รับทำคดีเกี่ยวกับกรมศุลกากร

รับทำคดีเกี่ยวกับกรมศุลกากร ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก รับทำคดีเกี่ยวกับกรมศุลกากร, บริการด้านกฎหมาย, 56/231, ซอยพหลโยธิน 59 แยก 3, แขวงอนุสาวรีย์, เขตบางเขน, กรุงเทพ, Bangkok.

รับดำเนินการเกี่ยวกับคดีกรมศุลกากร(มีค่าปรับย้อนหลัง , ถูกจับสินค้ามีค่าปรับ , อื่นๆ) (ถูกหน่วยงาน สตอ. หรือ สสป. กรมศุลกากร ตรวจจับ)
รับดำเนินการโดยมิต้องนำคดีขึ้นพิจารณาในชั้นศาล (ตามที่กฏหมายกำหนด)
รับค่าจ้างหลังจากดำเนินงานเสร็จ

03/02/2026

วันนี้ผู้บรรยาย ขอแจ้งให้บริษัทหรือผู้ประกอบการที่มีการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ (ทางเรือ ทางอากาศ)
ได้ทราบว่า ทางเรา(ทีมทนายความคดีศุลกากรเฉพาะทาง)ได้ร่วมกับทางบริษัท Freight Forwarder เพื่อจัดให้บริการดูแลปรึกษาด้านกฎหมายฟรีรวมทั้งวางแผนการนำเข้า สำหรับบริษัทฯหรือผู้ประกอบการผู้นำเข้าที่จะใช้บริการของบริษัท Freight Forwarder ที่ทางเรากำหนด ท่านจะได้รับบริการฟรีด้านกฎหมายทางคดีศุลกากรรวมทั้งกฎหมายอื่นทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา หากบริษัทใด หรือผู้นำเข้าใดสนใจ ติดต่อมาได้ที่ทีมงานทนายความคดีศุลกากรเฉพาะทาง
--------------------------------------------------------------
ทีมงานทนายความคดีศุลกากรเฉพาะทาง
080 - 4671299

Send a message to learn more

22/12/2025

วันนี้ผู้บรรยาย จะแจ้งให้ผู้นำเข้าหรือผู้ประกอบการทราบว่า ใกล้ปีใหม่แล้ว ดังนั้นการเที่ยวปีใหม่ขอให้ทุกท่านจงมีแต่ความสุข แต่การหยุดเที่่ยวปีใหม่ก็อย่าลืมการตรวจสอบการรับเอกสารต่างๆด้วย เช่นหมายศาล(กรณีมีข้อพิพาทและคาดการณ์ได้ว่าคู่กรณีฟ้องร้อง) เนื่องจากการรับหมายศาลนั้นแบ่งเป็นสองกรณี
1 รับหมายโดยชอบ หมายความว่าจำเลย(ผู้รับหมาย)จะต้องยื่นคำให้การภายใน 15 วัน (หากไม่ยื่นคำให้การ จะถือว่าแพ้คดี)
2 ปิดหมาย กรณีจำเลยไม่อยู่ หรือไม่มีผู้รับหมาย เจ้าหน้าที่ศาลก็จะปิดหมายดังกล่าวไว้ตามภูมิลำเนา(ตามทะเบียนราษฎร์) จำเลยสามรถยื่นคำให้การภายใน 30 วัน
หมายเหตุ หากยามหรือคนดูแลหน้าประตูบริษัทรับหมาย ก็ถือว่าจำเลยได้รับหมายโดยชอบแล้ว ดังนั้นหากยามหรือคนดูแลรับหมายแล้วกลับไปบ้านนอกแล้วลืมส่งหมายให้กับผู้นำเข้าหรือจำเลย และเวลาล่วงเลยตามกำหนด(ข้อ 1 หรือ ข้อ 2) ก็จะถือว่าจำเลยแพ้คดี
จึงขอให้ผู้นำเข้าหรือผู้ประกอบที่มีแนวโน้มที่จะโดนฟ้อง กรุณาตรวจสอบเอกสารและหมายศาลด้วย เนื่องจากกรณีดังกล่าวนี้เคยมีคำพิพากษาฎีกาแล้ว
ด้วยความห่วงใยจากทีมงาน ทนายความคดีศุลกากรเฉพาะทาง
หากท่านใด หรือผู้นำเข้าท่านใด มีข้อสงสัยในประเด็นเกี่ยวกับการนำเข้าหรือคดีที่เกี่ยวกับศุลกากร สามารถโทรปรึกษาได้ฟรีครับ
080 467 1299
-------------------------------------------------------------
ทีมงานทนายความคดีศุลกากรเฉพาะทาง
080 - 4671299

