดังกล่าวแล้ว จัดว่าเป็นนิติบุคคลต่างหากจากผู้ถือหุ้นทั้งหลายซึ่งรวมเข้ากันเป็นบริษัทนั้น โดยบทบัญญัติดังกล่าวมีลักษณะเป็นบทบังคับโดยเด็ดขาด มิได้มีลักษณะเป็นข้อสันนิษฐานเบื้องต้นตามกฎหมาย ที่จะสามารถนำสืบเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น จากบทบัญญัติดังกล่าวบริษัทจึงมีสิทธิหน้าที่แยกต่างหากจากบรรดาผู้ถือหุ้น สามารถมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินเป็นของตนเอง ทรัพย์สินของบริษัทจึงแยกต่างหากจากทรัพย์สินของบรรดาผู้ถือหุ้น หากบริษัทก่อหนี้สินก็ต้องถูกบังคับชำระหนี้เอาจากทรัพย์สินของบริษัท
โจทก์กล่าวอ้างว่าโจทก์เป็นผู้ถือหุ้นที่แท้จริงในบริษัทจำเลยที่ 1 โดยบรรดาผู้ถือหุ้นทุกคนของบริษัทจำเลยที่ 1 ถือหุ้นแทนโจทก์ หากเป็นจริงดังที่กล่าวอ้าง โจทก์ก็มีสถานะเป็นเพียงผู้ถือหุ้นของจำเลยที่ 1 ซึ่งผู้ที่เป็นเพียงผู้ถือหุ้นของบริษัท ไม่ได้เป็นกรรมการบริษัทซึ่งเป็นผู้แทนนิติบุคคลของบริษัท จะมีสิทธิแต่เพียงควบคุมการดำเนินงานของกรรมการบริษัทบางประการตามที่กฎหมายบัญญัติไว้เท่านั้น หาอาจก้าวล่วงเข้าไปจัดการงานของบริษัทเสียเองได้ไม่ หรือหากกรรมการทำให้เกิดเสียหายแก่บริษัท ซึ่งบริษัทมีสิทธิจะฟ้องร้องเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนแก่กรรมการแล้วบริษัทไม่ยอมฟ้องร้อง ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งคนใดจะเอาคดีนั้นขึ้นว่าก็ได้ตามมาตรา 1169 วรรคหนึ่ง อันเป็นการใช้สิทธิของบริษัทเพื่อประโยชน์ของบริษัท แต่ผู้ถือหุ้นหาอาจจะเข้ามาดำเนินการฟ้องเพิกถอนนิติกรรมสัญญาที่กรรมการบริษัทกระทำไปตามอำนาจหน้าที่ไม่ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้นิติกรรมการจดทะเบียนซื้อขายทรัพย์สินตามฟ้องระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 5 เป็นโมฆะ และให้โอนทรัพย์สินกลับมาเป็นของจำเลยที่ 1 ตามเดิม หากไม่สามารถกระทำได้ให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 และที่ 5 ร่วมกันชำระเงินแทน ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมา ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 และที่ 5 ฟังขึ้น

Send a message to learn more

09/06/2025

您好,我们是嘉誉律师(泰国)事务所
⚖️为您服务⚖️

09/06/2025

Welcome to the law office page "JIAYU LAW FIRM THAILAND CO., LTD"

ที่อยู่

184/141 Forum Tower, 23th Floor, Ratchadaphisek Road, Huaikhwang, Huaikhwang
Bangkok
10310

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Jiayu International Law Firm Thailand Co., LTDผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์