ปรึกษาทนายความฟรี

ปรึกษาทนายความฟรี Lawyer

‼️👉🏻การกู้ยืมเงินเกินกว่า 2,000 บาทขึ้นไป ตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 บัญญัติให้ "ต้องทำเป็นหนังสือ" และลงลายมือชื...
12/05/2026

‼️👉🏻การกู้ยืมเงินเกินกว่า 2,000 บาทขึ้นไป ตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 บัญญัติให้ "ต้องทำเป็นหนังสือ" และลงลายมือชื่อผู้กู้ยืมเป็นสำคัญ จึงจะสามารถฟ้องร้องบังคับคดีได้ หากกู้ยืมไม่เกิน 2,000 บาท สามารถกู้ยืมด้วยวาจาและฟ้องร้องได้ประเด็นสำคัญของการกู้ยืมเงินเป็นหนังสือ:จำนวนเงิน: ต้องเกิน 2,000 บาทขึ้นไป (ตั้งแต่ 2,001 บาท)หลักฐาน: ไม่จำเป็นต้องเป็นสัญญากู้ที่ทางการมาก แต่ต้องเป็นเอกสารที่ระบุเนื้อหาการกู้ยืม และ ลงลายมือชื่อผู้กู้ผลของการไม่มีหลักฐาน: หากไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือจะไม่สามารถนำมาฟ้องศาลได้หลักฐานอิเล็กทรอนิกส์: การส่งข้อความผ่าน LINE, Facebook Messenger หรือ Email ที่มีข้อความกู้ยืมชัดเจนและมีลายมือชื่อ (หรือรหัสผ่าน) ของผู้กู้ ถือเป็นหลักฐานเป็นหนังสือที่ใช้ฟ้องร้องได้ตามกฎหมายกรณีลายพิมพ์นิ้วมือ: ต้องมีพยานลงลายมือชื่อรับรองลายพิมพ์นิ้วมือผู้กู้ 2

👉🏻ถึงแม้ว่ากรรมจะยังตามไปไม่ทันแต่เดียวหมายศาลจะตามไปทันแน่นอน #ทนายความกู้ยืมเงิน #ปรึกษาทนายความฟรี☎️0874996697
13/03/2026

👉🏻ถึงแม้ว่ากรรมจะยังตามไปไม่ทัน
แต่เดียวหมายศาลจะตามไปทันแน่นอน
#ทนายความกู้ยืมเงิน
#ปรึกษาทนายความฟรี
☎️0874996697

👉🏻ถึงแม้ว่ากรรมจะยังไปไม่ถึงแต่คำบังคับไปถึงแน่นอน🤣🤣 #ทนายความกู้ยืมเงิน #ปรึกษาทนายความฟรี☎️0874996697
03/03/2026

👉🏻ถึงแม้ว่ากรรมจะยังไปไม่ถึง
แต่คำบังคับไปถึงแน่นอน🤣🤣
#ทนายความกู้ยืมเงิน
#ปรึกษาทนายความฟรี
☎️0874996697

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1335/2561 วินิจฉัยว่า สัญญาขายที่ดินที่ทำขึ้นเพื่ออำพรางสัญญากู้ยืมเงิน ตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 1...
14/02/2026

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1335/2561 วินิจฉัยว่า สัญญาขายที่ดินที่ทำขึ้นเพื่ออำพรางสัญญากู้ยืมเงิน ตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 155 วรรคหนึ่ง (การแสดงเจตนาลวง) และต้องบังคับตามสัญญากู้ยืมเงินซึ่งเป็นนิติกรรมที่ถูกอำพรางไว้ตามมาตรา 155 วรรคสอง ทำให้ที่ดินยังเป็นของจำเลย โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่
ประเด็นสำคัญของฎีกาที่ 1335/2561:
นิติกรรมอำพราง: โจทก์และจำเลยเจตนากู้ยืมเงินกันจริง แต่ทำสัญญาขายที่ดินเพื่อยึดถือไว้เป็นหลักประกัน (สัญญาซื้อขายเป็นโมฆะ)
ผลทางกฎหมาย: สัญญาขายที่ดินตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 155 วรรคหนึ่ง ต้องบังคับตามสัญญากู้ยืมเงินที่ถูกอำพรางไว้ ตามมาตรา 155 วรรคสอง
กรรมสิทธิ์ในที่ดิน: เมื่อสัญญาขายเป็นโมฆะ กรรมสิทธิ์ที่ดินยังเป็นของจำเลย (ผู้กู้) ไม่โอนไปยังโจทก์ (ผู้ให้กู้)
สิทธิฟ้องขับไล่: โจทก์ไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่แท้จริง จึงไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดิน
ฎีกานี้เป็นบรรทัดฐานสำคัญเรื่องนิติกรรมอำพรางเกี่ยวกับการซื้อขายที่ดินเพื่อประกันหนี้เงินกู้ ซึ่งศาลจะเพิกถอนนิติกรรมที่อำพรางไว้ (การขาย) และบังคับใช้สัญญาที่แท้จริง

