ปรึกษาปัญหากฎหมายสำนักงานกุลบุญเรืองรัตน์

ปรึกษาปัญหากฎหมายสำนักงานกุลบุญเรืองรัตน์ ปรึกษาปัญหากฎหมายฟรี

ระวังให้คนอื่นยืมบัญชี! ศาลบอก ผิดฐานช่วยโกงประชาชนใครคิดจะรับจ้างเปิดบัญชี หรือให้คนอื่นยืมสมุดบัญชีไปใช้ ระวังให้ดี!ล่...
14/05/2025

ระวังให้คนอื่นยืมบัญชี! ศาลบอก ผิดฐานช่วยโกงประชาชน

ใครคิดจะรับจ้างเปิดบัญชี หรือให้คนอื่นยืมสมุดบัญชีไปใช้ ระวังให้ดี!
ล่าสุดศาลฎีกาเพิ่งตัดสินในคดี ฎีกาที่ 4920/2567 ว่า
แค่เปิดบัญชีแล้วส่งสมุดให้คนอื่นเอาไปใช้โกงคน — ก็ถือว่า “ร่วมกระทำผิด” ด้วยแล้ว

คดีนี้จำเลยบอกว่าแค่รับจ้างเปิดบัญชี ไม่ได้รู้ไม่เห็นว่าเขาจะเอาไปโกง
แต่ศาลบอกว่า แค่ยอมให้ใช้บัญชีเพื่อรับเงินจากเหยื่อ ก็ถือว่าช่วยเหลือกันแล้ว
เข้าข่ายสนับสนุนการฉ้อโกงประชาชน มีโทษตามกฎหมาย!

สรุปสั้นๆ:
เปิดบัญชีให้คนอื่นใช้ = เสี่ยงติดคุก
ไม่รู้ไม่เห็นก็ไม่รอด ถ้าเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการหลอกลวง

#บัญชีม้า #ช่วยโกงก็ผิด #ฎีกาล่าสุด #รู้กฎหมายไว้ไม่เสียเปรียบ

15/04/2025

อยู่กินกัน 10 ปี มีลูกด้วยกัน แต่ไม่จดทะเบียนสมรส มีสิทธิในทรัพย์สินไหม? #อยู่กินไม่เท่าจดทะเบียน #สิทธิคนอยู่ก่อนแต่ง #ทรัพย์สินตอนเลิกกัน #กฎหมายคู่ชีวิต #กฎหมายเข้าใจง่าย

ฎีกา 6083/2546: บทเรียนเรื่องความรักในวันวาเลนไทน์วันวาเลนไทน์เป็นวันที่หลายคนเฉลิมฉลองความรัก แต่ความรักที่แท้จริงคืออะ...
14/02/2025

ฎีกา 6083/2546: บทเรียนเรื่องความรักในวันวาเลนไทน์

วันวาเลนไทน์เป็นวันที่หลายคนเฉลิมฉลองความรัก แต่ความรักที่แท้จริงคืออะไร? คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6083/2546 ได้ให้คำนิยามไว้ว่า

“ความรักเป็นสิ่งที่เกิดจากใจ ไม่อาจบังคับกันได้ ความรักที่แท้จริงคือความปรารถนาดีต่อคนที่ตนรัก ความยินดีที่คนที่ตนรักมีความสุข การให้อภัยเมื่อคนที่ตนรักทำผิด และการเสียสละความสุขของตนเพื่อความสุขของคนที่ตนรัก”

คำพิพากษานี้เกิดขึ้นในคดีฆาตกรรมที่จำเลยอ้างว่ากระทำไปเพราะรัก แต่ศาลชี้ให้เห็นว่าความรักที่แท้จริงไม่ใช่การครอบครองหรือทำร้ายกัน

ในวันวาเลนไทน์นี้ นอกจากการมอบของขวัญ เราควรตระหนักว่าความรักที่แท้จริงคือการให้ การเคารพ และการปรารถนาดีต่อกัน ไม่ใช่การบังคับหรือครอบงำ เพราะความรักที่แท้จริงต้องมาพร้อมกับเสรีภาพและความสุขของทั้งสองฝ่าย

การฟ้องร้องคดีหมิ่นประมาทการฟ้องร้องคดีหมิ่นประมาทเป็นกระบวนการทางกฎหมายที่ผู้เสียหายดำเนินการเพื่อปกป้องชื่อเสียงและเกี...
24/01/2025

การฟ้องร้องคดีหมิ่นประมาท
การฟ้องร้องคดีหมิ่นประมาทเป็นกระบวนการทางกฎหมายที่ผู้เสียหายดำเนินการเพื่อปกป้องชื่อเสียงและเกียรติยศของตนเอง หากถูกผู้อื่นกล่าวหาหรือกระทำการที่ทำให้เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชังในสังคม การฟ้องร้องคดีนี้สามารถทำได้ทั้งในทางอาญาและทางแพ่ง ซึ่งแต่ละประเภทมีลักษณะเฉพาะดังนี้:

1. การฟ้องร้องในคดีอาญา
ในคดีอาญา การหมิ่นประมาทถือเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326-328 ผู้เสียหายสามารถแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเริ่มกระบวนการสอบสวน โดยตำรวจจะรวบรวมพยานหลักฐานและส่งสำนวนให้พนักงานอัยการดำเนินคดีต่อศาล หากผู้เสียหายต้องการเร่งรัดคดีหรือไม่ต้องการพึ่งพาเจ้าหน้าที่รัฐ ผู้เสียหายสามารถจ้างทนายความเพื่อยื่นฟ้องเองได้โดยตรง

กรณีที่ข้อความหรือการกระทำเกิดขึ้นในที่สาธารณะ เช่น การโพสต์ในโซเชียลมีเดีย หรือการแสดงความคิดเห็นในที่ประชุม การหมิ่นประมาทลักษณะนี้อาจถือว่ามีความผิดร้ายแรงยิ่งขึ้น เพราะมีผลกระทบต่อชื่อเสียงของผู้เสียหายในวงกว้าง

2. การฟ้องร้องในคดีแพ่ง
การหมิ่นประมาทไม่เพียงแต่ก่อให้เกิดความผิดทางอาญาเท่านั้น แต่ยังสามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งได้ด้วย ผู้เสียหายอาจเรียกร้องค่าเสียหายที่เกิดขึ้น เช่น ค่าเสียชื่อเสียง ค่าเสียโอกาสในทางธุรกิจ หรือความเสียหายที่สามารถพิสูจน์ได้จริง กระบวนการในคดีแพ่งจะเน้นไปที่การเรียกร้องเงินชดเชยมากกว่าการลงโทษผู้กระทำผิด

3. ขั้นตอนสำคัญในการฟ้องร้อง
ก่อนดำเนินการฟ้องร้อง ผู้เสียหายควรเตรียมตัวอย่างรอบคอบ โดยเริ่มจากการรวบรวมหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น

ข้อความที่เป็นปัญหา (เช่น โพสต์ในโซเชียลมีเดียหรือจดหมาย)
พยานบุคคลที่รับรู้เหตุการณ์
หลักฐานแสดงถึงความเสียหายที่เกิดขึ้น เช่น การสูญเสียรายได้หรือชื่อเสียง
หลังจากนั้น ควรปรึกษาทนายความเพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับความเหมาะสมของการฟ้องร้อง พร้อมทั้งประเมินความน่าเชื่อถือของคดี

4. การเจรจาประนีประนอม
ในหลายกรณี ผู้เสียหายและผู้ถูกกล่าวหาอาจเลือกที่จะเจรจาประนีประนอมกันก่อนที่ศาลจะมีคำพิพากษา การประนีประนอมนี้อาจช่วยลดเวลาและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทางกฎหมาย หากฝ่ายผู้ถูกกล่าวหายินยอมขอโทษและชดใช้ค่าเสียหายตามที่ตกลง ศาลอาจยุติคดีได้

