11/10/2024
🎯 วันนี้นั่งอ่านฎีกาอัพเดทในเว็บไซต์ของศาลฎีกาแล้วเจอคำพิพากษาฎีกาตัวหนึ่งครับ เป็นคดีที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ซึ่งมาตรา 332 ของประมวลกฎหมายอาญาให้อำนาจศาลใช้ดุลพินิจในการสั่งให้ #โฆษณาคำพิพากษาในหนังสือพิมพ์ได้ ปัญหาก็คือว่า คำว่าหนังสือพิมพ์ ตามมาตราดังกล่าวนี้ รวมถึงรูปแบบออนไลน์ด้วยหรือไหม?
⚠️ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า...ป.อ. มาตรา 332 (2) เป็นบทกฎหมายที่ #ให้อำนาจศาล ใช้ดุลพินิจสั่งให้ #โฆษณาคำพิพากษา ในหนังสือพิมพ์ได้เองตามความเหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดีไม่ว่าโจทก์จะมีคำขอหรือไม่ และคำว่า “ #หนังสือพิมพ์” ย่อมปริวรรตไปตามยุคสมัย มิได้จำกัดอยู่แต่เฉพาะหนังสือพิมพ์ที่พิมพ์ขึ้นโดยใช้กระดาษ แต่ยังมีความหมายรวมถึงข้อมูลข่าวสารเป็นตัวหนังสือที่ประชาชนทั่วไปสามารถอ่านเข้าใจได้ ซึ่งเผยแพร่อยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ด้วย
⚠️ คดีนี้จำเลยกระทำผิดด้วยการเผยแพร่ภาพเคลื่อนไหวและข้อความเสียงเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ผ่านทางเว็บไซต์ยูทูบและเฟซบุ๊กซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลที่จำเลยเผยแพร่ได้เป็นจำนวนมาก และอาจมีการเผยแพร่ซ้ำหรือเผยแพร่ต่อไปอีกอย่างกว้างขวาง การเยียวยาความเสียหายแก่โจทก์ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย จึงต้องให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับการหมิ่นประมาทที่ศาลพิพากษาลงโทษจำเลย เพื่อทำให้ชื่อเสียงของโจทก์กลับคืนดีด้วยการเผยแพร่คำพิพากษาโดยย่อผ่านทางเว็บไซต์ข่าวออนไลน์อีกช่องทางหนึ่งด้วย จึงเห็นสมควรให้จำเลยโฆษณาคำพิพากษาโดยย่อในหนังสือพิมพ์ที่แพร่หลาย 2 ฉบับ เป็นเวลา 3 วันติดต่อกัน กับให้จำเลยโฆษณาคำพิพากษาโดยย่อผ่านทางเว็บไซต์ข่าวออนไลน์ที่แพร่หลายอีก 2 เว็บไซต์ด้วย โดยให้จำเลยเป็นผู้ชำระค่าโฆษณา
------
ที่มา : คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 976/2567 https://www.supremecourt.or.th/
#กฎหมายอาญา #สอบอัยการผู้ช่วย
#สอบเนติ #สอบผู้ช่วยผู้พิพากษา #ฎีกาน่าสนใจ