ทนายความ พร้อมเคียงข้างคุณ

ทนายความ พร้อมเคียงข้างคุณ ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก ทนายความ พร้อมเคียงข้างคุณ, กฎหมาย, ประเทศไทย (กรุงเทพ ลำปาง เชียงใหม่ พิษณุโลก นนทบุรี ปทุมธานี ระยอง ฯลฯ ทุกจังหวัด), Bangkok.

ทนายความ ที่คุณวางใจ พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ
รับว่าความทั่วราชอาณาจักร ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี
ป.ตรี ธรรมศาสตร์ ป.โท รามฯ เนติบัณฑิต
-
แชร์ความรู้ แนวคดี หลัก ฎีกา ทบทวนเพื่อเตรียมสอบเป็นอัยการ ผู้พิพากษา
(เวิร์คไป สอบไป มั่นใจว่าทำได้ สอบได้แน่นอน*) รับว่าความทั่่วราชอาณาจักร
- หากท่านว่าจ้าง ก็สามารถเดินทางไปได้ทุกจังหวัด พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ พร้อมทีมทนายมากกว่า 1 คน (ผู้ว่าจ้าง จ่ายค่าเดิ

นทาง และค่าที่พัก ตามตกลง)
- รับเขียนอุทธรณ์ ฎีกา (ทั่วประเทศ) ส่งไฟล์คำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ มาให้ทนายดำเนินการ และให้ท่่านในฐานะตัวความสามารถยื่นอุทธรณ์ ฎีกา ต่อด้วยตนเอง ได้ต่อไป หรือจะว่าจ้างทนายไปยื่นให้ยังศาลที่มีคำพิพากษาในศาลชั้นต้นได้ (ตามตกลง แล้วแต่ความประสงค์)

คดีแพ่ง คดีอาญา คดีแรงงาน คดีปกครอง คดีทุจริต ฟ้องคดี สู้คดี ไกล่เกลี่ย ยื่นคำร้องต่าง ๆ ฯลฯ อรรถคดี ทั่วประเทศ

ขั้นตอนการทำงาน ต้องส่งข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน ให้ทนายความ ตรวจสอบเบื้องต้น (ส่งทาง Line , Email) ก่อนดำเนินการ ขั้นตอนต่อไป เช่น นัดหมาย พบเจอตัวความ เดินทางไปยังจังหวัดที่ท่านมีภูมิลำเนา ดูสถานที่พิพาท ที่เกิดเหตุ นัดส่งตัวอัยการ ฯลฯ

25/04/2026

คำพิพากษาฎีกาที่ ๔๔๑๒/๒๕๓๖ จำเลยขาดนัดพิจารณาระหว่างพิจารณา คดีฝ่ายเดียวหลังจากสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว แต่ก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา จำเลยมาศาลและยื่นคำร้องอ้างว่ามิได้จงใจขาดนัด ขอให้ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีใหม่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ไต่สวนคำร้องของจำเลย ดังนี้ เป็นการที่ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาไปตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๐๕ วรรคสอง (เดิม) (มาตรา ๒๐๖ วรรคสาม ปัจจุบัน) การที่จำเลยไม่มาศาลในวันนัดไต่สวนอีก และศาลชั้นต้นมีคำสั่งถือว่าจำเลยไม่มีพยานให้ไต่สวน ให้งดการไต่สวนและพิจารณาพิพากษาไปนั้น ศาลชั้นต้นเห็นว่าการขาดนัดของจำเลยเป็นไปโดยจงใจและไม่มีเหตุสมควร กรณีเช่นนี้จำเลยไม่มีสิทธิจะร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ ได้อีกตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๐๕ วรรคสาม (๓) และมาตรา ๒๐๗ (๓) (มาตรา ๒๐๖ วรรคสี่ (๓), มาตรา ๒๐๗ ประกอบมาตรา ๑๙๙ ตรี (๒) ปัจจุบัน) ถ้าจำเลยไม่เห็นด้วย กับคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้งดการไต่สวนดังกล่าวก็ชอบที่จะอุทธรณ์คำสั่งนั้นไม่ใช่มายื่น คำขอให้พิจารณาคดีใหม่เพราะเป็นการต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว

Send a message to learn more

กรณีศาลฎีกาวินิจฉัยว่ายังไม่พ้นเวลาที่คู่ความฝ่ายที่ขาดนัดพิจารณา จะสืบพยานของตนได้ คำพิพากษาฎีกาที่ ๘๖๐/๒๕๓๖ ในวันสืบพย...
25/04/2026

กรณีศาลฎีกาวินิจฉัยว่ายังไม่พ้นเวลาที่คู่ความฝ่ายที่ขาดนัดพิจารณา จะสืบพยานของตนได้
คำพิพากษาฎีกาที่ ๘๖๐/๒๕๓๖ ในวันสืบพยานนัดแรก โจทก์มีหน้าที่นําพยานเข้าสืบก่อนได้นําตัวโจทก์เข้าเบิกความเพียงปากเดียว การสืบพยานยังไม่เสร็จบริบูรณ์ แล้วเลื่อนไปสืบพยานโจทก์ที่เหลือในนัดต่อไป จำเลยจึงไม่มีสิทธิถามค้านพยานปาก ตัวโจทก์เท่านั้น ส่วนในนัดต่อไปจำเลยมาศาล จำเลยชอบที่จะถามค้านพยานโจทก์ที่เบิกความในนัดต่อมาได้ และนําพยานของจำเลยเข้าเบิกความได้เพราะยังไม่พ้นเวลาที่จะนําพยานของตนเข้าสืบ การที่ศาลชั้นต้นให้จำเลยถามค้านพยานโจทก์ที่นําสืบในนัดต่อมา ทั้งนําพยานจำเลยเข้าเบิกความจึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว

การคำนวณทุนทรัพย์ถือตามคำขอบังคับของโจทก์ โจทก์อาจเรียกร้องเต็มตามสิทธิเรียกร้องของโจทก์ หรือเรียกร้องไม่เต็มตามสิทธิที่...
23/04/2026

การคำนวณทุนทรัพย์ถือตามคำขอบังคับของโจทก์ โจทก์อาจเรียกร้องเต็มตามสิทธิเรียกร้องของโจทก์ หรือเรียกร้องไม่เต็มตามสิทธิที่โจทก์มีอยู่ก็ได้ เช่น โจทก์บรรยาย ฟ้องว่าจำเลยเป็นหนี้โจทก์ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท หรือ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่โจทก์ติดใจที่จะเรียกร้องเอาจากจำเลยเพียง ๒๕๐,๐๐๐ บาท หรือ ๓๐๐,๐๐๐ บาท จึงมีคำขอบังคับ ให้จำเลยชําระเงิน ๒๕๐,๐๐๐ บาท หรือ ๓๐๐,๐๐๐ บาท กรณีนี้ต้องถือว่าเป็นคดีมีทุนทรัพย์ ๒๕๐,๐๐๐ บาท หรือ ๓๐๐,๐๐๐ บาท เท่านั้น เพราะการพิพากษาคดีศาลจะพิพากษาเกินคำขอไม่ได้ (เทียบคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๕๔๔/๒๕๒๐) เมื่อโจทก์เรียกร้อง ให้จำเลยชําระเงินแก่โจทก์ไม่เกิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท จึงเป็นคดีมโนสาเร่

คำพิพากษาฎีกาที่ ๖๗๙๖/๒๕๔๓ โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยอ้างว่าโจทก์เป็นเจ้าของที่ดิน จำเลยให้การว่า ที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของมาร...
23/04/2026

คำพิพากษาฎีกาที่ ๖๗๙๖/๒๕๔๓ โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยอ้างว่าโจทก์เป็นเจ้าของที่ดิน จำเลยให้การว่า ที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของมารดาจำเลย ถือไม่ได้ว่าจำเลยต่อสู้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาท จึงเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์

คำพิพากษาฎีกาที่ ๖๑๐๗/๒๕๓๑ การต่อสู้อ้างกรรมสิทธิ์ในที่พิพาทของ ฝ่ายจำเลยนั้น จำเลยอาจจะให้การต่อสู้กรรมสิทธิ์โดยมิได้ฟ้...
23/04/2026

