Lexiam Law - เล็กซ์เซียม ลอว์

Lexiam Law - เล็กซ์เซียม ลอว์ สำนักงานกฎหมาย
กรงเทพฯ
ชลบุรี
ภูเก็ต
เชียงใหม่ LEXIAM Ltd. is Bangkok, Thailand based law firm.

We serve local and international clients on legal advisory and assistance on commercial, coporate M&A, investment and intellectial property inlcuding business and corporate secretarial service.

19/05/2026

The strict land ownership restrictions in Thailand paradoxically act as a major cost-saving mechanism for foreign businesses establishing local operations. Because foreigners are generally barred from directly purchasing land (there are exemptions), companies avoid massive upfront capital expenditures, steering instead into a highly structured, lower-cost operating model.
The structural restrictions lower establishment costs through several key financial mechanisms:

1. Eliminating Massive Upfront Capital Outlays
In countries with open real estate markets, foreign businesses often feel compelled to buy land to secure their long-term position, which burns a huge portion of their starting capital. In Thailand, the default pathway is a long-term commercial leasehold (up to 30 years).

* Asset Allocation: Capital that would have been locked up in illiquid, high-priced real estate is instead kept liquid. It can be immediately deployed toward revenue-generating operations like machinery, inventory, and local marketing.
* Lower Financial Risk: If a business model needs to pivot or scale down, the company isn't stuck trying to liquidate a heavily taxed piece of corporate real estate.

2. Dramatically Lower Government Transaction Fees
When acquiring a property, the transaction fees collected by the Thai government are significantly lower for leaseholds than for freehold property transfers.

3. Avoidance of Hidden "Nominee Structure" Legal Overheads
Some foreign investors try to bypass land laws by setting up complex, multi-layered Thai majority corporate structures using local "nominee" shareholders to purchase land.

* The Cost Trap: Maintaining these structures requires heavy, ongoing legal retainers, accounting overheads, and annual balance-sheet audits to ensure compliance with the Ministry of Commerce.
* The Crackdown Risk: The Thai government actively investigates and penalizes nominee schemes. Accepting land restrictions and choosing a straightforward commercial lease completely removes these expensive legal architectures and compliance risks.

4. Bypassing Broad Corporate Tax Responsibilities
Operating via a registered leasehold keeps the real estate tax burden primarily on the Thai landlord. Under Thai law, commercial properties are subject to local property taxes. When leasing, the foreign business avoids navigating these complex property tax assessments directly, protecting its early-stage cash flow from sudden statutory liabilities.

19/05/2026

ต้นทุนในการตั้งโรงงาน ไทย และอินโดนีเซีย

03/11/2025

สตาทอัพเกาหลี 50 บริษัท จะบินมา business matching วันที่ 4-5 นี้ ใครวนใจเข้าไปลงทะเบียนได้เลย งานจัดที่ ปตท วิภาวดีรังสิต

A-STREAM team and we are flying in 50 of South Korea's most promising startups for two days of networking and partnership-building from November 4th-5th at the PTT Vibhavadi Building.

It will be a select group, including South Korean government officials, investors, and corporate leaders, making it a powerful environment for meaningful conversations.

More information about A-STREAM you can find here: https://astream.teemice.com/

List of startups that will be attending from Korean Ecosystem: https://docs.google.com/spreadsheets/d/1IPVBjT01hDgii4AbudtH3HtFOA5wzE2QPUtK3eHKQGc/edit?gid=1992457848 =1992457848

If it sounds interesting, you can see all the details and register here: https://registration.eventpassinsight.co/e/as25/Em5Wa75

#สตาร์ทอัพ

ความผิดที่อาจจะเกิดจากขายสินค้า รวมทั้งการขายทางออนไลน์-  กฎหมายอาญา ความผิดเกี่ยวกับการค้ามาตรา 271 ผู้ใดขายของโดยหลอกล...
11/09/2025