5. โทษและผลกระทบของการฟ้องร้อง
ผลของการฟ้องร้องคดีหมิ่นประมาทในทางอาญาคือ จำคุกหรือปรับตามที่กฎหมายกำหนด ในขณะที่คดีแพ่งมุ่งเน้นไปที่การชดใช้ค่าเสียหาย ทั้งนี้ คดีหมิ่นประมาทในโลกออนไลน์อาจถูกดำเนินคดีเพิ่มเติมตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ ซึ่งมีโทษที่สูงขึ้น

การฟ้องคดีกู้ยืมเงินในประเทศไทยมีหลักการสำคัญที่ต้องปฏิบัติตามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ รวมถึงประมวลกฎหมายวิธีพิจารณ...
23/01/2025

การฟ้องคดีกู้ยืมเงินในประเทศไทยมีหลักการสำคัญที่ต้องปฏิบัติตามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ รวมถึงประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง โดยสามารถสรุปเป็นขั้นตอนสำคัญดังนี้:

1. การตรวจสอบหลักฐานการกู้ยืม
• หลักฐานการกู้ยืมเงิน: ต้องมีเอกสารหรือพยานหลักฐานที่ยืนยันว่ามีการกู้ยืมเกิดขึ้น เช่น สัญญากู้ยืมเงิน หนังสือสัญญา หรือข้อความทางอิเล็กทรอนิกส์ที่แสดงการตกลง
• เงินกู้ 2,000 บาทขึ้นไป: ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือที่ลงลายมือชื่อของลูกหนี้ (ตาม ป.พ.พ. มาตรา 653)
• หากไม่มีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร อาจใช้พยานบุคคลหรือพยานแวดล้อมสนับสนุนได้ (ขึ้นกับดุลพินิจของศาล)

2. การแจ้งทวงถาม
• ก่อนฟ้องคดี ควรมีการแจ้งทวงถามลูกหนี้อย่างเป็นลายลักษณ์อักษร (เช่น จดหมายทวงถาม หรือการแจ้งผ่านทนายความ)
• ระบุ:
• จำนวนเงินที่ต้องชำระ
• กำหนดเวลาที่ให้ชำระหนี้
• ระบุผลที่อาจเกิดขึ้นหากไม่ชำระ (การดำเนินคดี)

3. การฟ้องคดี
• ยื่นฟ้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจ (ศาลแพ่งหรือศาลจังหวัด)
• ใช้แบบฟ้องพร้อมแนบหลักฐาน เช่น สัญญากู้ยืมเงิน หลักฐานการโอนเงิน หรือข้อความสนทนา
• หากลูกหนี้ไม่ยอมชำระเงินตามที่เรียกร้อง ศาลอาจมีคำพิพากษาให้บังคับชำระหนี้ตามคำฟ้อง

4. ดอกเบี้ยและเบี้ยปรับ
• ดอกเบี้ยตามกฎหมาย (ถ้าไม่ตกลงกัน): ไม่เกินร้อยละ 5 ต่อปี)
• หากกำหนดดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด จะถือว่าดอกเบี้ยส่วนที่เกินเป็นโมฆะ

5. การบังคับคดี
• หากศาลมีคำพิพากษาให้ลูกหนี้ชำระเงิน แต่ลูกหนี้ยังไม่ชำระ ผู้ชนะคดีสามารถยื่นขอบังคับคดีต่อกรมบังคับคดี เพื่อ:
• ยึดทรัพย์สิน
• อายัดบัญชีธนาคาร
• ใช้กระบวนการอื่นเพื่อชำระหนี้

6. อายุความการฟ้อง
• กรณีมีสัญญากู้ยืมเป็นหนังสือ: อายุความ 10 ปี
• กรณีไม่มีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร: อายุความ 2 ปี

ข้อกฎหมายไทยที่เกี่ยวข้องกับการสมรสเท่าเทียมและการปรับปรุงในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ที่เกี่ยวข้องกับครอบครัว) มีดังน...
22/01/2025