 #ทนายคดีกู้ยืมการฟ้องคดีกู้ยืมเงินเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยครับ แต่เพื่อให้ชนะคดีและบังคับคดีได้จริง มีเงื่อนไขทางกฎหมา...
28/01/2026

#ทนายคดีกู้ยืม

การฟ้องคดีกู้ยืมเงินเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยครับ แต่เพื่อให้ชนะคดีและบังคับคดีได้จริง มีเงื่อนไขทางกฎหมายสำคัญที่ต้องเช็กให้ชัวร์ก่อนเริ่มดำเนินการ ดังนี้ครับ
1. เงื่อนไขสำคัญที่ต้องมี (Checklist)
• หลักฐานแห่งการกู้ยืม: กฎหมายกำหนดว่า การกู้ยืมเงินเกินกว่า 2,000 บาท ขึ้นไป ต้องมี "หลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้กู้" จึงจะฟ้องร้องบังคับคดีได้
• เคล็ดลับ: ไม่จำเป็นต้องทำเป็นสัญญาทางการเสมอไป แชททาง Facebook หรือ Line ที่คุยกันเรื่องขอยืมเงินและมีการตอบรับยอดเงิน ก็ใช้เป็นหลักฐานแทนสัญญาได้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ครับ
• หลักฐานการโอนเงิน: สลิปโอนเงินคือหลักฐานที่ดีที่สุดว่ามีการส่งมอบเงินกันจริง
• หนังสือบอกกล่าวทวงถาม (Notice): ก่อนฟ้อง ควรให้ทนายความออกจดหมายทวงถาม เพื่อให้ผู้กู้ผิดนัดอย่างเป็นทางการและใช้เป็นหลักฐานประกอบคำฟ้อง
2. อายุความในการฟ้องร้อง
• โดยทั่วไปมีอายุความ 10 ปี นับแต่วันที่ถึงกำหนดชำระคืน
• หากในสัญญาตกลงคืนเงินเป็นงวดๆ (เช่น ผ่อนจ่ายทุกเดือน) อายุความในส่วนของเงินต้นแต่ละงวดจะอยู่ที่ 5 ปี
3. ดอกเบี้ยที่เรียกได้
• ตามกฎหมาย: เรียกได้ไม่เกิน 15% ต่อปี
• ถ้าดอกเบี้ยเกิน: ข้อตกลงเรื่องดอกเบี้ยจะตกเป็นโมฆะทั้งหมด (คือเรียกไม่ได้เลย) แต่ยังฟ้องเอาเงินต้นคืนได้ และอาจเรียก ดอกเบี้ยผิดนัด ได้ตามอัตราที่กฎหมายกำหนดใหม่ (ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 5% ต่อปี)
ขั้นตอนการดำเนินการ
1. รวบรวมหลักฐาน: สัญญา (หรือแชท), สลิปโอนเงิน, และข้อมูลที่อยู่ของผู้กู้
2. ส่งคำบอกกล่าว (Notice): กำหนดระยะเวลาให้คืนเงิน (เช่น 7-15 วัน)
3. ยื่นฟ้องต่อศาล:
• ถ้าทุนทรัพย์ไม่เกิน 300,000 บาท ฟ้องศาลแขวง (รวดเร็ว)
• ถ้าเกิน 300,000 บาท ฟ้องศาลจังหวัด
4. ไกล่เกลี่ย: ศาลมักจะนัดมาคุยกันก่อนเพื่อหาทางออกให้ลูกหนี้ผ่อนชำระ
5. คำพิพากษาและบังคับคดี: หากลูกหนี้ไม่จ่ายตามคำสั่งศาล ต้องดำเนินการสืบทรัพย์และบังคับคดี (ยึดทรัพย์/อายัดเงินเดือน) ต่อไป