คำพิพากษาฎีกาที่ ๖๑๐๗/๒๕๓๑ การต่อสู้อ้างกรรมสิทธิ์ในที่พิพาทของ ฝ่ายจำเลยนั้น จำเลยอาจจะให้การต่อสู้กรรมสิทธิ์โดยมิได้ฟ้องแย้งหรือจะฟ้องแย้งด้วยก็ได้
ถ้าฟ้องแย้งด้วยและเมื่อฟังว่ากรรมสิทธิ์ในทรัพย์พิพาทเป็นของจำเลย ศาลก็จะบังคับให้ตามฟ้องแย้ง แต่ถ้าหากมิได้ฟ้องแย้งศาลก็จะพิพากษาเพียงให้ยกฟ้องโจทก์เท่านั้น คดีเช่นนี้ เป็นคดีมีทุนทรัพย์ การที่จำเลยมิได้นำค่าขึ้นศาลฟ้องแย้งมาชําระหาได้ทำให้ประเด็นในข้อต่อสู้กรรมสิทธิ์หมดหรือระงับไป

คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๙๙/๒๕๕๒ โจทก์และจำเลยซึ่งเป็นราษฎรด้วยกันโต้เถียง กันว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทซึ่งเป็นที่สาธา...
23/04/2026

คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๙๙/๒๕๕๒ โจทก์และจำเลยซึ่งเป็นราษฎรด้วยกันโต้เถียง กันว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทซึ่งเป็นที่สาธารณประโยชน์หรือไม่ จึงเป็นคดีฟ้องขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ และเป็นคดีฟ้องขับไล่บุคคล ออกจากอสังหาริมทรัพย์

⚖️กู้ยืมเงินเล็กๆน้อยๆ เช่นคดีซึ่งมีทุนทรัพย์ไม่เกิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท  ฟ้องด้วยตนเองได้ 🔥🔥🔥 #คดีมโนสาเร่ เพื่อความเข้าใจเหตุผ...
23/04/2026

⚖️กู้ยืมเงินเล็กๆน้อยๆ เช่นคดีซึ่งมีทุนทรัพย์ไม่เกิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท ฟ้องด้วยตนเองได้ 🔥🔥🔥
#คดีมโนสาเร่
เพื่อความเข้าใจเหตุผลของการบัญญัติกฎหมายในเรื่องนี้ สมควรทราบถึงเจตนารมณ์ของกฎหมายว่ามีวัตถุประสงค์ให้การพิจารณาคดีมโนสาเร่แตกต่างไปจากคดี สามัญอย่างไร ซึ่งมีอยู่ ๓ ประการ
๑. เพื่อความสะดวก
๒. เพื่อความรวดเร็วในการพิจารณา โดยมีกระบวนพิจารณาโดยรวบรัดไม่เป็น แบบพิธีการ
๓.ประหยัด
คดีมในสาเร่ นั้นเสียค่าขึ้นศาลตามทุนทรัพย์ที่เรียกร้อง แต่รวมกันแล้วไม่เกิน เรื่องละ ๑,๐๐๐ บาท ตามมาตรา ๑๙๐ จัตวา ดังนั้น ถ้าเป็นคดีสามัญจะต้องเสียค่าขึ้นศาลร้อยละ ๒ เช่น คดีมีทุนทรัพย์ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ต้องเสียค่าขึ้นศาล ๖,๐๐๐ บาท แต่เมื่อเป็นคดีมโนสาเร่จะเสียค่าขึ้นศาลเพียง ๑,๐๐๐ บาท จึงเป็นการประหยัดในเรื่องค่าธรรมเนียมศาล เนื่องจากการดำเนินกระบวนจะไม่เคร่งครัดในรูปแบบและพิธีการ ทำให้ ตัวความสามารถดำเนินคดีได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องจ้างทนายความ เช่น คำฟ้อง คำให้การ สามารถทำด้วยวาจาได้ นอกจากนี้ หากคำฟ้องหรือคำให้การทำมาไม่ถูกต้อง ศาลสั่งให้ แก้ไขให้ถูกต้องได้ การยื่นบัญชีพยานก็ไม่ต้องยื่นล่วงหน้าก่อนวันสืบพยาน ๗ วัน ตามมาตรา ๘๘ และไม่ต้องส่งสําเนาเอกสาร ตามมาตรา ๙๐ เหมือนอย่างคดีสามัญ การสืบพยานก็ทำโดยรวบรัด ศาลเป็นผู้ซักถามพยานก่อน การพิพากษาคดีก็ทำด้วยวาจาได้ ดังนั้น การฟ้องคดีมโนสาเร่จึงประหยัด เสียค่าใช้จ่ายน้อย และคดีเสร็จการพิจารณาไป โดยรวดเร็วกว่าคดีสามัญมาก