ความผิดที่อาจจะเกิดจากขายสินค้า รวมทั้งการขายทางออนไลน์

- กฎหมายอาญา ความผิดเกี่ยวกับการค้า
มาตรา 271 ผู้ใดขายของโดยหลอกลวงด้วยประการใด ๆ ให้ผู้ซื้อหลงเชื่อในแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพหรือปริมาณแห่งของนั้นอันเป็นเท็จ ถ้าการกระทำนั้นไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

- กฎหมายอาญา ความผิดฐานฉ้อโกง
มาตรา 341 ผู้ใดโดยทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม หรือทำให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม ทำ ถอน หรือทำลายเอกสารสิทธิ ผู้นั้นกระทำความผิดฐานฉ้อโกง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

- การลวงขายเครื่องหมายการค้า (กฎหมายแพ่ง)
พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534
มาตรา 46 บุคคลใดจะฟ้องคดี เพื่อป้องกันสิทธิการละเมิดในเครื่องหมายการค้า ที่ไม่ได้จดทะเบียน หรือ เรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเพื่อการละเมิดสิทธิดังกล่าวไม่ได้

บทบัญญัติมาตรานี้ไม่กระทบกระเทือนสิทธิของเจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ไม่ได้จดทะเบียน ในอันที่จะฟ้องคดีบุคคลอื่นซึ่งเอาสินค้าของตนไปลวงขายว่าเป็นสินค้าของเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น

อธิบายเพิ่มเติมดังนี้

1. การขายของโดยหลอกลวงแหล่งกำเนิด ตามกฎหมายอาญามาตรา 271 เช่นการประกาศขายโดยบอกว่าสินค้าของตนเองมีความเกี่ยวข้องหรือเป็นเจ้าของเดียวกับยี่ห้อสินค้าอื่นที่มีชื่อเสียงเพื่อให้ขาบได้ง่ายขึ้น จนผู้ซื้อหลงเชื่อ ซึ่งถ้าผู้ซื้อรู้ความจริงอาจจะไม่ซื้อสินค้านั้นก็ได้

2. ความผิดฐานฉ้อโกง ตามกฎหมายอาญามาตรา 341 เป็นการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และโดยการลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สิน รวมถึงเงินทอง

3. การลวงขายเครื่องหมายการค้า ตามพ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 ตามมาตรา 46 คือสินค้าของตนแต่ไปลวงขายว่าเป็นสินค้าเป็นของคนอื่น โดยทำให้เข้าใจผิดในแหล่งที่มาของสินค้า เพื่อให้สินค้าของตนได้รับความสนใจและจำหน่ายได้ง่ายขึ้น แต่ไม่ถึงขนาดหลอกลวง ปลอมแปลงเครื่องหมายการค้า

27/06/2025

UPDATE: ถอดความคิด ‘ศุภวุฒิ สายเชื้อ’ และ ‘บรรยง พงษ์พานิช’ ฉายภาพทางรอดเศรษฐกิจและหุ้นไทย
“สิ่งหนึ่งที่อย่าไปคิดถึงเลยคือ Quick Win เพราะโครงสร้างของเราไม่ตอบโจทย์โลกทุกวันนี้”
คำกล่าวของ ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ ที่ปรึกษากลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร และประธานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่สะท้อนให้เห็นถึงสถานะของเศรษฐกิจไทยบนบริบทโลกที่กำลังเปลี่ยนไป และกำลังส่งสัญญาณไปยังทุกๆ ภาคส่วนของไทยให้เห็นถึงความเร่งด่วนที่เราจะต้องช่วยกันพลิกฟื้นสถานการณ์ของประเทศ ด้วยการโฟกัสที่ผลประโยชน์ในระยะยาว
ในงาน CFO Annual Conference on Capital Markets ณ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ ที่ปรึกษากลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร และประธานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และ บรรยง พงษ์พานิช ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ได้ร่วมบรรยายบนเวที Thai listed Companies Challenges & Opportunities ซึ่งมีหลากหลายแง่มุมที่น่าสนใจ และช่วยให้เราเห็นภาพเศรษฐกิจไทยและตลาดทุนไทยได้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในวันที่เราอาจจะกำลังถูกโลกทิ้งไว้ข้างหลัง
🔸 ความท้าทายของเศรษฐกิจไทย
ปัญหาพื้นฐานของไทยคือการขาดรัฐบาลที่มีต้นทุนทางการเมือง (Political Capital) เพียงพอ ซึ่งหมายถึงรัฐบาลที่สามารถโน้มน้าวให้ประชาชนยอมรับการเสียสละในระยะสั้นเพื่อประโยชน์ในระยะยาวได้ วันนี้ไทยไม่มี Quick Wins อีกแล้ว เพราะโครงสร้างเศรษฐกิจไทยปัจจุบันไม่เหมาะสมกับภูมิทัศน์ของโลก
หากมองจากเมกะเทรนด์ของโลก 5 ด้าน ได้แก่
1. สังคมสูงวัยและอัตราการเกิดที่ลดลงทั่วโลก
2. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
3. หนี้สาธารณะของรัฐบาลทั่วโลกที่สูงและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
4. การพัฒนาทางเทคโนโลยีที่รวดเร็วขึ้นจากการมาของ AI
5. ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์
ดร.ศุภวุฒิ บอกว่า หนี้สาธารณะของรัฐบาลทั่วโลกคือประเด็นที่น่ากังวลที่สุด เมื่อประมาณ 15 ปีที่แล้ว สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP ของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วเฉลี่ยอยู่ที่ 85% โดยมีญี่ปุ่นเป็นตัวแปรสำคัญ ปัจจุบันตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นเป็น 110% ของ GDP
แม้แต่สหภาพยุโรปซึ่งตั้งมาตรฐานไว้ที่ 60% ก็มีหนี้เกิน 80% ไปแล้ว หนี้สาธารณะที่สูงนี้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการเงินโลก ทำให้เกิดภาวะแย่งชิงทรัพยากรทางการเงิน และนำไปสู่อัตราดอกเบี้ยโดยรวมที่สูงขึ้น ขณะที่นโยบาย ‘One Big Beautiful Act’ ของสหรัฐฯ คาดว่าจะทำให้การขาดดุลงบประมาณของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอีก ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยระยะยาวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
🔸 ประเด็นที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิดที่สุด 2 ประเด็น คือ
1. การพิมพ์เงินเพื่อชดใช้หนี้ของประเทศเศรษฐกิจหลัก ดร.ศุภวุฒิ ค่อนข้างมั่นใจว่าภายใน 5-6 ปีข้างหน้า โดยเฉพาะหากมีการเปลี่ยนตัวผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ ประเทศใหญ่ๆ ที่มีปัญหาหนี้สาธารณะจะกดดันให้ธนาคารกลางของตนพิมพ์เงินเพื่อสร้างเงินเฟ้อ และลดมูลค่าที่แท้จริงของหนี้
2. แนวคิด ‘การถูกเอาเปรียบ’ และมาตรา 899 ของสหรัฐฯ ซึ่งให้อำนาจรัฐมนตรีคลังในการระบุประเทศที่ถือว่าเอาเปรียบสหรัฐฯ ในด้านภาษี ซึ่งอาจนำไปสู่การเรียกเก็บภาษีจากพลเมืองของประเทศเหล่านั้นที่เข้ามาซื้อสินทรัพย์ของสหรัฐฯ
🔸 ความท้าทายและโอกาสของประเทศไทย
ความท้าทายแรกของเศรษฐกิจไทยคือ การขาดความเชื่อมั่น สะท้อนจากธนาคารไม่เต็มใจปล่อยสินเชื่อ และบริษัทใหญ่ๆ กำลังทยอยคืนเงินกู้ ซึ่งบ่งชี้ถึงการขาดความเชื่อมั่นในทิศทางเศรษฐกิจของไทยในอนาคต
ถัดมาคือการพึ่งพาการส่งออกและการเปลี่ยนแปลงของโลก หลังวิกฤตต้มยำกุ้งปี 1997 เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวโดยพึ่งพาการส่งออกอย่างหนัก ซึ่งเติบโตจาก 35% เป็น 56% ของ GDP หลังการลดค่าเงินบาท อย่างไรก็ตาม นโยบายของทรัมป์กำลังทำลายกระแสโลกาภิวัตน์ ซึ่งเป็นภัยคุกคามใหม่ การส่งออกของไทยไปสหรัฐฯ คิดเป็น 9-10% ของ GDP อาจเผชิญกับภาษีที่สูงขึ้น และการมีอุปทานล้นเกินของจีนก็ส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมของไทย ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องหาตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่
🔸 เครื่องยนต์ใหม่ของเศรษฐกิจไทย
ในมุมมองของ ดร.ศุภวุฒิ เครื่องยนต์ใหม่ของเศรษฐกิจไทย ได้แก่
1. การท่องเที่ยว เป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญ เติบโตจาก 10% ของการส่งออกภาคบริการในปี 2010 เป็น 15% แม้ในปี 2019 ลดลงเหลือ 5% ในช่วงโควิด-19 แต่ล่าสุดฟื้นตัวมาที่ 14%
2. การแปรรูปอาหารเพื่อส่งออก ปัจจุบันการส่งออกอาหารคิดเป็น 15% ของการส่งออกทั้งหมด เพิ่มขึ้นจาก 13% ในปี 2013 อย่างไรก็ตาม วัตถุดิบประมาณ 1 ใน 3 ยังคงนำเข้าเนื่องจากการกีดกันทางการค้า โอกาสสำคัญอยู่ที่การแปรรูปอาหารส่งออกไปจีนมากขึ้น ซึ่งจีนมีการขาดดุลอาหารเพิ่มขึ้น จาก 5% ของการนำเข้าทั้งหมดในปี 2012 เป็น 9% ในปี 2023
3. อุตสาหกรรมสุขภาพระดับโลก ภาคส่วนนี้คาดว่าจะเติบโตด้วยอัตราเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ 8.6% การปรับตัวให้สอดคล้องกับเทรนด์นี้จะช่วยปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของไทยโดยมุ่งเน้นไปที่บริการสุขภาพและการผลิตอาหารคุณภาพสูง
4. การผลิตในตลาดเฉพาะกลุ่ม ไทยยังคงมีจุดแข็งในผลิตภัณฑ์เฉพาะกลุ่มบางอย่าง เช่น การผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ (HDD) ที่ทำได้ดีมาก แม้แต่จีนก็ยังทำตามได้ยาก HDD กำลังมีความสำคัญมากขึ้นสำหรับศูนย์ข้อมูล AI เพื่อฝึกโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ตลาดเฉพาะกลุ่มอื่นๆ รวมถึงชิ้นส่วนยานยนต์บางประเภท หรือการเป็นศูนย์ซ่อมรถคลาสสิก แม้สิ่งเหล่านี้จะมีคุณค่า แต่อาจไม่ใช่ตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภาพรวม
5. เกษตรกรรมกับเทคโนโลยี ภาคเกษตรต้องบูรณาการเทคโนโลยีให้มากขึ้น แทนที่จะพึ่งพาเงินอุดหนุน ตัวอย่างเช่น "Multispectral Vision" จากดาวเทียมเพื่อติดตามการเจริญเติบโตของพืช ระบุการขาดสารอาหาร และจัดการฟาร์มโดยใช้คนน้อยที่สุด เทคโนโลยีตัดต่อพันธุกรรมอย่าง CRISPR ก็เป็นโอกาสในการสร้างพืชที่แข็งแรงขึ้น ไทยซึ่งเป็นประเทศที่มีอาหารเกินความต้องการ มีศักยภาพมหาศาลในด้านนี้ แต่นโยบายปัจจุบันมักเน้นไปที่การอุดหนุนและการประกันราคา
6. ข้อตกลงการค้าระหว่างประเทศ เนื่องจาก WTO ถูกทำให้ไร้ประสิทธิภาพจากนโยบายของทรัมป์ ซึ่งรวมถึงการขึ้นภาษีและการควบคุมการส่งออก ไทยจึงต้องปรับตัว อย่างการเข้าร่วม CPTPP (Comprehensive and Progressive Agreement for Trans-Pacific Partnership) ซึ่งมี 12 ประเทศ ไม่รวมสหรัฐฯ และจีน และมีสมาชิกอาเซียนแล้ว 3 ประเทศ (มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม) โดยอินโดนีเซียมีแนวโน้มจะเข้าร่วมด้วย
🔸 ตลาดหุ้นไทยยังน่าสนใจหรือไม่?
“ตลาดหุ้นมีไว้ทำไม แล้วทำไมตลาดหุ้นถึงเป็นหัวใจของหลายประเทศ เพราะตลาดหุ้นทำหน้าที่สำคัญที่สุดร่วมกับตลาดการเงิน คือรวบรวมจัดสรรทรัพยากร ให้ถูกนำไปใช้อย่างมีประโยชน์สูงสุด” บรรยงกล่าวถึงความสำคัญของตลาดหุ้น แต่ก็ย้ำว่า “ตลาดทุนประเทศไทยพัฒนามาได้ดีตามสมควร แต่ยังดีได้กว่านี้อีกเยอะ และจริงๆ แล้วตลาดหุ้นเป็นส่วนสำคัญแค่ส่วนเดียวของตลาดทุนไทย”
ยังมีกลไกอื่นๆ เช่น ตลาดร่วมลงทุน (Venture Capital) การมุ่งเน้นไปที่ตลาดหุ้นเพียงอย่างเดียวจึงเป็นความผิดพลาด การพยายามขยายตลาดหุ้นให้ครอบคลุม SMEs เป็นไปไม่ได้และจะเป็นอันตรายอย่างยิ่ง
ตลาดการเงินไทย ซึ่งรวมทั้งสินเชื่อธนาคารและตลาดทุน ทั้งตราสารหนี้และตราสารทุน เติบโตจาก 120% ของ GDP มาเป็น 320% ของ GDP ทุกวันนี้มีมูลค่า 60 ล้านล้านบาท ซึ่งหมายความว่าตลาดการเงินเติบโตเร็วกว่า GDP ของไทยถึงสามเท่า
แต่ปัจจุบันตลาดหุ้นไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่ทำผลงานแย่ที่สุดในโลกในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการลงทุนจากต่างชาติที่ลดลง ตัวชี้วัดสำคัญคือการลดลงของสัดส่วนการถือครองหุ้นโดยนักลงทุนต่างชาติใน free float เมื่อ 15 ปีที่แล้ว นักลงทุนต่างชาติถือครอง 67% ของ free float แต่ปัจจุบันลดลงเหลือเพียง 35%
การทิ้งหุ้นไทยของต่างชาติมาจากหลายสาเหตุ เช่น ปัจจัยพื้นฐานที่อ่อนแอ การเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยอยู่ในกลุ่มที่ต่ำที่สุดในตลาดเกิดใหม่ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา อัตราผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) และอัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (ROA) ของหุ้นไทยลดลง
การตัดสินใจทางการเมืองและกฎระเบียบที่คาดเดาไม่ได้ โดยเฉพาะจากตลาดหลักทรัพย์เอง สร้างความไม่แน่นอนให้กับนักลงทุน เช่น การจำกัดการขายชอร์ต (Short Selling) สำหรับหุ้นนอก SET100 ไม่ได้ช่วยอะไร กลับเพิ่มต้นทุน ปัญหาธรรมาภิบาลบรรษัท กระทบความเชื่อมั่น “ความไว้วางใจเป็นสิ่งที่สร้างยาก ทำลายง่าย และยากมากที่จะฟื้นคืนเมื่อเสียไปแล้ว”
บรรยงกล่าวต่อว่า อีกหนึ่งปัญหาใหญ่ของไทยคือการเพิ่มขึ้นของผลิตภาพ (Productivity) ที่ต่ำมาก ระหว่างปี 1985 ถึง 1995 ไทยมีการเพิ่มผลิตภาพสูงเนื่องจากเศรษฐกิจเปลี่ยนจากเกษตรกรรมสู่อุตสาหกรรม โดยส่วนใหญ่ขับเคลื่อนโดยการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ทำให้ Productivity เพิ่มขึ้นสูงมาก แต่หลังวิกฤตปี 1997 เศรษฐกิจไทยกลายเป็นเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยภาคบริการ ภาคบริการส่วนใหญ่เป็น "non-tradable" (ไม่สามารถซื้อขายข้ามพรมแดนได้ง่าย) ในทางตรงกันข้าม อุตสาหกรรมที่ผลิตสินค้าที่ซื้อขายได้ต้องมีผลิตภาพสูงเพื่อแข่งขันในระดับสากล
สาเหตุที่ Productivity ของไทยต่ำ เพราะการจำกัดการแข่งขันจากต่างชาติในหลายอุตสาหกรรม การผูกขาดและการมีผู้ขายน้อยราย อิทธิพลของรัฐบาลและการทุจริต รวมทั้งการครอบงำโดยรัฐวิสาหกิจ
🔸 ทางรอดของหุ้นไทย
หลังจากหุ้นไทยตกต่ำต่อเนื่อง เริ่มมีแนวคิดที่จะป้องกันไม่ให้คนไทยลงทุนในต่างประเทศเพื่อเก็บเงินทุนไว้ในประเทศ บรรยงบอกว่านี่คือสิ่งที่อันตราย
“ห้ามคนไทยออกไปลงทุนต่างประเทศ หุ้นไทยจะได้ขึ้น ผมเรียนเลยว่าจะตรงกันข้าม การให้คนไทยไปลงทุนต่างประเทศได้ จะกดดันให้บริษัทไทยต้องพัฒนา และถ้าคุณเก็บภาษีหนัก คุณจะเก็บได้แต่คนชั้นกลาง เงินทุนส่วนใหญ่จะหนีไปแล้วไม่กลับ ตลาดจะยิ่งตกต่ำ”
ปัจจุบันไทยขาด ‘เรื่องราว’ (Story) ที่น่าสนใจเพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ ในอดีตหลังวิกฤตต้มยำกุ้ง ตลาดหุ้นไทยฟื้นตัวได้จากการเสนอขายหุ้นครั้งแรก (IPO) ของ ปตท. ในปี 2001 เป็นเรื่องราวที่สำคัญที่เปิดตัวประเทศไทยใหม่อีกครั้ง เพียงแค่การเดินสายโรดโชว์สำหรับ IPO ขนาดใหญ่นี้ก็ทำให้ดัชนี SET พุ่งจาก 280 เป็น 400 จุด ดึงดูดเงินทุนต่างชาติจำนวนมาก
การฟื้นตลาดหุ้นไทยเป็นไปได้ สะท้อนจากการฟื้นฟูของการบินไทย หากจัดการอย่างถูกต้องและไม่ใช่ในฐานะรัฐวิสาหกิจ อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าเสียดายที่ผู้เชี่ยวชาญทางธุรกิจมักถูกแทนที่ด้วยข้าราชการในตำแหน่งผู้นำสำคัญ
“ถ้าแปรรูปรัฐวิสาหกิจให้สุดซอย ถ้ารัฐแปรรูป ปตท. เหมือน British Petroleum ในยุค มากาเร็ต แทชเชอร์ (อดีตนายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร) ขายให้เหลือ 0% รัฐจะได้เงิน 6 แสนล้านบาท และจะช่วยลดหนี้สาธารณะ 1 ล้านล้านบาท” บรรยงกล่าว
ดร.ศุภวุฒิ กล่าวเสริมปิดท้ายว่า “ตอนนี้สตอรีของไทยไม่มี ต่างจากเมื่อก่อน แต่สิ่งที่เล่าไปวันนี้สามารถจะเป็นสตอรีใหม่ของไทยได้ แต่ต้องทำให้ได้ ต้องบรรจุไปในแผน และทำแผนให้ชัดเจน และต้องมีมาตรการมาสนับสนุนว่าจะทำอย่างไร”

01/06/2025

ศาลอนุมัติหมายจับ 17 ราย
เอี่ยว “ตึก สตง.ถล่ม”
รวม “เปรมชัย-ชวน หลิง จาง”
ศาลอาญา อนุมัติหมายจับ 17 ผู้ต้องหาเอี่ยวตึก สตง. ถล่ม ตามที่ บช.น. ยื่นขอ โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มคือ บริษัทผู้ออกแบบ บริษัทผู้ควบคุมการก่อสร้าง และ ผู้บริษัทผู้รับจ้างก่อสร้าง โดยรวมถึงนายเปรมชัย กรรณสูต ผู้บริหาร ITD และ นายชวน หลิง จาง กรรมการบริษัทไชน่า เรลเวย์ฯ ด้วย
จากกรณีสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 เวลาประมาณ 13.20 น.ได้เกิดเหตุแผ่นดินไหวโดยมีจุด ศูนย์กลางที่ประเทศเมียนมาร์ แรงสั่นสะเทือนถึงประเทศไทยและในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ส่งผลทำให้อาคาร ก่อสร้างสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (แห่งใหม่) บริเวณถนนกำแพงเพชร 2 แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร มีความสูง 30 ชั้น ทรุดตัวถล่มลงมา เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และ เสียชีวิตจำนวนมากนั้น
พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. มีคำสั่งให้แต่งตั้ง คณะพนักงานสืบสวนสอบสวน โดยมี พล.ต.ต.สมควร พึ่งทรัพย์ เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และ พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ เป็นรองหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนเพื่อให้ทำการสอบสวนในคดีดังกล่าว
จากการตรวจสอบพยานหลักฐานทั้งเอกสารและพยานบุคคล พบว่าแบบแปลนการก่อสร้างไม่สอดคล้องกับกฎกระทรวง และมาตรฐาน กลุ่มกำแพงปล่องลิฟต์ของอาคาร ไม่ได้อยู่ตรงกลางอาคาร แต่ชิดขอบด้านหลัง ทำให้ศูนย์กลางของการบิดตัวของอาคารเยื้องไปจากศูนย์กลางอาคาร เมื่ออาคารแกว่งตัวจากแผ่นดินไหว ทำให้กำแพงปล่องลิฟต์และเสาที่ฐานถล่มเกือบพร้อมกัน ทำให้อาคารทั้งหลังตกลงมาในแนวดิ่งอย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้มีการส่งผลตรวจปูนซีเมนต์ ที่ใช้ในการก่อสร้างอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ว่ามีมาตรฐาน ตรงตามค่า KSC ซึ่งเป็นหน่วยวัดมาตรฐาน ที่ใช้วัดความแข็งแรงของคอนกรีต ผลการตรวจปรากฏว่าความแข็งแรงของคอนกรีต ไม่ได้มาตรฐานตามค่า KSC และ การตรวจสอบเหล็กเส้นที่เก็บได้จากอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ปรากฏว่ามีบางส่วนไม่ เป็นไปตามแบบเช่นกัน และ จากการตรวจลายมือชื่อของ นายสมเกียรติ ชูแสงสุข ผู้เสียหายที่ถูกปลอมลายมือชื่อลงไป ในฐานะวุฒิวิศวกร จากกองพิสูจน์หลักฐานยืนยันว่า ตัวอย่างลายมือชื่อที่ส่งเปรียบเทียบ มีคุณสมบัติการเขียน รูปลักษณะของลายมือชื่อแตกต่างกันกับตัวอย่างลายมือชื่อของ นายสมเกียรติ ชูแสงสุข จึงลงความเห็นว่าไม่ใช่ลายมือชื่อของคนเดียวกัน