Send a message to learn more

17/10/2025

วันนี้ผู้บรรยายจะแจ้งให้ทราบว่า ในคดีศุลกากรนั้นจะมีทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา
ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ วันที่ 27 พฤษภาคม 2568
โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 24 พฤศจิกายน 2568
ดังนั้นคดีอาญาที่เกี่ยวกับภาษีอากร ให้ยื่นฟ้องต่อศาลภาษีอากรกลาง(ศูนย์ราชการ) คดีอาญาที่เกี่ยวกับภาษีอากรที่ก่อนหน้านี้หากอยู่ในการพิจารณาของศาลอาญาก็คงให้พิจารณาต่อไป แต่หากเป็นคดีอาญาที่เกี่ยวกับภาษีที่เกิดขึ้นตั้งแต่ 24 พฤศจิกายน 2568 ให้ยื่นฟ้องที่ศาลภาษีอากรกลางเท่านั้น
---------------------------------------------------
ทีมงานทนายความคดีศุลกากร
080 - 467 1299

Send a message to learn more

21/09/2025

วันนี้ผู้บรรยายจะพูดถึง มาตรา 202, มาตรา 243, และมาตรา 253 พรบ. ศุลกากร 2560
ซึ่งมาตราทั้งสามนี้ ศุลกากรมักจะใช้เป็นข้อกล่าวหาต่อผู้นำเข้าเวลาจับย้อนหลัง(ออกแบบแจ้ง กศก. 115)
เรามาทำความเข้าใจ มาตรา 202 ก่อนว่ามีโทษอย่างไร (หาอ่านเองครับ)
มาตรา 202 จะมีโทษปรับสถานเดียว (ปรับไม่เกิน 5 แสนบาทต่อใบขนฯ/หรือหนึ่งแบบแจ้งการประเมิน)
อายุความหนึ่งปี โดยนับตั้งแต่วันที่ยื่นใบขนสินค้า หากพ้นกำหนดหนึ่งปีแล้ว อายุความขาด
มาตรา 243 มีโทษปรับตั้งแต่งครึ่งเท่าแต่ไม่เกินสี่เท่าของอากรที่ต้องเสียเพิ่ม(อากรที่ขาด)
มาตรา 253 กรรมการหรือผู้จัดการ ต้องรับโทษตาม มาตรา 243 ด้วย
สรุปแบบให้เข้าใจง่ายก็คือ ถ้ามาตรา 202 อายุความขาดแล้วศุลกากรก็ฟ้องไม่ได้
ดังนั้นแล้วก็จะเหลือมาตรา 243 และ มาตรา 253 ที่ใช้บังคับกับบริษัทผู้นำเข้ากับกรรมการ/ผู้จัดการ
ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเจ้าหน้าที่ศุลกากรประเมินว่าอากรขาด 1 ล้าน(ยังไม่รวมเงินเพิ่ม/เบี้ยปรับ)
ทางบริษัทต้องเสียอากรให้ครบถ้วน 1 ล้านบาท, บริษัทต้องชำระค่าปรับเป็นจำนวนเงิน 4 ล้านบาท,
กรรมการ/ผู้จัดการ ต้องชำระค่าปรับเป็นจำนวนเงิน 4 ล้านบาท ซึ่งเมื่อรวมแล้วก็คือ 9 ล้านบาท
อ่านดูแล้วรู้สึกเป็นอย่างไรกันบ้างครับ
ทีมงานทนายความคดีศุลกากร
080 – 467 1299