22/04/2026

อำนาจศาลในการเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบเมื่อศาลเห็นเอง
คำพิพากษาฎีกาที่ ๘๑๐๘/๒๕๔๒ ในคดีมโนสาเร่ จำเลยไปศาลตามหมายเรียกในวันนัดสืบพยานและมิได้ยื่นคำให้การเป็นหนังสือ ไม่ปรากฏว่าศาลชั้นต้นได้สอบถาม จำเลยว่าจะให้การด้วยวาจาหรือยื่นคำให้การเป็นหนังสือหรือไม่ การที่ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานโจทก์และจำเลยต่อไปโดยไม่มีคำสั่งเรื่องคำให้การของจำเลยเสียก่อน จึงเป็นกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ และการที่ศาลชั้นต้นรับฟังคำให้การเป็นพยานของจำเลยโดยถือเสมือนเป็นคำให้การต่อสู้คดีไปในตัวย่อมไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะจำเลยจะต้องให้การเสียก่อนมีการสืบพยาน เพื่อให้ทราบข้อทุ่มเถียงของจำเลยอันเป็นประเด็นข้อพิพาทแห่งคดีรวมทั้งหน้าที่นําสืบ แม้จะไม่ต้องทำการชี้สองสถานตามมาตรา ๑๘๒ ก็ตาม การที่ศาลชั้นต้นรับฟังพยานหลักฐานของจำเลยซึ่งนําสืบภายหลัง โดยโจทก์ไม่มีโอกาสน่าสืบแสดงพยานหลักฐานให้เห็นเป็นอย่างอื่น จึงไม่ต้องด้วยบทบัญญัติแห่ง ป.วิ.พ. ในข้อที่มุ่งหมายจะยังการให้เป็นไปด้วยความยุติธรรมในการพิจารณาคดีและการพิจารณาพยานหลักฐาน ปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย ของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจที่จะหยิบยกขึ้นวินิจฉัยให้เพิกถอนคำพิพากษาและคำสั่ง นั้นเสียได้ แม้จำเลยจะไม่ได้มีคำขอเช่นนั้นตามมาตรา ๒๗ ประกอบมาตรา ๑๙๕, ๒๔๓, ๒๔๖ และ ๒๔๗ ศาลฎีกาพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ให้ส่งสำนวนคืนไปยังศาลชั้นต้นเพื่อดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ให้ถูกต้องแล้วมีคำสั่งหรือ คำพิพากษาใหม่

Send a message to learn more

ในกรณีที่จำเลยฟ้องแย้งเข้ามาในคดีมโนสาเร่ แล้วฟ้องแย้งนั้นมิใช่คดีมโนสาเร่ ต้องแยกพิจารณาว่า โจทก์ยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดห...
22/04/2026

ในกรณีที่จำเลยฟ้องแย้งเข้ามาในคดีมโนสาเร่ แล้วฟ้องแย้งนั้นมิใช่คดีมโนสาเร่ ต้องแยกพิจารณาว่า โจทก์ยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดหรือศาลแพ่ง หรือฟ้องต่อศาลแขวง ถ้าโจทก์ยื่นฟ้องคดีนั้นต่อศาลจังหวัดหรือศาลแพ่ง ศาลจังหวัดหรือศาลแพ่งมีอำนาจพิจารณาคดีมโนสาเร่ไปอย่างคดีสามัญ เพราะฟ้องแย้งต้องพิจารณาไปกับฟ้องเดิม ฟ้องเดิมเป็นคดีมโนสาเร่ ฟ้องแย้งไม่ใช่คดีมโนสาเร่ และศาลนั้นมีอำนาจพิจารณาคดีสามัญได้ ศาลก็จะพิจารณาคดีนั้นไปอย่างคดีสามัญ แต่ถ้าโจทก์ฟ้องคดีมโนสาเร่ต่อศาลแขวง แล้วจำเลยฟ้องแย้งเข้ามามีทุนทรัพย์เกินกว่า ๓๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งไม่ใช่คดีมโนสาเร่ หรือจำเลยฟ้องแย้งเข้ามาเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์และไม่อยู่ในอำนาจศาลแขวง กรณีนี้ ศาลแขวงก็จะสั่งรับเฉพาะคำให้การแต่ไม่รับฟ้องแย้ง เพราะฟ้องแย้งเกินเขตอำนาจของ ศาลแขวง (เทียบคำพิพากษาฎีกาที่ ๕๖๑/๒๕๕๑ และ ๒๔๘๓/๒๕๑๖)