ข้อกฎหมายไทยที่เกี่ยวข้องกับการสมรสเท่าเทียมและการปรับปรุงในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ที่เกี่ยวข้องกับครอบครัว) มีดังนี้:
1. การแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เรื่องการสมรสเท่าเทียมได้ปรับแก้ส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้แก่:
มาตรา 1448:
เดิม: การสมรสต้องเป็นระหว่างชายและหญิงที่มีอายุครบ 17 ปีบริบูรณ์
แก้ไข: การสมรสต้องเป็นระหว่าง "บุคคล" ที่มีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
มาตรา 1451:
เดิม: บุคคลทั้งสองเพศที่สมรสกันต้องทำพิธีจดทะเบียนต่อหน้านายทะเบียน
แก้ไข: คำว่า "เพศ" ถูกลบออกเพื่อให้ครอบคลุมทุกคู่สมรส ไม่ว่าจะมีเพศใด
มาตรา 1465-1470:
สิทธิและหน้าที่ระหว่างคู่สมรส เช่น การจัดการทรัพย์สิน และการรับรองบุตรบุญธรรม ครอบคลุมคู่สมรสเพศเดียวกันโดยไม่แบ่งแยกเพศ
2. กฎหมายเกี่ยวกับบุตรบุญธรรม
มาตรา 1598/38 (แก้ไขเพิ่มเติม):
คู่สมรสเพศเดียวกันสามารถรับบุตรบุญธรรมร่วมกันได้ เช่นเดียวกับคู่สมรสต่างเพศ
3. การเปลี่ยนแปลงคำศัพท์ทางกฎหมาย
คำว่า "สามีและภริยา" ถูกแทนที่ด้วยคำว่า "คู่สมรส" ในทุกมาตรา
กฎหมายยังระบุให้บุคคลในเพศเดียวกันที่สมรสกันสามารถใช้สิทธิในการจัดการทรัพย์สิน, การดำเนินคดี และการรับสิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับคู่สมรสได้เหมือนเดิม

05/04/2024

👮🏻‍♀️👮🏻ประกาศรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่งเจ้าพนักงานตำรวจศาลปฏิบัติการ และตำแหน่งเจ้าพนักงานตำรวจศาลปฏิบัติงาน ในสำนักงานศาลยุติธรรม (ทดแทนอัตราที่ว่าง และรองรับอัตราที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต)

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม : https://op.coj.go.th/th/content/category/detail/id/24/iid/408754

06/03/2024

คนที่จะเป็นเจ้าหนี้ต้องเข้าใจระบบกฎหมายไทยให้ดีก่อนจะให้ใครยืมเงิน
1.กฎหมายหลายตัวจะเอื้อลูกหนี้เป็นหลัก
2.ให้ไปจะได้คืนหรือป่าวก็ไม่รู้ ถ้าคืนก็ได้ไป แค่ถ้าไม่คืนต้องไปทวงให้เสียน้ำใจกันอีก
3.การจะฟ้องให้ได้เงินคืนก็ยาก บางคนได้คำพิพากษาว่าชนะคดีมานอนกอดเฉยๆ เพราะลูกหนี้ไม่มีทรัพย์ให้ยึด หรืออาจจะเจอลูกหนี้หัวหมอโยกทรัพย์ไปหมดแล้ว (อาจมีความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ก็จริง แค่ในทางปฏิบัติจะตามสืบให้ถึงก็ไม่ใช่เรื่องง่าย)
4.ทางที่ดีควรให้ลูกหนี้หาคนค้ำประกัน หรือนำทรัพย์มาจำนองไว้ดีกว่า อุ่นใจกว่าเยอะ

06/03/2024

ปรึกษาปัญหากฎหมายฟรี

06/03/2024

"สื่อศาล" เตือนพี่น้องประชาชน
หากใครได้รับหมายศาลที่ส่งมาให้ที่บ้าน ขอให้ตรวจสอบให้ดีก่อนว่าเป็นหมายศาลของจริงหรือไม่ วิธีตรวจสอบง่ายๆ คือ ในหมายศาลที่ได้รับระบุว่ามาจากศาลใดให้โทรถามที่ศาลนั้นได้เลย โดยคลิกลิงก์รวมรายชื่อหน่วยงานศาลยุติธรรมทั่วประเทศได้ที่นี่ https://www.coj.go.th/th/content/category/detail/id/6/iid/121186

หรือใครไม่สะดวกค้นหาเบอร์โทรของศาล ก็สามารถไปสอบถามได้ที่ศาลในพื้นที่จังหวัดที่เราพักอาศัยหรือทำงานอยู่ หรือไปสอบถามกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตำรวจ ผู้นำชุมชนให้ช่วยตรวจสอบดูก็ได้ครับ

ที่สำคัญ!! ศาลยุติธรรมไม่มีการส่งหมายศาลให้คู่ความทางไลน์หรือช่องทางโซเชียลนะครับ

01/03/2024

ข่าวดี พ่อแม่พี่น้องที่ตกเป็นเหยื่อแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ หมดเนื้อหมดตัวกันไปมากมาย ตอนนี้มีโอกาสได้เงินคืนแล้ว

เริ่มจาก จนท ไปจับกุมเครือข่าย "ธารารัตน์" ซึ่งไอ้ก๊วนนี้มันคือเครือข่ายแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ ที่มันจะให้สมุนโทรหรือส่ง sms ไปหลอกเหยื่อ อ้างตัวเป็น จนท รัฐ แล้วหลอกเหยื่อว่า เนี่ยคุณกำลังจะโดนคดีฟอกเงินนะ บลาๆ

หรือ ถูกมันชักชวนให้ไปเทรดเงินหยวนกับมัน อ้างว่าจะได้กำไรสูง

แล้วจากนั้นก็หลอกเงินเหยื่อหมดเนื้อหมดตัว ก่อนส่งไปให้บัญชีม้ามันฟอกหลายต่อ แล้วเอามาฟอกเงินเป็นบ้านและรถหรูในไทย

ตำรวจยึดได้ 1200 ล้านกว่าบาท ซึ่งเงินจำนวนนี้ เพียงพอที่จะคืนให้ผู้เสียหายได้มากมายเลย

ตอนนี้ทาง ปปง เปิดให้ผู้เสียหาย ยื่นคำขอคุ้มครองสิทธิ เพื่อเฉลี่ยทรัพย์คืนจากเงิน 1200 ล้านนี้แล้ว

https://thestandard.co/tararat-call-center-arrest/

ใครที่คิดว่าน่าจะตกเป็นเหยื่อขบวนการนี้ ให้ไปโหลดเอกสารคำร้องและยื่นที่ ปปง ตามนี้ มีเวลาจนถึงเดือน พค เท่านั้น หมดเขตนี้อดสิทธิได้เงินคืนนะ

https://www.amlo.go.th/index.php/th/news/detail/15272?fbclid=IwAR1QFbBq9bkUdokBg6X4tXtSKCZuMJVhy138KvGfmKWWFizIQplmfIHVc14

ประเด็นคือ ขบวนการแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์มันก็มีหลายสายแล้วจะมั่นใจได้ไงว่าที่เราโดนเป็นเครือข่ายนี้ เอาเป็นว่า ยื่นไปก่อนละกันแล้วค่อยตรวจสอบอีกทีไม่เสียหาย ดีกว่าเสียสิทธิได้เงินคืนเพราะไม่ได้ยื่นเอกสารอ่ะนะ

ใครที่เคยตกเป็นเหยื่อ หรือมีเพื่อนมีญาติตกเป็นเหยื่อแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ ช่วยกันกระจายข่าวให้รู้กันเยอะๆหน่อย

ที่อยู่

Bangkok
10150

เบอร์โทรศัพท์

+66957299945

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ปรึกษาปัญหากฎหมายสำนักงานกุลบุญเรืองรัตน์ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์