Send a message to learn more

11/08/2025

วันนี้ผู้บรรยายจะกล่าวถึงคดีที่บริษัทชิปปิ้งพึงควรจะระวัง (เพราะกฎหมายบัญญัติให้ชิปปิ้งต้องรับผิดชอบ)
กฎหมายที่อ้างถึง ม. 202, ม. 243, ม. 4 พรบ. ศุลกากร 2560
ตัวละคร : เจ้าของสินค้าตัวจริง, ชิปปิ้ง, ผู้นำเข้าที่มีชื่อในใบขนสินค้าขาเข้า
พฤติการณ์ : ชิปปิ้งหาชื่อบุคคคลมาแสดงในใบขนสินค้าขาเข้า(แทนเจ้าของสินค้าตัวจริง) เพื่อให้เจ้าของสินค้าตัวจริง
ไม่ต้องแสดงหรือจดแจ้งเกี่ยวกับรายได้ที่มาของรายได้หรือกำไรจากการขายสินค้าที่นำเข้าในแต่ละครั้ง
การที่ชิปปิ้งหาบุคคลหรือชื่อมาสำแดงในการลงทะเบียนเป็นผู้นำเข้า แล้วนำเข้าสินค้ามาสำเร็จแล้วหลายครั้ง หากใช้ Form ในการใช้สิทธิ์ยกเว้นอากร ก็ย่อมกระทำได้
แต่ถ้าบุคคลที่มีชื่อในใบขนสินค้าขาเข้าเสียชีวิต สิทธิ์จากการใช้ Form เพื่อยกเว้นอากรขาเข้าก็จะหมดไป
ในขณะที่ผู้นำเข้าตามใบขนสินค้าขาเข้าเสียชีวิตแล้ว และชิปปิ้งก็ยังใช้สิทธิในการนำเข้าและใช้สิทธิ Form ยกเว้นอากรขาเข้าเรื่อยมา ต่อมาภายหลังหากศุลกากรจรวจพบ ชิปปิ้งก็ต้องรับผิดชอบตาม ม. 4, ม. 202, ม. 243
พรบ. ศุลกากร 2560
หากการเสียชีวิตของผู้ที่มีชื่อในใบขนสินค้าขาเข้านั้น ทางบริษัทชิปปิ้งไม่ทราบมาโดยตลอด ทางบริษัทชิปปิ้งก็ต้องฟ้องกรมศุลกากร(หลังจากที่ได้รับแบบแจ้งการประเมินและอุทธรณ์แล้วไม่เป็นผล) โดยฟ้องกรมศุลกากรเป็นจำเลย แล้วขอให้เจ้าของสินค้า(ตัวจริง)เข้ามาเป็นคู่ความร่วม เหตุที่ต้องขอให้ทางเจ้าของสินค้าเข้ามาเป็นคู่ความร่วมนั้น ก็เพื่อจะสืบพยานกัน เพื่อจะได้ให้เห็นข้อเท็จจริงว่าใครจ่ายเงินค่าสินค้า ใครเสียค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ใครจ่ายค่าสินค้าในต่างประเทศ ใครรับสินค้า ใครจ่ายค่าใช้จ่ายทางเรือ หลักฐานต่างๆที่ติดต่อกันระหว่างชิปปิ้งกับเจ้าของสินค้าตัวจริง
เหตุที่ต้องขอให้เจ้าของสินค้าตัวจริงเข้ามาเป็นคู่ความร่วมนั้น ก็เพื่อต้องการสืบพยานให้ได้ข้อเท็จริงว่าใครเป็นเจ้าของสินค้า ตามมาตรา 4 พรบ. ศุลกากร 2560
เนื่องจากตาม มาตรา 4 พรบ. ศุลกากร 2560 ได้บัญญัติไว้ว่า
“ผู้นำของเข้า” ให้หมายความถึง เจ้าของสินค้า ผู้ครอบครอง หรือผู้มีส่วนได้เสียในของใดๆ นับแต่เวลาที่นำของนั้นเข้ามาในราชอาณาจักรจนถึงเวลาที่พนักงานศุลกากรได้ส่งมอบให้ไปโดยถูกต้องพ้นจากอารักขาของพนักงานศุลกากร
--------------------------------------------------------------------
ทีมงานทนายความคดีศุลกากร
080-4671299