⚖️ วิธียื่นฟ้องคดีมโนสาเร่ (ตัวความแถลงข้อหาด้วยวาจาต่อศาลก็ได้)มาตรา ๑๙๑ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า “วิธีฟ้องคดีมโนสาเร่นั้น ...
22/04/2026

⚖️ วิธียื่นฟ้องคดีมโนสาเร่ (ตัวความแถลงข้อหาด้วยวาจาต่อศาลก็ได้)
มาตรา ๑๙๑ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า “วิธีฟ้องคดีมโนสาเร่นั้น โจทก์อาจยื่นคำฟ้องเป็นหนังสือหรือมาแถลงข้อหาด้วยวาจาต่อศาลก็ได้”
⚖️ โจทก์ฟ้องคดีด้วยวาจาต่อศาล กรณีนี้โจทก์สามารถมาแถลงข้อหาด้วย วาจาต่อศาลได้ คำว่า โจทก์ ตามมาตรานี้หมายถึง ตัวโจทก์ หรือผู้รับมอบอำนาจโจทก์ หรือผู้มีอำนาจดำเนินคดีแทนโจทก์ เช่น ผู้แทนโดยชอบธรรมที่มีอำนาจดำเนินคดีแทน ผู้เยาว์ เป็นต้น
⚖️ วิธีปฏิบัติในการฟ้องคดีด้วยวาจา ก็คือ โจทก์ต้องมาให้ถ้อยคำต่อเจ้าหน้าที่ของศาล เจ้าหน้าที่จะบันทึกในแบบพิมพ์คำฟ้องด้วยวาจา หรือแบบ ม.๑ เป็นแบบพิมพ์ที่กำหนดไว้ ในกฎกระทรวง ฉบับที่ ๙ ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแห่ง เมื่อโจทก์มา แจ้งความประสงค์ต่อเจ้าหน้าที่ของศาล เจ้าหน้าที่ก็จะกรอกรายละเอียด สาระสำคัญ และใจความของคำฟ้องทำนองเดียวกันกับการฟ้องในคดีแรงงาน ที่เปิดโอกาสให้ตัวความแถลงข้อหาด้วยวาจาต่อศาลเอง ขั้นตอนนี้เจ้าหน้าที่ศาลจะเป็นผู้ดําเนินการให้

คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๗๔๒/๒๕๕๔ โจทก์ฟ้องจำเลยเรียกค่าจ้างที่โจทก์จัดหาพนักงานรักษาความปลอดภัยมาทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้แ...
22/04/2026

คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๗๔๒/๒๕๕๔ โจทก์ฟ้องจำเลยเรียกค่าจ้างที่โจทก์จัดหาพนักงานรักษาความปลอดภัยมาทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้แก่จำเลย โดยค่าจ้างและดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้องเป็นเงิน ๒๒,๗๕๑.๐๘ บาท เป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ไม่เกิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท จึงเป็นคดีมโนสาเร่ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๑๘๙ (๑) ซึ่งกรณีโจทก์ยื่นคำฟ้องเป็นหนังสือ หากศาลเห็นว่าคำฟ้องดังกล่าว ไม่ถูกต้องหรือขาดสาระสำคัญบางเรื่อง ศาลอาจมีคำสั่งให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องในส่วนนั้น ให้ถูกต้องชัดเจนขึ้นก็ได้ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๑๙๑ วรรคสอง ซึ่งเป็นวิธีพิจารณาพิเศษ ที่กำหนดไว้สำหรับการพิจารณาคดีมโนสาเร่ บทบัญญัติดังกล่าวเป็นการให้ดุลพินิจศาล ที่จะสั่งหรือไม่สั่งให้โจทก์แก้ไขคำฟ้อง

ที่อยู่

ประเทศไทย (กรุงเทพ ลำปาง เชียงใหม่ พิษณุโลก นนทบุรี ปทุมธานี ระยอง ฯลฯ ทุกจังหวัด)
Bangkok
10400

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ทนายความ พร้อมเคียงข้างคุณผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท