ทนายใกล้ตัว

ทนายใกล้ตัว ปรึกษากฎหมายฟรี โทร 080-9193691, 02-0749954
แอดไลน์ คลิก https://lin.ee/axVzwYG ให้คำปรึกษากฎหมาย ให้บริการงานด้านกฎหมาย

ซื้อที่ดินซึ่งตกเป็นภาระจำยอม เมื่อซื้อมาแล้วจะฟ้องขับไล่ห้ามเกี่ยวข้องในส่วนภาระจำยอมไม่ได้   ที่ฟ้องไม่ได้ เพราะภาระจำ...
24/12/2024

ซื้อที่ดินซึ่งตกเป็นภาระจำยอม เมื่อซื้อมาแล้วจะฟ้องขับไล่ห้ามเกี่ยวข้องในส่วนภาระจำยอมไม่ได้

ที่ฟ้องไม่ได้ เพราะภาระจำยอมไม่สิ้นไป ต้องรับโอนมาพร้อมภาระจำยอม

ฎีกาที่ 3668/2552
เมื่อที่ดินพิพาททั้งสองแปลงตกเป็นภาระจำยอมโดยผลของประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 286 แล้ว แม้ต่อมาโจทก์จะได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการซื้อมาจากการขายทอดตลาดในคดีที่บริษัท ป. เจ้าของโครงการผู้จัดสรรที่ดินที่ถูกฟ้องเป็นคดีล้มละลายก็ไม่ทำให้ภาระจำยอมในที่ดินนั้นสิ้นไป โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องขับไล่หรือมีสิทธิ์ห้ามมิให้จำเลยเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาทได้ แต่อย่างไรก็ตามจำเลยในฐานะเจ้าของทรัพย์ ก็ไม่มีสิทธิ์เปลี่ยนแปลงในทรัพย์ ซึ่งทำให้เกิดภาระเพิ่มขึ้นแก่ภาระทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1388 เช่นกันยกเว้นกันสาดด้านหน้าและด้านหลังตึกแถวที่มีมาตั้งแต่แรกแล้ว สิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นที่ต่อเติมขึ้นภายหลังและรุกล้ำเข้าไปในที่ดินพิพาท จำเลยจึงต้องรื้อถอนออกไปกับให้ขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดินพิพาททั้งสองแปลง เพราะเป็นการทำให้เกิดภาระเพิ่มขึ้นแก่พอันเป็นภาระทรัพย์

เมื่อเจ้าของโครงการผู้จัดสรรที่ดินมีเจตนากันที่ดินพิพาทไว้เป็นสาธารณะประโยชน์แก่ผู้ซื้อตึกแถวและประชาชนทั่วไป จำเลยจึงไม่อาจอ้างว่าได้ครอบครองที่ดินพิพาทด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ อันจะทำให้จำเลยได้กรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทโดยการครอบครอง

ปรึกษากฎหมายโทร 080-9193691 ,ปรึกษากฎหมายโทร 080-9193691 ปรึกษากฎหมายโทร 080-9193691 ,ปรึกษากฎหมายโทร 080-9193691 #ทนายใกล้ตัว,02-0749954
หรือ แอดไลน์ หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer
สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ .cmi
หรือ คลิก https://lin.ee/hCbTQl6
สาขาขอนแก่น โทร 095-9567735 แอดไลน์ .kkn
หรือ คลิก https://lin.ee/U10ElNk
www.closelawyer.co.th
#ทนายใกล้ตัว

ฟังให้ดีนะ !!! พวกเจ้าหนี้หัวหมอ เวลาเอาสัญญากู้ไปให้ลูกหนี้ลงชื่อผู้กู้ไว้ในแบบฟอร์มเปล่า โดยไม่ได้กรอกรายละเอียดยอดเงิ...
22/12/2024

ฟังให้ดีนะ !!! พวกเจ้าหนี้หัวหมอ เวลาเอาสัญญากู้ไปให้ลูกหนี้ลงชื่อผู้กู้ไว้ในแบบฟอร์มเปล่า โดยไม่ได้กรอกรายละเอียดยอดเงินกู้ไว้ ต่อมาแล้วนำสัญญากู้ไปกรอกตัวเลขจำนวนเงินกู้ไม่ตรงกับความเป็นจริง หรือแม้จะกรอกตัวเลขตรงกับความจริง แต่ไม่ได้รับความยินยอมจากผู้กู้ ถือว่า สัญญากู้เงินเป็นเอกสารปลอม ระวังจะโอนฟ้องกลับเป็นคดีอาญานะครับ
อ่านรายละเอียด >>> https://closelawyer.co.th/real-case-studies/

หากยังไม่รับโอนคอนโด ผู้จะซื้อยังไม่จ่ายค่าน้ำค่าไฟ ผู้จะขายมีสิทธิฟ้องขับไล่หรือไม่    ซื้อห้องชุด ชำระเงินตามสัญญาจะซื...
22/12/2024

หากยังไม่รับโอนคอนโด ผู้จะซื้อยังไม่จ่ายค่าน้ำค่าไฟ ผู้จะขายมีสิทธิฟ้องขับไล่หรือไม่

ซื้อห้องชุด ชำระเงินตามสัญญาจะซื้อจะขายครบแล้ว ผู้ขายมอบการครอบครองห้องชุดให้แล้ว มีกำหนดให้ผู้ซื้อรับโอนสิทธิในมิเตอร์น้ำและไฟ แต่ผู้ขายยังไม่ได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้ผู้ซื้อ จึงยังไม่สามารถรับโอนสิทธิในมิเตอร์น้ำและไฟ เพราะต้องรับโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดก่อนจึงยังไม่ชำระส่วนที่เหลือ ผู้ขายเห็นว่าผิดสัญญาจึงฟ้องขับไล่ ดังนี้ ฟ้องได้หรือไม่

คำตอบ
ฟ้องไม่ได้ ผู้ซื้อไม่ได้เป็นฝ่ายผิดสัญญา ผู้ขายต้องโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้ก่อน เมื่อไม่ดำเนินการ ผู้ซื้อจึงไม่ต้องชำระหนี้ตอบแทน ผู้ซื้อไม่ได้เป็นฝ่ายผิดสัญญา ฟ้องขับไล่ไม่ได้

ฎีกาที่ 2532/2552
โจทก์ทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดพิพาทให้จำเลยโดยให้จำเลยผ่อนชำระเงินงวดที่เหลือให้แก่ธนาคารต่อไป จำเลยได้ชำระเงินให้โจทก์ตามสัญญาจะซื้อจะขายครบถ้วนแล้ว ส่วนโจทก์ก็ได้ส่งมอบการครอบครองห้องชุดพิพาทให้จำเลยแล้วเช่นกัน คงเหลือแต่โจทก์ยังมิได้โอนสิทธิในมิเตอร์น้ำประปา มิเตอร์ไฟฟ้าและหมายเลขโทรศัพท์ให้จำเลย ทั้งยังมิได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดพิพาทให้จำเลย โดยมีกำหนดระยะเวลาในการโอนกรรมสิทธิในมิเตอร์น้ำประปา มิเตอร์ไฟฟ้าและหมายเลขโทรศัพท์ให้ภายในวันที่ 11 พฤษภาคม 2543 ซึ่งการโอนสิทธิดังกล่าวย่อมจะทำได้เมื่อจำเลยได้ถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุดพิพาทแล้ว โจทก์จึงต้องจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในห้องชุดพิพาทให้จำเลยในวันดังกล่าวเช่นกัน เมื่อโจทก์มิได้ดำเนินการชำระหนี้ด้วยกระทำการดังกล่าวภายในกำหนดเวลานั้น จำเลยจึงยังไม่ต้องชำระหนี้ตอบแทนด้วยการชำระเงินให้แก่ธนาคารตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 369 จะถือว่าจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาหาได้ไม่ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยและบริวารของจากห้องชุดพิพาทและเรียกค่าเสียหายจากจำเลย

ปรึกษากฎหมายโทร 080-9193691 ,ปรึกษากฎหมายโทร 080-9193691 ,02-0749954
หรือ แอดไลน์ หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer
สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ .cmi
หรือ คลิก https://lin.ee/hCbTQl6
สาขาขอนแก่น โทร 095-9567735 แอดไลน์ .kkn
หรือ คลิก https://lin.ee/U10ElNk
www.closelawyer.co.th
#ทนายใกล้ตัว

แม้ไม่ใช่เจ้าของทรัพย์สิน จะนำทรัพย์สินนั้นออกให้เช่าก็ได้ ผู้ให้เช่านั้นไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินที่ใ...
19/12/2024

แม้ไม่ใช่เจ้าของทรัพย์สิน จะนำทรัพย์สินนั้นออกให้เช่าก็ได้

ผู้ให้เช่านั้นไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินที่ให้เช่า เพราะการเช่าทรัพย์สินเป็นสัญญาที่ผู้ให้เช่าตกลงให้ผู้เช่าได้ใช้หรือได้รับประโยชน์ในทรัพย์สินนั้นชั่วระยะเวลาอันมีจำกัดผู้ให้เช่าไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของทรัพย์ให้เช่า (ฎีกาที่ 1593/2524) แต่ในการตั้งรูปเรื่องในการฟ้องนั้นต้องระมัดระวังให้ดี เพราะหากผู้ให้เช่าไม่ใช่เจ้าของทรัพย์สิน แต่ตั้งรูปเรื่องว่าเป็นเจ้าของทรัพย์สิน แล้วเอาออกให้เช่า ไม่ตั้งรูปเรื่องว่าเป็นผู้มีอำนาจเอาทรัพย์สินออกให้เช่า และจำเลยต่อสู้ตามข้ออ้างของโจทก์ว่าโจทก์ไม่ใช่เจ้าของทรัพย์สินที่ให้เช่า กรณีนี้โจทก์ก็ต้องแพ้คดี หากเป็นผู้มีอำนาจออกให้เช่า และไม่มีปัญหาความผิดพลาดในการตั้งงรูปเรื่องฟ้องแล้ว ก็มีอำนาจฟ้องขับไล่
ฎีกาที่ 1166-1168/2509 (ประชุมใหญ่)
ในฟ้องโจทก์ระบุไว้ชัดว่า ห้องพิพาทเป็นของโจทก์ไม่ได้กล่าวอ้างถึงสิทธิอื่น เป็นการยืนยันว่ามีอำนาจให้เช่า เพราะโจทก์เป็นเจ้าของแต่อย่างเดียว จำเลยถึงชอบที่จะยกข้อที่ว่าห้องพิพาทตกเป็นของราชพัสดุแล้ว ไม่ใช่ของโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจใช้เช่าขึ้นเป็นข้อต่อสู้ได
ฎีกาที่ 80/2514
โจทก์เป็นผู้เช่าแผงลอยแล้วให้น้องสาวและมารดาโจทก์เข่านั่งขายของ น้องสาวโจทก์เป็นหนี้จำเลยอยู่ ได้ให้จำเลยเข้าขายของที่แผงลอยนั้นโดยโจทก์ไม่ทราบเรื่อง และไม่ปรากฏว่าจำเลยขอเช่าจากผู้มีสิทธิให้เช่า โจทก์มีสิทธฟ้องขับไล่จำเลยได้ แม้โจทก์จะไม่ใช่เจ้าของแผงลอย และคนเก็บค่าเช่าจะเก็บค่าเช่าจากจำเลยก็ตาม
ฎีกาที่ 573/2515
ผู้มีชื่อยกตึกพิพาทให้บิดาโจทก์ บิดาโจทก์ได้เข้าครอบครองตึกพิพาทและให้จำเลยเช่า ถึงหากการยกให้จะมิได้ทำถูกต้องตามแบบ แต่บิดาโจทก์ได้เข้าครอบครองตึกพิพาทนั้นแล้ว ย่อมได้สิทธิครอบครองและอาจได้กรรมสิทธิ์โดยทางครอบครอง จำเลยซึ่งเป็นผู้เช่าและเข้าอยู่ในตึกพิพาท โดยอาศัยสิทธิบิดาโจทก์ จะกล่าวอ้างว่าผู้ให้เช่าไม่ใช่เจ้าของทรัพย์หรือไม่มีสิทธิในทรัพย์ที่เช่าโดยสมบูรณ์หาได้ไม่ กรณีไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 133 เมื่อบิดาโจทก์ตาย โจทก์เป็นผู้รับมรดกย่อมมีอำนาจฟ้องขับไล่
ฎีกาที่ 1413/2513
โจทก์เป็นเจ้าของแผงลอยพิพาท ได้ทำสัญญาให้ ช. เช่า เมื่อ ช. ตาย สัญญาเช่าจึงระงับไป จำเลยผู้เป็นน้องชายของ ช. เข้าใช้แผงลอยนี้ต่อมาโดยไม่มีนิติสัมพันธ์กับโจทก์ เป็นการละเมิดต่อโจทก์ โจทก์มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลย แม้โจทก์จะได้ทำสัญญาให้ ก. เช่าเพื่อสร้างอาคารใหม่ก็ไม่ทำให้อำนาจฟ้องของโจทก์ระงับไป

ปรึกษากฎหมายโทร 080-9193691 ,ปรึกษากฎหมายโทร 080-9193691 ,02-0749954
หรือ แอดไลน์ หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer
สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ .cmi
หรือ คลิก https://lin.ee/hCbTQl6
สาขาขอนแก่น โทร 095-9567735 แอดไลน์ .kkn
หรือ คลิก https://lin.ee/U10ElNk
www.closelawyer.co.th
#ทนายใกล้ตัว

การเพิกถอนนิติกรรมเกี่ยวกับการจัดการสินสมรสสามารถทำได้หรือไม่๑. การจัดการสินสมรส (มาตรา ๑๔๗๖)กรณีคู่สมรสต้องจัดการสินสมร...
17/12/2024

การเพิกถอนนิติกรรมเกี่ยวกับการจัดการสินสมรสสามารถทำได้หรือไม่
๑. การจัดการสินสมรส (มาตรา ๑๔๗๖)
กรณีคู่สมรสต้องจัดการสินสมรสร่วมกัน หรือได้รับความยินยอม
๑. ขาย แลกเปลี่ยน ขายฝาก ให้เช่าซื้อ จำนอง ปลดจำนอง หรือโอนสิทสิทธิจำนองซึ่งอสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์ที่อาจจำนองได้ (มาตรา ๑๔๗๖ (๑))
โจทก์และจำเลยที่ ๑ ได้ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างมาระหว่างสมรส จึงเป็นสินสินสมรสตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๗๔ (๑) การที่จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาขายฝากที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ ๒ โดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ซึ่งเป็นคู่สมรส นิติกรรมการขายฝากที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๗๖ (๑) และเมื่อจำเลยที่ ๒ รับซื้อฝากที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างโดยไม่สุจริต โจทก์จึงมีสิทธิขอให้เพิกถอนนิติกรรมการขายฝากที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างระหว่างจำเลยที่ ๑ กับจำเลยที่ ๒ ได้ทั้งหมดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๘๐ (ฏ.๑๐๖๓๓/๒๕๕๑)
การขายสิทธิครอบครองที่ดินมือเปล่า เป็นการจัดการสินสมรสที่คู่สมรสต้องจัดการร่วมกันตามมาตรา ๑๔๗๖ (๑)
เมื่อ ส. ได้สิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทมาระหว่างการสมรส สิทธิครอบครองนั้นจึงเป็นสินสมรสของ ส. กับโจทก์ การขายสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทเป็นการจัดการสินสมรสที่สามีและกริยาต้องจัดการร่วมกันตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๗๖ (๑)ละ (๕) และจำเลยทราบดีอยู่แล้วว่า ส. มีโจทก์เป็นภริยาโดยยชอบด้วยกฎหมายอยู่ในขณะขายที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยโดยโจทก์มิได้รู้เห็นยินยอมด้วย เป็นการจัดการสินสมรสที่ขัดต่อ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา๑๔๗๖ โจทก์จึงมีสิทธิให้ฟ้องขอให้เพิกถอนการขายและโอนสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทได้ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๘๐
สังหาริมทรัพย์ที่อาจจำนองได้
มาตรา ๑๔๗๖ (๑) ได้บัญญัติว่าการขาย ฯลฯ สังหาริมทรัพย์ที่อาจจำนองได้เป็นกรณีที่สามีภริยาต้องจัดการร่วมกันหรือให้ความยินยอม สังหาริมทรัพย์ชนิดพิเศษก็เป็นทรัพย์ที่อาจจำนองได้ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๗๐๓ ดังนี้ การขาย แลกเปลี่ยน ขายฝากให้เช่าซื้อ จำนอง ปลดจำนอง หรือโอนสิทธิจำนองสังหาริมทรัพย์ชนิดพิเศษ คู่สมรสต้องจัดการร่วมกันหรือได้รับความยินยอมจากคู่สมรสอีกฝ่าย
ส่วนสังหาริมทรัพย์ที่อาจจำนองได้ตามกฎหมายอื่น ได้แก่ เครื่องจักร (พระราชบัญญัติเครื่องจักร พ.ศ.๒๕๑๔) และรถยนต์ (ตาม พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.๒๕๕๑) ดังนี้ การนำเครื่องจักรหรือรถยนต์ซึ่งเป็นสินสมรสไปขาย แลกปลี่ยน ขายฝาก ให้เช่าซื้อ จำนอง ปลดจำนอง หรือโอนสิทธิจำนอง ต้องจัดการร่วมกันหรือได้รับความยินยอมจากคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งก่อน
๒. ก่อตั้งหรือกระทำให้สุดสิ้นลงทั้งหมดหรือบางส่วนซึ่งภาระจำยอม สิทธิอาศัย สิทธิเหนือพื้นดิน สิทธิเก็บกิน หรือภาระติดพันในอสังหาริมทรัพย์ (มาตรา ๑๔๗๖ (๒))
๓. ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์เกินสามปี (มาตรา ๑๔๗๖ (๓))
ตามมาตรา ๑๔๗๖ (๓) บัญญัติห้ามเฉพาะการจัดการอสังหาริมทรัพย์อันเป็นสินสมรส โดยการนำออกให้ผู้อื่นเช่าเกินสามปี กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ สินสมรสตามอนุมาตรานี้ต้องเป็นตัวอสังหาริมทรัพย์ ถ้าสินสมรสเป็นสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่น สิทธิการเช่าดังกล่าวมิใช่อสังหาริมทรัพย์ กฎหมายมิได้บัญญัติให้สามีภริยาต้องจัดการร่วมกัน ดังนี้ สามีหรือภริยามีอำนาจจัดการได้โดยลำพัง สามีหรือภริยาฝ่ายเดียวย่อมโอนสิทธิการเช่าอันเป็นสินสมรสได้ไม่ต้องจัดการร่วมกันหรือได้รับความยินยอมจากคู่สมรสอีกฝ่าย
แม้สิทธิการเช่าอาคารพิพาทซึ่งจำเลยเช่าจากวัด ส. เป็นสินสมรสระหว่างจำเลยกับจำเลยร่วมก็ตาม แต่การโอนสิทธิการเช่าอาคารพิพาทใช่กรณีที่จำเลยและจำเลยร่วมจะต้องจัดการร่วมกันหรือจะต้องได้รับความยินยอมจากจำเลยร่วมก่อนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๗๖ (๑) ถึง (๘) ดังนั้น ย่อมเป็นอำนาจของจำเลยที่จัดการได้ลำพังโดยมิต้องได้รับความยินยอมจากจำเลยร่วมตามมาตรา ๑๔๗๖ แม้จำเลยจะโอนสิทธิการเช่า อาคารพิพาทให้โจทก์ โดยจำเลยร่วมมิได้รู้เห็นยินยอมก็ตาม จำเลยร่วมก็ไม่อาจเพิกถอนการ
โอนดังกล่าวตามมาตรา ๑๔๘๐ ได้ (ฎ.๙๖๐๗/๒๕๔๔)
แม้สิทธิการเช่าที่ดินพิพาทซึ่งจำเลยที่ ๑ เป็นผู้เช่าจาก ป. เป็นสินสมรสระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ แต่การโอนสิทธิการเช่าที่ดินพิพาทด้วยการนำออกให้จำเลยที่ ๒ เช่าช่วงหาใช่เป็นกรณีที่โจทก์และจำเลยที่ ๑ จะต้องจัดการร่วมกันหรือจะต้องได้รับความยินยอมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๗๖ (๑) ถึง (๘) ไม่ เพราะประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๗๖ (๓) ห้ามจัดการสินสมรสเพียงฝ่ายเดียวเฉพาะการให้เช่อสังหา-ริมทรัพย์ที่เป็นสินสมรสซึ่งไม่รวมถึงการจัดการสิทธิการเช่าซึ่งไม่ใช่อสังหาริมทรัพย์และไม่เป็นทรัพสิทธิอันจะถือว่าเป็นอสังหาริมทรัพย์ในตัวเองตามประมวลกฎหมายวแพ่งและพาณิชย์มาตรา๑๓๙ ด้วย จึงเป็นอำนาจของจำเลยที่ ๑ ที่จะจัดการได้ตามลำพัง โดยมิต้องได้รับความยินยอมจากโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๗๖ วรรคสอง แม้จำเลยที่ ๑ จะโอนสิทธิการเช่าที่ดินพิพาทให้จำเลยที่ ๒ โดยโจทก์มิได้รู้เห็นยินยอมโจทก์ก็ไม่อาจจะเพิกถอนนิติกรมนั้นได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา๑๔๘๐ (ฎ.๑๒๗๗๒/๒๕๕๕)
๔. ให้กู้ยืมเงิน (มาตรา ๑๔๗๖ (๔))
การให้กู้ยืมเงินเป็นนิติกรรมที่ต้องได้รับความยินยอมจากอีกฝ่ายตามมาตรา ๑๔๗๖ (๔) ส่วนการกู้ยืมเงินไม่ใช่การจัดการสินสมรสที่ต้องได้รับความยินยอมด้วย
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา๑๔๗๖ (๔) มุ่งหมายให้การให้กู้ยืมเงินเป็นนิติกรรมที่ต้องได้รับความยินยอมจากอีกฝ่ายในการจัดการสินสมรส การกู้ยืมเงินมิใช่ให้กู้ยืมเงิน จึงไม่ต้องด้วยบทบัญญัติดังกล่าว (ฎ.๖๑๙๓/๒๕๕๑)
๕. ให้โดยเสน่หา เว้นแต่การให้ที่พอควรแก่ฐานานุรูปของครอบครัวเพื่อการกุศลเพื่อการสังคม หรือตามหน้าที่ธรรมจรรยา
การให้โดยเสน่หา ต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรสอีกฝ่าย เว้นแต่การให้ที่พอควรแก่ฐานานรูปของครอบครัว เพื่อการกุศล เพื่อการสังคม หรือตามหน้าที่ธรรมจรรยา ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๔๗๖ (๕)
การที่ ง. ยกที่ดินสินสมรสให้จำเลยทั้งสี่ซึ่งเป็นบุตรและหลานโดยเสน่หา มิใช่การให้ตามสมควรในทางศีลธรรมอันดี ต้องได้รับความยินยอมจากโจทก์ผู้เป็นภริยา เมื่อไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ผู้เป็นภริยา การให้ดังกล่าวจึงไม่ผูกพันโจทก์ โจทก์ย่อมฟ้องเรียกที่ดินอันเป็นสินสมรสส่วนของตนคืนได้ (ฎ.๔๔๓๓/๒๕๓๖)
แม้ ว. ไม่มีหน้าที่ตามกฎหมายจะต้องอุปการะเลี้ยงดูจำเลยซึ่งเป็นบุตรนอกกฎหมายแต่โดยธรรมจรรยาซึ่งเป็นความรู้สึกผิดชอบภายในจิตใจที่เกิดจากพื้นฐานทางคุณธรรมและจริยธรรมของผู้เป็นบิดา ว. ย่อมมีความผูกพันที่จะให้การเลี้ยงดูจำเลย ซึ่งเกิดมาโดยปราศจากความผิดใดๆ โดยคำนึงถึงสวัสดิภาพและอนาคตของจำเลยเป็นสำคัญซึ่ง ว. ก็ได้จัดให้จำเลยได้รับการศึกษาและดูแลจำเลยตลอดมาจนกระทั่ง ว. ถึงแก่ความตาย การที่ ว. โอนบ้านและที่ดินพิพาทเพื่อให้เป็นที่อยู่อาศัยแก่จำเลยและ ศ. ซึ่งเป็นมารดาของจำเลย โดยบ้านและ ที่ดินเป็นทรัพย์สินส่วนน้อยเมื่อเทียบกับทรัพย์สินทั้งหมดที่ ว. มีอยู่ร่วมกับโจทก์ จึงเป็นการให้ตามหน้าที่ธรรมจรรยาอันพอสมควรแก่ฐานานุรูปของครอบครัว โจทก็ไม่มีสิทธิขอให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมดังกล่าวตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา๑๔๘๐(ฎ.๗๔๑๙/๒๕๔๓)
๖. ประนีประนอมยอมความ (มาตรา ๑๔๗๖ (๖))
การประนีประนอมยอมความที่ต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรสอีกฝ่าย ตามมาตรา๑๔๗๖ (๖) นั้น ต้องเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความที่มีผลผูกพันสินสมรสโดยเฉพาะ ส. ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินและบ้านอันเป็นสินสมรสของโจทก์กับ ส. ให้แก่จำเลยแล้ว ผิดสัญญา จำเลยจึงฟ้องเรียกเบี้ยปรับและมัดจำคืน ส. ทำสัญญาประนีประนอมยอมความในศาลยอมชำระเบี้ยปรับและคืนเงินมัดจำให้จำเลย ดังนี้ สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินและบ้านได้ระงับไปแล้วด้วยผลแห่งสัญญาประนีประนอมยอมความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๘๕๒ โจทก์ซึ่งเป็นสามีจะฟ้องขอให้เพิกถอนมิได้ ส่วนสัญญาประนีประนอมยอมความก็เป็นนิติกรรมเกี่ยวกับหนี้เงินมิได้ทำขึ้นเพื่อผูกพันสินสมรสโดยเฉพาะ จึงมิใช่เป็นการจัดการสินสมรสตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา๑๔๗๖, ๑๔๗๗ และ ๑๔๘๐โจทก์ซึ่งเป็นสามีจะฟ้องขอให้เพิกถอนมิได้เช่นเดียวกัน (ฏ.๒๙๑๐/๒๕๓๑)
กรณีสามีภริยายังไม่หย่าขาดกัน สามีไปอยู่กินฉันสามีภริยากับหญิงอื่น ทรัพย์สินที่สามีกับหญิงคนใหม่ทำมาหาได้ร่วมกันย่อมเป็นกรรมสิทธิ์รวมของสามีกับหญิงคนใหม่คนละครึ่ง แต่ในส่วนของสามี ถือว่าเป็นทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างสมรสเป็นสินสมรสกับภริยาตามมาตรา ๑๔๗๔ (๑)
ทรัพย์สินที่จำเลยที่ ๑ ได้มาในขณะที่จำเลยที่ ๑ ได้จำเลยที่ ๒ เป็นภริยาโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน จำเลยที่ ๑ เป็นเจ้าของรวมกับจำเลยที่ ๒ และถือว่าในส่วนที่จำเลยที่ ๑ มีกรรมสิทธิ์เป็นทรัพย์สินที่จำเลยที่ ๑ ได้มาระหว่างสมรสกับโจทก์เป็นสินสมรสของโจทก์กับจำเลยที่ ๑ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๗๔ (๑) การที่จำเลยที่ ๑ ตกลงกับจำเลยที่ ๒ เกี่ยวกับการแบ่งทรัพย์สินให้ฝ่ายใดได้รับทรัพย์สินใดบ้าง ย่อมมีผลทำให้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินดังกล่าวเป็นของจำเลยที่ ๑ หรือที่ ๒ แต่ผู้เดียว มิใช่การแบ่งทรัพย์สินระหว่างเจ้าของรวมตามปกติดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๖๔ หากแต่มีลักษณะเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ เพราะเป็นการระงับข้อพิพาทเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกันที่มีอยู่ โดยต่างยอมผ่อนผันให้แก่กัน การที่จำเลยที่ ๑ ตกลงกับจำเลยที่ ๒ เกี่ยวกับสินสมรสย่อมเป็นการจัดการสินสมรสซึ่งตามมาตรา ๑๙๗๖ (๖) วรรคหนึ่งบัญญัติให้ต้องจัดการร่วมกันหรือได้รับความยินยอมจากอีกฝ้ายหนึ่ง เมื่อโจทก์มีได้ให้ความยินยอมโจทก์ชอบที่จะฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมแบ่งทรัพย์สินนั้นได้ตามมาตรา ๑๔๘๐ (ฎ.๖๘๗๐/๒๕๕๖)
๗. มอบข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการวินิจฉัย (มาตรา ๑๔๗๖ (๗))
๘. นำทรัพย์สินไปเป็นประกันหรือหลักประกันต่อเจ้าพนักงานหรือศาล (มาตรา๑๔๗๖ (๘))
กรณีตามมาตรา ๑๔๖ (๘) นี้ เป็นกรณีนำสินสมรสไปเป็นประกัน แต่การค้ำประกันไม่ใช่การประกันด้วยทรัพย์ ไม่ต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรสอีกฝ่าย การที่ น. ภริยาโจทก์ทำสัญญาค้ำประกันการกู้เบิกเงินเกินบัญชีของ ส. โดยยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม มิใช่เป็นการจัดการสินสมรสตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา๑๔๗๖, ๑๔๗๗ ซึ่งจะต้องได้รับความยินยอมจากโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขอเพิกถอน (ฎ.๔๐๔๖/๒๕๓๕)การจัดการสินสมรสนอกจากกรณีที่บัญญัติไว้ในวรรคหนึ่ง "สามีหรือภริยาจัดการได้โดยมิต้องได้รับความยินยอมจากอีกฝ่ายหนึ่ง" การจัดการสินสมรสดังกล่าวต้องได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่ง (มาตรา๑๔๗๙)

ปรึกษากฎหมายโทร 080-9193691 ,ปรึกษากฎหมายโทร 080-9193691 ,02-0749954
หรือ แอดไลน์ หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer
สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ .cmi
หรือ คลิก https://lin.ee/hCbTQl6
สาขาขอนแก่น โทร 095-9567735 แอดไลน์ .kkn
หรือ คลิก https://lin.ee/U10ElNk
www.closelawyer.co.th
#ทนายใกล้ตัว

การจัดการสินสมรสที่ไม่ต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรสการจัดการสินสมรสที่สามีภริยาต้องจัดการร่วมกันตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา...
15/12/2024

การจัดการสินสมรสที่ไม่ต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรส

การจัดการสินสมรสที่สามีภริยาต้องจัดการร่วมกันตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๔๗๖ รวม ๘ กรณีนั้น เป็นกรณีที่มีความสำคัญ จึงต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรสอีกฝ่าย สำหรับการจัดการสินสมรสกรณีอื่นนอกจากที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๔๗๖ วรรคหนึ่ง สามี หรือภริยาจัดการได้โดยมิต้องได้รับความยินยอมจากอีกฝ่ายหนึ่ง (มาตรา ๑๔๗๖ วรรคสอง)
คำฟ้องของโจทก์เป็นการฟ้องเรียกค่าเสียหายที่จำเลยที่ ๑ ลูกจ้างจำเลยที่ ๒ ได้ก่อให้ เกิดความเสียหายแก่สินสมรสของโจทก์จากจำเลยที่ ๒ จึงไม่เข้ากรณีหนึ่งกรณีใดตามที่ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๗๖ วรรคหนึ่ง ระบุไว้ใน (๑)-(๘) แต่ประการ ใด และในวรรคสองได้ระบุว่าการจัดการสินสมรส นอกจากกรณีที่บัญญัติไว้ในวรรคหนึ่ง สามี หรือภริยาจัดการได้โดยมิต้องได้รับความยินยอมจากอีกฝ่าย ฉะนั้น โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากสามี (ฎ.๒๕๔๗/๒๕๓๘)

การทำพินัยกรรม มิใช่เป็นการจัดการสินสมรสที่จะต้องได้รับความยินยอมจาก คู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๗๖ วรรคหนึ่ง
แม้ ร. มีสิทธิทำพินัยกรรมยกบ้านพิพาทที่เป็นสินสมรสระหว่าง ร. กับโจทก์ส่วนที่ ร. มีกรรมสิทธิ์อยู่ครึ่งหนึ่งให้แก่จำเลยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา วรรคสอง ได้ก็ตาม แต่ ร. ก็ไม่มีสิทธิทำพินัยกรรมยกกรรมสิทธิ์ในบ้านส่วนของโจทก์อีก ครึ่งหนึ่งให้แก่จำเลยได้ การที่ ร. ทำพินัยกรรมยกบ้านสินสมรสทั้งหลังให้แก่จำเลย จึงไม่มี ผลผูกพันส่วนที่เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ โจทก์ในฐานะเป็นเจ้าของ มีสิทธิฟ้องติดตามเอาคืน ทรัพย์ส่วนที่เป็นกรรมสิทธิ์ของตนได้โดยไม่มีกำหนดเวลาการใช้สิทธิ เว้นแต่จะถูกจำกัดด้วย อายุความได้สิทธิ โดยโจทก์ไม่ต้องฟ้องขอให้เพิกถอนพินัยกรรมของ ร. ก่อน (ฎ.๓๕๔๔/ ๒๕๔๒)

ภริยาฟ้องเรียกเงินมัดจำค่าซื้อที่ดินจากผู้จะขายตามสัญญาซื้อขายที่ดิน ไม่ใช่การ จัดการสินสมรส ไม่อยู่ในข้อจำกัดที่ต้องได้รับความยินยอมจากสามีก่อน (ฎ.๒๒๒๐/๒๕๓๘)

การที่จำเลยร่วมซึ่งเป็นสามีของย. ได้ลงชื่อเป็นพยานในหนังสือมอบอำนาจและหนังสือ ยกกรรมสิทธิ์ที่ดิน และทำบันทึกข้อตกลงสามฝ่ายยินยอมให้ ย. โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าว พร้อมสิ่งปลูกสร้างให้แก่โจทก์นั้น ถือว่าจำเลยร่วมยินยอมให้ย. แลกเปลี่ยนที่ดินสมรสกับโจทก์ (ฎ.๓๒๓๔/๒๕๓๖)

การจัดการสินสมรสนอกจากกรณีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา

๑๔๗๖ วรรคหนึ่ง จำเลยหรือโจทก์ซึ่งเป็นสามีภรรยาย่อมมีอำนาจจัดการได้โดยมิต้องได้รับ ความยินยอมจากอีกฝ่ายหนึ่ง แต่การจัดการสินสมรสจะต้องจัดการด้วยความระมัดระวังไม่ให้ เป็นที่เสียหายและต้องไม่กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความเสียหายแก่สินสมรสตาม มาตรา ๑๔๗๖ วรรคสองและมาตรา ๑๔๘๔ (๑) (๕) (ฎ.๓๓๘๒/๒๕๕๘)

สิทธิตามสัญญาจ้างแรงงานเป็นสิทธิเฉพาะตัวของผู้เป็นลูกจ้าง ไม่เป็นสินสมรส การ

ฟ้องเรียกเงินตามสัญญาจ้างแรงงานมิใช่เป็นการจัดการสินสมรส ภริยาผู้เป็นลูกจ้าง จึงมีอำนาจ ฟ้องคดีได้โดยลำพังโดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากสามี (ฎ.๘๗๔/๒๕๓๒)

การให้ความยินยอมทำนิติกรรม
การให้ความยินยอมในการจัดการสินสมรส อาจให้ความยินยอมเฉพาะเรื่องเฉพาะราย หรือให้ความยินยอมล่วงหน้าตลอดไปก็ได้ (ฎ.๓๑๘๖/๒๕๓๘)

ปรึกษากฎหมายโทร 080-9193691 ,ปรึกษากฎหมายโทร 080-9193691 ,02-0749954
หรือ แอดไลน์ หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer
สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ .cmi
หรือ คลิก https://lin.ee/hCbTQl6
สาขาขอนแก่น โทร 095-9567735 แอดไลน์ .kkn
หรือ คลิก https://lin.ee/U10ElNk
www.closelawyer.co.th
#ทนายใกล้ตัว

ต้องดำเนินการอย่างไร หากศาลมีคำสั่งประทับฟ้องแล้ว เมื่อศาลสั่งประทับฟ้องแล้ว ขั้นตอนทางคดีก็จะเข้าสู่ในชั้นของการพิจารณา...
13/12/2024

ต้องดำเนินการอย่างไร หากศาลมีคำสั่งประทับฟ้องแล้ว

เมื่อศาลสั่งประทับฟ้องแล้ว ขั้นตอนทางคดีก็จะเข้าสู่ในชั้นของการพิจารณา ซึ่งตามกฎหมายต้องมีการดำเนินการต่าง ๆ ติดตามมาคือ

๑. การส่งสำเนาฟ้อง
กรณีนี้เป็นไปตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๖๘ กล่าวคือ เมื่อศาลประทับ ฟ้องแล้ว ให้ส่งสำเนาฟ้องให้แก่จำเลยรายตัวไป เว้นแต่จำเลยจะได้รับสำเนาฟ้องไว้ก่อนแล้ว

๒. การออกหมายเรียกหรือหมายจับ
ในชั้นพิจารณา จำเลยเป็นประธานของกระบวนการ การพิจารณาต้อง กระทำต่อหน้าจำเลยเป็นหลัก เว้นแต่จะเข้าข้อยกเว้น ดังนั้น จึงต้องได้ตัวจำเลยมา ในชั้นพิจารณา มาตรา ๑๖๙ จึงบัญญัติว่า เมื่อศาลประทับฟ้องแล้ว แต่ยังไม่ได้ตัวจำเลยมา ให้ศาลออกหมายเรียกหรือหมายจับมาแล้วแต่ควรอย่างใดเพื่อ พิจารณาต่อไป

ฎีกาที่ ๑๘๘๙/๒๕๔๑
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งว่า คดีโจทก์มีมูลให้ประทับฟ้อง ไว้พิจารณา หมายเรียกจำเลยมาศาลและให้การแก้คดี แต่จำเลยไม่มาตามนัด ศาลชั้นต้นจึงออกหมายจับและให้จำหน่ายคดีชั่วคราว การที่โจทก์ยื่นคำร้องว่า หมายจับคลาดเคลื่อนต่อความเป็นจริงเกี่ยวกับวันเริ่มต้นนับอายุความ ศาลชั้นต้น มีคำสั่งว่าอายุความจึงต้องเริ่มนับแต่วันที่ปฏิเสธการจ่ายหลังสุด ให้เพิกถอนหมายจับ เดิมแล้วออกหมายจับจำเลยใหม่ โจทก์อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คำสั่งศาลเรื่อง การออกหมายจับเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์คำสั่งจนกว่าศาล จะมีคำพิพากษาจึงไม่รับอุทธรณ์ โจทก์ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์มีคำสั่ง ว่า การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีไว้ชั่วคราว ไม่ใช่เป็นคำสั่งให้จำหน่ายคดี โดยเด็ดขาด เมื่อโจทก์อุทธรณ์คำสั่งใด ๆ ของศาลชั้นต้นในระหว่างนี้เป็นอุทธรณ์คำสั่ง ระหว่างพิจารณาต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๖ มีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้น เช่นนี้ คำสั่งศาลอุทธรณ์เป็น ที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๘ ทวิ โจทก์จึงไม่มี สิทธิฎีกาได้อีก

ฎีกาที่ ๓๐๓๑/๒๕๒๖
ในคดีอาญา เมื่อศาลไต่สวนมูลฟ้องและมีคำสั่งประทับฟ้องแล้วศาลชอบ ที่จะต้องออกหมายเรียกหรือหมายจับจำเลยมาแล้วแต่ควรอย่างใดเพื่อให้ได้ตัว จำเลยมาอยู่ในอำนาจศาลเสียก่อนแล้วจึงทำการพิจารณาต่อไป การที่ศาลสั่งกำหนด วันนัดสืบพยานโจทก์โดยยังไม่ได้ตัวจำเลยมาศาล จึงเป็นกระบวนพิจารณาข้าม ขั้นตอนของกฎหมาย เมื่อจำเลยไม่มาศาลตามนัด ในวันนั้นก็ไม่มีตัวจำเลยอยู่ในอำนาจศาลวันเวลาที่นัดไว้จึงถือไม่ได้ว่าเป็นวันเวลานัดสืบพยานโจทก์ เมื่อโจทก์ ไม่มาศาลตามวันเวลาดังกล่าวจะถือเป็นเหตุยกฟ้องโดยอาศัยประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๖๖ ประกอบด้วยมาตรา ๑๘๑ หาได้ไม่4

ปรึกษากฎหมายโทร 080-9193691 ,ปรึกษากฎหมายโทร 080-9193691 ,02-0749954
หรือ แอดไลน์ หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer
สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ .cmi
หรือ คลิก https://lin.ee/hCbTQl6
สาขาขอนแก่น โทร 095-9567735 แอดไลน์ .kkn
หรือ คลิก https://lin.ee/U10ElNk
www.closelawyer.co.th
#ทนายใกล้ตัว

การแสดงเจตนาต่อผู้เยาว์หรือผู้ไร้ความสามารถ  มาตรา 170 บัญญัติว่า “การแสดงเจตนาซึ่งกระทำต่อผู้เยาว์หรือผู้ที่ศาลสั่งให้เ...
11/12/2024

การแสดงเจตนาต่อผู้เยาว์หรือผู้ไร้ความสามารถ

มาตรา 170 บัญญัติว่า “การแสดงเจตนาซึ่งกระทำต่อผู้เยาว์หรือผู้ที่ศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ จะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ผู้รับการแสดงเจตนาไม่ได้ เว้นแต่ผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้อนุบาล หรือ ผู้พิทักษ์ แล้วแต่กรณี ของผู้รับการแสดงเจตนานั้นได้รู้ด้วยหรือได้ให้ความยินยอมไว้ก่อนแล้ว
ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับ ถ้าการแสดงเจตนานั้นเกี่ยวกับการที่กฎหมายบัญญัติให้ผู้เยาว์หรือคนเสมือนร้ความสามารถกระทำได้เองโดยลำพัง”

การแสดงเจตนาซึ่งจะต้องมีผู้รับการแสดงเจตนานั้น ไม่ว่าจะเป็นการแสดงเจตนาต่อบุคคลซึ่งอยู่เฉพาะหน้าหรือต่อบุคคลซึ่งมิได้อยู่เฉพาะหน้าก็ตาม ผู้รับการแสดงเจตนาก็ต้องมีความสามารถด้วย ดังนั้น การแสดงเจตนาต่อผู้เยาว์หรือคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ จึงไม่มีผลโดยมาตรา 170 วรรคหนึ่ง ห้ามมิให้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ผู้รับแสดงเจตนา เว้นแต่ผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้อนุบาล หรือ ผู้พิทักษ์ แล้วแต่กรณี ของผู้รับการแสดงเจตนานั้นได้รู้ด้วยหรือได้ให้ความยินยอมไว้ก่อนแล้ว เช่น ผู้เยาว์ทำสัญญาเช่าบ้านถ้าผู้ให้เช่าประสงค์จะบอกเลิกสัญญาเช่าก็ต้องแสดงเจตนาบอกเลิกสัญญาเช่าถึงผู้เยาว์ โดยให้ผู้แทนโดยชอบธรรมได้รู้ด้วย หรือผู้แทนโดยชอบทำได้ให้ความยินยอมไว้ก่อนแล้ว ให้ผู้เยาว์รับการแสดงเจตนาโดยลำพัง

เหตุที่กฎหมายบัญญัติไว้เช่นนี้ ก็เพราะผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ และคนเสมือนไร้ความสามารถ เป็นบุคคลผู้หย่อนความสามารถ ไม่อาจแสดงเจตนาทำนิติกรรมได้โดยลำพัง เป็นต้องกระทำโดยได้รับความยินยอมหรือมีผู้กระทำแทนตามาตรา 153 ดังนั้น ในการรับการแสดงเจตนาซึ่งเป็นนิติกรรมของฝ่ายที่แสดงเจตนา กฎหมายจึงให้ความคุ้มครองด้วยเพื่อป้องกันความเสียหายอันอาจเกิดแก่ผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ และคนเสมือนไร้ความสามารถเช่นเดียวกับการทำนิติกรรม

ผู้เยาว์และคนเสมือนไร้ความสามารถยังมีความสามารถทำนิติกรรมเองได้โดยลำพังหลายประการ โดยไม่จำเป็นต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรมและผู้พิทักษ์ ดังนั้นมาตรา 170 วรรคสอง จึงบัญญัติความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับ ถ้าการแสดงเจตนานั้นเกี่ยวกับการที่กฎหมายบัญญัติให้ผู้เยาว์ หรือคนเสมอืนไร้ความสามารถกระทำเองได้โดยลำพังอันมีความหมายว่า การแสดงเจตนาซึ่งกระทำต่อผู้เยาว์หรือคนเสมือนไร้ความสามารถทำได้เองโดยลำพัง ผู้เยาว์หรือคนเสมือนไร้ความสามารถย่อมรับการแสดงเจตนาได้เองโดยลำพัง เช่น ผู้เยาว์รับการแสดงเจตนาจากการปลดหนี้จากธุรกิจนั้น ผู้เยาว์ซึ่งได้รับเลือกจากความยินยอมให้ประกอบธุรกิจรับการแสดงเจตนาเกี่ยวกับธุรกิจนั้น หรทอคนเสมือนไร้ความสามารถทำสัญญาเช่าบ้านมีกำหนดสามปีซึ่งทำได้โดยลำพัง ไม่จำเป็นต้องได้รับความยินยอมจากผู้พิทักษ์ตามาตรา 34 ถ้าผู้ให้เช่าประสงค์บอกเลิกสัญญาเช่า ย่อมแสดงเจตนาบอกเลิกสัญญาเช่าต่อคนเสมอืนไร้ความสามารถได้ ไม่อยู่ในบังคับของมาตรา 170 วรรคหนึ่ง ขอให้สังเกตว่ากฎหมายมิได้บัญญัติยกไว้ให้คนไร้ความสามารถรับแสดงเจตนาได้โดยลำพัง ทั้งนี้ เพราะไม่มีนิติกรรมอย่างใดที่คนไร้ความสามารถกระทำได้เองโดยลำพัง

ปรึกษากฎหมายโทร 080-9193691 ,ปรึกษากฎหมายโทร 080-9193691 ,02-0749954
หรือ แอดไลน์ หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer
สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ .cmi
หรือ คลิก https://lin.ee/hCbTQl6
สาขาขอนแก่น โทร 095-9567735 แอดไลน์ .kkn
หรือ คลิก https://lin.ee/U10ElNk
www.closelawyer.co.th
#ทนายใกล้ตัว

ทรัพย์สินหาย การครอบครองจะยังคงอยู่ในความครอบครองของเจ้าของหรือไม่        ต้องพิจารณาตามพฤติการณ์เป็นเรื่องไป โดยหากเก็บ...
09/12/2024

ทรัพย์สินหาย การครอบครองจะยังคงอยู่ในความครอบครองของเจ้าของหรือไม่

ต้องพิจารณาตามพฤติการณ์เป็นเรื่องไป โดยหากเก็บเอาทรัพย์นั้นไปโดยรู้หรือควรรู้ว่าเจ้าของกำลังติดตามหรือจะติดตามเอาคืนย่อมเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ ถ้าไม่รู้หรือไม่มีเหตุอันควรรู้ก็เป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์สินหาย

ฎ. ๑๓๖๓/๒๕๐๓ (ป) ทรัพย์สินหายเป็นเรื่องที่ทรัพย์หลุดพ้นไปจากความยึดถือของเจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยมิได้ตั้งใจ มิใช่เรื่องสละการครอบครอง ผู้ใดเก็บเอาทรัพย์ไปจะเป็นความผิดฐานลักทรัพย์หรือยักยอกทรัพย์สินหายต้องพิจารณาตามพฤติการณ์เป็นรายๆไป คือ ถ้าเก็บเอาไว้โดยรู้หรือควรรู้ว่าทรัพย์นั้นเจ้าของกำลังติดตามหรือจะติดตามเพื่อเอาคืนก็เป็นลักทรัพย์ ถ้าไม่รู้หรือไม่มีเหตุอันควรรู้ก็เป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์สินหาย

รถทหารคว่ำปืนตกน้ำ ๑ กระบอก และทหารงมหา ๒ ครั้งไม่พบจึงไปแจ้งความที่อำเภอ ต่อมาค่ำวันเดียวกันนั้นเองจำเลยไปงมเอาปืนไปขายเสีย แสดงว่าจำเลยรู้หรือควรรู้ว่ารถทหารคว่ำปืนจมน้ำอยู่ แล้วถือโอกาสตอนปลอดผู้คนไปงมเอาปืนที่อยู่ในระหว่างเจ้าของกำลังติดตามเอาคืน จึงเป็นความผิดฐานลักทรัพย์

ฎ.๒๗๖๙/๒๕๓๔ ผู้เสียหายลืมถุงกระดาษใส่เงินไว้ จำเลยเป็นผู้เอาถุงกระดาษใส่เงินของผู้เสียหายไป และหลังจากรู้ตัวว่าลืมถุงกระดาษใส่เงินไว้ที่ร้านจำเลยเพียง ๑๐ นาที ผู้เสียหายก็รีบออกจากสำนักงานที่ดินซึ่งอยู่บริเวณเดียวกับร้านจำเลยติดตามถุงกระดาษใส่เงินทันที เช่นนี้ถือได้ว่าผู้เสียหายยังมีการครอบครองถุงกระดาษใส่เงินอยู่ เมื่อจ าเลยเอาไปจึงมีความผิดฐานลักทรัพย์

ปรึกษากฎหมายโทร 080-9193691 ,ปรึกษากฎหมายโทร 080-9193691 ,02-0749954
หรือ แอดไลน์ หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer
สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ .cmi
หรือ คลิก https://lin.ee/hCbTQl6
สาขาขอนแก่น โทร 095-9567735 แอดไลน์ .kkn
หรือ คลิก https://lin.ee/U10ElNk
www.closelawyer.co.th
#ทนายใกล้ตัว

ความผิดฐานพื้นฐานของการลักทรัพย์ ความผิดฐานลักทรัพย์เป็นความผิดพื้นฐานอันเป็นองค์ประกอบหลักที่สำคัญไปสู่ความผิดฐานอื่น ก...
06/12/2024

ความผิดฐานพื้นฐานของการลักทรัพย์
ความผิดฐานลักทรัพย์เป็นความผิดพื้นฐานอันเป็นองค์ประกอบหลักที่สำคัญไปสู่ความผิดฐานอื่น กล่าวคือ ฐานวิ่งราวทรัพย์ตามมาตรา ๓๓๖ ฐานชิงทรัพย์ตามมาตรา ๓๓๙ และฐานปล้นทรัพย์ตามมาตรา ๓๔๐ เนื่องจากจะมีความผิดเหล่านี้ได้ผู้กระทำต้องกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ด้วยในตัวเสมอ

นอกจากกนี้ความผิดอื่นเช่น ฐานฉ้อโกงตามมาตรา ๓๔๑ ฐานยักยอกตามมาตรา ๓๕๒ มีความคล้ายขององค์ประกอบกับฐานลักทรัพย์ ดังนั้นหากมีความเข้าใจถึงองค์ประกอบของความผิดฐานลักทรัพย์แล้วจะสามารถพิจารณาข้อแตกต่างของฐานอื่นได้

ฎ.๕๑๙/๒๕๐๒ จำเลยเก็บกระเป๋าสตางค์ของเจ้าของทรัพย์ซึ่งเหน็บไว้ที่เอวแล้วเลื่อนหลุดไปในขณะที่นั่งดูภาพยนตร์ใกล้เคียงกัน ถือว่าทรัพย์นั้นยังอยู่ในความยึดถือของเจ้าของทรัพย์ ไม่ใช่อยู่ในสภาพของตกหาย จำเลยจึงมีความผิดฐานลักทรัพย์

ฎ.๑๗๘๕/๒๕๕๔ ความผิดฐานลักทรัพย์ตามป.อ.มาตรา ๓๓๔,๓๓๕ เป็นคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา เมื่อพนักงานอัยการยื่นฟ้องคดีอาญา กฎหมายให้เรียกทรัพย์สินหรือราคาแทนผู้เสียหายด้วย หากพนักงานอัยการไม่เรียกให้ผู้เสียหายก็มีสิทธิที่จะฟ้องทางแพ่งจากผู้ที่ลักทรัพย์ไปได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๔๓,๔๔ และ๔๕...... ดังนั้น ผู้ที่ลักทรัพย์ไปจึงมีสิทธิครอบครองดูแลทรัพย์ที่ลักไปไว้เพื่อคืนแก่ผู้เสียหาย เพราะถ้าทรัพย์สินสูญหายหรือบุบสลาย ก็จะต้องรับผิดต่อผู้สียหายในทางแพ่งดังกล่าว การที่จำเลยเอารถจักรยานยนต์ไปจาก ส.โดยทุจริต แม้จะเป็นการเอารถไปจากการครอบครองของ ส.ที่ลักทรัพย์มาจากผู้เสียหายอีกต่อหนึ่ง จึงมีความผิดฐานลักทรัพย์ หากผู้ที่เอาทรัพย์ไปเพียงยึดถือทรัพย์นั้นไว้แทนผู้อื่น ความครอบครองในทรัพย์นั้นย่อมยังเป็นของผู้อื่นอยู่ จึงมีความผิดฐานลักทรัพย์ มิใช่ยักยอก

ฎ.๒๒๙/๒๕๑๐ (ป) จำเลยทั้งสองเป็นลูกจ้างรายวันเทศบาล โดยจำเลยที่ ๑ มีหน้าที่ขับรถรถยนต์บรรทุกคนงานไปทำการล้างและซ่อมท่อระบายน้ำจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ล้างและซ่อมท่อ จำเลยทั้งสองร่วมกันดูดเอาน้ำมันเบนซินไปจากรถที่จำเลยที่ ๑ ขับแล้วเอาไปขาย แม้จำเลยที่ ๑ มีหน้าที่ขับรถยนต์ก็มีหน้าที่ดูแลรักษารถยนต์ ตลอดถึงน้ำมันเบนซินในรถนั้นด้วยก็จริง แต่จำเลยที่ ๑ ก็คงมีหน้าที่ดูแลรักษาเท่านั้น เทศบาลมิได้มอบการครอบครองรถยนต์และน้ำมันเบนซินในรถยนต์ให้จำเลยที่ ๑ ครอบครองแต่อย่างใดการกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นความผิดตามมาตรา ๓๓๕ (๑๑)
ฎ. ๙๕๐/๒๕๓๐ (ป) จำเลยทั้งสองเป็นลูกจ้างกรมชลประทาน ได้รับคำสั่งให้ควบคุมเครื่องดันน้ำ โดยกรมชลประทานส่งน้ำมันที่ใช้กับเครื่องดันน้ำดังกล่าวให้ทุกวัน และมีเจ้าหน้าที่ไปควบคุมการปฏิบัติงานและตรวจสอบการใช้น้ำมัน ดังนี้น้ำมันยังอยู่ในความครอบครองของกรมชลประทาน เมื่อจำเลยทั้งสองเอาน้ำมันไปขายจึงมีความผิดฐานลักทรัพย์หากผู้ที่เอาทรัพย์ไปเพียงยึดถือทรัพย์นั้นไว้แทนผู้อื่น ความครอบครองในทรัพย์นั้นย่อมยังเป็นของผู้อื่นอยู่ จึงมีความผิดฐานลักทรัพย์ มิใช่ยักยอก การที่เจ้าของทรัพย์ให้ผู้ใดช่วยดูแลทรัพย์ชั่วคราวไม่เป็นการส่งมอบการครอบครองหรือฝากทรัพย์ ดังนั้น หากผู้นั้นเอาทรัพย์ไปย่อมถือเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ เช่น หากเจ้าของวานให้ช่วยถือกระเป๋าเพื่อจะเข้าห้องน้ำ แล้วมีการหยิบเอาเงินในกระเป๋าไป (ฎ.๑๒๕๓/๒๔๙๑,ฎ.๑๗๙/๒๕๐๗,ฎ.๓๒๑/๒๕๑๐,ฎ.๑๒๓๓๓/๒๕๕๕,ฎ.๓๙๓๗/๒๕๕๖)
ฏ. ๒๓๘๗/๒๕๖๔ จำเลยเป็นลูกจ้างผู้เสียหายมีหน้าที่ขายรถยนต์ให้ลูกค้าและเก็บเงินจากลูกค้าไม่ว่าจะเป็นเงินค่าจองรถ ค่าดาวน์รถกับค่าใช้จ่ายอื่นๆ เกี่ยวกับการซื้อขายรถซึ่งได้รับจากลูกค้าที่ซื้อรถจากผู้เสียหาย เงินจำนวนต่างๆ ที่จำเลยรับไว้จากลูกค้า เป็นการรับเงินไว้ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ในฐานะลูกจ้างผู้เสียหายซึ่งมีหน้าที่ติดต่อกับลูกค้าผู้มาซื้อรถจำเลยเพียงแต่รับเงินและยึดถือไว้ชั่วครำวก่อนที่จะนำส่งมอบให้แก่ผู้เสียหำยเท่านั้น อำนาจในการครอบครองควบคุมดูแลเงินดังกล่าวจึงเป็นของผู้เสียหาย เมื่อจำเลยรับเงินจากลูกค้าผู้เสียหายรวม ๗ ครั้ง แล้วเอาเงินดังกล่าวไปโดยทุจริต จึงเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ที่เป็นของนายจ้างตามมาตรา ๓๓๕ (๑๑) วรรคแรก แต่หากมีการส่งมอบการครอบครองให้แล้วผู้นั้นเอาทรัพย์ไปย่อมไม่ผิดฐานลักทรัพย์

ฏ. ๓๖๒๙/๒๕๓๘ ผู้เสียหายส่งธนบัตรฉบับละ ๑๐๐ บาทให้แก่จำเลยเพื่อชำระหนี้ค่าโดยสารเป็นเงิน ๕ บาท ถือว่าผู้เสียหายส่งมอบการครอบครองธนบัตรดังกล่าวให้จำเลย การที่จำเลยไม่ทอนเงินให้ทันทีหรือไม่มีเจตนาจะทอนเงินให้โดยจำเลยเอาเงินส่วนที่เหลือจำนวน ๙๕ บาท เป็นประโยชน์ของตนโดยทุจริตก็ไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์ เพราะเจตนาทุจริตเกิดขึ้นภายหลังที่ธนบัตรอยู่ในความครอบครองของจำเลยแล้ว

ปรึกษากฎหมายโทร 080-9193691 ,ปรึกษากฎหมายโทร 080-9193691 ,02-0749954
หรือ แอดไลน์ หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer
สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ .cmi
หรือ คลิก https://lin.ee/hCbTQl6
สาขาขอนแก่น โทร 095-9567735 แอดไลน์ .kkn
หรือ คลิก https://lin.ee/U10ElNk
www.closelawyer.co.th
#ทนายใกล้ตัว

สถานศึกษา มีขอบเขตการลงโทษนักเรียนอย่างไรได้บ้าง ในปัจจุบันนี้ การลงโทษนักเรียนและนักศึกษามีหลากหลายรูปแบบ ซึ่งบางรูปแบบ...
04/12/2024

สถานศึกษา มีขอบเขตการลงโทษนักเรียนอย่างไรได้บ้าง
ในปัจจุบันนี้ การลงโทษนักเรียนและนักศึกษามีหลากหลายรูปแบบ ซึ่งบางรูปแบบนั้น แม้จะเป็นที่ยอมรับในอดีต แต่ก็ไม่สามารถทำได้ในปัจจุบัน อาทิ การกร้อนผม หรือสั่งวิ่งรอบสนาม หรือแม้แต่การพักการเรียน
ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันคือ ระเบียบกระทรวงศึกษา ว่าด้วยการลงโทษนักเรียน พ.ศ. 2548 ได้กำหนดไว้ 4 สถาน ได้แก่
1 ว่ากล่าวตักเตือน
2 ทำทัณฑ์บน
3. ตัดคะแนนความประพฤติ
4. ทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
และระเบียบดังกล่าว ในข้อ 6 ได้กำหนดห้ามลงโทษนักเรียนและนักศึกษาด้วยวิธีรุนแรง หรือกลั่นแกล้ง หรือลงโทษด้วยความโกรธหรือความพยาบาท และให้คำนึงถึงอายุของนักเรียนและนักศึกษา และความร้ายแรงของพฤติการณ์ประกอบการลงโทษ

อย่างไรก็ดี ระเบียบกระทรวงศึกษาฉบับดังกล่าวนั้น ไม่ได้กำหนดโทษสำหรับโรงเรียนหรือบุคลากรทางการศึกษาที่ฝ่าฝืนระเบียบฉบับนี้ไว้เป็นพิเศษแต่อย่างใด

ปรึกษากฎหมายโทร 080-9193691 ,ปรึกษากฎหมายโทร 080-9193691 ,02-0749954
หรือ แอดไลน์ หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer
สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ .cmi
หรือ คลิก https://lin.ee/hCbTQl6
สาขาขอนแก่น โทร 095-9567735 แอดไลน์ .kkn
หรือ คลิก https://lin.ee/U10ElNk
www.closelawyer.co.th
#ทนายใกล้ตัว

ที่อยู่

Bangkok
10240

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 18:00
อังคาร 09:00 - 18:00
พุธ 09:00 - 18:00
พฤหัสบดี 09:00 - 18:00
ศุกร์ 09:00 - 18:00
เสาร์ 09:00 - 18:00

เบอร์โทรศัพท์

+66809193691

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ทนายใกล้ตัวผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ทนายใกล้ตัว:

แชร์