 #มือปราบลูกหนี้☎️0874996697👉การรับมือกับลูกหนี้ประเภท "ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย" ต้องใช้กระบวนการทางกฎหมายเข้ามาบีบครับ เพร...
22/01/2026

#มือปราบลูกหนี้
☎️0874996697
👉การรับมือกับลูกหนี้ประเภท "ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย" ต้องใช้กระบวนการทางกฎหมายเข้ามาบีบครับ เพราะการทวงถามปากเปล่ามักไม่ได้ผล ขั้นตอนการฟ้องร้องตามกฎหมายไทยมีกระบวนการหลักๆ ดังนี้ครับ
1. ตรวจสอบหลักฐาน (สำคัญมาก)
ก่อนฟ้อง คุณต้องมีหลักฐานที่ใช้ยันในศาลได้:
• สัญญากู้ยืมเงิน: หรือ หลักฐานการแชท (Line, Messenger) ที่ระบุจำนวนเงินชัดเจน และมีการตอบรับจากลูกหนี้
• หลักฐานการโอนเงิน: สลิปธนาคารเป็นหลักฐานชั้นดีที่ยืนยันว่ามีการส่งมอบเงินกันจริง
• ยอดหนี้เกิน 2,000 บาท: ตามกฎหมายต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือจึงจะฟ้องร้องบังคับคดีได้
2. ส่งหนังสือบอกกล่าวทวงถาม (Notice)
ขั้นตอนนี้มักให้ ทนายความ เป็นผู้ดำเนินการ:
• ส่งจดหมายลงทะเบียนตอบรับไปยังที่อยู่ตามทะเบียนบ้านของลูกหนี้
• เนื้อหาให้ชำระหนี้ภายในกำหนด (เช่น 7-15 วัน) มิฉะนั้นจะดำเนินคดีตามกฎหมาย
• ผลลัพธ์: ลูกหนี้บางคนจะยอมจ่ายเพราะเริ่มกลัวการขึ้นศาล
3. ยื่นคำฟ้องต่อศาล
หากพ้นกำหนดใน Notice แล้วยังนิ่งเฉย ให้ยื่นฟ้องต่อศาลแพ่ง:
• ศาลที่ยื่น: ศาลที่ลูกหนี้มีภูมิลำเนาอยู่ (ตามทะเบียนบ้าน) หรือศาลที่สัญญากู้เกิด
• ค่าธรรมเนียมศาล: โดยปกติจะเสียค่าธรรมเนียมศาล 2% ของยอดเงินที่ฟ้อง (แต่ไม่เกิน 200,000 บาท สำหรับคดีแพ่งสามัญ)
4. ขั้นตอนไกล่เกลี่ยและสืบพยาน
• ศาลจะนัดมา "ไกล่เกลี่ย" ก่อนเสมอ เพื่อให้ตกลงยอดที่ผ่อนไหวและทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อหน้าศาล
• หากไกล่เกลี่ยไม่ได้ จึงจะเข้าสู่การ สืบพยาน และรอศาลมีคำพิพากษา
5. การบังคับคดี (เมื่อชนะคดีแล้วแต่ยังไม่จ่าย)
นี่คือไม้ตายสำหรับคน "ไม่มี ไม่จ่าย":
• เมื่อศาลสั่งให้จ่ายแล้วลูกหนี้ยังเฉย คุณต้องนำคำพิพากษาไปขอ "หมายบังคับคดี"
• สืบทรัพย์: หาว่าลูกหนี้มีที่ดิน รถยนต์ หรือเงินในบัญชีธนาคารที่ไหนบ้าง
• อายัด/ยึด: แจ้งกรมบังคับคดีให้ไปยึดทรัพย์หรืออายัดเงินเดือน (กรณีเงินเดือนเกิน 20,000 บาท) เพื่อเอาเงินมาคืนเจ้าหนี้
⚠️ ข้อควรระวัง
• อายุความ: คดีกู้ยืมเงินทั่วไปมีอายุความ 10 ปี (แต่ถ้าเป็นสัญญากู้ที่ตกลงคืนเงินเป็นงวดๆ อายุความจะเหลือ 5 ปี)
• ห้ามทวงผิดกฎหมาย: ห้ามประจานลงโซเชียล หรือใช้ความรุนแรง เพราะคุณอาจโดนฟ้องกลับจนเสียเปรียบได้

 #ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก☎️0874996697การขอเป็นผู้จัดการมรดก1. ใครบ้างที่มีสิทธิร้องขอ?• ทายาทโดยธรรม: เช่น คู่สมรสที่จดท...
21/01/2026

#ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก
☎️0874996697
การขอเป็นผู้จัดการมรดก
1. ใครบ้างที่มีสิทธิร้องขอ?
• ทายาทโดยธรรม: เช่น คู่สมรสที่จดทะเบียนสมรส, บุตร, บิดามารดาของผู้ตาย
• ผู้รับพินัยกรรม: บุคคลที่ผู้ตายระบุชื่อไว้ในพินัยกรรมให้ได้รับทรัพย์สิน
• ผู้มีส่วนได้เสีย: เช่น เจ้าหนี้ของผู้ตาย (ในบางกรณี) หรือพนักงานอัยการ
2. คุณสมบัติของผู้จัดการมรดก
ผู้ที่จะเป็นผู้จัดการมรดกต้องมีคุณสมบัติครบถ้วน ดังนี้:
• บรรลุนิติภาวะ (อายุ 20 ปีบริบูรณ์)
• ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
• ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
3. เอกสารที่ต้องใช้ (เตรียมตัวจริงและสำเนา)
การยื่นคำร้องต่อศาลต้องใช้เอกสารสำคัญ ดังนี้ครับ:
• ใบมรณบัตร ของผู้ตาย
• ทะเบียนบ้านและบัตรประชาชน ของผู้ตาย (ประทับตรา "ตาย")
• ทะเบียนบ้านและบัตรประชาชน ของผู้ที่จะเป็นผู้จัดการมรดก
• เอกสารความสัมพันธ์: เช่น ทะเบียนสมรส, สูติบัตร (เพื่อยืนยันว่าเป็นทายาท)
• บัญชีเครือญาติ: แผนผังลำดับญาติของผู้ตาย
• เอกสารเกี่ยวกับทรัพย์สิน: เช่น โฉนดที่ดิน, สมุดบัญชีเงินฝาก, ทะเบียนรถ
• พินัยกรรม (ถ้ามี)
• หนังสือยินยอมจากทายาท: ทายาทคนอื่นต้องเซ็นยินยอมให้เราเป็นผู้จัดการมรดก
4. ขั้นตอนการดำเนินการ
1. ปรึกษาทนายความหรืออัยการ: เพื่อจัดทำคำร้องยื่นต่อศาล (หากทรัพย์สินไม่มากและไม่มีข้อพิพาท สามารถติดต่อ สำนักงานอัยการสูงสุด ในพื้นที่เพื่อขอความช่วยเหลือฟรีหรือค่าใช้จ่ายต่ำได้ครับ)
2. ยื่นคำร้องต่อศาล: ยื่น ณ ศาลที่ผู้ตายมีภูมิลำเนาอยู่ก่อนเสียชีวิต
3. ประกาศทางสื่อ: ศาลจะให้ลงประกาศหนังสือพิมพ์หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อแจ้งให้ทายาทคนอื่นทราบ (ปกติใช้เวลาประมาณ 15-30 วัน)
4. ไปศาลตามนัด: ศาลจะนัดไต่สวนคำร้อง หากไม่มีใครคัดค้าน ศาลจะมี "คำสั่งตั้งผู้จัดการมรดก"
5. รับคำสั่งศาล: เมื่อครบกำหนด (ประมาณ 1 เดือนหลังศาลสั่ง) ให้ไปขอคัดถ่ายคำสั่งศาลและใบสำคัญแสดงคดีถึงที่สุด เพื่อนำไปโอนทรัพย์สินที่ธนาคารหรือกรมที่ดิน

19/01/2026
09/01/2026
09/01/2026

•การกู้ยืมเงินเกิน 2,000 บาทต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ
• หลักฐาน: ต้องลงลายมือชื่อผู้กู้
• ผลที่ตามมา: ถ้าไม่มีหลักฐาน จะฟ้องร้องบังคับคดีไม่ได้
ตัวอย่างหลักฐาน:
• สัญญากู้ยืม
• ลายลักษณ์อักษรอื่น ๆ (เช่น แชทไลน์, Facebook Messenger) ที่มีข้อความชัดเจนว่ามีการกู้ยืมและมีการตอบรับจากผู้กู้พร้อมลงชื่อ
สรุป: สรุปย้ำเตือนอีกครั้งว่าการมีหลักฐานช่วยให้การกู้ยืมปลอดภัยทั้งผู้กู้และผู้ให้กู้

ที่อยู่

Bangkok
10310

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ปรึกษาทนายความฟรีผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์