Send a message to learn more

24/03/2025

วันนี้ผู้บรรยาย จะกล่าวถึงในคดีศุลกากร ที่ผู้นำเข้าเวลาโดนจับและถูกตั้งข้อกล่าวหา ซึ่งผู้นำเข้าและชิปปิ้งจะเข้าใจผิดๆอยู่เสมอ
ในประเด็นโดยจับย้อนหลัง(ถูกออกแบบแจ้งการประเมิน กศก. 115)
ศุลกากรก็จะตั้งข้อกล่าวหาว่ามีความผิดตาม พรบ. ศุลกากร พ.ศ. 2560
มาตรา 202 และ มาตรา 243
ในคดีศุลกากรนั้นจะมีทั้งโทษทางแพ่ง และโทษทาอาญา โทษทางคดีแพ่งคือค่าอากรที่ขาด + เงินเพิ่ม(ร้อยละ 1 นับแต่วันที่ตรวจปล่อยสินค้า) + เบี้ยปรับ (ร้อยละ 20 นับแต่วันที่รับแบบแจ้งการประเมินไป 30 วัน) โดยจะเริ่มคิดวันที่พ้น 30 ไปแล้ว
ส่วนภาษีมูลค่าเพิ่มก็ต้องจ่ายในส่วนที่เสียขาด และเสียค่าปรับอีก 1 เท่า(ของภาษีมูลค่าเพิ่มที่ขาด) + เบี้ยปรับสรรพากรอีกร้อยละ 1.5
โดยยอดเงินทั้งหมดจะสำแดงอยู่ในแบบแจ้งการประเมินที่ผู้นำเข้าได้รับ
ส่วนคดีอาญานั้น ทางฝ่ายคดีหลีกเลี่ยงจะเป็นผู้สั่งคดี ถ้าฝ่ายคดีสั่งคดีว่าผู้นำเข้ามีความผิดตามข้อกล่าวหา ก็จะออกหนังสือให้ผู้นำเข้าไปขอระงับคดีในชั้นศุลกากร หากผู้นำเข้าเห็นว่าเป็นฝ่ายบริสุทธิ์ ก็สามารถยื่นอุทธรณ์คดีได้ต่อฝ่ายอุทธรณ์คดีภายในกำหนดระยะเวลาที่ศุลกากรแจ้งมา
ถ้าฝ่ายอุทธรณ์คดียืนตามการสั่งคดี ฝ่ายคดีก็อาจส่งเรื่องไปยังกองปราบ กองกำกับการ 2 ปอศ. เพื่อให้พนักสอบสวนออกหมายเรียกไปยังผู้นำเข้า
เมื่อผู้นำเข้าได้รับหมายเรียก (จะมี 2 หมาย : หมายเรียกบริษัท, หมายเรียกกรรมการ) ผู้นำเข้าต้องเข้าไปชี้แจง หรือเข้าไปรับทราบข้อกล่าวหา แล้วแต่กรณี
ดังนั้นในส่วนขอคดีอาญานั้น เมื่อผู้นำเข้าได้รับหมายเรียกแล้ว ก็ควรเข้าไปพบเจ้าหน้าที่
สิ่งที่ต้องจัดเตรีียมเวลาเข้าไปพบเจ้าพนักงานสอบสวน 1 ตรายางบริษัท
2 ทนายความ(ที่มีความรู้หรือประสบการณ์เกี่ยวกับคดีศุลกากร) 3 เงินประ
กันต้ว
ในส่วนคดีอาญา ที่จะต้องไปสู้คดีกันในศา่ลนั้น ก็ต้องรอว่ารูปคดีจะเป็นอย่างไร ซึ่งก็ต้องดูไปตามพยานหลักฐานที่จะต้องยื่นแก้ต่าง ในฐานะเป็นจำเลย
หมายเหตุ : ความผิดตามมาตรา 202 เป็นความผิดทางอาญา ซึ่งมีโทษปรับสถานเดียว จึงมีอายุความ 1 ปี (นับแต่วันที่ยื่นใบขนสินค้า)
ส่วนความผิดตามมาตรา 243 คดีอาญา มีโทษทั้งจำทั้งปรับ
ปรับ 4 เท่า โทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ( 1 ใบขนฯ =1 กระทง )
ท่านใดสงสัยในขั้นตอนไหน อย่างไร โทรสอบถามได้ครับ (ฟรี)
---------------------------------------------------------------------
ทีมงานทนายความคดีศุลกากรเฉพาะทาง
080-4671299
086-8835086

Send a message to learn more

18/12/2024

วันนี้ผู้บรรยายจะพูดถึง สิทธิของ Form-E
ในกรณีที่ผู้นำเข้า นำสินค้าเข้ามาและมี Form-E สำแดงต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรแล้วและได้สิทธิยกเว้นอากรนำเข้า (เป็น 0%) หลังจากที่ผู้นำเข้าได้นำเข้าสินค้าชนิดเดิมและใช้สิทธิ Form-E มาโดยตลอดหลายๆใบขนสินค้า ต่อมาในภายหลังผู้นำเข้าได้ถูกเจ้าหน้าที่ศุลกากร (กตอ.)ตรวจสอบย้อนหลังและแจ้งว่า สินค้าที่นำเข้ามานั้นสำแดงพิกัดผิด(ไม่ใช่พิกัดที่สำแดงในเอกสาร Form-E) แต่เป็นอีกพิกัดนึง จึงไม่ได้สิทธิ Form-E และอาจต้องเสียอากรขาเข้าตามพิกัดใหม่ (5%-10%)
ถ้าผู้นำเข้าพบเจอกรณีเช่นนี้ ผู้นำเข้าต้องอ้างสิทธิหรืออุทธรณ์โต้แย้งเกี่ยวกับ ข้อ 17 (เอ) ของระเบียบปฎิบัติเกี่ยวกับหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าสำหรับกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้าของความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซี่ยน-จีน ตามเอกสารแนบ ก. ท้ายประกาศกรมศุลกากรที่ 3/2555 ที่ระบุว่า " ในกรณีไม่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับถิ่นกำเนิดสินค้าสำหรับเขตการค้าเสรีอาเซี่ยน-จีน ข้อแตกต่างที่ไม่ใช่สาระสำคัญ เช่น การสำแดงพิกัดศุลกากรแตกต่างกันระหว่างหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Form-E) กับเอกสารต่างๆ ที่ยื่นต่อหน่วยงานศุลกากรของประเทศภาคีผู้นำเข้าเพื่อพิธีการนำเข้า กรณีเช่นนี้จะไม่มีผลทำให้หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าฉบับดังกล่าวเสียไป ถ้าข้อเท็จจริงสอดคล้องถูกต้องตรงกับสินค้าที่นำเข้า "
------------------------------------------------------------------------
ทีมงานทนายความคดีศุลกากรเฉพาะทาง
086-8835086 080-4671299

Send a message to learn more

03/11/2024

วันนี้ผูบรรยายจะขออธิบาย เกี่ยวกับ พรบ. ศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 19 และ มาตรา 21
กรณีที่ผู้ประกอบการหรือผู้นำเข้า เมื่อได้รับแบบแจ้งการประเมินจากกรมศุลกากรแล้ว ท่านต้องอุทธรณ์ต่อกรมศุลกากรภายใน 30 หรือได้รับคำวินิจฉัยอุทธรณ์จากกรมศุลกากรแล้ว ท่านต้องอุทธรณ์โดยยื่นฟ้องต่อศาลภาษีอากรกลางภายใน 30 วัน หากยังไม่พร้อมในการยื่นฟ้องต่อศาลภาษี ก็ให้ยื่นขอขยายยื่นฟ้องต่อศาลภาษีไว้ก่อนได้(เพื่อรักษาสิทธิไว้)
มาตรา 19 และ มาตรา 21 เกี่ยวข้อกับแบบแจ้งการประเมินอย่างไรนั้น
เราต้องมาทำความเข้าใจ มาตรา 21 ว่าเขาบัญญัติไว้ว่าอย่างไร
มาตรา 21 สิทธิของกรมศุลกากรที่จะเรียกเก็บอากรที่ไม่ได้เสียหรือเสียไม่ครบถ้วนมีอายุความสิบปีนับแต่วันที่ยิ่นใบขนสินค้า เว้นแต่การเรียกเก็บอากรที่ไม่ได้เสียหรือเสียไม่ครบถ้วนนั้นเกิดจากการคำนวนอากรผิด ให้มีอายุความสองปีนับแต่วันที่ยื่นใบขนสินค้า
ถ้าอ่านข้อกฎหมายมาตรา 21 นี้แล้ว ก็จะเข้าใจได้ว่ากรมศุลกากรนั้นมีสิทธิเรียกเก็บอากรย้อนหลังได้ภายในสิบปีนับแต่วันที่ยื่นใบขนสินค้า
เราลองมาดู มาตรา 19 เมื่อพบว่าผู้มีหน้าที่เสียอากรไม่ครบถ้วน ให้พนักงานศุลกากรมีอำนาจประเมินอากรตามพระราชบัญญัตินี้และตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากร
การประเมินอากรตามวรรคหนึ่ง ให้ดำเนินกากรได้ภายในกำหนดสามปีนับแต่วันที่ได้ยื่นใบขนสินค้า เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็นไม่่อาจประเมินอากรได้ภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ขอขยายระยะเวลาต่ออธิบดีได้อีกไม่เกินสองปี
ในกรณีที่ปรากฎหลักฐานที่อธิบดีเชื่อได้ว่าผู้มีหน้าที่เสียอากรมีเจตนาในการฉ้ออากร ให้พนักงานศุลกากรมีอำนาจประเมินอากรได้อีกภายในกำหนดห้าปีนับแต่วันที่พ้นกำหนดระยะเวลาตามวรรคสอง
สรุปดังนี้ครับว่า การที่ศุลกากรจะใช้กฎหมายเรียกเก็บอากกรย้อนหลังได้ภายในสิบปีได้นั้น ศุลกากรจะต้องออกแบบแจ้งการประเมินให้ชอบด้วยกฎหมายเสียก่อน ซึ่งถ้าอ่านกฎหมายในมาตรา 19 วรรคสามแล้ว ก็จะต้องเข้าใจก่อนว่าผู้นำเข้าจะต้องมีเจตนาฉ้ออากรเสียก่อน ศุลกากรจึงจะประเมินได้เพิ่มอีกห้าปี ดังนั้นผู้นำเข้ารายใดได้รับแบบแจ้งการประเมินที่เกินห้าปีนับแต่วันที่ยื่นใบขนสินค้า ให้อุทธรณ์ประเด็นนี้ไว้ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ด้วยเพื่อจะได้เป็นประเด็นข้อโต้แย้งเวลาคดีต้องมาสู่ศาล
-----------------------------------------------------
ทีมงานทนายความคดีศุลกากรเฉพาะทาง
086-8835086 080-4671299

Send a message to learn more

02/09/2024

วันนี้ผู้บรรยาย จะแจ้งเตือนภัยสำหรับบริษัทชิปปิ้ง, บริษัทตัวแทนสายเรือ, หรือบุคคลใด ที่ดำเนินการด้านพิธีการศุลกากรและ/หรือ ตรวจปล่อยสินค้าให้กับผู้นำเข้า
ขอยกตัวอย่าง : นาย ก. ลงชื่อทะเบียนเป็นผู้นำเข้ากับกรมศุลกากร สินค้านำเข้ามาจากประเทศเกาหลีและขอใช้สิทธิ Form – AK ทั้งหมดเป็นการนำเข้ามา 57 ใบขนสินค้า โดยเป็นการนำเข้ามาตั้งแต่วันที่ 13/2/2559 จนถึง วันที่ 4/6/2561 (รวมทั้งสิ้น 57 ใบขนสินค้า) ต่อมาทางศุลกากรตรวจสอบพบข้อเท็จจริงว่า ผู้นำเข้าที่ลงทะเบียนไว้กับกรมศุลกากรนั้น ได้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 15/2/2559 ดังนั้นความไม่โขคดี(ดวงตก)จึงบังเกิดกับบริษัทชิปปิ้งที่ดำเนินการด้านพิธีการศุลกากรและตรวจปล่อยสินค้ารายนี้ ที่มีการดำเนินการด้านพิธีการศุลกากรและตรวจปล่อยสินค้าทั้ง 56 ใบขนฯ (ยกเว้น 1 ใบขน/นำเข้าก่อนเสียชีวิต) เหตุผลคือเมื่อผู้นำเข้าเสียชีวิตแล้ว สิทธิใน Form-AK ย่อมหมดไปตามสิทธิ
ดังนั้นค่าอากรที่นำเข้าทั้ง 56 ใบขนฯต้องจ่ายต่อกรมศุลกากร รวมทั้งจะโดนข้อหา มาตรา 202 , มาตรา 243 พรบ. ศุลกากร 2560 (ข้อกฎหมายทั้งสองข้อนี้ ไปหาอ่านเองครับ)
ข้อเท็จจริงคือ : เนื่องจากนาย ก. ซึ่งเป็นผู้ได้รับสิทธิยกเว้นอากร สำหรับการนำเข้าสินค้าได้เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 15/2/2599 ทำให้สิทธิการยกเว้นอากรและลดอากรสำหรับเขตการค้าเสรีอาเชี่ยน – สาธารณรัฐเกาหลี ซึ่งเป็นสิทธิเฉพาะบุคคล สิ้นไปตามมาตรา 10 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 สินค้าที่นำเข้าจึงต้องชำระอากรในอัตราปกติ แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่าหลังจากที่นาย ก. เสียชีวิต บริษัทฯ................ได้แสดงออกโดยชัดแจ้งหรือโดยปริยาย เป็นตัวแทนของนาย ก.(ผู้เสียชิวิต) ผู้นำเข้า ตามความในมาตรา 106 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 ตลอดมา โดยเป็นผู้ยื่นใบขนสินค้าขาเข้าจำนวน 44 ฉบับ(ผ่านเค้าเตอร์เซอร์วิส)และตามความใน มาตรา 99 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 โดยเป็นผู้ยื่นใบขนสินค้าจำนวน 13 ฉบับ(ยิงตั๋วเองที่ office) และได้มีการขอใช้สิทธิยกเว้นอากรและลดอัตราอากรศุลกากรสำหรับเขตการค้าเสรีอาเซี่ยน – สาธารณรัฐเกาหลี หลังจากที่นาย ก.ได้เสียชีวิตเมื่อ 15/2/2559 โดยปฎิบัติพิธีการศุลกากรนำของออกจากอารักขาของศุลกากร และใช้สิทธิยกเว้นอากรและลดอากรสำหรับเขตการค้าเสรีอาเซี่ยน - สาธารณรัฐเกาหลี ในนามนาย ก. (ผู้เสียชีวิต)เรื่อยมา ทั้งนี้ แม้มีการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสิค้า (FORM – AK) ให้ในนามนาย ก. (ผู้เสียชิวิต) แต่สิทธิดังกล่าวไม่เกิดขึ้นเนื่องจากนาย ก.(ผู้เสียชีวิต)เสียชีวิตแล้วตั้งแต่ต้น ทั้งนี้ บริษัทฯ.............. ซึ่งเป็นผู้ครอบครองหรือมีส่วนได้เสียชั่วขณะหนึ่ง ขณะใดในของนั้น นับแต่เวลาที่นำของนั้นเข้ามาจนถึงเวลาที่ได้ส่งมอบให้ไปโดยถูกต้องพ้นจากอารักขาของศุลกากร จึงถือเป็น “ ผู้นำเข้า” ตามความในมาตรา 2 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 จึงต้องรับผิดในหนี้ค่าภาษีอากรสำหรับการนำเข้าสินค้าตามใบขนขาเข้าทั้ง 56 ฉบับ
ตามแบบแจ้งการประเมิน ทั้งนี้ สอดคล้องกับคำพิพากษาศาลฎีกา ที่ 5654/2560 ระหว่างกรมศุลกากร เป็นโจทก์ที่ 1 กรมสรรพากร เป็นโจทก์ที่ 2 นาย............เป็นจำเลย
หมายเหตุ : กฎหมายฉบับใหม่ ก็ใช้มาตรา 4 บังคับใช้อยู่
--------------------------------------------------------
ทีมงานทนายความคดีศุลกากรเฉพาะทาง
086-8835086 / 080-4671299

Send a message to learn more

21/08/2024

ให้คำปรึกษาเรื่อง การนำเข้าและส่งออก(การค้าต่างประเทศ), ชิปปิ้ง,
พิธีการศุลกากร, อัตราภาษีนำเข้า, พิกัดศุลกากร, Form (ยกเว้นอากรนำเข้า), รับสอนเรื่องเทคนิคการนำเข้าชั้นสูง, รับตรวจสอบระบบและเอกสารการนำเข้า, อากรตอบโต้การทุ่มตลาด
ก่อนที่เจ้าของกิจการจะถูกศุลกากรจับหรือมีภาษีอากรย้อนหลัง, รับดำเนินการคดีศุลกากร, รับปรึกษาแนวทางต่อสู้คดีศุลกากร, รับดำเนินการคดีเกี่ยวกับ บก. ปอศ. (กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ) รับดำเนินการคดีในชั้นศุลกากรและชั้นศาลว่าความในชั้นศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ / ฎีกา)
E : [email protected] , Tel : 086 -8835086
ทีมงานทนายความด้านคดีศุลกากรเฉพาะทาง

Send a message to learn more

16/08/2024

ให้คำปรึกษาเรื่อง การนำเข้าและส่งออก(การค้าต่างประเทศ), ชิปปิ้ง,
พิธีการศุลกากร, อัตราภาษีนำเข้า, พิกัดศุลกากร, Form (ยกเว้นอากรนำเข้า), รับสอนเรื่องเทคนิคการนำเข้าชั้นสูง, รับตรวจสอบระบบและเอกสารการนำเข้า, อากรตอบโต้การทุ่มตลาด
ก่อนที่เจ้าของกิจการจะถูกศุลกากรจับหรือมีภาษีอากรย้อนหลัง, รับดำเนินการคดีศุลกากร, รับปรึกษาแนวทางต่อสู้คดีศุลกากร, รับดำเนินการคดีเกี่ยวกับ บก. ปอศ. (กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ) รับดำเนินการคดีในชั้นศุลกากรและชั้นศาลว่าความในชั้นศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ / ฎีกา)
E : [email protected] , Tel : 086 -8835086, 080 -467129
ทีมงานทนายความด้านคดีศุลกากรเฉพาะทาง

Send a message to learn more

ที่อยู่

56/231, ซอยพหลโยธิน 59 แยก 3, แขวงอนุสาวรีย์, เขตบางเขน, กรุงเทพ
Bangkok
10220

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 17:00
อังคาร 08:00 - 17:00
พุธ 08:00 - 17:00
พฤหัสบดี 08:00 - 17:00
ศุกร์ 08:00 - 17:00
เสาร์ 08:00 - 17:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ รับทำคดีเกี่ยวกับกรมศุลกากรผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์