กฎหมายสติและวิชิต

กฎหมายสติและวิชิต ให้คำปรึกษากฎหมายเกี่ยวกับ การเงิน องค์กรธุรกิจ และการกำกับดูแลกิจการที่ดี

บริษัท กฎหมายสติและวิชิต จำกัด ก่อเกิดขึ้นจากทีมงานที่คร่ำหวอดอยู่กับกิจกรรมของคนทำธุรกิจ มุ่งมั่นด้วยแนวคิดที่จะช่วยเหลือเพื่อนนักธุรกิจผู้ซึ่งจะประกอบหรือกำลังประกอบธุรกิจของตัวเอง ภายใต้ภาวะที่ตนไม่รู้จะเริ่มต้นธุรกิจอย่างไร บริหารจัดการธุรกิจอย่างไร แก้ไขปัญหาอย่างไร ขยายธุรกิจอย่างไร ฯลฯ

น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ด้วยสำนึกในพระเมตตาและพระราชจริยวัตรอันงดงามแห่งสมเด็จพระนางเจ้าสิร...
25/10/2025

น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้
ด้วยสำนึกในพระเมตตาและพระราชจริยวัตรอันงดงามแห่ง
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ผู้ทรงเป็นศูนย์รวมแห่งความรัก ความศรัทธา และแรงบันดาลใจของพสกนิกรชาวไทย
ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ขอน้อมถวายความอาลัยอย่างสุดซึ้ง
เมื่อทราบข่าวการเสด็จสวรรคตของพระองค์
ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้
ที่ทรงอุทิศพระวรกาย พระปรีชาสามารถ และพระราชหฤทัย
บำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขของปวงชนชาวไทย
ขอถวายพระพรชัยน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย
ขอพระองค์ทรงสถิต ณ สวรรคสถาน
ใต้ร่มพระบารมีอันไพศาลสถาวรนิรันดร์
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า
บริษัท กฎหมายสติและวิชิต จำกัด

วันนวมินทรมหาราช ⚪️⚫️วันที่ 13 ตุลาคมของทุกปี ถือเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญของประเทศไทยที่ประชาชนชาวไทยต่างร่วมรำลึกถึงพระมหาก...
13/10/2025

วันนวมินทรมหาราช ⚪️⚫️
วันที่ 13 ตุลาคมของทุกปี ถือเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญของประเทศไทยที่ประชาชนชาวไทยต่างร่วมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 "พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร" พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทยทั่วประเทศ
โดยในวันดังกล่าวได้รับการกำหนดให้เป็น "วันนวมินทรมหาราช" เพื่อถวายความอาลัยและน้อมรำลึกถึงพระราชจริยวัตรอันงดงามและพระราชกรณียกิจอันยิ่งใหญ่ที่พระองค์ได้ทรงบำเพ็ญเพื่อประชาชนตลอดพระชนม์ชีพ
⚫️13 ตุลาคม 2568 คือวันอะไร
วันที่ 13 ตุลาคม คือ วันครบรอบการสวรรคตของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระมหากษัตริย์ลำดับที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี ซึ่งเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559 นับเป็นวันที่คนไทยทั้งประเทศรู้สึกเศร้าโศกและสูญเสียอย่างใหญ่หลวง เนื่องจากพระองค์ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทย และทรงงานหนักเพื่อประชาชนตลอด 70 ปีแห่งการครองสิริราชสมบัติ
⚫️ประวัติวันที่ 13 ตุลาคม "วันนวมินทรมหาราช" มีความสำคัญอย่างไร
หลังจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคต รัฐบาลไทยได้กำหนดให้วันที่ 13 ตุลาคมของทุกปีเป็นวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมกันรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ โดย พ.ศ. 2560 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีไทย ได้กำหนดให้วันที่ 13 ตุลาคม ของทุกปี เป็นวันหยุดราชการและวันสำคัญของชาติไทย

น้อมรำลึกในพระมหากรุณา อันหาที่สุดมิได้ 🙏🏻
ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ทนายความ พนักงาน
บริษัท กฎหมายสติและวิชิต จำกัด

๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๘เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง🙏🏻 ขอพระ...
12/08/2025

๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๘
เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

🙏🏻 ขอพระองค์ทรงพระเจริญ 🙏🏻

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ทนายความ พนักงาน
บริษัท กฎหมายสติและวิชิต จำกัด

 #บทความทนายชวนคิด ตอนที่ 33 การรับมรดกคดีอาญา           ในกรณีที่พนักงานอัยการยื่นฟ้องต่อศาลในคดีอาญานั้นแล้วหากตัวพนัก...
28/06/2024

#บทความทนายชวนคิด ตอนที่ 33 การรับมรดกคดีอาญา

ในกรณีที่พนักงานอัยการยื่นฟ้องต่อศาลในคดีอาญานั้นแล้วหากตัวพนักงานอัยการที่ยื่นฟ้องนั้นได้เสียชีวิตหรือว่าตายก็อาจไม่ใช่ปัญหาสาระสำคัญแต่อย่างใดเพราะพนักงานอัยการนั้นเป็นตำแหน่ง และผู้ที่ดำรงตำแหน่งพนักงานอัยการนั้นสามารถดำเนินคดีต่อไปได้ในตัวเอง

สำหรับในกรณีที่ผู้เสียหายนั้นได้ยื่นฟ้องแล้วต่อมาได้เสียชีวิตหรือตายลงนั้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 29 มีสาระสำคัญว่า “เมื่อผู้เสียหายนั้นได้ยื่นฟ้องแล้วตายลง ผู้บุพการี ผู้สืบสันดาน สามีหรือภริยาจะดำเนินคดีต่อจากผู้ตายต่อไปได้ และหากผู้เสียหายนั้นเป็นผู้เยาว์ ผู้วิกลจริต หรือผู้ไร้ความสามารถ ซึ่งผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้อนุบาล หรือผู้แทนเฉพาะคดีได้ยื่นฟ้องไว้แทนแล้ว ผู้ฟ้องแทนนั้นก็สามมารถที่จะดำเนินคดีต่อไปได้”

โดยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 29 ตามข้างต้นนั้นสามารถพิจารณาได้เป็น สองประการดังนี้

1. ผู้เสียหายในกรณีที่ไม่มีผู้จัดการแทนได้ถึงแก่ความตาย

ผู้เสียหายที่ฟ้องคดีแล้วตาย จะต้องหมายถึงผู้เสียหายในคดีอาญาที่แท้จริงเท่านั้น ไม่รวมถึงผู้เสียหายที่มีอำนาจในการจัดการแทน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 4 ถึง 6 เพราะในกรณีที่เป็นผู้เสียหายโดยเพียงมีอำนาจจัดการแทนตามมาตรา 4 ถึง 6 นั้นถึงแก่ความตายแล้ว ต้องถือว่าผู้เสียหายที่แท้จริงนั้นเป็นคู่ความในคดีนั้นยังอยู่จะต้องจัดตั้งผู้จัดการแทนคนใหม่ จะใช้มาตรา 29 ตามข้างต้นนี้ใช้บังคับไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้บังคับโดยอนุโลมหรือโดยตรง ดังนั้นเมื่อผู้จัดการแทนผู้เสียหายตามมาตรา 4 ถึง 6 ได้ฟ้องคดีในนามของผู้เสียหายอันแท้จริงแล้วตายลง เช่นนี้ผู้บุพการี ผู้สืบสันดาน สามีหรือภริยาของผู้จัดการแทนผู้เสียหายนั้นจะเข้ามาดำเนินคดีแทนต่อไปไม่ได้ต้องจัดให้มีผู้จัดการแทนใหม่ หรือถ้าผู้เสียหายอันแท้จริงสามารถดำเนินคดีไปได้ด้วยตนเองแล้วผู้เสียหายที่แท้จริงนั้นย่อมดำเนินคดีต่อไปด้วยตนเองได้

ดังนั้นเมื่อผู้เสียหายตายแล้ว กฎหมายได้กำหนดตัวบุคคลที่จะเข้ามาดำเนินคดีแทนต่อไปได้เฉพาะ

1. ผู้บุพการี
2. ผู้สืบสันดาน
3. สามีหรือภริยา

ทั้งสามกรณีดังกล่าวนี้เท่านั้นที่สามารถจะดำเนินคดีแทนต่อไปได้โดยยื่นคำร้องขอเข้ามาในคดีเพื่อดำเนินคดีแทนผู้ตาย บุคคลอื่นใดนอกเหนือจากนี้ เช่น ลุง ป้า น้า อา หรือพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน หรือผู้จัดการมรดก หรือลูกพี่ลูกน้อง ไม่สามารถขอเข้ามาดำเนินคดีแทนผู้ตายได้ แม้จะมีสิทธิได้รับมรดกของผู้ตายตามกฎหมายก็ตาม

ผู้บุพการี ได้แก่ผู้สืบสายโลหิตโดยตรงขึ้นไป ได้แก่ บิดา มารดา ปู่ ย่า ตา ยาย ทวด และสืบสายโลหิต โดยตรงเลยชั้นทวดขึ้นไป ปัญหาที่สำคัญคือบิดาในที่นี้จะต้องเป็นบิดาที่ชอบโดยกฎหมาย เพื่อหากจะดำเนินคดีแทนนั้นจะต้องถือว่าเป็นการกระทำที่ชอบโดยกฎหมายแล้ว แต่ถ้าหากเป็นบิดาที่ชอบโดยข้อเท็จจริงโดยยังไม่ได้เป็นบิดาโดยชอบกฎหมาย แต่ไม่มีบุคคลอื่นได้ยื่นคำร้องขอเข้ามา หากเพื่อการดำเนินคดีเพื่อความยุติธรรม ศาลฎีกาเคยอนุโลมให้สามารถเข้ามาได้ โดยคำว่าบิดาในทางคดีอาญานั้นแตกต่างจากคดีแพ่งเพราะในทางคดีอาญานั้นถือว่าบิดาตามข้อเท็จจริงนั้นสามารถเป็นผู้บุพการีได้

ผู้สืบสันดาน ได้แก่ผู้สืบสายโลหิตโดยตรงลงมา ได้แก่ ลูก หลาน เหลน ลื้อ ปัญหาที่สำคัญที่สุดก็คือบุตรหรือลูก ในที่นี้ต้องชอบด้วยกฎหมาย หรือไม่งั้นจะต้องเป็นบุตรที่บิดานั้นได้มีการรับรองโดยชอบแล้ว แต่อย่างไรก็ตามหากเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ถ้าบุตรนั้นไม่ชอบโดยกฎหมายได้ยื่นคำร้องเข้ามาแล้วไม่มีผู้ใดยื่นคำร้องเข้ามาอีก ก็ย่อมสามารถดำเนินการแทนได้โดยถือว่าเป็นผู้สืบสันดาน

สามีหรือภริยา ลักษณะของสามีภริยาที่จะเข้ามาดำเนินคดีแทนผู้ตายนี้ จะต้องเป็นสามีภริยาที่ชอบโดยกฎหมายเท่านั้น กล่าวคือมีการจดทะเบียนสมรสกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แม้จะอยู่กินด้วยกันมานานแล้วมีบุตรด้วยกันแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสจะมาขอเข้าดำเนินคดีแทนผู้ตายต่อไปไม่ได้
อ่านบทความนี้ทั้งหมด : tinyurl.com/2m93h9p3
ติดตามข่าวสารของเราทาง ติดตามข่าวสารของเราทาง Facebook : กฎหมายสติและวิชิต
เว็บไซต์ : www.satiandwichitlaw.com
โทรปรึกษา :
Tel : 02-9205639 | 096-849-2562
Fax : 02-9205636
Email : [email protected]
Line Official :
เว็บไซต์ : www.satiandwichitlaw.com
#การปรับโครงสร้างหนี้ #หนี้สิน #หลักสูตร #หลักสูตรที่ปรึกษาการปรับโครงสร้างหนี้ #กฎหมาย #กฎหมายสติและวิชิต #คอร์สเรียน #สัตวทนาย

 #บทความทนายชวนคิด ตอนที่ 32 สำคัญผิด          ในทางความผิดทางอาญานั้นคือการที่บุคคลได้มีการกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง โด...
27/06/2024

#บทความทนายชวนคิด ตอนที่ 32 สำคัญผิด

ในทางความผิดทางอาญานั้นคือการที่บุคคลได้มีการกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยบุคคลดังกล่าวนั้นอาจกระทำการดังกล่าวด้วยความเข้าใจผิดได้ ซึ่งเราจะเรียกความเข้าใจแบบนี้ว่า “ความสำคัญผิด” ซึ่งความสำคัญผิดนั้นแบ่งออกเป็นสองอย่างคือ 1.สำคัญผิดในข้อเท็จจริง กับ 2.สำคัญผิดในข้อกฎหมาย

1.สำคัญผิดในข้อเท็จจริง หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าการไม่รู้ในข้อเท็จจริงดังกล่าว

1.1 ความไม่รู้ในข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59 วรรค 3 ได้อธิบายว่า การไม่รู้ข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบความผิด หมายถึงการไม่รู้ข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบภายนอกของความผิดเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับองค์ประกอบภายในของความผิดนั้นๆ การไม่รู้ข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบของความผิดนี้ ทำให้ผู้กระทำความผิดนั้นถือว่าไม่ได้มีเจตนากระทำผิด เพราะการกระทำโดยเจตนานั้นจะต้องกระทำโดยรู้สำนึกในการกระทำและในขณะเดียวกันผู้กระทำความผิดนั้นย่อมต้องประสงค์ต่อผลหรือย่อมเล็งเห็นผลในการกระทำนั้นได้ ตัวอย่างเช่น องค์ประกอบความผิดลักทรัพย์ เอาไป ทรัพย์ของผู้อื่นหรือที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย โดยทุจริต ซึ่งถ้าหากได้มีการเอาไปจริงแต่ถ้าทรัพย์นั้นเป็นของตัวเองแต่ได้นำไปฝากคนอื่นไว้ เช่นนี้ย่อมไม่มีความผิด เพราะทรัพย์ที่เอาไปนั้นเป็นทรัพย์ของตนเอง แต่ในทางกลับกันถ้าได้เอาทรัพย์ของผู้อื่นไปโดยเข้าใจว่าทรัพย์ดังกล่างนั้นเป็นของตนเองก็ย่อมไม่มีความผิดอีกเช่นกัน เพราะผู้กระทำความผิดที่เอาทรัพย์ของคนอื่นไปนั้นย่อมไม่รู้ข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบของความผิดจะถือว่ามีเจตนาทุจริตเอาทรัพย์ของผู้อื่นไปไม่ได้

โดยการไม่รู้ข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบความผิดถือว่าผู้กระทำความผิดนั้นไม่ได้มีเจตนากระทำความผิดเท่านั้น แต่ถ้าการที่ไม่รู้ข้อเท็จจริงดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นด้วยความประมาทผู้กระทำความผิดนั้นย่อมก็ต้องรับโทษทางอาญาอยู่ดีแม้จะกระทำโดยประมาทก็ตาม

1.2 ข้อเท็จจริงใดถ้าหากมีอยู่จริงจะทำให้การกระทำไม่เป็นความผิดแม้ข้อเท็จจริงนั้นจะไม่มีอยู่จริงแต่ผู้กระทำสำคัญผิดว่ามีอยู่จริงผู้กระทำย่อมไม่มีความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 62 หมายถึงข้อเท็จจริงที่ทำให้การกระทำความผิดนั้นไม่เป็นความผิด แต่การไม่เป็นความผิดนั้นหมายถึงความผิดที่กระทำผิดโดยเจตนาเท่านั้น ถ้าความสำคัญผิดนั้นเกิดขึ้นด้วยความประมาท และการกระทำนั้นจะต้องรับผิดแม้จะกระทำโดยประมาทก็ตาม บุคคลนั้นก็ยังคงต้องรับโทษฐานกระทำโดยประมาท เช่นการป้องกันโดยชอบ ตามมาตรา 68 ของประมวลกฎหมายอาญา เป็นต้น

1.3 ข้อเท็จจริงใดถ้ามีอยู่จริงจะทำให้ผู้กระทำไม่ต้องรับโทษแม้ข้อเท็จจริงนั้นจะไม่มีอยู่จริงแต่ผู้กระทำสำคัญผิดว่ามีอยู่จริง ผู้กระทำย่อมได้รับการยกเว้นโทษ

กรณีที่ได้รับการยกเว้นโทษเพราะเหตุสำคัญผิด เช่น กรณี ตามมาตรา 67 ผู้กระทำนั้นสำคัญผิดว่าคนต้องกระทำโดยความจำเป็น
อ่านบทความนี้ทั้งหมด : tinyurl.com/2fl3wdpb
ติดตามข่าวสารของเราทาง ติดตามข่าวสารของเราทาง Facebook : กฎหมายสติและวิชิต
เว็บไซต์ : www.satiandwichitlaw.com
โทรปรึกษา :
Tel : 02-9205639 | 096-849-2562
Fax : 02-9205636
Email : [email protected]
Line Official :
เว็บไซต์ : www.satiandwichitlaw.com
#การปรับโครงสร้างหนี้ #หนี้สิน #หลักสูตร #หลักสูตรที่ปรึกษาการปรับโครงสร้างหนี้ #กฎหมาย #กฎหมายสติและวิชิต #คอร์สเรียน #สัตวทนาย

 #บทความทนายชวนคิด ตอนที่ 31 คดีแพ่งเกี่ยวเนื่องคดีอาญา           คดีแพ่งเกี่ยวเนื่องคดีอาญานั้น หมายถึง คดีแพ่งที่มีมูล...
25/06/2024

#บทความทนายชวนคิด ตอนที่ 31 คดีแพ่งเกี่ยวเนื่องคดีอาญา

คดีแพ่งเกี่ยวเนื่องคดีอาญานั้น หมายถึง คดีแพ่งที่มีมูลคดีหรือสาเหตุของคดีนั้นเกิดจากการกระทำความผิดทางอาญาหรือ หรือในการที่ต้องรับผิดทางแพ่งอันเกิดมาจากผลจากการกระทำความผิดทางอาญานั้นโดยตรง ตัวอย่าง ความผิดเกี่ยวกับชีวิตร่างกายจิตใจ ฯลฯ ซึ่งผู้เสียหายที่ได้รับผลกระทำจากความผิดทางอาญาดังกล่าวนั้น ชอบที่จะสามารถเรียกค่าสินไหมทดแทนในทางแพ่งจากผู้กระทำความผิดนั้นได้

ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 40 นั้นได้อธิบายไว้ว่า การกระทำความผิดทางอาญานั้นมักมีมูลคดีที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์กับการกระทำความผิดในทางคดีแพ่งด้วย เช่น การทำร้ายผู้อื่น จะประกอบไปด้วยความผิดอยู่ 2 ฐาน อันได้แก่ ความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นในคดีอาญา กับความผิดฐานละเมิดผู้อื่นในคดีแพ่ง ในทางแพ่งนั้นผู้เสียหายย่อมสามารถฟ้องเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน หรือเรียกร้องเอาทรัพย์สินหรือราคาที่สูญเสียไปอันเนื่องมาจากการกระทำความผิดจากจำเลยหรือผู้กระทำละเมิดได้ พร้อมกับการฟ้องคดีอาญาต่อผู้กระทำความผิดได้ โดยตามมาตราดังกล่าวนั้นได้ให้สิทธิแก่ผู้เสียหายที่สามารถเลือกฟ้องต่อศาลที่พิจารณาคดีอาญา หรือผู้เสียหายสามารถนำคดีไปฟ้องต่อศาลที่มีอำนาจในการพิจารณาคดีแพ่งนั้นก็ได้ หากผู้เสียหายดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลอาญานั้นความผิดทางแพ่ง ศาลจะมีการนำเอาประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งนั้นมาบังคับใช้ในการพิจารณาคดีดังกล่าวด้วย ซึ่งในคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องในคดีอาญานั้นย่อมจะไม่มีการชี้สองสถาน

ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 41 นั้นได้อธิบายไว้ว่า หากการพิจารณาคดีแพ่งจะทำให้การพิจารณาคดีอาญานั้นดำเนินการล่าช้าออกไป รวมถึงอาจกระทบถึงสิทธิเสรีภาพของบุคคล ศาลที่พิจารณาคดีอาญานั้นย่อมมีอำนาจในการสั่งให้ผู้เสียหายนั้นไปฟ้องคดีแพ่งยังศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีแพ่งแยกออกต่างหากได้ โดยมีคำสั่งให้ผู้เสียหายนั้นแยกฟ้องคดีแพ่ง และฟ้องคดีอาญา รวมเป็นสองคดี

ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 42 นั้นได้อธิบายไว้ว่า ในคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาการนำสืบพยานหลักฐานนั้นจะนำสืบพยานหลักฐานในคดีอาญา โดยโจทก์ย่อมมีหน้าที่ในการนำพยานหลักฐานนำสืบอยู่ก่อนเสมอ และจำเลยจึงค่อยมีหน้าที่ในการหักล้างพยานหลักฐานตามที่โจทก์นั้นได้กล่าวอ้างเอาไว้ในลำดับต่อมา และเมื่อได้มีการพิจารณาพยานหลักฐานในคดีอาญาเสร็จสิ้นแล้ว หากปรากฏว่าพยานหลักฐานในคดีอาญานั้นยังไม่เพียงพอต่อการพิจารณาในส่วนของคดีแพ่ง กฎหมายย่อมให้อำนาจศาลเรียกให้มีการสืบพยานฐานเพิ่มเติมในส่วนของคดีแพ่งได้ ซึ่งจะมีคำพิพากษาของคดีอาญาไปก่อน แล้วค่อยมีคำพิพากษาคดีแพ่งนั้นต่อมาภายหลัง
อ่านบทความนี้ทั้งหมด : tinyurl.com/2ekcul6h
ติดตามข่าวสารของเราทาง ติดตามข่าวสารของเราทาง Facebook : กฎหมายสติและวิชิต
เว็บไซต์ : www.satiandwichitlaw.com
โทรปรึกษา :
Tel : 02-9205639 | 096-849-2562
Fax : 02-9205636
Email : [email protected]
Line Official :
เว็บไซต์ : www.satiandwichitlaw.com
#การปรับโครงสร้างหนี้ #หนี้สิน #หลักสูตร #หลักสูตรที่ปรึกษาการปรับโครงสร้างหนี้ #กฎหมาย #กฎหมายสติและวิชิต #คอร์สเรียน #สัตวทนาย

 #บทความทนายชวนคิด ตอนที่ 28 จำเลยให้โจทก์วางเงินประกัน           ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ 253 วรรคแรก ถ้าโจทก์นั้น...
21/06/2024

#บทความทนายชวนคิด ตอนที่ 28 จำเลยให้โจทก์วางเงินประกัน
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ 253 วรรคแรก ถ้าโจทก์นั้นไม่ได้มีภูมิลำเนาหรือสำนักงานที่อยู่ในประเทศไทย และไม่มีทรัพย์สินที่อาจถูกบังคับคดีได้ในไทย หรืออาจเชื่อได้ว่าถ้าหากโจทก์นั้นแพ้คดีแล้วจะหลีกเลี่ยงการชำระค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย ดังนั้นจำเลยจึงอาจยื่นคำร้องต่อไม่ว่าเวลาใดก่อนพิพากษาขอให้ศาลมีคำสั่งให้โจทก์วางเงินต่อศาล หรือหาประกันมาให้ เพื่อชำระค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายดังกล่าว
ถ้าศาลได้ไต่สวนคำร้องของจำเลยแล้วนั้นเห็นว่ามีเหตุอันสมควร หรือเชื่อได้ ศาลก็จะสั่งให้โจทก์นั้นวางเงินต่อศาลหรือหาประกันมาให้ตามจำนวนและภายในระยะเวลาที่กำหนด ตามสมควร
ถ้าโจทก์นั้นไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลตามวรรคสองให้ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีของโจทก์นั้นออกจาก สารบบความ เว้นแต่จำเลยขอให้พิจารณาต่อไปหรือมีการอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว
1. ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ 253 นั้นเป็นเรื่องของการคุ้มครองจำเลยไม่ให้ถูกโจทก์นั้นกลั่นแกล้งในการคดีที่ไม่มีมูลนั้นมาฟ้องร้องต่อจำเลย ซึ่งทำให้จำเลยนั้นต้องเสียค่าฤชาธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดีกับโจทก์ ดังนั้นตามมาตราดังกล่าวจึงได้ให้สิทธิแก่โจทก์อันเป็นสิทธิเฉพาะตัวของจำเลยในการยื่นคำขอให้โจทก์นั้นวางเงินต่อศาลได้หรือประกันต่อศาลได้ ตัวอย่างเช่น ในคดีร้องขัดทรัพย์นั้นผู้ร้องขัดทรัพย์มีฐานะเป็นโจทก์ ส่วนโจทก์นั้นกลับมีฐานะเป็นจำเลย ดังนั้นผู้ร้องขัดทรัพย์จะมายื่นคำร้องขอให้โจทก์นั้นวางเงินประกันตามมาตรา 253 ไม่ได้
2. จำเลยจะขอให้โจทก์นั้นวางประกันได้นั้นจะต้องมีพฤติการณ์ดังต่อไปนี้
2.1 โจทก์นั้นไม่ได้มีภูมิลำเนาอยู่ในไทย และไม่มีทรัพย์สินอื่นใดที่อาจถูกบังคับคดีได้ในไทย
2.2 และเชื่อได้ว่าหากโจทก์แพ้คดีแล้วโจทก์จะหลีกเลี่ยงไม่ชำระค่าฤชาธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย
ดังนั้นจากข้อ 2.1 และ 2.2 หากปรากฏข้อเท็จจริงอย่างใดอย่างหนึ่งนั้นศาลก็จะดำเนินการสั่งตามคำร้องที่จำเลยยื่นคำขอเข้ามาให้โจทก์นั้นวางประกัน
3. ในกรณีที่ศาลสั่งให้โจทก์นั้นวางเงินประกัน หากโจทก์ปฏิบัติตามคำสั่งศาล ตามมาตรา 253 วรรคท้าย ศาลก็จะดำเนินการจำหน่ายคดีของโจทก์นั้นออกจากสารบบคดีของศาล
อ่านบทความนี้ทั้งหมด : t.ly/JK17e
ติดตามข่าวสารของเราทาง ติดตามข่าวสารของเราทาง Facebook : กฎหมายสติและวิชิต
เว็บไซต์ : www.satiandwichitlaw.com
โทรปรึกษา :
Tel : 02-9205639 | 096-849-2562
Fax : 02-9205636
Email : [email protected]
Line Official :
เว็บไซต์ : www.satiandwichitlaw.com
#การปรับโครงสร้างหนี้ #หนี้สิน #หลักสูตร #หลักสูตรที่ปรึกษาการปรับโครงสร้างหนี้ #กฎหมาย #กฎหมายสติและวิชิต #คอร์สเรียน #สัตวทนาย

 #บทความทนายชวนคิด ตอนที่ 27 คำพิพากษาตามยอม          มาตรา 138 ในคดีที่คู่ความนั้นสามารถตกลงกันหรือ ประนีประนอมยอมความก...
18/06/2024

#บทความทนายชวนคิด ตอนที่ 27 คำพิพากษาตามยอม

มาตรา 138 ในคดีที่คู่ความนั้นสามารถตกลงกันหรือ ประนีประนอมยอมความกันได้ในประเด็นแห่งคดีโดยไม่ได้มีการถอนคำฟ้องนั้น และข้อตกลงหรือประนีประนอมยอมความกันนนั้นไม่เป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ให้ศาลจดลงรายงานแสดงข้อความแห่งข้อตกลงนั้นหรือการประนีประนอมยอมความเหล่านั้นไว้ แล้วพิพากษาไปตามนั้น
โดยห้ามไม่ให้อุทธรณ์คำพิพากษาเช่นว่านี้ เว้นแต่เหตุดังต่อไปนี้
1. เมื่อมีข้อความกล่าวอ้างว่าคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฉ้อฉล
2. เมื่อคำพิพากษานั้นถูกกล่าวอ้างว่าเป็นการละเมิดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายอันเกี่ยวข้องกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน
3. เมื่อคำพิพากษานั้นถูกกล่าวอ้างว่าไม่ได้เป็นไปตามข้อตกลงหรือการประนีประนอมยอมความ
ถ้าคู่ความตกลงกันเพียงแต่ให้เสนอคดีต่ออนุญาโตตุลาการให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยอนุญาโตตุลาการมาใช้บังคับ
คำพิพากษาของศาลนั้นมีอยู่สองแบบ แบบแรกคือแบบธรรมดาที่ศาลจะต้องพิจารณาพยานหลักฐานของโจทก์จำเลยแล้วตัดสินชี้ขาดว่าใครแพ้ใครชนะ ส่วนอีกแบบหนึ่งคือคำพิพากษาตามยอม ซึ่งศาลไม่ได้วินิจฉัยชี้ขาดว่าใครแพ้ใครชนะแต่พิพากษาให้เป็นไปตามที่คู่ความตกลงหรือประนีประนอมยอมความกัน ตามหลักเกณฑ์ที่บัญญัติไว้ในมาตรา 138
อ่านบทความนี้ทั้งหมด : t.ly/0ln0d
ติดตามข่าวสารของเราทาง ติดตามข่าวสารของเราทาง Facebook : กฎหมายสติและวิชิต
เว็บไซต์ : www.satiandwichitlaw.com
โทรปรึกษา :
Tel : 02-9205639 | 096-849-2562
Fax : 02-9205636
Email : [email protected]
Line Official :
เว็บไซต์ : www.satiandwichitlaw.com
#การปรับโครงสร้างหนี้ #หนี้สิน #หลักสูตร #หลักสูตรที่ปรึกษาการปรับโครงสร้างหนี้ #กฎหมาย #กฎหมายสติและวิชิต #คอร์สเรียน #สัตวทนาย

 #บทความทนายชวนคิด ตอนที่ 26 โจทก์ขอให้คุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษา           ตามกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254 ในคด...
17/06/2024

#บทความทนายชวนคิด ตอนที่ 26 โจทก์ขอให้คุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษา

ตามกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254 ในคดีอื่นนอกจากคดีมโนสาเร่ โจทก์ชอบที่จะยื่นคำขอต่อศาลนั้นมาพร้อมกับคำฟ้องหรือในเวลาใดๆ ก่อนพิพากษา ซึ่งทำเป็นคำขอฝ่ายเดียว ซึ่งร้องขอให้ศาลมีคำสั่งภายในบังคับแห่งเงื่อนไขซึ่งจะกล่าวต่อไปนี้
1. ขอให้ศาลยึดหรืออายัดทรัพย์สินที่พิพาทหรือทรัพย์สินของจำเลยทั้งหมดหรือบางส่วนไว้ก่อนพิพากษา รวมทั้งจำนวนเงินหรือทรัพย์สินของจำเลยทั้งหมดหรือบางส่วนไว้ก่อนพิพากษา รวมทั้งจำนวนเงินหรือทรัพย์สินของบุคคลภายนอกที่ถึงกำหนดชำระให้แก่จำเลย
2. ขอให้ศาลมีคำสั่งห้ามชั่วคราวไม่ให้จำเลยกระทำซ้ำ หรือกระทำต่อไป จากการละเมิดหรือการผิดสัญญา หรือการกระทำที่ถูกฟ้องร้อง หรือมีคำสั่งอื่นใดที่จะบรรเทาความเดือดร้อนเสียหายที่โจทก์อาจได้รับต่อไปเนื่องจากการกระทำของจำเลย
3. ขอให้ศาลมีคำสั่งให้นายทะเบียน พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือบุคคลอื่นผู้ที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ระงับการจดทะเบียน การแก้ไขเปลี่ยนแปลงทางทะเบียน หรือการเพิกถอนการจดทะเบียนเกี่ยวกับทรัพย์สินที่พิพาทหรือทรัพย์สินของจำเลยหรือที่เกี่ยวกับการกระทำที่ถูกฟ้อร้องไว้ชั่วคราวจนกว่าคดีจะถึงที่สุดหรือศาลอาจจะมีคำสั่งไว้เป็นอย่างอื่น เท่าที่ไม่ขัดแย้งต่อบทบัญัติกฎหมายทีเกี่ยวข้อง
4. ให้จับกุมและกักขังจำเลยไว้เป็นการชั่วคราว ในระหว่างระยะเวลานับแต่ศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ได้อ่นคำพิพากษา หรือคำสั่งชี้ขาดหรือชี้ขาดอุทธรณ์ไปจนถึงเวลาที่ศาลขั้นต้นได้ส่งสำนวนความที่อุทธรณ์หรือฎีกาไปยังศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกาฯ แล้วแต่กรณี คำขอตามมาตรานี้ให้ยื่นต่อศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นมีอำนาจสั่งอนุญาตหรือยกคำขอตามมาตรานี้
อ่านบทความนี้ทั้งหมด : t.ly/t6MUB
ติดตามข่าวสารของเราทาง ติดตามข่าวสารของเราทาง Facebook : กฎหมายสติและวิชิต
เว็บไซต์ : www.satiandwichitlaw.com
โทรปรึกษา :
Tel : 02-9205639 | 096-849-2562
Fax : 02-9205636
Email : [email protected]
Line Official :
เว็บไซต์ : www.satiandwichitlaw.com
#การปรับโครงสร้างหนี้ #หนี้สิน #หลักสูตร #หลักสูตรที่ปรึกษาการปรับโครงสร้างหนี้ #กฎหมาย #กฎหมายสติและวิชิต #คอร์สเรียน #สัตวทนาย

 #ข้อมูลสุขภาพ ตอนที่ 3           เมื่อพูดถึงข้อมูลสุขภาพแล้ว เมื่อไม่นานมานี้ ช่วงเดือนกันยายน 2566 หลายคนน่าจะได้ยินข่...
12/06/2024

#ข้อมูลสุขภาพ ตอนที่ 3
เมื่อพูดถึงข้อมูลสุขภาพแล้ว เมื่อไม่นานมานี้ ช่วงเดือนกันยายน 2566 หลายคนน่าจะได้ยินข่าวการเรียกร้องให้มีการเปิดเผยอาการป่วยของนักโทษ X เพื่อคลายความแคลงใจถึงอาการป่วยว่าจริงเท็จแค่ไหน แต่ทางกรมราชทัณฑ์กลับไม่ยอมแถลงถึงข้อเท็จจริงดังกล่าว
ซึ่งการกระทำของกรมราชทัณฑ์นั้นถูกต้องแล้ว เพราะถึงแม้ว่าเขาจะเป็นนักโทษ แต่ก็ยังเป็นประชาชนคนไทย ที่มีสิทธิได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย ไม่เกี่ยวว่าเขาเป็นนักการเมือง ดารา หรือเป็นคนมีชื่อเสียง เนื่องจากการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ควรจะเป็นไปโดยเสมอภาคตามกฎหมาย
ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ต้องขัง การสัมภาษณ์ การเปิดเผยใบหน้า โดยเฉพาะข้อมูลทางการแพทย์ การรักษาพยาบาล ไม่ว่าจะเป็นผู้ต้องขังรายใดก็ตาม ทั้งที่เป็นประชาชนคนธรรมดา ดารานักแสดง นักการเมือง หรือผู้ที่มีชื่อเสียงในสังคม ซึ่งถูกคุมขังในเรือนจำโดยกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม ไม่สามารถเปิดเผยได้หากผู้ต้องขังไม่ยินยอม และกรณีที่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ต้องมีการลงนามในแบบฟอร์มเพื่อยินยอมให้เปิดเผยข้อมูลเท่านั้น โดยยึดหลักกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550 มาตรา 7
อ่านบทความนี้ทั้งหมด : tinyurl.com/227mzmgy
ติดตามข่าวสารของเราทาง ติดตามข่าวสารของเราทาง Facebook : กฎหมายสติและวิชิต
เว็บไซต์ : www.satiandwichitlaw.com
โทรปรึกษา :
Tel : 02-9205639 | 096-849-2562
Fax : 02-9205636
Email : [email protected]
Line Official :
เว็บไซต์ : www.satiandwichitlaw.com
#การปรับโครงสร้างหนี้ #หนี้สิน #หลักสูตร #หลักสูตรที่ปรึกษาการปรับโครงสร้างหนี้ #กฎหมาย #กฎหมายสติและวิชิต #คอร์สเรียน #สัตวทนาย

 #ข้อมูลสุขภาพ ตอนที่ 2           ตาม พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 มาตรา 7 ที่ระบุว่า “ข้อมูลด้านสุขภาพของบุคคล เป็นคว...
08/06/2024

#ข้อมูลสุขภาพ ตอนที่ 2
ตาม พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 มาตรา 7 ที่ระบุว่า “ข้อมูลด้านสุขภาพของบุคคล เป็นความลับส่วนบุคคล ผู้ใดจะนำไปเปิดเผยในประการที่น่าจะทำให้บุคคลนั้นเสียหายไม่ได้ เว้นแต่การเปิดเผยนั้นเป็นไปตามความประสงค์ของบุคคลนั้นโดยตรง หรือมีกฎหมายเฉพาะบัญญัติให้ต้องเปิดเผย แต่ไม่ว่าในกรณีใดๆ ผู้ใดจะอาศัยอำนาจหรือสิทธิตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการหรือกฎหมายอื่น เพื่อขอเอกสารเกี่ยวกับข้อมูลด้านสุขภาพของบุคคลที่ไม่ใช่ของตนไม่ได้”
ซึ่งตามมาตรา 7 นี้ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิของบุคคล ที่แม้แต่ตัวแพทย์เองก็ไม่มีสิทธินำข้อมูลการรักษาของผู้ป่วยออกเปิดเผยหากไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าตัวเสียก่อน แต่ถึงอย่างนั้น การนำไปเปิดเผยโดยไม่แจ้งให้ผู้ป่วยเจ้าของข้อมูลทราบนั้นก็มีข้อยกเว้นเช่นกันตามข้อบังคับแพทยสภา ว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2549 ข้อ 27 ซึ่งแพทย์ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
นั้นคือ การที่มีการเปิดเผยนั้นเป็นไปเพื่อประโยชน์ของตัวผู้ป่วยโดยตรง เช่น การส่งข้อมูลการรักษาจากโรงพยาบาลต้นทางไปยังโรงพยาบาลปลายที่ต้องนำตัวผู้ป่วยไปรักษาต่อ
นอกจากนี้ข้อมูลสุขภาพของผู้ป่วยนั้น ยังได้รับการคุ้มครองจากกฎหมาย PDPA ที่เข้ามาดูแลเกี่ยวกับข้อมูลด้านสุขภาพของผู้ป่วยให้มีความปลอดภัยและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

#สัตวทนาย (สัตว์ แพทย์ ทนาย)
อ่านบทความทั้งหมด : tinyurl.com/25zwyctn
ติดตามข่าวสารของเราทาง ติดตามข่าวสารของเราทาง Facebook : กฎหมายสติและวิชิต
เว็บไซต์ : www.satiandwichitlaw.com
โทรปรึกษา :
Tel : 02-9205639 | 096-849-2562
Fax : 02-9205636
Email : [email protected]
Line Official :
เว็บไซต์ : www.satiandwichitlaw.com
#การปรับโครงสร้างหนี้ #หนี้สิน #หลักสูตร #หลักสูตรที่ปรึกษาการปรับโครงสร้างหนี้ #กฎหมาย #กฎหมายสติและวิชิต #คอร์สเรียน #สัตวทนาย

 #ข้อมูลสุขภาพ ตอนที่ 1          ตั้งแต่เกิดจนถึงปัจจุบัน มีใครบ้างไม่เคยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล          แน่นอนว่าใ...
05/06/2024

#ข้อมูลสุขภาพ ตอนที่ 1
ตั้งแต่เกิดจนถึงปัจจุบัน มีใครบ้างไม่เคยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล
แน่นอนว่าในยุคสมัยนี้ เรียกได้ว่าแทบจะไม่มีใครที่ไม่เคยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลหรือคลินิกเลยก็ว่าได้
ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ทั้งด้านการคมนาคม และระบบสาธารณสุข ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่สามารถที่จะเข้าถึงการบริการทางสาธารณสุขได้ง่ายกว่าในอดีต นอกจากนี้ยังมีระบบการจัดเก็บของมูลเกี่ยวกับสุขภาพของประชาชนที่เข้ามารับการบริการทางสุขภาพ ที่มีการพัฒนาระบบการจัดเก็บที่เสถียรและปลอดภัย เนื่องจากข้อมูลสุขภาพนั้น ถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องได้รับการปกปิดไม่ให้ผู้อื่นรับรู้ แม้แต่ตัวญาติ หรือคู่สมรส ก็ไม่มีสิทธิรู้ หากตัวของผู้ป่วยไม่ให้ความยินยอม
หากถามว่าข้อมูลสุขภาพนั้นมีความสำคัญเช่นไร
ข้อมูลสุขภาพก็เหมือนกับแผนที่ชีวิตของเรา ข้อมูลการรักษาตั้งแต่อดีตของเรา ไม่ว่าจะอาการเพียงเล็กน้อย ไปจนถึงเจ็บป่วยรุนแรง บาดเจ็บสาหัส ก็สามารถพยากรณ์อาการของโรค หรืออาการที่ปัจจุบันกำลังเป็นอยู่ได้ และอาจบอกได้ว่าในอนาคตนั้นเรามีความเสี่ยงที่จะเป็นโรค หรือมีอาการอะไรเกิดขึ้นได้ จึงถือได้ว่าข้อมูลดังกล่าวมีส่วนสำคัญต่อการวางแผนการรักษาของแพทย์ และการวางแผนการใช้ชีวิตของตัวเราได้
และเมื่อมันคือข้อมูลส่วนบุคคล ใครที่นำข้อมูลส่วนบุคคลที่ออกเผยแพร่ย่อมมีความผิดตามกฎหมาย พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 มาตรา 7

สัตวทนาย (สัตว์ แพทย์ ทนาย)

อ่านบทความนี้ทั้งหมด : tinyurl.com/2cyencrv
ติดตามข่าวสารของเราทาง ติดตามข่าวสารของเราทาง Facebook : กฎหมายสติและวิชิต
เว็บไซต์ : www.satiandwichitlaw.com
โทรปรึกษา :
Tel : 02-9205639 | 096-849-2562
Fax : 02-9205636
Email : [email protected]
Line Official :
เว็บไซต์ : www.satiandwichitlaw.com
#การปรับโครงสร้างหนี้ #หนี้สิน #หลักสูตร #หลักสูตรที่ปรึกษาการปรับโครงสร้างหนี้ #กฎหมาย #กฎหมายสติและวิชิต #คอร์สเรียน #สัตวทนาย

ที่อยู่

300/49 มบ. บุศรินทร์ ถ. บางกรวย-ไทรน้อย ต. บางรักพัฒนา อ. บางบัวทอง นนทบุรี
Bangkok
11110

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 17:00
อังคาร 08:30 - 17:00
พุธ 08:30 - 17:00
พฤหัสบดี 08:30 - 17:00
ศุกร์ 08:30 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66968492562

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ กฎหมายสติและวิชิตผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง กฎหมายสติและวิชิต:

แชร์