จากหลักฐานข้างต้นคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนจึงได้แบ่งกลุ่มผู้กระทำความผิดออกเป็น 3 กลุ่ม ซึ่งเป็นผู้มีวิชาชีพในการออกแบบ ควบคุม หรือทำการก่อสร้าง ซ่อมแซมหรือรื้อถอนอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างใด ๆ ไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ หรือวิธีการอันพึงกระทำมีผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องและเป็นผู้กระทำความผิดดังนี้
กลุ่มที่ 1 บริษัทผู้ออกแบบ
- บริษัท ฟอ-รัม อาร์คิเทค จำกัด และ บริษัท ไมนฮาร์ท (ประทศไทย) ทำสัญญาระหว่างสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน โดยผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคล 1 ราย และมีกลุ่มวิศวกรผู้ลงนามในแบบแปลนซึ่งเป็นวิศวกรโครงสร้าง จำนวน 5 ราย
รวมผู้กระทำความผิดทั้งหมด 6 ราย
กลุ่มที่ 2 บริษัทผู้รับจ้างควบคุมการก่อสร้าง
กิจการร่วมการค้า PKW จำนวน 1 รายในฐานะส่วนตัว เนื่องจากเป็นผู้แทนลงนามในสัญญา ซึ่งทั้ง 3 บริษัท ตกลงยินยอมรับผิดร่วมกัน และ แทนกันต่อผู้ว่าจ้างในทุกกรณี
โดย 3 บริษัท ประกอบด้วย
1.บริษัท พี เอ็น ซิงค์โครไนซ์ จำกัด
2.บริษัท เคพี คอนซัลแทนส์ แอนด์ แมเนจเม้นท์ จำกัด
3.บริษัท ว.และสหาย คอนซัลแตนตส์ จำกัด
รวมผู้กระทำความผิดทั้งหมด 5 ราย
กลุ่มที่ 3 บริษัทผู้รับจ้างก่อสร้าง
1.บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน)
2.บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด และ ผู้มีอำนาจกระทำการแทนกินการร่วมค้า
ITD-CREC
รวมผู้กระทำความผิดทั้งหมด 6 ราย
อย่างไรก็ตามในเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ค้นพบแล้ว จำนวน 89 ราย ได้รับบาดเจ็บสาหัส จำนวน 1 ราย ได้รับบาดเจ็บ 8 ราย สูญหาย 11 ราย จึงได้มาร้องทุกข์กล่าวโทษให้ ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้งหมด 17 ราย ในฐานะนิติบุคคล และ ส่วนตัว ในฐาน “เป็นผู้มีวิชาชีพในการออกแบบ ควบคุม หรือ ทำการก่อสร้าง ซ่อมแซมหรือรื้อถอนอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างใด ๆ ไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ หรือวิธีการอันพึงกระทำการนั้น ๆ โดยประการที่น่าจะเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่บุคคลอื่น เป็นเหตุให้บุคคลอื่นถึงแก่ความตาย” อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 227 , 238 ล่าสุดศาลอาญา ได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 3 กลุ่มดังกล่าวแล้ว
สำหรับ รายชื่อผู้ต้องหาทั้ง 17 ราย มีดังนี้ ... (อ่านต่อในช่องแสดงความเห็น)

27/05/2025
Thailand, please keep calm and carry on!
28/03/2025

Thailand, please keep calm and carry on!

ที่อยู่

723 Silom Road, Silom, Bangrak
Bangkok
10500

เวลาทำการ

จันทร์ 10:00 - 17:00
อังคาร 10:00 - 17:00
พุธ 10:00 - 17:00
พฤหัสบดี 10:00 - 17:00
ศุกร์ 10:00 - 15:00

เบอร์โทรศัพท์

+6620916799

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Lexiam Law - เล็กซ์เซียม ลอว์ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Lexiam Law - เล็กซ์เซียม ลอว์:

แชร์